ลำนำบุปผาพิษ 523

บทที่ 523

ตบหน้า 7

กู้ซีจิ่วใคร่ครวญเล็กน้อยแล้วตอบ “เท่าที่ข้าทราบ การเคลื่อนไหวของสัตว์จาพวกหอยไม่นับว่าว่องไว พวกมันจะพึ่งพาทักษะต่างๆ ในการต่อสู้ แต่ผู้ที่ซุ่มโจมตีศิษย์สองคนนั้นลอบจู่โจมสำเร็จภายใน กระบวนท่าเดียว หนีบทั้งสองคนจนสิ้นชีพในชั่วพริบตา นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าวิชาตัวเบาของผู้ที่ซุ่มโจมตีสูงส่งและทรงพลังยิ่งนัก จากการคาดเดาของซีจิ่ว ผู้ที่ซุ่มโจมตีน่าจะมิใช่หอย แต่เป็นคน! คนผู้ นี้ใช้ฝาหอยสองอันหนีบบั้นเอวของศิษย์สองคนนั้นจนขาด! โยนความผิดให้เจ้าหอยยักษ์และข้า!”

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์พยักหน้า “มีเหตุผล เช่นนั้นใครกันที่ต้องการโยนความผิดให้เจ้า? จุดประสงค์คืออะไร? มีความแค้นหรือ?”

กู้ซีจิ่วส่ายหน้าเล็กน้อย “จุดประสงค์น่าจะอยากขับไล่ข้าออกไปจากสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์”

เธอกวาดตามองเหล่าคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ “แต่คนที่มีจุดประสงค์เช่นนี้มากมายเกินไป”

คำพูดนี้แฝงความนัยไว้ชัดเจน

กู่ฉานโม่แทบจะกระโจนขึ้นมา “มิผิด ผู้เฒ่าและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์มี

ความคิดว่าอยากขับไล่เจ้าออกจากสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์จริงๆ แต่ไม่มีทางนำชีวิตศิษย์ของตนมาแลกเช่นนี้เด็ดขาด!”

กู้ซีจิ่วหยักยิ้มมุมปาก “อาจารย์ใหญ่กู่เลื่องชื่อด้านการปกป้องพวกพ้อง ศิษย์ทุกคนล้วนนับว่าเป็นลูกเป็นหลานของท่าน ท่านไม่ทำแน่นอน กู้ซีจิ่วย่อมไม่สงสัยท่าน”

กู่ฉานโม่ถึงได้พอใจ

ผู้อาวุโสคนอื่นๆ รวมถึงเหล่าอาจารย์ต่างสบตากันแวบหนึ่ง อดจะเอ่ยออกมาไม่ได้ “พวกข้าก็ไม่ทำเช่นกัน!”

พวกเขาก็รักศิษย์เหมือนลูก ต่อให้เป็นศิษย์มีปัญหาในชั้นเรียนเมฆาคล้อยเหล่านั้นพวกเขาก็ตัดใจสังหารไม่ลง…

จู่ๆ สายตาของกู้ซีจิ่วกลับตกลงบนร่างอาจารย์จือผู้นั้น “เช่นนั้นผู้นี้เล่า?”

อาจารย์จือหน้าเปลี่ยนสี กล่าวอย่างเย็นชา “ข้าก็ไม่นำชีวิตศิษย์ตนมากระทำเรื่องเช่นนี้!”

กู้ซีจิ่วเพ่งพิศเขา “ข้าขอถามเจ้า ศิษย์ที่ถูกสังหารสองคนนั้นเจ้าเป็นผู้ส่งไปใช่หรือไม่?”

อาจารย์จือชะงักไปครู่หนึ่ง ตอบอย่างเย่อหยิ่ง “ใช่แล้วอย่างไรเล่า? ข้าผู้เป็นอาจารย์แค่ไม่อยากให้เจ้าอยู่ทำลายชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายร้อยปีของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ของข้า! ข้าก็แค่ส่งพวกเขาไปรื้อหลังคากระท่อมเจ้าเท่านั้น”

“เช่นนั้นเจ้าอยู่ในเหตุการณ์ยามนั้นหรือไม่?”

“แน่นอนว่า…ไม่อยู่!”

กู้ซีจิ่วยิ้มนิดๆ “โอ้ งั้นหรือ?”

ดวงหน้าน้อยๆ พลันเรียบตึง “เจ้าหอยยักษ์พ่นควันใส่เขา!”

ควันที่เจ้าหอยยักษ์พ่นออกมาก็คือพิษมายาหลอนลวง พิษมายาหลอนลวงที่ทำให้คนพูดความในใจนับไม่ถ้วนออกมาได้!

อาจารย์จือเคยเห็นความร้ายกาจของมายานี้เองกับตาแล้ว พอได้ยินก็หน้าเปลี่ยนสี รีบถอยหนี “เจ้าจะทำอะไร? มันสกปรกขนาดนั้น อย่าพ่นใส่ข้า…”

เจ้าหอยยักษ์กระโจนเข้าใส่ก่อนอ้าฝาหอยออก พ่นหมอกสีหมิฬที่เข้มข้นยิ่งนักใส่ “ข้าผู้เฒ่ามิได้สกปรก!”

อาจารย์จือถูกผนึกพลังวิญญาณและถูกสกัดจุด ย่อมหลีกหนีไม่พ้น และไม่สามารถใช้พลังวิญญาณพัดให้สลายไปได้ ถูกหมอกทมิฬปกคลุมทันที ตกอยู่ในพิษมายาหลอนลวง…

………………………..

ฝานไปหนึ่งเค่อ สีหน้าอาจารย์จือเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ

ใครก็นึกไม่ถึงว่าคนที่เขาเกลียดชังที่สุดในก้นบึ้งของจิตใจก็คือกู่ฉานโม่ อาจารย์ผู้เคยประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เขา…

ด่าเขาว่าตาเฒ่าคร่ำครึ ด่าว่าเขาไม่รู้จักเปลี่ยนแปลง ด่าว่าเขาลำเอียงเข้าข้างอาจารย์อีกท่านหนึ่ง ถึงกับให้อาจารย์ผู้เลิศลํ้าเช่นเขาไปสอนชั้นเรียนเละเทะแห่งหนึ่ง…

ผู้ใดก็ไม่คาดคิดว่าอาจารย์ผู้หนึ่งที่ยามปกติสภาพอ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษสง่างามจะด่าคนได้กักขฬะหาใดเทียม ยิ่งกว่าหญิงปากตลาดตามท้องถนนเสียอีก ทลายขีดจำกัดล่างและสามมุมมองของฝูงชนเสียใหม่

ใบหน้ากู่ฉานโม่เขียวคลํ้าแล้ว!

สามมุมมองของเขาแหลกลานแล้ว…

นี่ยังมิใช่เรื่องดุเด็ดเผ็ดร้อนที่สุด เนื้อหาดุเด็ดเผ็ดร้อนที่สุดอยู่นับจากนี้

“หูชิงชิง ยอดยาหยี นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมาพลีกายให้ข้าด้วยตัวเอง วางใจเถิดก็แค่ขับไล่เด็กสาวคนนั้นออกไป ข้าผู้เป็นอาจารย์ย่อมมีวิธีทำให้นางไสหัวออกไปด้วยตัวเอง…”

เขากล่าวพลางปลดเปลื้องอาภรณ์ไปด้วย ส่วนนั้นก็เริ่มชูชันออกมา…

…………………..

[1] ตีงูที่พันกิ่ง หมายถึง ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ตักตวงผลประโยชน์ให้มากขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!