Skip to content

สู่วิถีอสุรา 1015

Svtasr

ตอนที่ 1015 จำกัดขอบเขตการกระทำ

เมื่อรถสงครามสีทองหายไป ฟ้าดินทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ชายชราเงียบงัน ผ่านไปพักใหญ่จึงถอนหายใจเบาๆ แล้วก้มหน้ามองความว่างเปล่าข้างล่าง

เห็นซูหมิงมีสีหน้าเหมือนตรึกตรองบางอย่าง เสียงร้องโหยหวนของวิญญาณร้ายข้างกายสามตนเบาลงแล้ว ร่างกายสิบกว่าจั้งแห้งเหี่ยวจนเป็นไม่เป็นรูปร่าง

ชายชรามู่หยาถอนหายใจขณะสับสน

‘ช่างเถอะ ถึงข้าจะเป็นผู้ตรวจการณ์ แต่ว่า…บรรพบุรุษเผ่ายมโลกก็เป็นสหายสนิทที่สุดของข้า การเติบโตของซูเซวียนอีนั่นยังน่ากลัวขนาดนี้อีก ไยข้าต้องทำตามคนอื่นเขาด้วย…

ข้าไม่รบกวนเจ้าหนูนี่ก็ได้ แต่การจะเรียนวิชาเคลื่อนย้ายภูผาของข้าไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น’ ชายชราแค่นเสียงเย็นชาทีหนึ่ง สายตามองยอดเขาข้างล่างที่เหลือเพียง ซูหมิงกับวิญญาณร้ายที่มีขนสีขาวตรงกระหม่อม เขายกมือขวาทำสัญลักษณ์มือ ขณะกำลังจะเปลี่ยนข้อจำกัดของยอดเขา ดวงตาพลันเพ่งสมาธิ ส่งเสียงอุทานเบาๆ

เขาเห็นว่าซูหมิงกลางยอดเขาหมอกขยับวูบไหว ไม่ได้พุ่งไปยังวงแสงอีกวง แต่กลับห้อเหยียดไปยังจุดที่วิญญาณร้ายมีขนขาวกลางหัวยืนอยู่

‘สมควรตาย นอกจากบรรพบุรุษในตอนนั้นแล้ว หรือว่าเผ่ายมโลกคนอื่นๆ จะไม่สนใจกฎกันเลย บรรพบุรุษเผ่ายมโลกก็เป็นคนสัตย์ซื่อมาตลอดชีวิต แต่ทายาทสองคนนี้ของเขากลับกำแหงมากขึ้นเรื่อยๆ

ซูเซวียนอีไม่เป็นไร แต่เด็กคนนี้กลับกล้ายั่วยุกฎที่ข้ากำหนด!’ ชายชราแค่นเสียงหึเบาๆ ตอนที่กำลังจะลดสัญลักษณ์มือขวาลงเพื่อเปลี่ยนกฎกลับพลันหยุดชะงัก

เพราะเขาได้ยินคำพูดจากปากซูหมิงข้างล่างในขณะที่ห้อทะยานอยู่

“วงแสงนี้ เป็นของแซ่ซู”

กลางยอดเขา รอบตัวซูหมิงเต็มไปด้วยกิ่งไม้ยืดขยายจำนวนมาก กิ่งไม้เหล่านี้กวัดแกว่งพลางหดลงอย่างรวดเร็ว หลังเข้าไปในร่างกายเขาหมดแล้ว นัยน์ตาก็ฉายประกายคมกริบ แล้วพุ่งไปยังวิญญาณร้ายขนสีขาว

เขาจงใจพูดแบบนั้นออกไป เป้าหมายไม่ต้องบอกก็เข้าใจ

วิญญาณร้ายที่ยืนอยู่ในวงแสงมองเห็นซูหมิงเข้ามาใกล้ ยามที่กำลังจะก้าวออกไปกลับหยุดฝีเท้าเอาไว้ นัยน์ตาเผยประกายเย็นชา แต่กลับไม่ก้าวออกจากวงแสง เพียงยืนอยู่ข้างใน ยกมือขวาทำสัญลักษณ์มือผลักไปข้างหน้า

