จันทร์ซ่อนเงา 46

0 Comments

ตอนที่ ๔๖

เคลื่อนไหว

หลังจากที่ได้รู้ว่าโสมพักอยู่กับราชันไพรสัณฑ์คืนวันก็ผ่านไปสามวันแล้ว แต่ความความอดทนสำหรับทั้งชีวิตของธรรม์ถูกนำมาใช้จนหมดสิ้น ชายหนุ่มทุรนทุรายด้วยความกลัวว่านางจะมีพันธะผูกพันกับอริราชศัตรูมากขึ้น หากเป็นยามปกติแล้วเขามักจะคิดการณ์รอบคอบ แต่เนื่องจากความร้อนใจที่สะสมมานานรวมกับความอดทนถึงจุดที่ไม่อาจ

ทนได้อีกจึงเบียดบังให้สติที่เคยแจ่มใสให้หมองมัวด้วยความร้อนรุ่มกระวนกระวาย ดังนั้น เมื่อคำนวณหาคืนจันทร์เต็มดวงได้แล้วว่าจะมีขึ้นในวันพรุ่ง เขาจึงสั่งให้กองกำลังตระเตรียมการนำพิษสาปจันทราไปหยอดใส่โอ่งน้ำฝนสำหรับดื่มของชาวเมืองในคืนนี้

หากโสมอยู่กับราชันไพรสัณฑ์จริง เขาก็จะบีบบังคับให้มันปล่อยตัวนางมา!

“มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง” ธรรม์ถามเสียงดัง ประตูห้องส่วนตัวที่งับปิดอยู่จึงมีเสียงเคาะสองครั้ง ก่อนจะถูกเปิดออกให้เห็นเหล่าผู้ติดตามที่ยืนเรียงกันอย่างมีวินัย “พวกเจ้าแบ่งกำลังกันสามคนไปเฝ้าเรือนปรุงยาของน้องชายข้า อย่าให้มีใครเข้าไปในนั้น จนกว่าจะถึงเวลา”

“ขอรับ” เหล่าผู้ติดตามรับคำก่อนจะงับประตูปิดลงตามเดิมแล้วพากันออกมาประชุมอย่างเงียบๆ

“ใครจะอาสาไปเฝ้าเรือนปรุงยา” หัวหน้าผู้ติดตามเอ่ยพร้อมกวาดตามองลูกน้องทุกคนก่อนจะหยุดลงที่มานพซึ่งยังคงมีอาการซึมเศร้าไม่พูดไม่จามาหลายสัปดาห์ “เจ้าไปทำหน้าที่นี้เถอะมานพ บางทีมันอาจทำให้เจ้าได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น จะได้ปลงตกได้เสียที ข้าจะให้คนอยู่กับเจ้าอีกสองคนก็แล้วกัน”

ชายผู้ที่ถูกเรียกว่ามานพไม่เอ่ยตอบทำเพียงแค่หรุบตาลงเพื่อซ่อนประกายตาวาววับของตนเอาไว้ กระนั้น ก็ไม่มีใครคาดคั้นให้เขาพูดแต่อย่างใดเพราะเข้าใจว่าเขายังคงเศร้าโศกและไว้ทุกข์ให้กับมารดาผู้เป็นที่รัก

“พวกเจ้ารีบไปเสียตอนนี้” หัวหน้าผู้ติดตามกำชับ ทั้งสามจึงรับคำแล้วรุดลงจากเรือนไปโดยเร็ว

“นี่ก็ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว เจ้ายังไม่หายเศร้าที่แม่ตายอีกหรือมานพ บางทีเจ้าอาจจะลองแวะเวียนไปหานางสุวิมลเสียบ้างนะ จิตใจจะได้ปลอดโปร่งมากขึ้น” เมื่อเดินทางมาถึงเรือนปรุงยาแล้วทั้ง สามจึงนั่งคุยกัน

“ข้าแวะไปแล้ว สบายกายสบายใจอย่าบอกใคร” คนพูดบอกพลางหัวเราะฮา “นางอาจจะทำเหมือนเจ้าจะไปฆ่านาง แต่เชื่อเถอะว่านางไม่มีสิทธิปฏิเสธ”

ทั้งคู่พากันหัวเราะโห่ฮาอย่างคึกคะนอง แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ร่วมหัวเราะด้วยอีกทั้ง ยังมีสีหน้าทะมึนมืดมากขึ้น จึงกลืนเสียงหัวเราะลงท้องแล้วเปลี่ยนเรื่อง

