Skip to content

สู่วิถีอสุรา 1020

Svtasr

ตอนที่ 1020 เป็นประวัติการณ์ซึ่งไม่อาจขยับเคลื่อน

ซูหมิงกวาดสายตามองก็เห็นทันทีว่าในวิญญาณร้ายเหล่านี้ไม่มีสามคนนั้นที่ถูกร่างจริงเอ้อชางสูบไป และก็ไม่มีวิญญาณร้ายขนสีขาว เห็นได้ชัดว่าถูกเอ้อชางสูบกินไปแล้ว รวมถึงถูกเขายึดร่าง ก็เหมือนกับถูกลบไปอย่างแท้จริง จากนี้จะไม่อยู่ในการแข่งขันของชายชรามู่หยาอีก

ขณะเดียวกัน เมื่อเส้นจำนวนมากจากพลังชีวิตวิญญาณร้ายรอบๆ พุ่งเข้าไปในร่างซูหมิง ก็เกิดเสียงโครมดังในร่างกาย การปะทุของขั้นพลังอัดแน่นอยู่ทั่วร่างในเสี้ยวพริบตา

นี่คือพลังชีวิตของวิญญาณร้ายหลายสิบตัวรอบๆ เป็นแก่นสำคัญจากขั้นพลัง พวกมัน ตอนนี้ทั้งหมดระบายออกมาอัดแน่นอยู่ทั่งโลก

ยามนี้เอง คนอื่นในโลกนี้ที่ถูกสูบเข้าไปในน้ำวนก่อน ไม่รู้ว่าถูกส่งไปในมิติใด ตอนนี้ที่เหลืออยู่มีเพียงซูหมิงกับสวี่ฮุ่ยในอ้อมกอด

พอเจอกับพลังบ้าคลั่งที่แผ่มาจากขั้นพลังวิญญาณร้ายเหล่านี้แล้ว ซูหมิงพลันหน้าเปลี่ยนสี

“ขั้นพลังข้าฟื้นฟูแล้ว มีพลังปกป้องตัวเอง เจ้าไม่ต้องห่วงข้า…” สวี่ฮุ่ยยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเบากับซูหมิง

ตอนที่ซูหมิงหันหน้าไปก็เห็นสวี่ฮุ่ยกะพริบตา นัยน์ตาเผยประกายมีเล่ห์เหลี่ยม ใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ร่างกายยังบิดเบี้ยว เพียงสองลมหายใจ นางก็เปลี่ยนร่างเป็น…ร่างสมบัติล้ำค่า

“เจ้าต้องแย่งสิ่งนี้ด้วยความเกรงใจ ข้าไม่เกี่ยวด้วย เพียงแค่ช่วยเจ้าเอามาให้เท่านั้น” สวี่ฮุ่ยยิ้มกล่าว ตัวนางออกจากอ้อมกอดซูหมิง ระหว่างที่ถอยไปนางยังต่อต้านพลังบ้าคลั่งของที่นี่เอาไว้

ซูหมิงกะพริบตา นึกไปถึงเมื่อครู่ตอนที่กอดสวี่ฮุ่ย นึกถึงเสวียนซางที่มีใบหน้า ขมขื่นข้างกาย ไม่รู้ว่านางใช้วิธีใดกันแน่ถึงขมขู่จนเสวียนซางมอบสมบัติล้ำค่าให้ได้

มีร่างกายสมบัติล้ำค่าอยู่ เขาเชื่อว่าสวี่ฮุ่ยจะปลอดภัยมากที่สุด และก็ไม่ต้องคิดหาวิธีชิงสมบัติล้ำค่าอย่างไรอีกด้วย ยามนี้เพียงสูบพลังชีวิตมหาศาลที่ตรงเข้ามาเหล่านั้นก็พอ

เพียงสูบไปพลันเกิดเสียงสนั่นทั่วร่างเขาราวกับจะระเบิด พลังชีวิตบ้าคลั่งกับพลังของขั้นพลังแผ่มาอย่างบ้าคลั่งจากตัววิญญาณร้ายหลายสิบตัวรอบๆ หลั่งทะลักเข้าสู่ร่างกายเขาพร้อมกัน

ภาพนี้เหมือนกับถ่ายทอดวิชา วิญญาณร้ายหลายสิบตนนั้น นอกจากไม่กี่ตนแล้ว ทุกตนล้วนเป็น…ยอดฝีมือขั้นกุม ดังนั้นแล้ว การถ่ายทอดของพวกมันคือโชควาสนาที่ไม่เคยมีมาก่อนในจักรวาล

เดิมทีโชควาสนานี้เบาบางลงหน่อยได้ แบบนี้ซูหมิงก็จะไม่ต้องลำบากขนาดนี้ แต่ชายชรามู่หยาไม่คิดจะให้โชควาสนาเบาลง ความคิดเขาง่ายมาก มอบโชควาสนาให้เจ้าแล้ว จะรับได้มากเท่าไรก็ต้องดูที่ความสามารถของเจ้า!