จากการผลักครั้งนี้ ตรงหน้าวิญญาณร้ายพลันเกิดพายุหมุนขึ้น ระหว่างที่ส่งเสียงหวีดหวิวก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พริบตาเดียวก็สูงสิบกว่าจั้ง หมุนตลบไปรอบๆ พร้อมพุ่งไปหาซูหมิง

พริบตาที่พายุหมุนเข้ามาใกล้ ซูหมิงยกมือขวาสะบัดไป ทวนสิ้นสูญที่ปักร่างวิญญาณร้ายตนหนึ่งไว้กับหินภูเขาพลันตรงดิ่งเข้ามาหา เมื่อเขาคว้าไว้ในมือแล้วก็พุ่งทะยานเข้าไปยังพายุหมุนอย่างไม่ลังเล

เสียงโครมดังขึ้น ซูหมิงพุ่งเข้าไปในพายุหมุนทั้งตัว ทวนสิ้นสูญในมือกลายเป็นแสงสีม่วงกับดำสองสี ก่อนทะลวงผ่านพายุออกไป

ซูหมิงหน้าซีดขาว แต่พริบตาเดียวก็ได้รับการเติมเต็มจากพลังแก่นสำคัญเลือดเนื้อที่แผ่มาจากร่างจริงของเอ้อชาง พลังแก่นสำคัญเลือดเนื้อนั้นก็มาจากร่างวิญญาณร้ายสามตนที่เพิ่งถูกเขากินไปเมื่อครู่

แทบเป็นขณะเดียวกับที่ซูหมิงพุ่งออกจากพายุหมุน วิญญาณร้ายขนขาวที่ยืนอยู่ในวงแสงดวงตาขยับประกาย มันยกมือขวาขึ้นสะบัดมาอีกครั้ง รอบๆ ตัวเกิดพายุหมุนยักษ์อีกเกือบร้อยลูก พายุหมุนเหล่านี้ม้วนตลบไปรอบๆ พริบตาเดียวก็มีความสูงหลายสิบจั้ง มิหนำซ้ำข้างในยังมีใบหน้าโผล่ขึ้นมา

ใบหน้าเป็นชายชราคนหนึ่ง สีหน้าขาวซีด ให้ความรู้สึกนิ่งเฉยแต่มีความน่าเกรงขามในตัวเอง มันอยู่ในพายุหมุนเกือบร้อยลูก ตามไปหาซูหมิงพร้อมกันด้วย

ช่วงที่เข้าไปใกล้ มีเสียงพึมพำดังมาจากปากใบหน้าแบบเดียวกันเกือบร้อย เสียงประสานกันกลายเป็นเสียงอื้ออึง ตอนที่ดังกึกก้องรอบๆ หากฟังนานเข้าจะมีความรู้สึกว่าฟ้าดินหมุนวนจนทนไม่ไหว ประหนึ่งว่าเลือดลมย้อนคืน วิญญาณฉีกขาด

ซูหมิงหยุดชะงักครู่หนึ่ง ในดวงตาเผยประกายประหลาดใจ ดวงตาซ้ายปรากฏเงาดวงตะวัน ดวงตาขวาปรากฏลักษณะดวงจันทร์ เมื่อเข้ามาแทนที่ลูกตาดำแล้วก็ซ้อนทับกันกลายเป็นแสงแห่งดารา

ภาพมายาตะวันจันทราและดารา!

พริบตาที่ใช้วิชานี้ ซูหมิงประสานสัญลักษณ์มือแล้ววูบไหวตัว วิญญาณร้ายขนขาวในวงแสงหรี่ตาลงโดยพลัน มีสีหน้าจริงจัง ในสายตามัน ซูหมิงกลายเป็นหลายร้อยคนพุ่งเข้ามาที่นี่อย่างรวดเร็วจากรอบตัว แยกไม่ออกว่าร่างไหนคือของจริง!

หรือบางทีอาจเป็นร่างจริงทั้งหมด!

การเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง สำคัญที่สุดคือวิญญาณร้ายขนขาวเชื่อหรือไม่ หากมันไม่เชื่อ เช่นนั้นทุกอย่างก็จะปลอม หากมันเชื่อ ทุกอย่างก็จะเป็นจริงเช่นกัน

ความมหัศจรรย์ของวิชานี้ขึ้นอยู่กับความคิด

“เป็นวิชามายาที่ดี จริงอยู่ในปลอม ปลอมเปลี่ยนเป็นจริงได้” วิญญาณร้ายขนขาวเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงแหบแห้งดูผ่านโลกมานาน ชั่วขณะที่เอ่ยออกไป มันยก มือขวาขึ้นแล้วก้มตัวกดมือลงไปยังแผ่นดินใต้เท้า

ทันทีที่มือขวาสัมผัสกับพื้นดิน พายุหมุนเกือบร้อยลูกระเบิดกระจายออก ก่อขึ้นเป็นแรงปะทะรุนแรง ม้วนตลบไปยังร่างซูหมิงหลายร้อยคนในสายตามัน

ในเวลาเดียวกัน ช่วงที่วิญญาณร้ายขนสีขาวกดมือขวาลงพื้น ระหว่างที่ยอดเขาเกิดการสั่นสะเทือน บนร่างซูหมิงทั้งหมดในดวงตามันปรากฏหินภูเขาขึ้นในชั่วพริบตา!

หินภูเขาหลายร้อยปรากฏขึ้นพร้อมกัน เข้าไปทำให้ร่างเงาซูหมิงแข็งตัวราวกับกำราบ โดยรอบยังมีแรงปะทะจากพายุหมุนระเบิดอีก ดังนั้นจึงกลายเป็นแหฟ้า ตาข่ายดินผืนหนึ่ง

เสียงโครมครามดังก้องไปรอบๆ ทว่าในสายตาวิญญาณร้ายขนขาว ร่างซูหมิงหลายร้อยที่ถูกกำราบขยับวูบไหวพร้อมกัน จำนวนร่างไม่ใช่หลายร้อยอีก แต่กลายเป็นซูหมิงหลายพันคน

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” วิญญาณร้ายขนสีขาวกล่าวเสียงเรียบพร้อมหลับตาลง ทันทีที่หลับตา มันใช้มือซ้ายขีดตรงกลางฝ่ามือขวาอย่างว่องไว กลางมือขวาเกิดรอยแผลขึ้น จนเมื่อมีโลหิตไหลมาแล้วมันก็สะบัดมือขวาไป โลหิตกระจายออก

“โลหิตภูผา” วิญญาณร้ายขนขาวกล่าวเรียบๆ พอสะบัดมือไป แผ่นดินใหญ่พลันกลายเป็นสีโลหิต ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ปรากฏภูเขาโลหิตทั้งลูกกลางฟ้าดิน

ช่วงที่ภูเขาเคลื่อนลงมาจากฟ้า จากการที่แผ่นดินกลายเป็นสีแดง ไม่ว่าหินภูเขา ไม่ว่าพายุหมุนระเบิด หรือว่าซูหมิงหลายพันร่าง ทุกอย่างกลายเป็นสีแดงทั้งหมอ

มีเพียง…วิญญาณร้ายขนขาวอยู่ไม่ไกล กับหนึ่งร่างเงาซูหมิงจากหลายพันคนที่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีแดง!

“เจ้าอยู่นี่เอง” วิญญาณร้ายขนสีขาวกล่าวราบเรียบพลางหันหน้าไปมองซูหมิงอย่างเย็นชา

แทบเป็นขณะเดียวกับที่มองมา ภูเขาโลหิตบนฟ้าพลันแตกกระจายออกเอง กลายเป็นหินภูเขานับไม่ถ้วนพุ่งไปหาซูหมิง มิหนำซ้ำรอบตัวซูหมิงยังปรากฏพายุหมุนสีแดงจำนวนมากขึ้นเอง ก่อนพุ่งไปหาเขาพร้อมกัน

เสียงครึกโครมดังสนั่นฟ้าดิน ซูหมิงกระอักเลือด ร่างซวนเซถอยไปหลายก้าว จังหวะที่กระอักเลือดอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นจ้องวิญญาณร้ายขนสีขาวที่มีสีหน้าเฉยชาในวงแสงพลางสูดลมหายใจเข้าลึก

