ลำนำบุปผาพิษ 526

บทที่ 526

จุดประสงค์ของท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ 3

“ก่อกรรมทำชั่วจนตัวตาย เขาธาตุไฟเข้าแทรกจนแผดเผาตัวเอง”

“เขามีรากฐานวิญญาณธาตุไฟขั้นแปด พอธาตุไฟเข้าแทรก ลุกไหม้ตนเองก็มิใช่เรื่องแปลก เพียงแต่วิธีตายเช่นนี้ง่ายดายไปสำหรับเขา

ฝูงชนพูดคุยกัน

กู้ซีจิ่วขมวดคิ้วนิดๆ เธอรู้สึกว่านี่ดูบังเอิญเกินไปหน่อย เหตุใดเขาถึงเลือกแผดเผาตนในยามนี้กันล่ะ? ‘เจ้ามาแล้ว’ จากปากเขาเห็นใดชัดว่าเป็นคนที่เขาเชื่อใจที่สุด ใครกันนะ?

เธอมองท่านเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างอดไม่ได้ กลับเห็นท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ร่ายวิชาอยู่ สำแสงสีรุ้งสายหนึ่งปกคลุมโครงกระดูกนั้น ผ่านไปครู่หนึ่งสำแสงก็สลายไป ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ลดมือลง กล่าวเรียบๆ “วิญญาณเขาดับสูญไปแล้ว”

ฉากแผดเผาตนฉากนี้หมดจดเหลือเกิน ไม่เพียงแต่เผาไหม้กายเนื้อของเขาเท่านั้น แม้แต่ดวงวิญญาณก็ลุกไหม้ไปด้วย

นี่คือกรรมตามสนองจริงๆ!

ฝูงชนต่างชื่นชมยินดี เพียงแต่บางคนรู้สึกว่าคนผู้นี้ตายไปโดยไม่ผ่านกระบวนยุติธรรมเช่นนี้ค่อนข้างสบายเกินไปหน่อย

แต่หาคนร้ายตัวจริงพบ ทุกคนก็โล่งอกแล้ว

ทว่ายังมีเรื่องราวที่ยังต้องสะสาง กู่ฉานโม่รีบสั่งการให้คนไปตรวจค้นที่พักของอาจารย์จือ แล้วส่งคนอื่นไปนำตัวหูชิงชิงมาไต่สวน…

หลังจากจัดการเสร็จเรียบร้อย กู่ฉานโม่ก็ขอขมาลาโทษกู้ซีจิ่วอีกครั้ง

เพื่อเป็นการชดเชย ความหมายโดยนัยของเขาก็คือจะเพิกถอนคุณสมบัติการเป็นศิษย์สังเกตการณ์ของเธอ เปลี่ยนไปเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์

กู้ซีจิ่วยังไม่ได้พูดอะไร ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นมาอย่างเฉยชา “เปิ่นจุนได้ยินว่าเจ้าบอกว่านางไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นศิษย์ของสำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ ต่อให้มอบตำแหน่งศิษย์สังเกตการณ์ให้นางก็เป็นเพราะเห็นแก่หน้าเปิ่นจุน ใช่หรือไม่?”

กู่ฉานโม่หลั่งเหงื่อเย็นเฉียบท่วมร่างอีกครั้ง “ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ ฉานโม่…ผิดไปแล้วขอรับ…”

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์เอ่ย “เจ้าเคร่งครัดต่อกฎเกณฑ์มิใช่ความผิด”

นํ้าเสียงเขาราบเรียบ “ข้อนี้เปิ่นจุนไม่โทษเจ้า”

กู่ฉานโม่นํ้าตาคลอหน่วย “ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์!”

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ตัดบทเขา “เข้าชั้นเรียนเมฆาคล้อยต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?”

กู่ฉานโม่ไม่ทราบว่าเขามีจุดประสงค์ใด แต่ก็ยังตอบอย่างตรงไปตรงมา “ต้องมีพลังวิญญาณขั้นหก อีกทั้งต้องผ่านการทดสอบอีกหลายด่านขอรับ”

ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ลุกขึ้น “ลำดับขั้นพลังวิญญาณเป็นเพียงตัวเลขตายตัว ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดเรื่องนี้ ต้องผ่านการทดสอบกี่ด่าน?”

“สามด่านขอรับ”

“เช่นนั้นก็ดี ระดับพลังวิญญาณนางไม่เพียงพอ ถ้างั้นก็เพิ่มการทดสอบเข้าไปอีกสองสามด้านเถอะ อีกสิบวันให้หลัง ให้นางทำการทดสอบหกด้าน หากไม่สามารถผ่านด่านได้ นางก็ไม่มีคุณสมบัติจะเข้าสู่สำนักศึกษาชุมนุมสวรรค์ตลอดกาล”

ดวงตากู่ฉานโม่ทอประกายเล็กน้อย นี่นับว่ายุติธรรม!

ต้องทราบก่อนว่าการทดสอบเหล่านั้นพิสดารยิ่งนัก ต่อให้มีพลังวิญญาณขั้นหก หากไม่บรรลุเงื่อนไขอื่นๆ ก็ไม่ผ่านด่านเช่นกัน!

กู้ซีจิ่วนั้นอย่าว่าแต่การทดสอบหกด่านเลย ขอเพียงสามารถผ่านสามด่านนั้นได้ เขาก็จะรับนางเข้าสู่ชั้นเรียนเมฆาคล้อยโดยไม่คัดค้านเลย! ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงถ้าผ่านได้หกด่านเลย…

แต่วาจาของท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นจริงเป็นจังหรือไม่นะ?

กู่ฉานโม่อดไม่ได้จึงเอ่ยถาม “ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ขอรับ การทดสอบนั้น…ความจริงแล้วยากมาก ฉานโม่ไม่สามารถลดระดับความยากให้นางได้…”

“แล้วเปิ่นจุนให้เจ้าลดระดับความยากให้นางเสียเมื่อไหร่? ทุกอย่างยึดตามกฎ!”

ในที่สุดกู่ฉานโม่ก็สบายใจแล้ว “ขอรับ เช่นนั้นฉานโม่จะไปเตรียมการ”

“ไปเถิด” ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์เริ่มสาวเท้าก้าวออกไปด้านนอก “อย่าลืมเตรียมตัวให้เรียบร้อยเพื่อไปรับโทษทัณฑ์ทั้งหมดที่คุยกันวันนี้”

กู่ฉานโม่พูดไม่ออก

เมื่อเห็นท่านเทพศักดิ์สิทธิ์และทูตทั้งสี่กำลังจะก้าวพ้นประตู พวกกู่ฉานโม่ก็รีบค้อมกายคำนับส่งทันที “น้อมส่งท่านเทพศักดิ์สิทธิ์”

เฉกเช่นในอดีต ทุกครั้งที่พวกท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าพ้นประตูไป ก็จากหายลับไปทันที ดังนั้นกู่ฉานโม่จึงคิดว่าครั้งนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน

นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์กลับค่อนข้างพิเศษเล็กน้อย เขาหันมองกู้ซีจิ่ว “เจ้าอยู่ที่ไหน? พาเปิ่นจุนไปสิ!”

กู้ซีจิ่วตะลึง

ฝูงชนตกใจจนปลายคางแทบร่วงลงพื้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!