“หากเจ้ามีความสามารถก็จงสูบไปให้หมด หากค้ำยันไม่ไหวร่างระเบิด นั่นก็เป็นเพราะความโลภของเจ้าเอง ไม่เกี่ยวกับข้า” ชายชรามู่หยามองซูหมิงสูบกินอย่าง เย็นชา ขณะที่กล่าวเรียบๆ ดวงตาซูหมิงฉายประกาย

แต่ตอนนี้เขาพูดไม่ออก พลังชีวิตบ้าคลั่งจากรอบๆ กับพลังจากขั้นพลังทำให้ในร่างกายเขาทำได้เพียงหมุนโคจรอย่างรวดเร็วเพื่อสูบกินไม่หยุดหย่อน ดีที่เขาเคยมีประสบการณ์ตอนสูบกินน้ำหวานดอกผนึกจิตมาก่อน มิเช่นนั้นแล้ว หากเป็นคนอื่นจะต้องตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกแน่

นี่คือโชควาสนา แต่ก็เป็นภัยเช่นกัน!

เพียงแต่ภัยนี้ซูหมิงมีสิทธิ์เลือก มีสิทธิ์ล้มเลิก หากล้มเลิกโชควาสนาก็จะหยุดลงและไม่มีอันตรายเป็นตาย ทว่าหากล้มเลิกง่ายๆ…นั่นไม่ใช่ซูหมิง

ทั่วร่างเขาอาบไปด้วยเหงื่อ เสียงโครมครามในร่างกายดังมาไม่หยุดหย่อน รูขุมขนทั้งหมดทั่วร่างมีพลังชีวิตบ้าคลั่งจำนวนมากมุดเข้าไป การโคจรขั้นพลังของเขาจึงตามการหลอมรวมของพลังชีวิตและพลังจากขั้นพลังไม่ทัน

ตอนนี้เอง เขาเงยหน้าคำรามขึ้นฟ้า ร่างแยกนี้ของเขาพลันทะลวงเจ้าปกครองโลกตอนปลายสู่เจ้าปกครองโลกสมบูรณ์!

“ในเมื่อเป็นโชควาสนา เช่นนั้นก็เพิ่มให้เจ้าอีกเล็กน้อย” ชายชรามู่หยามองซูหมิง แวบหนึ่ง ใบหน้าเผยรอยยิ้มชั่วร้าย เขายกมือขวาขึ้นสะบัด พลันเกิดเสียงดังสนั่นในโลกแห่งนี้ ทั้งมิติแตกออก ท่ามกลางเสียงอึกทึก มิติที่เขาสร้างขึ้นพังทลายลง โดยพลัน!

หลังจากมิติพังลง มวลอากาศบิดเบี้ยว พลังต้นกำเนิดที่รวมอยู่ในมิตินี้มาแต่โบราณปะทุออกมา การปะทุของพลังต้นกำเนิดหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายซูหมิงในฉับพลัน การหลั่งทะลักเข้าไปอย่างบ้าคลั่งทำให้ร่างกายเขาขยายใหญ่ขึ้น

“สูบเข้าไป จำไว้ว่าหากสูบไม่ได้ ก็อย่าหาว่าข้าไม่ให้โชควาสนาเจ้า หากค้ำยันไม่ไหวแล้วให้หาที่ซ่อนตัวจากการระเบิดของมิตินี้ จากนั้นเจ้าก็เข้าไปในน้ำวนหลังมิตินี้พังลง แล้วผ่านน้ำวนเข้าไปสู่ใจกลางเตาหลอมลำดับห้า”

“ข้าเสร็จสิ้นคำสัญญาแล้ว เจ้าหนู จะสูบได้เท่าไรก็ต้องดูที่เจ้าแล้ว!” ชายชรา มู่หยายิ้มเล็กน้อย ก่อนร่างกายจะวูบไหว ใบหน้าเปลี่ยนไป ร่างกายกลายเป็นมายา แต่ไม่นานตอนที่สมจริงขึ้นมาก็กลายเป็นชายร่างกำยำหวงเหมย

เขาก้มหน้ามองร่างกายตัวเอง ใบหน้าเผยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิม จากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปทางความว่างเปล่า พริบตาเดียวร่างก็หายไปในมิติพังทลาย

“ซูหมิง!” สวี่ฮุ่ยที่อยู่กลางพายุคลั่งพูดด้วยความร้อนรน นางอยากเข้ามาใกล้ แต่ร่างถอยไปไม่หยุดเพราะพลังบ้าคลั่ง จึงเข้าไปใกล้ไม่ได้เลย

“ไม่เป็นไร ข้ายังไหว!” ขณะร่างซูหมิงขยายออก เขาเงยหน้าร้องขึ้นฟ้า ร่างกายพลันขยายใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งรอบ แต่ขั้นพลังกลับส่งเสียงโครม ก่อขึ้นเป็นพายุคลั่ง

ถึงพายุคลั่งนี้จะถูกกำราบจนสลายไปทันทีก็ตาม ทว่าขั้นพลังซูหมิงกลับทะลวงผ่านไปในชั่วเวลานี้!