ภาพมายาตะวันจันทราและดาราของเขาใช่ว่าจะไม่ถูกใครทำลายได้ แต่ในอดีตจะเป็นอีกฝ่ายไม่เชื่อจึงถูกทำลายได้โดยง่ายต่างหาก ซึ่งความจริงวิชานี้ยังอยู่

ทว่าตอนนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอกับคนที่มองวิชานี้ออกแต่กลับยังเลือกเชื่อ เพียงแค่ต้องหาร่างจริงของตนให้พบแล้วก็เปิดโปงทุกอย่างที่เชื่อไป

คนที่ทำแบบนี้ได้จะต้องมีความมั่นใจในตัวเองสูงยิ่ง มิเช่นนั้นแล้ว หากเป็นคนอื่นคงยากจะทำแบบนี้ได้

มันเหมือนกันความฝันของคนธรรมดา หากตายในความฝัน กระทั่งตนก็ยังเชื่อว่าตายแล้ว ตอนนั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกตายตกไป แต่จะมีคนประเภทหนึ่ง ถึงเชื่อว่า ตนตายแล้วแต่ก็ยังดิ้นรนให้ตนฟื้นจากความตาย

นี่คือพลังของจิตใจแน่วแน่ ซูหมิงเป็นคนประเภทนี้ วิญญาณร้ายขนสีขาวตรงหน้าก็เช่นกัน!

ศัตรูผู้แข็งแกร่ง!

ซูหมิงจ้องวิญญาณร้ายขนสีขาว ความจริงแล้วเขาไม่เคยดูถูกอีกฝ่ายเลย สถานการณ์อย่างตอนนี้ก็อยู่ในการคาดเดาของเขา

วิญญาณร้ายขนสีขาวก็มองเขาเช่นกัน ทันทีที่สองคนสบตากันกลางอากาศ ซูหมิงพลันกล่าวขึ้น

“เจ้าไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ในวงแสงนั้นเพื่อให้คนอื่นมาชมการแข่งขัน”

“ในวงแสง นอกวงแสง ล้วนเป็นการแข่งขัน ข้าเป็นเช่นไร เจ้าก็เป็นเช่นนั้น” วิญญาณร้ายขนสีขาวตอบเรียบๆ

“ข้าอยากทำลายการแข่งขันนี้ แต่เจ้าไม่” ซูหมิงกล่าวอีกครั้ง

“การแข่งขัน? นี่ไม่ใช่การแข่งขัน การแข่งขันของที่นี่อยู่ในสายตาเจ้า เจ้ามองเห็นได้ แต่การแข่งขันที่เจ้ามองไม่เห็น เจ้าจะทำลายอย่างไร จะเปลี่ยนมันอย่างไร”

วิญญาณร้ายขนสีขาวยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง

“ข้ามองไม่เห็นการแข่งขันนอกวงแสง แต่ข้ารู้ว่าข้าเลือกจะเดินออกมาหรือไม่ออกมาก็ได้ ไม่ยอมเปลี่ยนเพราะการเปลี่ยนกฏของคนอื่น ส่วนการแข่งขันที่มองไม่เห็นเหล่านั้น ข้ามองไม่เห็น เช่นนั้นพวกมันก็ไม่มีอยู่ แต่เจ้า ไม่ใช่แบบนั้น” นัยน์ตาซูหมิงขยับประกายบางจนยากจะตรวจพบ เขาเดินหน้าหนึ่งก้าวแล้วกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

วิญญาณร้ายขนสีขาวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะทันที

“ใช่หรือไม่ใช่ แซ่เฉินรู้แก่ใจดี วงแสงนี้…..หากข้าอยากออกก็ออกได้ หากไม่อยากออก เจ้าพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์”

พอได้ยินคำพูดวิญญาณร้ายขนสีขาวแล้ว ซูหมิงก็หัวเราะเช่นกัน ก่อนขยับวูบไหวตัวพุ่งไปข้างหน้าพร้อมยกมือขวาชี้ขึ้นฟ้า

“ภูเขาวิถีเต๋า!”

