ลำนำบุปผาพิษ 504

บทที่ 504

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ 2

กฎของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ตั้งขึ้น แต่เขาเป็นผู้บริหารจัดการอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่สำนักชุมนุมสวรรค์ก่อตั้งขึ้นมาจนถึงวันนี้ ยังไม่เคยรับศิษย์ที่ใช้อำนาจเส้นสายเอาไว้ เลยสักคน

แต่กู้ซีจิ่ว เป็นข้อยกเว้นของข้อยกเว้นอีกที

หลักการที่เขายึดมั่นกลับถูกทำลายลงอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร

แน่นอนว่าเป็นบุคคลที่ทำให้เขาไม่พอใจที่สุดเช่นกัน กล่าวว่าเป็น ตะปูในตา เสี้ยนในเนื้อ ก็ไม่เกินเลยไป

ยามที่เขาเห็นว่าคนผู้หนึ่งขวางหูขวางตา เห็นนางทำอันใดก็ย่อมขัดตาทั้งสิ้น อยากดีดนางให้กระเด็นออกไปใจจะขาด

โดยเฉพาะการมาถึงวันแรกของนาง หลังจากศิษย์สองคนในสำนักศึกษาของตนต้องตายอย่างอนาถ ความไม่พอใจนี้ทวีขึ้นเป็นล้นพ้น!

การแก้ต่างของกู้ซีจิ่วย่อมไม่เข้าหูเขาเลย!

ผู้อาวุโสของหน่วยลงทัณฑ์ที่อยู่ด้านข้างโต้แย้งกู้ซีจิ่วทันที “กู้ซีจิ่ว เจ้ายังจะเล่นลิ้นอีก! ถ้าศิษย์สองคนนี้ไปพังกระท่อมเจ้าจริงๆ ก็เป็นพวกเขาที่ผิด ต่อให้เจ้าทุบตีพวกเขาสักยก จนบาดเจ็บสาหัสก็ยัง พอเข้าใจได้ แต่เจ้าไม่ควรสังหารพวกเขาเลย สิ้นชีพด้วยนํ้ามือเจ้าเช่นนี้ เจ้าจะให้สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์อธิบายต่อบิดามารดาของพวกเขาอย่างไร? อย่าว่าแต่เจ้าข่มขู่พวกเขาไปแล้ว อีกทั้งพวกเขายังรับปากว่าจะเชื่อฟังคำสั่งเจ้าด้วย สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ของข้าไม่มีคนขี้ขลาดเช่นนี้ โดนขู่ครั้งเดียวก็สูญเสียหลักการแล้ว! ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องไม่ตกปากรับคำเงื่อนไขของเจ้าแน่นอน เจ้าจึงพาลโมโห ส่งเจ้าหอยดุร้ายตัวนั้นไปสังหารพวกเขา!”

กู้ซีจิ่วหัวเราะหยันคราหนึ่ง “หากข้าสังหารพวกเขาจริง ข้าจะเอาศพพวกเขามาโยนไว้ใกล้ๆ กระท่อมของข้าให้พวกท่านพบทำไมเล่า?”

เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ผู้อาวุโสคนนั้นต้องกระอึกกระอักอยู่ตรงนั้น ทว่ากู่ฉานโม่กลับร้องเหอะขึ้นมา “เคยได้ยินมานานแล้วว่าเจ้ามีนิสัยกลับกลอกปลิ้นปล้อนยิ่งนัก จะรู้ได้อย่างไรว่านี่มิใช่เรื่องที่ เจ้าจงใจกระทำ? เจตนาเผยพิรุธใหญ่หลวงไว้ที่นี่เพื่อให้ตนหลุดพ้น ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ต่อให้มิใช่คำสั่งของเจ้า หอยดุร้ายตัวนั้นของเจ้าก็ดิ้นไม่หลุดแล้ว! ไม่แน่มันอาจจะกินมนุษย์จนติดเป็นนิสัย แอบออกไปสังหารพวกเขาก็ได้ใครจะรู้?”

กู้ซีจิ่วตอบกลับ “นี่ยิ่งไม่สมเหตุสมผล! หากเจ้าหอยยักษ์คิดจะกินคน จะเหลือซากศพศพครบถ้วนสมบูรณ์ไว้ให้พวกท่านบ่งชี้มันหรือ? หากเป็นมันที่ทำจริงๆ แม้แต่เส้นผมสักครึ่งเส้นมันก็ไม่เหลือ ไว้ให้พวกท่านหรอก!”

“วาจาปั้นแต่งลวงหลอก! ไม่ว่าเจ้าจะแก้ตัวอย่างไร ที่ศิษย์สองคนนั้นสิ้นชีพใต้ฝาหอยยักษ์ตัวนั้นก็เป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้! กู้ซีจิ่ว ผู้เฒ่าเช่นข้าคร้านจะต่อปากต่อคำเรื่องคดีความกับเจ้าแล้ว! จนบัดนี้เจ้าก็ยังคิดจะปัดความรับผิดชอบ ไม่มีท่าทีจะสำนึกสักนิด ผู้เฒ่าเช่นข้าผิดหวังในตัวเจ้ายิ่งนัก ใครก็ได้ เอาไปขังในคุกเพื่อรอพิจารณาคดีก่อน!”

……………………..

กำแพงเหล็กผนัทองแดง! คุกใหญ่แห่งนี้เป็นกำแพงเหล็กผนังทองแดงจริงๆ

กู้ซีจิ่วเหมือนถูกขังในห้องเหล็กหล่อก็มิปาน คงมีคนแจ้งความลับที่ว่าเธอมีวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาที่น่าพิศวง ดังนั้นเธอจึงถูกล่ามไว้บนผนังด้วยโซ่เหล็ก

โซ่เหล็กสร้างขึ้นเป็นพิเศษ บนโซ่มีลวดลายสลับซับซ้อน กล่าวกันว่าเอาไว้จองจำปีศาจ สามารถสะกดพละกำลังผู้ถูกล่ามได้ ต่อให้เป็นปีศาจใหญ่ยักษ์เมื่อถูกล่ามด้วยโซ่นี้ อยากจะวิ่งก็วิ่งไม่ออกแล้ว

โซ่เหล็กเส้นนี้สามารถจองจำปีศาจได้หรือไม่กู้ซีจิ่วก็ไม่ทราบ แต่พละกำลังของเธอถูกสะกดไว้จริงๆ

เธอถูกโซ่เหล็กชนิดนี้ล่ามแขนขาทั้งสี่ไว้ ถูกตรึงไว้บนผนังไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

อาจเป็นเพราะอยู่ในท่าที่ผิดปกติ กู้ซีจิ่วถูกล่ามไว้บนผนังครึ่งวัน แขนขาทั้งสี่ก็ปวดชาจนเหมือนไม่ใช่แขนขาของตัวเองแล้ว ซ้ำยังดิ้นไม่หลุดด้วย

เธอหลับตาลง รู้สึกค่อนข้างอ่อนล้า

เธอระวังแล้วระวังอีกอยู่ตลอด นึกไม่ถึงว่าจะหล่นลงในหลุมพรางที่ผู้อื่นวางกับดักไว้อย่างดี

ที่แท้เป็นผู้ใดกันที่ขุดหลุมดักเธอเช่นนี้?

กู่ฉานโม่หรือ?

ไม่น่าจะใช่เขา ถึงเขาจะมีความสามารถเช่นนี้อยู่จริง แต่ตาแก่คร่ำครึเช่นเขามีชื่อเสียงโด่งดัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!