ด้านหลังเขาปรากฏดวงจันทร์ดวงหนึ่ง!

มันเป็นดวงจันทร์สีเทาดวงหนึ่ง แฝงไว้ด้วยความประหลาด ซ้ำยังมีกลิ่นอายมรณะเข้มข้นแผ่มาจากจันทร์สีเทา เมื่อปรากฏดวงจันทร์ขึ้นในมิติที่กำลังพังทลายลงแห่งนี้ พลังบ้าคลั่งรอบๆ จึงหลอมรวมเข้าไป

เสียงอึกทึกดังสนั่น เนื่องด้วยวิญญาณร้ายหลายสิบตัวรอบๆ มีหลายตัวร่าง แห้งเหี่ยวถึงขีดสุดแล้วระเบิดออก วิชาของชายชรามู่หยามีผลให้เมื่อผู้ฝึกฌานในอดีตเหล่านี้ส่งขั้นพลังออกไปหมดแล้ว ก็จะไม่ให้สิ้นเปลืองแม้แต่น้อย แม้แต่วิญญาณยังระเบิดออกเป็นเศษแล้วกลายเป็นแก่นสำคัญ หากสูบได้ก็สูบ หากสูบไม่ได้ ก็จะหาว่าเขามู่หยาไม่มอบโชควาสนาให้มิได้

โชควาสนาอยู่ตรงนี้แล้ว เจ้าได้มัน แต่ข้าจะให้เจ้าได้สูบจนถึงขีดสุดแล้วก็สูบไปไม่ได้อีก

นี่คือการโต้กลับต่อซูเซวียนอีของมู่หยา เพียงแต่การโต้กลับส่งผลมาถึงซูหมิงด้วย

‘ไม่ตระหนักรู้ ขั้นพลังที่ฝืนรวมมาเป็นเพียงความว่างเปล่า’ นอกเตาหลอมลำดับห้า ฟ้ากระจ่างดาวบิดเบี้ยว ชายชรามู่หยาในร่างชายร่างกำยำหวงเหมยเดินออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนหันหน้าไปมองเตาหลอมลำดับห้าแวบหนึ่งด้วยรอยยิ้ม

ภายในมิติกำลังพังลงในเตาหลอมลำดับห้า ซูหมิงรู้สึกถึงอันตรายร้ายแรง ข้ามเรื่องพลังต้นกำเนิดบ้าคลั่งที่มาจากมิติพังลงไปก่อน เพียงแค่วิญญาณร้ายหลายสิบตัวรอบๆ เขาก็ยากจะสูบต่อไปไหวแล้ว

ถึงจะทะลวงผ่านเจ้าปกครองโลกสมบูรณ์สู่ภัยพิบัติจันทรา แต่ดวงจันทรณ์ที่ปรากฏของเขา…เป็นดวงจันทร์มรณะ!

‘หากสูบพลังชีวิตกับขั้นพลังยุ่งเหยิง รวมถึงต้นกำเนิดของมิตินี้ไปทั้งหมดล่ะก็ มันจะทำให้ขั้นพลังข้าทะลวงไปอย่างพุ่งพรวด…ทว่า การเพิ่มขั้นพลังอย่างบริสุทธิ์ หากไม่มีการตระหนักรู้อยู่ภายในด้วย ทุกอย่างจะเป็นเพียงภาพลวงตา…สุดท้ายก็เป็นได้เพียงคนที่มีกำลังเยอะ แต่ไม่มีความคิดควบคุม พละกำลังทั่วร่างไม่อาจใช้ออกมาได้แม้แต่นิดเดียว

การสูบโชควาสนาเร็วเกินไป ไม่มีเวลาให้ตระหนักรู้เลย นี่คือเป้าหมายของ ชายชรามู่หยา’ ดวงตาซูหมิงขยับประกายวาววับ

‘แต่ว่า โชควาสนาครั้งนี้ ข้าซูหมิง….ต้องได้มันมา!’ ซูหมิงหลับตาลง ทันใดนั้นมีกลิ่นอายมรณะเข้มข้นแผ่มาจากตัวเขา!

