พลิกปฐพี 711

ตอนที่ 711

ได้ยินว่าที่นั่นมีอะไรแปลกประหลาด

“เหตุใดพวกเจ้าจึงอยู่ด้วยกันได้” มู่ชิงเกอเอ่ยอย่างหยอกเย้า

ถงเถิงยิ้มแหยๆ ชั่วขณะนั้นก็ไม่ทราบว่าจะอธิบายกับมู่ชิงเกออย่างไรดี

ซูหมิงวิ่งมาถึงจึงเห็นชัดว่าคนที่ยืนอยู่กับถงเถิงเป็นคนคุ้นเคย เป็น ‘น้องชาย’ ที่นางเคยรับรองเลยชะงักไป

“เป็นเจ้าเอง!” ซูหมิงพูดอย่างประหลาดใจ

มู่ชิงเกอยิ้มให้นางแล้วหยอกเย้าว่า”พี่สาวสบายดีไหม ข้าผ่านเทียนหยาจวีอุตส่าห์ไปหาที่หอเซียนสวรรค์ ปรากฎว่าพี่สาวจากไปแล้ว”

ได้ยินมู่ชิงเกอเรียกพี่สาวไปหลายคำ ซูหมิงจึงหายเคอะเขิน

นางยกมือขึ้นเก็บผมที่ข้างใบหูเอ่ยอย่างเกรงใจว่า “ข้ามีธุระอยู่เทียนหยาจวีไม่ได้จึงต้องปิดไว้ชั่วคราว ให้พวกพี่น้องได้อาศัยช่วงเวลานี้กลับบ้านกัน”

“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง” มู่ชิงเกอพยักหน้ายิ้ม

เกี่ยวกับซูหมิง นางเพียงมีความรู้สึกที่ไม่เลว มิตรภาพระหว่างทั้งสองนั้นไม่ถึงขั้นเทียบเท่ากับซีเซียนเสวี่ย ดังนั้นจึงทักทายปราศรัยกันเพียงธรรมดา ข้อสงสัยก่อนหน้านี้นางก็ได้ถามแล้ว ซูหมิงก็ตอบผ่านๆ ไป คนฉลาดเช่นนางย่อมไม่ถามต่อ

“ลูกพี่ เหตุใดพวกท่านกลับมาทางนี้เล่า” ถงเถิงถามอีก

“ทางผ่านน่ะ” มู่ชิงเกอตอบง่ายๆ

“ที่แท้แค่ทางผ่าน ข้ายังนึกว่าท่านรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่จึงตั้งใจมาเสียอีก” ถงเถิงพูดงึมงำทอดถอนใจด้วยท่าทีทีเล่นทีจริง

มู่ชิงเกอพูดขำๆ ว่า “แผ่นดินเทพตะวันออกกว้างใหญ่ไพศาล เจ้าก็ออกไปฝึกหาประสบการณ์เสียนาน วันนี้เจอกันที่นี่ได้ แสดงว่าข้ากับเจ้าลิขิตไว้แล้วว่าต้องได้พบกัน”

ถงเถิงได้ยินแล้วก็ยิ้มเต็มหน้า

เขาเชิญชวนทุกคนว่า “ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยกันแล้ว ข้าพาพวกท่านไปพักผ่อนก่อน ถึงแม้ข้าเป็นคนนอกถิ่น แต่ก็อยู่ที่นี่มาครึ่งเดือนแล้ว ในเมืองมนุษย์ธรรมดานี้ข้าคุ้นเคยอย่างมาก ที่พวกเราอยู่เวลานี้ยังมีห้องว่างอยู่อีกหลายห้อง”

“แค่กๆ” ซูหมิงอยู่ข้างหลังถงเถิง แกล้งกระแอมไอออกมา ราวกับจะเตือนอะไรบางอย่าง

ถงเถิงมองนางแล้วบอกนางว่า “นี่คือลูกพี่ข้า นี่เป็นศิษย์พี่ของข้า ข้าเชื่อพวกเขา”

