ลำนำบุปผาพิษ 508

บทที่ 508

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ 6

เขายังอยากอธิบายต่อ ทว่าท่านเทพศักดิ์สิทธิ์กลับกวาดสายตามองแวบหนึ่ง สายตานี้เยียบเย็นดั่งหิมะ เย็นชาจนน่ากลัว ทำให้กู้ฉานโม่หนาวสะท้านอยู่ในใจ เอ่ยประโยคหลังไม่ออกแล้ว

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์มาอย่างกะทันหันยิ่งนัก! อยู่เหนือความคาดหมายของกู่ฉานโม่อย่างยิ่ง

หลังจากเขานำตัวกู้ซีจิ่วไปขังไว้ในคุกใหญ่ ก็รีบลงมือตรวจสอบสาเหตุการตายของศิษย์ทั้งสองทันที แต่ตรวจไปตรวจมา หลักฐานทั้งหมดก็ยังคงบ่งชี้ไปที่เจ้าหอยยักษ์

ถึงแม้กู่ฉานโม่จะไม่ชอบกู้ซีจิ่ว ถึงขั้นค่อนข้างเกลียดชังนางด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังไม่กล้าลงทัณฑ์ทรมานนาง

ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงส่งคนไปทรมานเจ้าหอยยักษ์ เจ้าหอยยักษ์ตัวนั้นได้รับความทุกข์ทรมานหนักหนา แต่ถึงแม้เจ้านั่นจะหวาดกลัวความเจ็บปวด ทว่ามันกลับหัวดื้อยิ่งนัก ยามถูกทรมานเจ็บปวดจนนํ้าตาหลั่งไหลเป็นสายก็ยังคงร้องโหยหวนว่าถูกปรักปรำ…

อีมเจ้านั่นยังไม่เด็ดเดี่ยวมั่นคงด้วย ลวกมันแค่ครู่เดียวมันก็ร้องดังลั่น เสียงมันแหลมบาดหู ร้องไห้เหมือนเด็กน้อยที่ตกใจกลัว ทำให้ศิษย์ที่รับหน้าที่ทรมานแข็งใจลงมือไม่ลงเป็นครั้งแรก

เปลี่ยนศิษย์ไปหลายกลุ่มแล้ว แต่การไต่สวนก็ยังไม่คืบหน้าเช่นเดิม

แผนของกู่ฉานโม่คือในเมื่อไต่สวนออกมาไม่ได้ เช่นนั้นเขาก็จะขังกู้ซีจิ่วไว้ก่อนสักสองสามวัน ให้นางค่อยๆ รับความทรมานทีละนิด ต้องข่มขวัญนางได้แน่นอน ทำให้นางรู้ว่าสำนักศึกษาชุมนุม สวรรค์มิใช่สถานที่ที่คนอย่างนางจะเข้ามาได้ จากนั้นยามที่ปล่อยตัวนางออกมาค่อยมอบทางเลือกให้นาง 2 ทาง จะเลือกพาเจ้าหอยยักษ์ไปจากสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ หรือจะเลือกให้ตัวนางอยู่ต่อ แต่เจ้าหอยยักษ์ต้องตาย…

นี่คือแผนเบื้องต้นในใจเขา และถูกนำไปใช้จริงแล้ว เมื่อเขารู้สึกว่าขังกู้ซีจิ่วไว้พอสมควรแล้ว ควรนำตัวนางออกมาไต่สวนเสียที ถือโอกาสยื่นทางเลือกให้นางด้วย จู่ๆ ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ก็มาถึง…

ยากนักกว่าท่านเทพศักดิ์สิทธิ์จะมา ตั้งแต่สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ก่อตั้งจนถึงวันนี้ เขาเคยมาอยู่ 3 ครั้ง แต่ทุกครั้งล้วนเป็นการมาอย่างเร่งรีบ แม้แต่ครึ่งชั่วยามก็อยู่ไม่ถึง แน่นอน ทุกครั้งที่ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์มา ทูตทั้งสี่ผู้เป็นสาวกของเขาล้วนทำการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทำให้คนของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์เตรียมการไว้ล่วงหน้าได้