ฟ้าดินเกิดเสียงโครมคราม ภูเขาวิถีเต๋าพลันโผล่ขึ้นมา

“ช้างมงคล!” สิ้นเสียงซูหมิง กลางมวลอากาศข้างบนปรากฏตาชั่งยักษ์ขึ้น อีกทั้งข้างด้ามตาชั่งยังมีช้างใหญ่สีขาวราวกับหินหยกตั้งตระหง่านอยู่

ซูหมิงสะบัดสองแขน พลังต้นกำเนิดจิตในร่างกายปะทุออกมาทั้งหมดก่อนหลอมรวมเข้าสู่ภูเขาวิถีเต๋าอย่างเร็วไว ขณะเดียวกันผีร้ายร้องคำราม มันจับด้ามตาชั่งเอาไว้ ช้างสีขาวตกลงบนฐานตาชั่ง ส่วนผีร้ายก็ชี้ไปยังวิญญาณร้ายขนสีขาวในวงแสง

“ผีร้ายชั่งช้าง!”

หากเพียงเท่านี้ก็ไม่เท่าไร แต่ตอนที่ซูหมิงใช้สมบัติต้นกำเนิดจิตผีร้ายชั่งช้าง เขายกมือขวาขึ้นฟ้า ส่วนมือซ้ายกดลงบนดิน

“ระหว่างกับอนาคตคือซู่มิ่ง!”

การเปลี่ยนซู่มิ่งครั้งที่หนึ่ง!

ซูหมิงอยากใช้ขั้นพลังของการเปลี่ยนครั้งที่หนึ่งของซู่มิ่งฝืนในการชั่งช้าง ทำให้แรงกดดันกับพลังโจมตีที่เกิดขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า

วิญญาณร้ายขนสีขาวในวงแสงหน้าเปลี่ยนสี ชายชรามู่หยาในหมอกข้างบนดวงตาขยับประกาย

“เฉินไป๋ หากชนะคนนี้ได้ ข้าจะมอบอิสระให้เจ้า” เสียงจากมู่หยาพลันดังก้องอยู่ทั้งในและนอกยอดเขาข้างล่าง ทันทีที่วิญญาณร้ายขนสีขาวได้ยินมันพลันตัวสั่นสะท้าน พลังแก่กล้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนปะทุมาจากตัวมัน

ในเวลาเดียวกัน วิญญาณร้ายขนสีขาวนามเฉินไป๋ยกเท้าขึ้น…..เดินออกจากวงแสง!

แต่พริบตาที่เดินออกมากลับหน้าซีดขาว เหมือนนึกอะไรออก ก่อนมองซูหมิงด้วยสีหน้าซับซ้อน

“เจ้าบอกว่าจะไม่เปลี่ยนความแน่วแน่ของตัวเองตามการเปลี่ยนกฏของคนอื่น ตอนนี้ เหตุใดถึงเดินออกจากวงแสง พูดไปพูดมา เจ้ายังเป็นการแข่งขันของคนอื่น อิสระที่ว่าสำหรับเจ้าแล้วไม่มีอยู่ชั่วนิรันดร์

คำพูดของคนอื่นทำให้เจ้าละทิ้งความแน่วแน่ คนแบบเจ้า จิตใจไม่แน่วแน่อีกแล้ว เจ้ามีความมั่นใจว่าจะเอาชนะข้าได้รึ?” ดวงตาซูหมิงแวววาว คำพูดเรียบนิ่ง

การทำลายล้างศัตรูแกร่งกล้า อันดับแรกต้องทำลายจิตใจแน่วแน่อีกฝ่ายก่อน จากนั้นก็เป็นความมั่นใจและศรัทธา สุดท้ายถึงเป็นร่างกาย นี่คือยุทธศาสตร์ที่ซูหมิงเตรียมตัวมาอย่างดีตอนก่อนหน้านี้

เขาไม่ได้ดูถูกอีกฝ่าย กลับกันเขามองอีกฝ่ายไว้สูงมาก ดังนั้นคำพูดก่อนและหลังจึงเพื่อให้อีกฝ่ายคิดว่าตนจะมาแย่งวงแสง ให้ชายชรามู่หยาคาดการณ์ไปเช่นนั้น สิ่งนี้เรียกได้อีกอย่างว่าการจำกัดขอบเขตการกระทำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!