ลำนำบุปผาพิษ 503

บทที่ 503

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ 1

ด้วยเหตุนี้กู่ฉานโม่จึงส่งคนท่าทางดุดันมาที่กระท่อมน้อยของกู้ซีจิ่วเพื่อจับตัวคน…แน่นอนสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจับตัวเจ้าหอยตัวต้นเหตุนั้น

ทันทีที่กู้ซีจิ่วเปิดประตูออกก็ถูกหน่วยลงทัณฑ์ของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ 4 คนที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีพาตัวไป

สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์เป็นแหล่งเสือหมอบมังกรซุ่ม มียอดฝีมือมากมายดั่งภิกษุกวาดลานวัดเส้าหลินใน ‘แปดเทพอสูรมังกรฟ้า’

คนเหล่านี้ไม่ต้องการลาภยศสรรเสริญ หลงใหลในศิลปะวรยุทธ์เท่านั้น ไม่ชมชอบชื่อเสียง ไม่คิดจะฝากชื่อก้องยุทธภพ ถึงแม้จะไม่โด่งดังทว่าฝีมือกลับล้นเหลือจริงๆ

สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ก่อตั้งขึ้นในนามของท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ ย่อมรวบรวมทรัพย์ากรที่ดีที่สุดไว้ และมอบให้วีรบุรุษเหล่านี้ใช้ต่อสู้ ดังนั้นพากเขาจึงรั้งอยู่ในสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์บ้างก็เป็น อาจารย์อบรมสั่งสอนเฉพาะทาง บ้างก็เป็นผู้ชันสูตร บ้างก็เป็นหน่วยลงทัณฑ์ที่เชี่ยวชาญคุมตัวคนมาลงโทษ

เมื่อหน่วยลงทัณฑ์เหล่านี้ลงมือ ต่อให้เป็นหลงซือเย่ก็ยังไม่แน่ว่าจะหนีรอดไปได้ นับประสาอะไรกับกู้ซีจิ่วในยามนี้เล่า?

เธอถึงขั้นที่ว่ายังไม่ทันได้ต่อต้าน ก็ถูกกดลงกับพื้นแล้ว…

ส่วนเจ้าหอยยักษ์และเพรียกวายุ พอเห็นท่าไม่ดี ก็รีบพุ่งเข้ามาคิดจะช่วยเหลือผู้เป็นนาย แต่ได้ไม่เกิน 5 กระบวนท่า ก็ถูกรวบตัวได้…

แม้แต่เจ้าลู่อู๋ตัวนั้นแค่กำลังจะพองขนก็ถูกจับยัดเข้าไปในกรงขังสำหรับสัตว์วิญญาณโดยเฉพาะแล้ว

เมื่อถึงยามนี้เจ้าหอยยักษ์ถึงได้เข้าใจความกังวลในตอนต้นของกู้ซีจิ่ว ที่นี่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคนโดยแท้

ฝีมือของมันประมือกับผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นหกขั้นเจ็ดยังพอไหว แต่สำหรับผู้ที่พลังวิญญาณบรรลุขั้นแปดขึ้นไปเช่นนี้ หากเบื้องหน้าเป็นผู้ที่บรรลุขั้นเก้า มันคงไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้านเลย หากว่ามีคนต้องการจับมันไปตุ๋นนํ้าแกง มันก็คงทำอะไรไม่ได้

มีผู้ชันสูตรศพโดยเฉพาะทำการตรวจสอบฝาหอยทั้งสองของเจ้าหอยยักษ์อย่างรวดเร็ว เก็บเส้นขนและเนื้อเยื่อผิวหนึ่งของผู้ตายทั้งสองได้จากบนฝาหอย…

ครั้งนี้นอกจากคนของหน่วยลงทัณฑ์แล้วยังมีศิษย์หญิงอีกนางหนึ่ง นางตรวจค้นร่างกายกู้ซีจิ่วอย่างละเอียด

ข้าวของที่อย่ในถุงเก็บของเธอถูกเขย่าออกมาจนหมด รวมถึงยันต์บันทึกเสียงที่กู้ซีจิ่วบันทึกเสียงเอาไว้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ อาวุธสังหารและเหตุจูงใจในการสังหารล้วนมีอยู่หมดแล้ว

หลักฐานทั้งหมดไม่เป็นผลดีต่อกู้ซีจิ่วอย่างยิ่ง เมื่อเธอถูกคุมตัวไปถึงหน่วยลงทัณฑ์ ยามที่ผู้อาวุโสของหน่วยลงทัณฑ์โยนหลักฐานเหล่านี้ลงเบื้องหน้าเธอ เธอก็แทบจะแก้ตัวไม่ออกแล้ว

เธอทราบอย่างชัดเจนว่าตนหล่นลงไปในกับดักที่วางแผนไว้เป็นอย่างดี เธอเงยหน้ามองกู่ฉานโม่ที่นั่งอยู่ด้านบนสุด พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง เอ่ยถามกลับไป “อาจารย์ใหญ่กู่ ข้ายอมรับว่า เมื่อคืนสองคนนี้มาลอบโจมตีข้าจริงๆ คิดจะพังกระท่อมของข้า แต่ข้าจับได้เสียก่อน จึงให้เจ้าหอยยักษ์ดักซุ้มอยู่ด้านนอก เลยขัดขวางพวกเขาได้สำเร็จ ข้าเกรงว่าพวกเขาจะมาก่อกวนอีก ด้วยเหตุนี้จึงใช้ยันต์บันทึกเสียงบันทึกบทสนทนาที่เขาก่นด่าอาจารย์เอาไว้ ใช้ข่มขู่ คิดจะทำให้พวกเขาไม่มาสร้างความลำบากแก่ข้าในภายภาคหน้าอีก พวกเขาก็รับปากแล้ว จากนั้นข้าถึงได้ปล่อยพวกเขาไป พวกเขาไม่ได้คุกคามข้าแล้ว ถึงขั้นเป็นประโยชน์ต่อข้าด้วยซ้ำ แล้วข้าจะให้เจ้าหอยยักษ์สังหารพวกเขาไปทำไม? เห็นได้ชัดว่ามีคนต้องการให้ร้ายข้า ท่านอาจารย์ใหญ่กู่โปรดสืบสาวให้ชัดเจน ซีจิ่วเป็นผู้บริสุทธิ์”

กู่ฉานโม่ดูคล้ายชายวัยกลางคนอายุ 30 ทว่าความจริงแล้วเขาแก่กว่าหลงซือเย่มากนัก บางทีอาจจแก่กว่าตี้ฝูอีด้วยซ้ำ เป็นเพราะทั่วแผ่นดินไม่มีผู้ใดทราบอายุที่แท้จริงของเขา ราวกับว่าตั้งแต่สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์เริ่มก่อตั้ง เขาก็อยู่ที่นั่นแล้ว

คนผู้นี้ คิ้วดาบ ตาพยัคฆ์ จมูกโด่งปลายงุ้ม ดูสัตย์ซื่อตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง บางทียามเยาว์วัยเขาอาจได้รับเรื่องสะเทือนใจบางอย่าง ดังนั้นจึงเกลียดชังคนที่ใช้อานาจเส้นสายยิ่งนัก แต่เขามิได้มีอำนาจถึงเพียงนั้น ความคุมความไม่ยุติธรรมในใต้หล้าเหล่านั้นไม่ได้ แต่สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ขึ้นอยู่กับเขา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!