“ข้าไปเอาสุราและกลับแกล้มก่อนดีกว่า งานนี้ไม่ใช่งานสำคัญอะไรจะดื่มสักหน่อยคงไม่มีใครว่า”

“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะกลับไปทำยำเนื้อเก้งมากินเป็นกับแกล้มด้วยตอนเฝ้ายามเราจะได้ไม่เหงากัน”

ชายผู้ถูกเรียกว่ามานพเหลือบตาขึ้ ประท้วงอย่างไร้เสียง แต่ทั้งคู่กลับทำเป็นไม่เห็นแล้วพากันกอดคอเดินจากไป ชายหนุ่มถอนใจแล้วมองส่งทั้งสองเดินหายไปอย่างสงบ ครั้นแผ่นหลังของทั้งสองลับสายตาไปแล้ว น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชังจึงดังลอดริมฝีปากออกมา

“เจ้าพวกน่ารังเกียจ!”

ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หน้าเรือนปรุงยาชั่วครู่พลางสอดส่ายสายตาและเปิดจิตตรวจตราให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนี้เมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อยเข้าไปในเรือนเพื่อมองหาโอ่งขนาดใหญ่ซึ่งเขาได้แอบสืบมาแล้วว่าเป็นที่เก็บยาพิษสาปจันทรา ในที่สุดเขาพบมันอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของเรือน

“เจ้ายาอัปรีย์” ชายหนุ่มแก้ผ้าขาวม้าของตนออกเพื่อปิดปากปิดจมูกของตนก่อนจะเปิดฝาโอ่ง ยาพิษสีใสเต็มบ่อนั้น ทำให้เขาคาดการณ์ได้ว่าอาจจะสามารถวางยาได้ทุกครัวเรือนจริงๆ เพราะร่ำลือกันหนาหูว่ายาพิษชนิดนี้หยอดเพียงเล็กน้อยก็สามารถออกฤทธิ์รุนแรงได้แล้ว

เขายิ้มเหี้ยมแล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่เปล่าๆ ของตนขึ้น มาตักยาพิษจนเต็มกระบอกแล้วรีบล่าถอยออกมานั่งเฝ้าเรือนอยู่ที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานนักชายทั้งสองก็กลับมาพร้อมสุราและของกินกับแกล้มจำนวนมากซึ่งเขาก็ร่วมดื่มร่วมกินไปด้วยอย่างไม่มีพิรุธ

จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานเขาจึงค่อยถอนตัวออกมาและกลับไปเอาน้ำตาลเมาที่บ้านมาร่วมวง ทั้งสองจึงยอมปล่อยตัวเขาออกมาง่ายๆ โดยไม่สังหรณ์สักนิดว่าโชคร้ายได้เข้ามากรายศีรษะเสียแล้ว เพราะจุดหมายปลายทางของชายผู้ถูกเรียกว่ามานพคือโอ่งนํ้าดื่มของชายฉกรรจ์ทั้งหมดที่อยู่ในกองกำลัง!

การที่มหาดเล็กรุดเข้ามาพร้อมนกพิราบในมือทำให้โสมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อนกพิราบถูกส่งไปยังพระหัตถ์ของราชันไพรสัณฑ์จึงได้แต่เก็บความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้เงียบๆ พลางแอบเหลือบมองราชันหนุ่มอ่านสารก่อนเขียนบางอย่างใส่กระดาษแผ่นเล็กแผ่นใหม่แล้วมัดติดขานกยื่นให้มหาดเล็กรับไปดำเนินการ เมื่อมหาดเล็กคล้อยหลังไปแล้วคนที่กำลังนั่งร้อยอุบะแขวนบานพระแกลก็รีบเอ่ยปากถามทันที

“มีเรื่องอะไรสำคัญหรือเปล่า”

“แค่ต้องมีการประชุมลับเท่านั้นจ้ะ” ราชันไพรสัณฑ์ตอบพร้อมรอยยิ้มที่ชวนให้เชื่อใจ “เดี๋ยวข้าต้องออกไปข้างนอกสักพัก เจ้าอยู่เฝ้าพระตำหนักให้ดีด้วยนะ”