ขณะเดียวกันนี้ยังมีกลิ่นอายพลังหนาวเยือกแผ่ออกโดยมีเขาเป็นใจกลาง ทำให้มิติที่กำลังพังลงเหมือนถูกแช่แข็ง เกิดหิมะขึ้นวนเวียนอยู่รอบๆ ในตัวเขาไม่มีอุณภูมิแม้แต่น้อย หนาวเยือกดุจดั่งคนตาย

ตอนนี้เขาลืมตาขึ้น นัยน์ตากลายเป็นสีเทา

เขาไม่ได้ตระหนักรู้ขั้นภัยพิบัติจันทรา แต่เขามี…การตระหนักรู้ต่อชีวิตตน นั่นคือเส้นทางชีวิตจากฤดูหนาวไปสู่ฤดูใบไม้ผลิ จากความตายเดินไปสู่ความเป็น จากแดนมรณะหยินไปสู่แดนแสงสว่างหยาง

ดวงจันทร์สีเทาหมายถึงความตายของเขา หมายถึงฤดูหนาวเยือกในชีวิตเขา!

เมื่อกลิ่นอายมรณะทั่วร่างซูหมิงปะทุออกมา ดวงจันทร์สีเทาข้างหลังพลันขมุกขมัว พลังชีวิตกับต้นกำเนิดจำนวนมากรวมถึงพลังจากขั้นพลังอันบ้าคลั่งหลั่งทะลักเข้าสู่ในร่างกายเขาอย่างคลุ้มคลั่ง ซ้ำยังไหลเวียนในร่างอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังที่รวมออกมาเป็นดวงจันทร์ภัยพิบัติ

ซูหมิงท่ามกลางภาพนี้ เส้นผมยาวปลิวไสว หนาวเยือกไร้ที่เปรียบ เขายืนอยู่กลางอากาศ จากร่างขยายออกก็กลับมาดังเดิม ดวงจันทร์ภัยพิบัติสีเทาข้างหลังเปล่งแสงแห่งมรณะ

ในเวลาเดียวกันดวงตาซูหมิงขยับประกายรวดเร็วและดุดัน เขายกมือขวาตบตรงระหว่างคิ้ว เกิดเสียงดังขึ้น จากนั้นร่างกายเขาซ้อนทับกันโดยพลัน นั่นคือ…. การซ้อนทับจากร่างแยกกลืนนภา มันยืนอยู่ข้างขวาของเขา

ชั่วพริบตาที่ร่างแยกกลืนนภาออกมา พลังชีวิตรอบๆ รวมถึงพลังอันบ้าคลั่งเหล่านั้นก็กระจายออกอย่างเร็วไว มันหลั่งไหลเข้าสู่ร่างแยกกลืนนภา ทำให้ร่างแยกกลืนนภาเกิดเสียงโครมและระเบิดออก ทว่าขณะร่างกำลังระเบิด เลือดเนื้อที่กระจายออกพลันม้วนกลับมาแล้วรวมขึ้นอีกครั้ง รวมกันไม่หยุดหย่อนท่ามกลางการระเบิดกระจาย ทุกครั้งที่ระเบิดกระจายและรวมตัว ระดับความแกร่งของร่างกายนี้จะเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น

ไม่นานหลังร่างแยกกลืนนภารวมร่างขึ้นไม่หยุดหย่อน ก็มีดวงจันทร์ดวงที่สองโผล่มาข้างหลังร่างแยกกลืนนภา!

สีของดวงจันทร์เป็นสีแดง นั่นคือสีแดงดั่งโลหิต ประหนึ่งสีแดงชั่วร้ายราวกับ ฤดูใบไม้ร่วง!

ดวงจันทร์สีเทาหมายถึงความตาย หมายถึงฤดูหนาว ดวงจันทร์สีแดงก็หมายถึงฤดูใบไม้ร่วงที่ดิ้นรนในความตาย หมายจะย้อมนภาให้กลายเป็นโลหิต!

ยามนี้เอง ร่างแยกเอ้อชางปรากฏตัวเหนือร่างแยกขั้นพลังกับร่างแยกกลืนนภา ร่างแยกที่สามของเขา ตอนนี้รวมกันเป็นสามจุดแล้ว รวมเป็นสัญลักษณ์ของภูเขา ลูกหนึ่ง!

ภูเขาสูงตระหง่าน เป็นประวัติการณ์ซึ่งไม่อาจขยับเคลื่อน!

โครม!

ทั้งมิติสั่นสะเทือนรุนแรง ขณะเดียวกันชายชรามู่หยาที่กำลังเดินอยู่นอก เตาหลอมลำดับห้าด้วยสีหน้าเฉยเมยพลันหยุดชะงัก ตอนที่หันหน้าไปมอง หน้าเขาเปลี่ยนสี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!