ลำนำบุปผาพิษ 506

บทที่ 506

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ 4

กู้ซีจิ่วไม่มีใครให้พูดคุยด้วย จิตใจกระสับกระส่าย อดจะสอบถามหยกนภาไม่ได้

ความจริงแล้วในจิตใต้สำนึกคืออยากให้หยกนภาโต้แย้งเธอ แม้ว่าการโต้แย้งนั้นจะเต็มไปด้วยช่องโหว่ เธอก็ยังรู้สึกสบายใจ

ไม่ว่านิสัยเธอจะแกร่งกร้าวเพียงใดแต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง มีช่วงเวลาที่เปราะบางเช่นกัน

ผู้ไม่มีความปรารถนา ใจย่อมแกร่ง ยามไม่มีสิ่งใดต้องปกป้อง แม้กระทั่งชีวิตตนก็ไม่สนใจไยดี อะไรเธอก็ไม่กลัวทั้งนั้น

แต่ยามนี้ในใจเธอมีความห่วงพะวง เจ้าหอยยักษ์ตัวนั้นถึงแม้จะโง่เง่า แถมยังตะกละ แต่เธอก็ละวางไม่ลง

โดยเฉพาะทุกยามที่คิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าหอยยักษ์จะถูกฆ่าแล้วเอาเนื้อไปตุ๋น หัวใจเธอราวกับถูกไฟสุมทรวง!

หยกนภาก็ซื่อบื้อขนานแท้ ไม่เข้าใจความเปราะบางของเธอ แถมมันยังคล้อยตามด้วย ‘เจ้านาย ไม่ใช่ว่าข้าจะแข่งมันนะ ข้ารู้สึกว่ายามนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะถูกฆ่า พวกเขาไม่กล้าลงมือกับท่านจริงๆ ย่อมนำโทสะไประบายลงบนร่างเจ้าหอยยักษ์ อย่างไรเสียมันก็เป็นสัตว์ประหลาด และพวกเขาก็ต้องมอบคำอธิบายแก่ครอบครัวของผู้ตายด้วย ดังนั้นมีความเป็นไปได้แปดเก้าส่วนที่จะใช้เจ้าหอยยักษ์เป็นแพะรับบาป ท่านฝันเห็นมันร้องไห้อยู่ตลอด บางทีมันจะตายไปแล้ว ดวงวิญญาณมาหาท่านเพื่อร้องทุกข์ ท่านก็รู้ว่าความจริงเจ้านั่นถูกปรักปรำ พอตายก็กลายเป็นผีหอยอาฆาต…’

ด้วยเหตุนี้ กู้ซีจิ่วจึงย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม

ดังนั้นเธอจึงตะโกนขึ้นมาอีก…

ตะโกนจนจนกว่าลำคอจะพัง ส่งเสียงไม่ได้อีกต่อไป

พวกเขาคงไม่คิดจะปล่อยให้เธอหิวตายอยู่ที่นี่จริงๆ กระมัง?!

เงามรณะแขวนอยู่เหนือศีรษะ กู้ซีจิ่วค่อนข้างจะหวาดหวั่นอยู่บ้าง ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะได้มีชีวิตใหม่ แถมเธอยังฟันฝ่ามาเนิ่นนานถึงเพียงนี้…

จะถูกปรักปรำจนตายเช่นนี้น่ะหรือ?

เธอไม่ยอม!

แต่ไม่ยอมแล้วจะมีทางไหนอีก?

เธออยู่ที่นี่อย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ไม่มีใครช่วยเหลือเธอ…

องค์ชายหรงเช่อ วันนั้นที่เธอถูกจับกุม องค์ชายหรงเช่อเคยขอความเมตตาจากกู่ฉานโม่ให้ แต่เขาพูดได้ไม่กี่ประโยคก็ถูกกู่ฉานโม่ส่งคนมา ‘เชิญ’ ออกไป กล่าวว่านี่เป็นเรื่องของสำนักศึกษาชุมนุม สวรรค์ องค์ชายเช่นเขาไม่ควรสอดปากวุ่นวาย

เชียนหลงอวี่หรือ? เขาไม่มีสิทธิ์มีเสียงในสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์แห่งนี้…

และไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด เงาร่างตี้ฝูอีจึงแวบขึ้นมาในใจเธอ

ในใจพลันปวดแปลบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด คนผู้นี้น่าจะมีสิทธิ์มีเสียงที่นี่อยู่บ้าง หากว่าเขามาช่วยให้ตนพ้นข้อกล่าวหาได้…

ไม่ต้องถึงขั้นพ้นข้อกล่าวหา ขอเพียงมอบเวลาให้เธอสักหน่อย เธอจะอาศัยฝีมือตนควานตัวมือมืดที่อยู่เบื้องหลังออกมา แสวงหาความยุติธรรมให้ตนเอง!

แต่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาขาดสะบั้นไปนานแล้ว ต่อให้เขาทราบว่ายามนี้เธอได้รับความไม่เป็นธรรม เกรงว่าจะไม่สนใจไยดี ยิ้มอย่างไม่แยแส ไม่แน่อาจจะมองเธออย่างขบขันด้วย…

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งคาดหวังไม่ได้ คนผู้นั้นลึกลับซับซ้อน ไม่ว่าผู้ใดต้องการพบเขาล้วนยากเย็นยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ ถึงขั้นที่ว่าจวบจนวันนี้เธอก็ยังไม่เคยพบตัวเขาเลย…

อับจนหนทาง กู้ซีจิ่วปิดตาลง หัวใจสิ้นหวังขึ้นเรื่อยๆ

เธอทนทุกข์ทรมานไปอีกสองวัน จวบจนพลบค่ำของวันที่สี่ ประตูห้องขังเธอก็เปิดออก มีคนเดินเข้ามา

กู้ซีจิ่วถูกตรึงไว้บนผนังสามวันสามคืนแล้ว ทั่วร่างชาไปหมด

อีกทั้งไม่มีใครมาส่งอาหารให้เธอเลย ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่นํ้าเธอก็ไม่ได้ดื่มเลยสักอึก ผนวกกับจิตใจที่ทุกข์ทรมาน ดังนั้นยามที่ประตูห้องขังเปิดออก เธอก็อยู่ในสภาพกึ่งหมดสติแล้ว ย่อมมองเห็นคนไม่ชัดเจน…

‘ฟุ่บ!’ ‘ฟุ่บ!’ เส่ยงสายลมสองสายกวาดผ่านปลายนิ้ว โซ่เหล็กที่ผูกล่ามเธอไว้ขาดสะบั้น เธอร่วงลงมาจากผนัง

ลมสายหนึ่งห่อม้วน เธอจึงไม่ลงไปกองบนพื้น แต่ร่วงสู่อ้อมกอดของคนผู้หนึ่ง

อ้อมกอดนั้นเย็นเล็กน้อย แฝงด้วยกลิ่นหอมที่เจือจางยิ่ง แถมยังให้ความรู้สึกคุ้นเคยรางๆ แต่กลับนึกไม่ออกชั่วขณะว่าเคยได้กลิ่นจากที่ใด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!