แต่ครั้งนี้ไม่มี ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์เสมือนโผล่มาจากความว่างเปล่า! ทำให้สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์รับมือไม่ทัน

สามารถจินตนาการได้ว่ายามนั้นคนของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์จะชุลมุนวุ่นวายมากเพียงใด…

ยามนั้นกู่ฉานโม่แทบไม่อยากเชื่อว่าข่าวนี้เป็นความจริง นึกว่าท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้เป็นตัวปลอม…

แต่หลังจากเขาได้พบท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ทราบว่านี่คือท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ตัวจริง!

ในทวีปนี้ ไม่มีผู้ใดที่มีกลิ่นอายเฉกเช่นท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ บุคลิกท่วงท่าเช่นนี้ ต่อให้เขาสวมหน้ากากอยู่ ก็ไม่มีผู้ใดสามารถแอบอ้างได้

เขารีบรุดไปให้การต้อนรับทันที ในใจรับรู้ว่าแย่แล้ว…

เมื่อท่านเทพศักดิ์สิทธิ์เห็นหน้าเขาก็ถามเข้าประเด็นทันที “กู้ซีจิ่วอยู่ที่ไหน?”

กู่ฉานโม่กลืนนํ้าลาย กำลังคิดจะกล่าวให้ท่านเทพศักดิ์ฟังอย่างละเอียด แต่เพิ่งเริ่มเปิดหัวข้อ ก็ถูกท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ตัดบท “เจ้าแค่บอกมาว่านางอยู่ที่ไหน! อย่าให้เปิ่นจุนต้องรื้อทั้งสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ของเจ้า!”

กู่ฉานโม่กล่าวออกมาได้เพียงสี่คำ “คุกสะกดมาร…”

จากนั้นกู่ฉานโม่ก็รู้สึกได้ว่าทั่วทั้งห้องโถงร้อนระอุขึ้นมาทันที! แล้วท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ก็หายไป…

คุกสะกดมารคือสถานที่สำหรับสะกดมารร้ายโดยเฉพาะ ไม่เพียงแต่ก่อสร้างขึ้นมาอย่างมั่นคงแน่นหนายิ่งนักเท่านั้น ยังหล่อด้วยเหล็กเหมันต์หมื่นปีที่ไม่ว่าใช้ศาสตราวุธวิเศษอันใดก็ฟันไม่ขาด และด้านในยังเสริมด้วยอาคมสะกดมารนับไม่ถ้วน หากไม่มีอุปกรณ์สำหรับเปิดโดยเฉพาะ ต่อให้เป็นตัวกู่ฉานโม่เองก็เปิดที่แห่งนั้นไม่ได้

สถานที่แห่งนั้นถูกยกย่องว่าเป็นสถานที่ที่มั่นคงหนาแน่นที่สุด กู้ฉานโม่ก็เคยคุยโม้โอ้อวดให้ลูกศิษย์ฟังด้วยความภาคภูมิใจว่า สถานที่แห่งนั้นป้องกันง่ายโจมตียาก ต่อให้คนนอกบุกมาปล้นคุก เป็นหมื่นเป็นแสนคนก็เปิดประตูใหญ่ของคุกสะกดมารไม่ออก…

กู่ฉานโม่รีบพุ่งทะยานไปที่คุกสะกดมารทันที หมายจะสั่งการให้ลูกศิษย์ที่นั่นเปิดประตูคุก

นึกไม่ถึงว่าพอเขาวิ่งไปถึงที่นั่น ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ซัดฝ่ามือใส่ประตูคุกแห่งนั้นแล้ว…

………………………..

[1]เปิ่นจุน คำเรียกแทนตัวของท่านเทพศักดิ์สิทธิ์

[2]ตัดธัญพืชทั้งห้า เป็นแนวทางหนึ่งในการฝึกพรตเต๋า โดยไม่ทานธัญพืชทั้งห้าชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!