“ถึงฉันไม่อยู่เฝ้าพระตำหนักก็ไม่หายไปไหนหรอก” โสมค่อน “เรื่องที่ทำให้ท่านต้องไปประชุมลับต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพวกกบฏแน่ๆ ท่านไม่อยากให้ฉันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม”

“โสมจ๋า เจ้ากำลังท้องอยู่จะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องปวดหัวแบบนั้นทำไมกัน อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนอย่างสุขสบายใจดีกว่านะ เรื่องหนักเรื่องเบาทั้ง หมดให้ข้าเป็นคนจัดการเองเถอะจ้ะ”

“ท่านรู้ใช่ไหมว่าถ้าพูดแบบนี้แล้วจะกล่อมฉันสำเร็จ นี่มันไม่ยุติธรรมเลย” หญิงสาวถอนหายใจอย่างยอมแพ้ “ทำไมฉันต้องแพ้ทางให้ท่านอยู่บ่อยๆ ด้วยนะ”

“เพราะเจ้ารักข้าอย่างไรล่ะ” ทรงพระสรวลแล้วลุกขึ้น มาโอบกอดนางอย่างทะนุถนอม พระหัตถ์ใหญ่ทั้งสองวางลงบนหน้าท้องที่ยังคงแบนราบ “ดูแลลูกของเราให้ดีนะจ๊ะ นี่เป็นภารกิจใหญ่ของพระมเหสี เราสองคนต่างก็มีภาระหน้าที่แตกต่างกัน ข้ามีภาระหน้าที่ในฐานะราชัน สามีและพ่อของลูก ส่วนเจ้ามีภาระหน้าที่ของพระมเหสี ภรรยาและแม่ของลูก

สิ่งที่เราทำอาจจะต่างกันแต่ก็สำคัญเหมือนกันนะ”

“เพค๊าท่านพี่ น้องเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแล้วเพค๊า” โสมจีบปากจีบคอพูดด้วยความหมั่นไส้ที่ราชันไพรสัณฑ์มักจะหาเหตุผลมาหว่านล้อมให้เธอต้องยอมรับอย่างโต้เถียงไม่ออก หากพระองค์ทรงฉลาดน้อยกว่านี้สักนิดก็คงดี

“ว่าง่ายแบบนี้ ข้ารักเจ้าตายเลยนะ” ราชันไพรสัณฑ์ทรงพระสรวลด้วยความขบขันก่อนจะไล่ปล้ำจุมพิตแก้มนุ่มนิ่มของนางอย่างแสนรัก

“รักอย่างเดียวก็พอแล้ว อย่าให้รักถึงตายเลย แบบนั้นมันสยอง” หญิงสาวแกล้งทำท่าขนลุก “ถ้าท่านรักฉันถึงตายแบบนั้น หากท่านเพี้ยนขึ้นมาจะไม่ลงมือฆ่าฉันแล้วฆ่าตัวเองตายตกตามกันหรือ”

“ข้าฆ่าเจ้าไม่ลงหรอก” ราชันหนุ่มรับสั่งแล้วหยิบเอาคำพูดล้อเล่นของนางขึ้นมาล้อเลียน “แต่เจ้าเคยบอกเอาไว้ว่าหากข้าตายเจ้าก็ตาย ดังนั้น หากข้าเพี้ยนขึ้น มาจริงๆ ก็คงเลือกฆ่าตัวเองตายเพราะถึงอย่างไรให้ผลเหมือนกัน”

“พูดเป็นเล่น เดี๋ยวจะให้ไปนอนตบยุงกับมหาดเล็ก” หญิงสาวข่มขู่เสียงเข้มทำให้ราชันหนุ่มยอมล่าถอย เธอเข้าไปช่วยพระองค์เปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นแบบชาวบ้านและเฝ้ามองพระพักตร์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามอาคมที่ทรงร่าย

“หน้าตาเหมือนโจรป่าเลย”

“แค่เปลี่ยนโครงหน้าให้ใหญ่ขึ้น แล้วก็มีหนวดเครารกรุงรังก็หาว่าเป็นโจรป่าแล้วรึ” ราชันไพรสัณฑ์ทรงพระสรวลเบาๆ ก่อนจะปรับเปลี่ยนท่าทีให้เหมือนโจรป่าแล้วกอดรัดนางเอาไว้แน่น “อุแหม่! นางเอ๋ยอย่าได้ขัดใจ กูจะปล้ำ เอ๋ยกูจะปล้ำ!”