พอเขาอธิบายแล้วซูหมิงหน้าบึ้งในทันที ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

แต่พวกมู่ชิงเกอกลับฟังออกถึงสิ่งแปลกประหลาดบางอย่างจากคำพูดของเขาทั้งสองคน

มู่ชิงเกอมองไปที่ถงเถิงแล้วถามว่า “มีอะไรไม่สะดวกไหม”

ถงเถิงกลับแย่งซูหมิงตอบก่อนว่า “ไม่มี ไม่มีเด็ดขาด สำหรับลูกพี่ ไม่มีอะไรไม่สะดวก”

ซูหมิงทำได้แค่กระทืบเท้ามองค้อนถงเถิง อย่างจนปัญญาแล้วหันเดินกลับไป ไม่สนใจเขาอีก พวกที่ยืนอยู่เบื้องหน้านางล้วนเป็นมนุษย์เทพที่ร้ายกาจมาก

มู่ชิงเกอมองเงาหลังของซูหมิงแล้วมองถงเถิง

ถงเถิงทำตาปริบๆ ยิ้มให้มู่ชิงเกอ “ลูกพี่ พวกเราไปเถอะ”

แววตามู่ชิงเกอสั่นไหวเล็กน้อยแล้วพยักหน้า

คนทั้งหมดตามถงเถิงเข้าไปในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ซูหมิงที่เดินไปก่อนยังคงอยู่ในสายตาพวกเขา เพียงแต่พอรู้ว่าพวกเขาตามมาแล้วนางก็เร่งฝีเท้าเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

ท่าทางเร่งรีบเช่นนั้นราวกับจะต้องรีบกลับไปก่อนเพื่อจัดแจงอะไรให้เรียบร้อย

มู่ชิงเกอเห็นอาการเร่งรีบของนางแล้ว นัยน์ตาก็ผุดแววสงสัย

“ถงเถิง เจ้าเจอซูหมิงเมื่อไร” มู่ชิงเกอถาม

ถงเถิงไม่ได้คิดมาก ตอบทันทีว่า “ข้าฝึกซ้อม หาประสบการณ์อยู่พักหนึ่งแล้วก็นึกอยากกลับไปเยี่ยมเยียนเทียนหยาจวี ถือโอกาสเอาสุราติดมือมาด้วย แต่ยังไปไม่ถึงเทียนหยาจวีก็เจอพวกซูหมิงรู้ว่าพวกนางจะไปดินแดนฮ่วนเยวี่ย ข้าจึงคิดจะคุ้มกันพวกนางไป”

“พวกนาง?” แววตามู่ชิงเกอเปล่งประกายแวบหนึ่ง ฟังออกถึงเงื่อนงำบางอย่าง ทั้งยังเงื่อนงำที่สองยังบอกว่าพวกซูหมิงจะไปดินแดนฮ่วนเยวี่ยอีกด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้เหตุใดพอเห็นลูกศิษย์ฮ่วนเยวี่ย กระทั้งราชาเทวะน้อย ท่าทางนางจึงได้ประหลาดเช่นนี้

“ใช่แล้ว ที่ติดตามอยู่ข้างๆ นางยังมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง” ถงเถิงบอกโดยไม่คิดมาก “ท่าทางน่ารัก ละเอียดอ่อน แต่แววตาเย็นชาไปเสียหน่อย ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดา ดูซูหมิงเคารพนางมาก”

“ชิงเกอ” ได้ยินที่ถงเถิงบรรยายแล้ว เหยาชิงไห่ก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

มู่ชิงเกอมองเขา อ่านคำตอบได้จากแววตาเขา นางพยักหน้านิดๆ ให้เขาสงบสติอารมณ์

ถูกต้อง คำบรรยายของถงเถิงทำให้ความคิดแรกของมู่ชิงเกอและเหยาชิงไห่นึกขึ้นว่าเด็กผู้หญิงที่ติดตามซูหมิงขึ้นมาก็คือเหลียนเฉียวที่แอบหนีมายังแผ่นดินเทพมาร

