ลำนำบุปผาพิษ 502

บทที่ 502

กับดัก 2

หากยันต์บันทึกเสียงนี้ ตกไปอยู่ในมืออาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเขา พวกเขาแทบจะมองเห็นชะตากรรมในอนาคตได้ทันที

“เจ้าคิดจะทำอะไรกัน?” จุดอ่อนถูกผู้อื่นกำไว้ในมือ สองคนนั้นทำได้เพียงยอมสยบ

กู้ซีจิ่วถอนหายใจเบาๆ “ทุกคนอยู่ที่นี่ล้วนไม่ง่ายดาย เหตุใดต้องสร้างความลำบากให้แก่กันด้วยเล่า? ข้าอยู่ที่นี่โดดเดียวไร้ที่พึง แม้แต่สมุนสักคนก็ไม่มี ง่ายต่อการถูกผู้อื่นข่มเหงยิ่งนัก…”

สองคนนั้นเข้าใจในทันที หลังจากเจรจาว่าความกันไปยกหนึ่ง ทำการต่อรองกันแล้ว สองคนนั้นได้รับปากว่าต่อไปนี้ตราบเท่าที่ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฏของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์จะเชื่อฟังคำสั่งเธอ คอยช่วยเหลือเธอ

พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องเป็นสายให้เธอ เป็นสมุนของเธอ…

กู้ซีจิ่วอยู่ที่นี่โดดเดียวไร้ที่พึ่ง ฝีมือไม่อาจพัฒนาขึ้นมาได้ในระยะเวลาสั้นๆ ถ้าคิดจะปักหลักที่นี่ จำเป็นจะต้องดึงคนจำนวนหนึ่งมาไว้ข้างกาย คอยออกหน้าแทนเธอในเวลาที่เหมาะ และมิใช่เอาแต่วางท่าอย่างเดียว…

จะวางท่าก็ต้องมีต้นทุน!

ฝีมือไม่แกร่งเท่าผู้อื่น แถมยังไม่มีสายสัมพันธ์ ทำวางท่ามิใช่การรนหาที่ตายหรอกหรือ?

สองคนนั้นจากไปแล้ว

กู้ซีจิ่วพลันโล่งอก โชคดีที่เธอมองการณ์ไกลเตรียมการไว้ล่วงหน้า มิเช่นนั้นคืนนี้เธอคงทำได้เพียงนอนตากฝนอยู่บนกองหินอย่างห่อเหี่ยว!

เธอกลิ้งไปมาบนเตียง ซุกศีรษะลงบนหมอนอันอบอุ่น ความรู้สึกที่มีเตียงให้นอนนี่มันดีจริงๆ!

ด้านนอกสายฝนยังคงหลั่งไหลลงมาปานฟ้ารั่ว

สองคนนั้นเหินทะยานท่ามกลางสายฝน เตรียมจะไปรายงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษาตน ตามบทบาทที่กู้ซีจิ่วเสี้ยมสอนมา

จู่ๆ เบื้องหน้าก็มีเงาสีขาวแวบขึ้นมา คนชุดขาวผู้หนึ่งปรากฎตัวขึ้นดั่งภูตผี ขวางทางคนทั้งสองไว้…

ทั้งสองคนตื่นตระหนก ร่างกายหยุดชะงัก “ท่านคือผู้ใด?”

คนชุดขาวผู้นั้นไม่เพียงแต่สวมชุดสีขาวเท่านั้น แม้กระทั่งศีรษะก็ยังสวมหมวกม่านสีขาวใบหนึ่งไว้ ขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า อย่าว่าแต่หน้าเลย แม้แต่เส้นผมก็ยังไม่โผล่ออกมาด้วยซ้ำ ดูราวกับยมทูตขาวแห่งปรโลกก็มิปาน!

เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าสายฝนสาดเทหนักหน่วง แต่กลับไม่สัมผัสต้องตัวคนผู้นั้นเลยสักหยด สายฝนเหนือศีรษะเขาแหวกแยกออกกลางอากาศด้วยตัวเอง ราวกับมีโล่กำบังฝน

พบเจอบุคคลเช่นนี้ในคืนฝนพรำ หัวใจของสองคนนี้เต้นกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมาแล้ว!

“เจ้าเป็นใครกันแน่?”

“คิดจะทำอะไร?!”

นี่คือคำพูดสุดท้ายของคนทั้งสอง เนื่องจากวินาทีถัดมาคนผู้นั้นได้ ‘ลอย’ เข้ามา ฝ่ามือมีลำแสงสีแดงฉานแวบขึ้นมา…

…………………………

ถู้ซีจิ่วถูกเสียงดังเอะอะทำให้สะดุ้งตื่น

เธอเพิ่งจะลุกขึ้นนั่ง ก็ได้ยินเสียงทุบประตูจากด้านนอก ดุจพายุฝนโหมกระหน่ำ

เธอขมวดคิ้วนิดๆ สังหรณ์ณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที เมื่อเปิดประตูออก…

ลางสังหรณ์ณ์ของเธอได้รับการยืนยันแล้ว

ศิษย์ของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ทั้งสองคนเมื่อคืนตายเสียแล้ว ซ้ำยังตายอยู่ไม่ไกลจากกระท่อมน้อยของเธอด้วย ตายอนาถยิ่ง ถูกหั่นเป็นสองท่อนทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่…

ยามเช้าตรู่วันนี้มีผู้ที่เดินผ่านสถานที่แห่งนี้พบเห็นศพสองคนนั้นเข้า ตกใจอย่างยิ่ง รีบไปรายงานต่อเบื้องบน ไม่นานนักทั่วทั้งสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ก็ทราบกันถ้วนหน้า

กู่ฉานโม่พิโรธนัก พาผู้ชันสูตรศพในสำนักศึกษามาตรวจสอบศพด้วยตัวเอง จากนั้นก็พบว่าสองคนนี้ตายด้วยวิธีพิเศษ มิใช่บาดแผลที่ได้รับจากคมดาบ แต่ดูเหมือนจจะถูกอะไรที่คล้ายกับฝาหอยสองคมหนีบจนตาย…

นี่เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ง่ายมาก เนื่องจากในสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์มีเพียงกู้ซีจิ่วคนเดียวที่เลี้ยงหอยยักษ์ตัวหนึ่งไว้ เจ้าหอ ยักษ์ตัวนี้สามารถหนีบคนได้ กินคนได้…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!