“อีตาบ้า!” โสมหัวเราะเสียงดังพลางดีดดิ้น หลบหนีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยพระฑาฐิกะรุงรังอย่างสนุกสนานจนกระทั่งหมดแรงดิ้น และยินยอมให้ทรงหอมแก้มลา “ไปประชุมก็ระวังตัวด้วยนะ ประชุมเสร็จก็รีบกลับ ห้ามไถลเด็ดขาด”

“จ้ะ” ราชันไพรสัณฑ์แย้มพระสรวลจนพระเนตรหยี รับสั่งกระเซ้าเย้าแหย่นางอีกสองสามประโยคก่อนตัดพระทัยจากมา

ราชันไพรสัณฑ์ซึ่งแปลงเป็นพรานไพรได้หอบหิ้วกวางตัวหนึ่งเอาไว้บนบ่าขณะเดินลัดเลาะมาจนถึงกระท่อมรกร้างซึ่งมีบุคคลหนึ่งรอคอยพระองค์อยู่ ทรงวางกวางลงบนแคร่เก่าที่มั่นคงแข็งแรงแล้วเปิดประตูกระท่อมเข้าไปนั่งดื่มสุราที่ผู้มาถึงก่อนได้รินให้

“ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์กับข้า” ราชันไพรสัณฑ์รับสั่งเบาๆ อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

“หลังจากธรรม์ได้ข่าวว่าพระมเหสีโสมประทับอยู่ที่พระตำหนักสุริยันกับราชันไพรสัณฑ์ เขาว้าวุ่นใจมากจนกระทั่งตอนนี้คงทนต่อไปไม่ไหว ข้าสืบพบว่าเขาเคลื่อนไหวโดยไม่รอฟังมติของผู้ร่วมขบวนการก่อกบฏ” ชายผู้มาถึงก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “มีการเกณฑ์กำลังพลเพื่อจะกระจายกำลังไปวางยาพิษสาปจันทราในโอ่งน้ำดื่มของทุกครัวเรือนในคืน

นี้ หากพวกเขากระทำการได้สำเร็จเกรงว่าครั้งนี้ชาวเมืองจะถูกจับเป็นตัวประกันแน่ ส่วนยาถอนพิษก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ไม่รู้ว่าหากโดนพิษเข้าไปจริงๆ พิษจะออกฤทธิ์นานแค่ไหน”

“ยาพิษสาปจันทราออกฤทธิ์ตกค้างในร่างกายแต่ร่างกายสามารถขับพิษออกมาได้ทางเหงื่อและการขับถ่าย” รับสั่งบอกช้าๆ จากประสบการณ์ที่ได้เยียวยาโสม “ในเมื่อธรรม์ทนรอต่อไปไม่ไหว เราก็คงต้องลงมือกันคืนนี้”

“นี่คือรายชื่อพวกกบฏทั้งหมด” ม้วนกระดาษถูกยื่นส่งให้ราชันรับไป “ท่านจะให้ข้าทำอะไรอีก”

“ไม่ต้องทำอะไร” ราชันหนุ่มเปิดม้วนกระดาษอ่านรายชื่ออย่างคร่าวๆ แล้วม้วนเก็บ “ธรรม์คงไม่ละเว้นใครแม้สักคนเดียวเพราะฉะนั้น ข้าคิดว่าแม้แต่เรือนของท่านเองก็อาจถูกวางยาพิษไปด้วย”

“ข้ารู้ว่าเพื่อเป้าหมายแล้วเขาจะไม่เห็นแก่ใครทั้งนั้น แล้วอย่างนี้… ท่านจะปล่อยให้ธรรม์ได้วางยาพิษทุกคนในเมืองจริงๆ หรือ”

“ถ้าเขาคิดจะทำก็ให้เขาทำไป ข้าจะสร้างฝนเลือดแล้วประกาศให้ชาวเมืองงดดื่มน้ำเพื่อเลี่ยงอาถรรพ์ ผู้ไม่รู้ย่อมกลัวและทำตาม แต่หากใครไม่เชื่อข้าก็ถือเป็นเวรกรรมเก่าของคนนั้นไปเพราะข้าไม่สามารถช่วยคนทั้ง แผ่นดินได้ทุกคน”

“ตัดสินใจได้เด็ดขาดดี”

“ขอบใจที่ชม”