เพียงแต่ที่มู่ชิงเกอสงสัยก็คือ ซูหมิงเคยบอกว่าจะไม่ปิดเทียนหยาจวี จะสืบต่อฝีมือการผลิตสุราของบรรพบุรุษ ผลิตสุราให้มากๆ

เหตุใดพอเหลียนเฉียวปรากฎตัว นางก็เปลี่ยนความตั้งใจได้ง่ายๆ

ยังมีอีก หากเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นเหลียนเฉียว แล้วจุดประสงค์ที่พวกนางไปดินแดนฮ่วนเยวี่ยนั้นเพื่ออะไร

‘หรือว่าจะไปหาข้า’ มู่ชิงเกอถามตัวเองในใจ

เพียงแต่ คำตอบทั้งหมดนี้คงจะต้องรอให้พบเหลียนเฉียว แน่ใจว่าเป็นนางแล้วจึงจะรู้ได้

ด้านหน้า มีทางเลี้ยวหนึ่ง เงาหลังของซูหมิงเลี้ยวไปแล้วก็หายไปจากสายตาทุกคน พวกมู่ชิงเกอตามติดไปด้วยการนำทางของถงเถิง เพียงแต่ก่อนถึงทางเลี้ยวมีโรงนํ้าชาอยู่แห่งหนึ่ง แว่วเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ทำให้มู่ชิงเกอสนใจลอยมา

“พวกเจ้าได้ยินไหม ได้ยินว่าที่นั่นมีอะไรแปลกประหลาดอีกแล้ว”

“อะไรแปลกประหลาดหรือ”

“มีคนหายตัวไปไม่น้อย อีกทั้งที่นั่นก็ร้อนจัดยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ที่นั่นมักมีอะไรประหลาดเสมอ ตั้งแต่โบราณกาลก็ปรากฎของวิเศษมาแล้วไม่น้อย เวลานี้ก็มีเหตุการณ์ประหลาดอีก ใช่จะมีของวิเศษอะไรปรากฎขึ้นอีกไหม”

“ใช่แล้ว ที่นั่นมักเป็นที่ผจญภัยหาของวิเศษกัน ครั้งนี้ถึงแม้มีคนหายไปไม่น้อย แต่ก็ยังมีคนไม่น้อยวิ่งไปที่นั่น ต่างคิดจะไปเผชิญโชค ดูว่าจะได้ของวิเศษไหม”

“เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”

“คงบุ่มบ่ามไม่ได้ ถึงแม้พวกเราจะเป็นมนุษย์เทพ แต่ก็ไร้ความหวังในหลักธรรมใหญ่แล้ว หากสิ้นชีพเพราะของวิเศษที่ใช้การไม่ได้จะยิ่งได้ไม่คุ้มเสียหรือ”

“เช่นนี้ก็จริง แต่หากมีโชควาสนาได้ของวิเศษเปลี่ยนแปลงพรสวรรค์ได้ ไม่แน่ว่าพวกเราก็อาจจะมีหวังในหลักธรรมใหญ่ก็ได้นะ”

“ซี้ด! ขอคิดก่อน คิดก่อน…”

มู่ชิงเกอมองถงเถิง เห็นเขาทำหน้าไม่เข้าใจ พอมองไปทางหลีเฉากับจวงซานกลับพบว่าพวกเขานิ่งเฉยมาก

“ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่อะไรหรือ” มู่ชิงเกอถามอย่างอยากรู้

จวงซานยิ้ม “ในแผ่นดินเทพตะวันออกมีสถานที่ประหลาดแห่งหนึ่ง ไม่มีชื่อ แต่มักมีของวิเศษปรากฎขึ้น นานไปก็กลายเป็นสถานที่หาของวิเศษในแผ่นดินเทพตะวันออก ฟังจากที่กลุ่มคนพวกนี้พูด แสดงว่าที่นั้นคงจะมีของวิเศษจะปรากฎอีกแล้ว”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น