ลำนำบุปผาพิษ 507

บทที่ 507

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ 5

เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญแล้ว ที่สำคัญคือในที่สุดก็มีคนเข้ามาแล้ว!

กู้ซีจิ่วต้องการคว้าจับคนผู้นี้ไว้ แต่มือเท้าชาจี๊ดๆ คล้ายถูกเข็มทิ่มแทง เหมือนไม่ใช่มือเท้าของตนแล้ว ไม่สามารถควบคุมให้พวกมันเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ เธอร้อนรนยิ่งนัก เกรงว่าคนผู้นั้นจะหนีไปอีก ทิ้งเธอไว้ที่นี่โดยไม่แยแสอีก ดังนั้นเธอจึงอดทนต่อความรู้สึกไม่สบายที่ลำคอ เอ่ยอย่างร้อนรน “เจ้า…เจ้ามานำตัวข้าไปไต่สวนใช่ไหม? บอกกู่ฉานโม่ ข้าไม่ต้องการเป็นศิษย์ของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์แล้ว ไม่เป็นแล้ว! ให้ข้าลงนามรับสารภาพก็ได้! อย่าทำร้ายเจ้าหอยยักษ์ ข้าจะพามันไป! มันไม่ได้ฆ่าคน ให้เวลาข้าสักครึ่งเดือน ข้าสามารถสืบหาตัวการที่แท้จริงออกมาได้…”

เธอเกรงว่าถ้าตนหมดสติไปแล้วจะไม่ทันกาล ดังนั้นจึงกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ออกมาปานถั่วระเบิด คอแหบแห้งเหมือนทรายในหม้อเหล็ก

นิ้วที่เป็นตะคริวของเธอหมายจะจับแขนเสื้อคนผู้นี้ ทว่าจับไว้ไม่อยู่ หน้าผากมีหยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมออกมา

“อย่าขยับ” ในที่สุดคนพูดนั้นก็เปิดปากเอ่ย น้ำเสียงเยือกเย็นดั่งธารน้ำใสกระจ่างท่ามกลางขุนเขา “วางใจเถอะ เปิ่นจุน[1]จะทวงความยุติธรรมให้เจ้าเอง”

เปิ่นจุน?

ในที่สุดสมองที่สับสนมึนงงของกู้ซีจิ่วก็จับประเด็นได้แล้ว เธอพยายามจะเบิกตากว้าง แต่เบื้องหน้าพร่าเลือนยิ่งนัก เธอมองเห็นเพียงสีขาวพิสุทธิ์ดุจหิมะ…

“ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ ให้ข้าน้อยอุ้มแม่นางกู้ไหมขอรับ?” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้าง

แขนคู่นั้นที่อุ้มเธออยู่กลับไม่คลายออก น้ำเสียงเยียบเย็นนิดๆ ดังขึ้น “คนของเปิ่นจุนต้องใช้เจ้าอุ้มด้วยหรือ?”

ด้านข้างก็มีเสียงสูดลมหายใจเบาๆ แว่วขึ้น ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขึ้นมาอีก

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์?!

ดวงตากู้ซีจิ่วเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เธอหูแว่วหรือ?!

ขวดเล็กๆ ใบหนึ่งที่เย็นนิดๆ จ่อชิดริมฝีปากน้อยๆ ที่แห้งระแหงของเธอ “เด็กดี อ้าปากสิ”

กู้ซีจิ่วอ้าปากตามสัญชาตญาณ ของเหลวหวานสดชื่นสายหนึ่งไหลเข้ามาในปากเธอ หล่อเสียงลำคอที่แห้งผากของเธอให้ชุ่มชื้น ไหลลงสู่กระเพาะเธอ…

เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าเป็นเพียงนํ้าอึกหนึ่ง ทว่าเธอกลับรู้สึกเหมือนต้นกล้าในนาที่ได้รับการรดนํ้า ในที่สุดสติสัมปชัญญะก็เริ่มกลับคืนมา ในที่สุดเธอก็มองเห็นผู้ที่อุ้มเธออยู่ได้ชัดเจน

ร่างในชุดคลุมสีขาวพิสุทธิ์ ใบหน้าสวมหน้ากากหยกกระจ่าง แม้แต่ปลายคางก็ถูกบดบังไว้อย่างมิดชิด เส้นผมสีขาวราวกับไหมเงิน ดั่งหิมะบนท้องนภาโปรยปรายลงมา

เมื่อมองจากมุมมองของกู้ซีจิ่ว ก็พอจะมองเห็นดวงตาของเขาอยู่บ้าง ดวงตาคู่นั้นเป็นสีครามดังท้องทะเล ในนั้นราวกับแฝงเร้นมรสุมขนาดใหญ่ไว้ เพียงปรายตามองนิดๆ ก็ทำให้คนหวาดผวา

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์! ที่แท้นี่ก็คือท่านเทพศักดิ์สิทธิ์…

ไม่นึกเลยว่าเขาจะมาช่วยเธอ…

กู้ซีจิ่วร้สึกเหมือนตนฝันไป ลองขยับเขยื้อนดูอย่างอดไม่ได้ ถึงยามนี้ร่างกายเธอมีความรู้สึกขึ้นมานิดหน่อยแล้ว แต่ทั่วทั้งร่างยังเหน็บชาเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงอยู่ การขยับครานี้ประหนึ่งมีเข็มมากมายทิ่มแทงอยู่ในเนื้อ ทำให้เธออดจะร้องครางออกมาไม่ได้

“ชาหรือ?” ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์หลุบตามองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นฝ่ามือก็ประทับลงบนหลังของเธออย่างเงียบๆ มีพลังวิญญาณถ่ายเทเข้าสู่ร่าง ความรู้สึกเหน็บชาในร่างเธอทุเลาลงทันที

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์อุ้มเธอไว้พลางก้าวเท้าเดินออกไปด้านนอก แต่มีเหล่าผู้นำของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์หลายคนติดตามอยู่ด้านหลังเขา กู่ฉานโม่ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

สีหน้ากู่ฉานโม่ค่อนข้างซีดขาว บนหน้าผากก็มีเหงื่อผุดพราย เขามองอ้อมแขนของท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ ลมหายใจขาดห้วง กล่าวอธิบายอย่างอดไม่ได้ “ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ขอรับ เป็นนาง…นางปล่อยเจ้าหอยดุร้ายให้สังหารคน หลังจากฉานโม่จับตัวนางมาก็มิกล้าลงทัณฑ์ทรมานนาง เพียงคิดจะขังนางไว้สักสองสามวันยับยั้งความดื้อรั้นวู่วามของนางแล้วค่อยว่ากัน…ไม่นึกว่านางจะถูกคุมขังไว้เช่นนี้ เป็นฉานโม่เลินเล่อไปชั่วขณะ หลงลืมว่านางยังไม่ตัดธัญพืชทั้งห้า[2] เมื่อฉานโม่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ฉานโม่กำลังคิดจะให้คนไปส่งอาหารนํ้าท่าให้นาง นึกไม่ถึงว่าท่านเทพศักดิ์สิทธิ์จะมาแล้ว…”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!