“ข้าคิดว่าในหมู่ผู้ติดตามของธรรม์มีคนที่ไม่ชอบมาพากลอยู่คนหนึ่ง ไม่ทราบท่านรู้หรือไม่ว่าเขาเป็นใคร”

“ก็แค่คนทรยศ”

“ที่ท่านปล่อยให้เข้าไปแทรกซึมในหมู่ศัตรูใช่หรือไม่ การที่ท่านไม่อนาทรร้อนใจสักเท่าไรก็เป็นเพราะท่านเชื่อมั่นในความสามารถของคนผู้นั้นว่าได้ตระเตรียมการบางอย่างที่รองรับแผนการของท่านไว้เรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่าคนผู้นั้น ต้องเป็นคนที่รู้ใจของท่านมากที่สุดซึ่งเมื่อคิดทบทวนแล้วก็เห็นว่าจะมีแต่ราชองครักษ์หิรัญเท่านั้น”

“การรู้มากเกินไปบางครั้ง ก็นำภัยไปสู่ตัวเอง” ทรงปรามเบาๆ

“ข้าคงไม่สามารถพบภัยใดที่อันตรายมากไปกว่าการได้พบท่านอีกแล้ว” คำตอบนี้ทำให้ราชันหนุ่มแย้มพระสรวลออกมา “หากธรรม์รู้ว่าแผนการของเขาล้มเหลวคงจะคลุ้มคลั่งและทำการอย่างที่เราคาดไม่ถึง ท่านมีแผนรองรับแล้วหรือ”

“ด้วยฝีมือของคนผู้นั้นแล้วข้าคิดว่าไม่ต้องมีแผนซับซ้อนก็สามารถจับตัวพวกเขาทั้งหมดได้ ที่ต้องเปลืองเวลาจัดการอยู่บ้างเห็นจะมีแต่พวกกบฏ”

“ท่านจะสังหารล้างตระกูลเหมือนเช่นที่กองกำลังทหารเสือเคยทำมาแล้วหรือ”

“ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว หากปล่อยให้มีชีวิตเหลือรอดแม้แต่คนเดียวอาจจะเป็นหอกข้างแคร่ที่จะสร้างปัญหาให้กณวรรธน์นครในภายภาคหน้า แต่ข้าจะให้โอกาสผู้ที่กลับตัวกลับใจได้มีชีวิตรอดต่อไป”

“ท่านจะรู้ได้ยังไงว่าใครกลับตัวกลับใจจริงหรือใครแกล้ง”

“เนื่องจากโสมได้ฝึกทหารภูตให้ทำงานร่วมกับทหารเสือได้สำเร็จแล้ว ข้าก็จะใช้กองกำลังผสมกองนี้ปฏิบัติภารกิจโดยพร้อมเพรียงกัน ท่านอาจไม่เคยรู้ว่าคุณสมบัติพิเศษของทหารเสือคือการหยั่งจิต พวกเขาจะรู้ทันทีว่าใครสะอาดหรือสกปรก ดังนั้น ทหารภูตจะทำหน้าที่สังหารผู้ที่ถือดาบต่อสู้ ส่วนทหารเสือจะหยั่งจิตก่อนสังหารเพื่อลดจำนวนความสูญเสีย”

“กองกำลังผสมระหว่างทหารภูตกับทหารเสืออย่างนั้นหรือ เสือสมิงเหล่านั้นดุร้ายและกระหายเลือดด้วยสัญชาติญาณ เท่าที่ข้าทราบมามีเพียงท่านและพระนางเท่านั้นที่มีบารมีพอจะควบคุมและทำงานร่วมกับพวกเขาได้ แต่เหล่าทหารภูตนั้น … ไม่คาดคิดมาก่อนจริงๆ พระนางทำได้อย่างไรกัน”

“อ้อ… เล่นซ่อนแอบน่ะ” ทรงพระสรวลเบาๆ เพราะสีหน้าของคนฟังน่าตลกขบขันนัก “ท่านได้ยินไม่ผิด นางให้ทหารภูตและทหารเสือเล่นซ่อนแอบกัน เล่นกันไปเล่นกันมาก็กลายเป็นว่าเข้าพวกกันได้ อาจเป็นเพราะนางเล็งเห็นว่าเสือสมิงพวกนั้น เป็นมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นและชอบเล่นสนุกจึงได้คิดกุศโลบายนี้ขึ้นมา”

ราชันไพรสัณฑ์รินสุราขึ้น ดื่มก่อนจะรินให้อีกฝ่ายบ้าง

“ครั้งก่อนนางคิดกุศโลบายอย่างหนึ่งให้ข้าชม โดยสมมติให้ทหารภูตและทหารเสือเป็นคนเมืองเดียวกันที่เอาแต่รบกันเองโดยไม่ระวังคนภายนอก ดังนั้นข้าจึงได้คิดวางแผนสำรองเอาไว้ด้วยการเรียกให้ทหารภูตและเหล่าอาจารย์ทหารทั้งกองทัพซุ่มระวังภัยกันอยู่นอกเมืองเพื่อป้องกันคนนอกฉวยโอกาสและเป็นกองหนุนในกรณีมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในเมือง”

“พระนาง… เป็นนางคู่บารมีของท่านจริงๆ หากทรงพระครรภ์เมื่อใด กณวรรธน์นครคงมีบุญมีวาสนาได้พระโอรสหรือพระธิดาที่ชาญฉลาดเป็นแน่”

“ตอนนี้… นางกำลังตั้งครรภ์ แต่ข้าปิดเป็นความลับเอาไว้เพราะเกรงว่าในสถานการณ์เช่นนี้จะเกิดอันตรายต่อนางได้”

“ประเสริฐ!”

“จงเก็บเป็นความลับ” ราชันหนุ่มรับสั่งเบาๆ เห็นอีกฝ่ายตัวแข็งไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะกลับเป็นปกติ

“ข้าย่อมต้องเก็บเป็นความลับอยู่แล้ว”

หลังจากนั้น ความเงียบก็โรยตัวลงมาอย่างช้าๆ ทั้งสองนั่งร่ำสุรากันโดยไม่พูดจาแต่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มบิดเขม็งเกลียวขึ้น จนทำให้ทั้งสองต่างอึดอัดใจ

“ที่แล้วมาข้าเคยทำผิดกับท่าน ซึ่งเมื่อข้าผ่านประสบการณ์ชีวิตมากมายแล้วย้อนกลับไปมองอดีตในวันนั้น ก็ยังนึกเสียใจอยู่ทุกวันนี้”

ราชันไพรสัณฑ์ชะงักไปชนิดที่หากไม่สังเกตก็จะไม่มีทางเห็น

“ข้าหวังว่าจะได้มีโอกาสชดเชยความผิดในอดีต ดังนั้นข้าจึงยอมเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตเพื่อทำงานนี้ให้แก่ท่าน ข้ารู้ว่าท่านอาจจะยังไม่

สามารถยอมรับข้าได้อย่างหมดใจ แต่… ข้ายืนกรานว่าทุกสิ่งที่ข้าทำล้วนมีเพียงเจตนาดีต่อกณวรรธน์นครและต่อท่านทั้ง สิ้น”

“ข้ารู้” รับสั่งตอบแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ

“ท่านจะอโหสิกรรมให้ข้าได้หรือไม่”

ราชันไพรสัณฑ์ทอดพระเนตรมองชายตรงหน้าอย่างลึกล้ำ พระองค์เองก็ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากขึ้น เช่นกัน ดังนั้นเมื่อได้มีโอกาสมองอดีตจึงเห็นว่าอดีตไม่สามารถย้อนไปแก้ไขได้ แต่เราสามารถแก้ไขปัจจุบันให้ดียิ่งกว่าอดีตและการให้โอกาสคนที่มีคุณค่าคู่ควรก็มีแต่จะทำให้เกิดสิ่งดีงาม เมื่อคิดได้ดังนั้น พระหัตถ์ก็ใหญ่ขยับอย่างลังเลเพียง

ชั่วครู่ก่อนที่จะเอื้อมไปบีบมืออันสั่นระริกด้วยความปลาบปลื้มใจของชายตรงหน้า

“ข้าอโหสิกรรมให้ท่านทั้งหมด พี่กรวิก”

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

Short Twist
Madam See author's posts Facebook iconFacebookTwit … <p class="link-more"><a href="https://readfree.in/short-twist/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> "Short Twist"</span></a></p>
Kill
Madam See author's posts Facebook iconFacebookTwit … <p class="link-more"><a href="https://readfree.in/kill/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> "Kill"</span></a></p>
EATER
EATER อีทเตอร์ มัน…มาจากต่างดาว มัน…ไม่มีร่ … <p class="link-more"><a href="https://readfree.in/eater/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> "EATER"</span></a></p>
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: