Skip to content

สู่วิถีอสุรา 1039

Svtasr

ตอนที่ 1039 หุบปาก

ซูหมิงยืนอยู่กลางอากาศ เมฆหมอกด้านหลังม้วนตลบเผยออกเป็นรอยแยกนับไม่ถ้วนที่มองไม่เห็นสุดปลาย ในนั้นมีสายฟ้าสีม่วงลากยาวมาเสียงดังสนั่น ทำให้ซูหมิงในยามนี้เต็มไปด้วยความลึกลับและน่าเกรงขามในสายตาผู้ฝึกฌานหลายหมื่นคน

อีกทั้งกลิ่นอายพลังจากตัวเขายังแผ่กระจายไปรอบๆ กดข่มพลังจากขั้นพลังของทุกคนที่นี่ นี่ไม่ใช่แรงกดดันที่เกิดจากร่างเอ้อชางสีม่วง แต่เป็นขั้นพลังจากตัวเขาเอง

ภายใต้พลังแบบนี้ ซูหมิงจึงเหมือนกับเทพเจ้า เขากวาดสายตามองไป ผู้ฝึกฌานทุกคนที่เขามองใจสั่นไหว ก้มหน้าลงทันที ต้องก้มคารวะลงบนพื้นอย่างควบคุมมิได้

ตอนที่ซูหมิงมองชายชราที่มองตนด้วยสีหน้าปลงอนิจจังกลางศิลาหิน เขายังจำได้รางๆ ว่านี่คือโจวคัง เป็นชายวัยกลางคนในตอนนั้น

ทว่าตอนนี้เวลาผ่านไปไม่นาน เขากลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

‘ตายเพราะความรัก ตั้งใจเสื่อมสภาพลง ไม่คิดขอความช่วยเหลือ ร่างกายดุจดั่งวิญญาณ ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ อย่างไร้ความคิด’ ซูหมิงถอนหายใจ เขาเดินไปช้าๆ จนกระทั่งเหยียบบนแผ่นดิน มายืนอยู่ตรงหน้าโจวคัง

“พี่ใหญ่โจว” ซูหมิงกล่าวเสียงเบา

โจวคังแก่ชราผมขาวมองซูหมิงด้วยรอยยิ้ม สองคนไม่พูดเยอะ เพียงสบตากัน ภาพต่างๆ ในอดีตที่นี่ก็ลอยขึ้นมาความคิดของแต่ละคน

ตอนนั้นซูหมิงอ่อนแอราวกับมดปลวก หากไม่ได้การชี้แนะของโจวคังยากจะอยู่รอด เขาไม่มีวันลืมบุญคุณนี้

“คารวะนายท่าน!” บรรพบุรุษตระกูลจ้าวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วคารวะซูหมิงอีกครั้ง

ซูหมิงหันหน้าไป สายตาเปลี่ยนเป็นเย็นชา มองบรรพบุรุษตระกูลจ้าวแวบหนึ่ง ตอนนั้นอีกฝ่ายเคยถูกตระกูลคู่แค้นล่าสังหาร เขาพาคนในตระกูลที่เหลือถูกบีบเข้ามาแดนประหลาดที่นี่ กลายเป็นเครื่องบรรณาการศิลาหินสีม่วงของซูหมิง ตอนนี้มองไป บรรพบุรุษตระกูลจ้าวใกล้จะทะลวงพลังแล้ว จะเห็นได้ว่าเขาฝึกฝนอยู่ที่นี่อย่าง บ้าคลั่ง

“ฝึกฝนต่อไป เมื่อใดที่เจ้าฝึกถึงภัยพิบัติจันทราหรือแกร่งกว่านั้น ก็จะเป็นวันที่เจ้าได้ออกไปจากที่นี่ หรือ….คนศิลาหินสีม่วงทุกคน ต้องฝึกถึงเจ้าปกครองโลกสมบูรณ์” ซูหมิงกล่าวราบเรียบพลางกวาดสายตามองคนศิลาหินสีม่วงทุกคน ก่อนหมุนตัวกลับเดินมวลอากาศไปทีละก้าว

ร่างเงาเขาหายไปทีละน้อย ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปที่ใด แต่การมาช่วงสั้นๆ ของเขากลับสร้างแรงปะทะต่อจิตใจทุกคนที่นี่

จนกระทั่งซูหมิงหายไป โดยรอบก็ยังเงียบสงัด

ผ่านไปพักใหญ่ถึงมีเสียงสนทนาดังก้องเบาๆ

“คนนี้คือ….”

“คนนี้คือใคร เหตุใดถึงทำให้ศิลาหินสีม่วงส่องแสงเช่นนี้ และยังทำให้คนของ ศิลาหินสีม่วงเรียกว่านายท่านอีก!”

“นอกจากโม่ซูบุคคลในตำนานของแดนประหลาดวงแหวนบูรพาในตอนนั้นแล้วยังมีใครอีก”

“โม่ซู! เขาก็คือโม่ซูรึ?”

แดนประหลาดวงแหวนบูรพา ภายในโลกศิลาหินแสนอัน ช่วงที่เกิดเรื่องราวเกี่ยวกับโม่ซูดังก้องกังวาน ซูหมิงเดินออกมาจากมวลอากาศ มาปรากฏอยู่ในโลกฟ้ากระจ่างดาวแสนแห่งของเอ้อชางสีม่วง

สายตามองฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงตรงหน้าด้วยตาแวววาว ด้านหลังเขาพลันปรากฏร่างจริงเอ้อชางขึ้นมา ต้นไม้ใหญ่ยักษ์ไร้ที่เปรียบเผยตัว กลิ่นอายพลังชั่วร้ายมหาศาลอัดแน่นอยู่ทั้งฟ้ากระจ่างดาว

ซูหมิงหลับตาลงช้าๆ ผ่านไปพักหนึ่งตอนที่เขาลืมตาอีกครั้ง เขาเงยหน้าคำรามขึ้นฟ้า ท่ามกลางเสียงคำรามลากยาว ร่างเอ้อชางยักษ์ด้านหลังพุ่งตรงไปรวมกับร่างเขา เหมือนกับว่าร่างเขากลายเป็นหลุมดำไร้รูปกลืนกินได้ทุกสรรพสิ่ง หลังสูบร่างเอ้อชางเข้าสู่ในร่างแล้ว ก็เกิดเสียงดังกึกๆ ในร่างกาย กิ่งไม้จำนวนมากมุดออกมาจากในตัว แกว่งไกวไปมารอบๆ อย่างดุเดือด ตอนนี้เองนัยน์ตาเขาเผยประกายแสงสีม่วง

ยามนี้กล่าวได้ว่าเขาคือเอ้อชางอย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแต่ว่าอ่อนแอกว่าเอ้อชางในเพลงกลอนตอนนั้น ทว่าก็เหนือกว่าวิญญาณเอ้อชางตัวอื่น เพราะพวกมัน ไม่สมบูรณ์ แต่ซูหมิงได้รับโชควาสนามาในเตาหลอมลำดับห้า ร่างเอ้อชางกับตัวเขาจึงผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ดังนั้นแล้วในด้านระดับชีวิต ซูหมิงเหนือกว่าเอ้อชางที่ยังเป็นส่วนวิญญาณ!

“เอ้อชางสิบปี ตอนนี้ข้ายึดสีม่วง ต่อไป….ข้าต้องกิน!” นัยน์ตาซูหมิงขยับประกายสีม่วง ขณะเดียวกัน ฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงแสนแห่งพลันสั่นไหว เปลี่ยนเป็น ดั่งดวงตาเขา เมื่อมันขยับไหว ฟ้าก็สั่นสะเทือนตาม

“ไม่รู้ว่าเอ้อชางที่จะถูกกินตัวแรกเป็นส่วนวิญญาณเอ้อชางสีใด!” ซูหมิงเดินหน้าหนึ่งก้าวก่อนหายไปในพริบตาด้วยความเร็วไว ฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงข้างหลังยังม้วนตลบตาม คล้ายกับกลายเป็นทะเลสีม่วงม้วนตามอยู่ด้านหลังเขา ก่อให้เกิดเป็นพลังสะเทือนฟ้าดิน

ท่ามกลางเสียงดังก้อง ซูหมิงมาถึงขอบฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงแสนแห่ง หากข้ามที่นี่ไปก็จะเป็นเขตที่อยู่ของเอ้อชางอีกตัว ระหว่างส่วนวิญญาณเอ้อชางด้วยกันจะมีปราการขวางอยู่ ปราการนี้ก็เป็นกฏที่พวกมันร่วมกันกำหนดขึ้น

มีกฏระหว่างเอ้อชางอยู่ หากเปลี่ยนก่อนหน้านี้ กฏนี้ก็ยังผูกมัดซูหมิงเอาไว้ แต่ตอนนี้เอ้อชางสีม่วงของซูหมิงสมบูรณ์แบบแล้ว สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่หลอมรวมกับส่วนวิญญาณเอ้อชางตัวอื่นเพื่อให้ตนกลายเป็นเอ้อชางในเพลงกลอนตอนนั้น แต่เขา…จะกินเอ้อชางตัวอื่น ใช้พวกมันเป็นสารอาหาร ใช้ดวงจิตของตนเป็นหลักเพื่อกลายเป็น….เอ้อชางตัวใหม่!

นี่ไม่ใช่การเกิดใหม่ นี่คือการแทนที่!

โครม!

ร่างซูหมิงใช้วิธีการระเบิดเป็นวงกว้าง ไม่มีการใช้ทักษะอะไร ใช้เพียงร่างกายขับเคลื่อนฟ้าสีม่วงแสนแห่งชนเข้ากับปราการอย่างรุนแรง

เสียงครึกโครมดังสนั่นหวั่นไหว ปราการไร้รูปเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นกังวานไปทั้งแดนประหลาดวงแหวนบูรพาซึ่งเป็นฟ้ากระจ่างดาวล้านแห่งของเอ้อชาง!

เอ้อชางหนึ่งตัวจะมีฟ้ากระจ่าวดาวแสนแห่ง เอ้อชางสิบตัวก็มีหนึ่งล้าน ตอนนี้ หนึ่งล้านผืนฟ้าสั่นสะเทือน ถึงซูหมิงจะชนเพียงปราการแรก แต่ก็ยังกระเทือนไป ทั้งฟ้า

ต่อมาตรงจุดที่อยู่ของศิลาหินแสนแห่งเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว ศิลาหินทั้งหมดสั่นไหว โดยเฉพาะ….ศิลาหินสีฟ้าหมื่นอัน มันสั่นสะเทือนจนเกินคำว่ารุนแรงไปแล้ว เพราะว่าปราการที่ซูหมิงชนก็คือชุดที่เชื่อมฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงกับสีฟ้า

ช่วงที่เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนในโลกศิลาหินแสนอันหน้าเปลี่ยนสี ระหว่างที่พวกเขาต่างสับสน พลันปรากฏดวงจิตยักษ์เก้าดวงขึ้นรอบซูหมิง ดวงจิตเก้าดวงนี้ต่างพุ่งเข้ามาด้วยความโมโหเป็นอย่างยิ่ง

“สีม่วง! เจ้าจะทำอะไร!”

“สีม่วง หรือว่าเจ้าจะทำลายสัญญาของพวกเรา!”

“ไสหัวออกไป สีม่วง เจ้ากล้าบุกถิ่นของข้า ซ้ำแล้วยังไม่ปฏิบัติตามกฎ ข้าจะหลอมรวมเจ้า!”

เสียงคำรามด้วยความโกรธของดวงจิตเหล่านี้ดังกึกก้อง ซูหมิงมีสีหน้าเฉยชา ไม่ได้ใช้คำพูดตอบดวงจิตเหล่านี้ แต่ใช้การกระทำโดยการเหนี่ยวนำพลังของ ฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงแสนแห่งชนกับปราการอีกครั้ง

ท่ามกลางเสียงครึกโครมกังสนั่น ปราการสั่นไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนั้น ซูหมิงยกสองมือขึ้นยืดไปข้างบน ฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงแสนแห่งข้างหลังพลันหดเล็กลงกลางเสียงครึกโครมแล้วพุ่งตรงมาที่มือเขา ทำให้สีม่วงจากโดยรอบหายไปกลายเป็นความว่างเปล่า ขณะเดียวกันสองมือเขายังรวมดวงจิตเอ้อชางของตัวเองเอาไว้ รวมพลังของฟ้ากระจ่างดาวสีม่วงแสนแห่ง และยังรวมขั้นพลังของเขา…จากนั้นก็แทงเข้าไปในปราการ

เกิดเสียงกึกกึกดังขึ้น สองมือซูหมิงทะลวงผ่านปราการ พริบตาที่ฉีกออกยังเกิดเสียงระเบิด ปราการไร้รูปเปลี่ยนเป็นโครงสร้างตรงหน้าเขา ก่อนถูกฉีกออกเป็นรอยแยกยักษ์เส้นหนึ่ง มีแสงสีฟ้าสว่างจ้าเปล่งมาจากในรอยแยกนั้น ส่องสะท้อนร่างกายเขาจนเหมือนกลายเป็นสีฟ้า

“ที่แท้ ที่นี่คือแดนของเอ้อชางสีฟ้า” ซูหมิงยิ้มเยาะมุมปาก เขาพุ่งเข้าไปในรอยแยกตรงหน้าทันที จากการมาของเขาจึงเกิดแสงสีม่วงไม่มีที่สิ้นสุด นั่นคือฟ้าสีม่วงแสนแห่งปรากฏอีกครั้งแล้วบุกเข้าไปในฟ้ากระจ่างดาวสีฟ้าพร้อมกัน

“สีม่วง เจ้ารนหาที่ตายเอง!”

“สีม่วง พวกเราจะลงมือแยกเจ้าออก ให้เจ้าได้รู้ราคาของการทำลายกฏ”

“สีม่วง เจ้าฝ่าฝืนกฎของพวกเราในตอนนั้น เจ้าต้องตาย เจ้าต้องถูกหลอมรวม เจ้าต้องเป็นของบำรุงให้พวกเราดวงจิตเก้าดวง เจ้า…”

“พวกเจ้าหุบปาก!” ซูหมิงเงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้า เสียงดังสนั่นไปทั่วฟ้ากระจ่างดาวหนึ่งล้านแห่ง เส้นผมเขากลายเป็นสีแดง ภายในดวงตาเผยแสงสีแดง ทั่วร่างปะทุกลิ่นอายมารอันเหลือล้น ก่อนเดินหน้าเข้าไปในแม่น้ำของฟ้ากระจ่างดาวสีฟ้าแสนแห่ง

แทบเป็นขณะเดียวกับที่ซูหมิงเดินหน้าไปยังแม่น้ำแห่งฟ้ากระจ่างดาว ต้นไม้เอ้อชางยักษ์ต้นหนึ่งโผล่มาจากในแม่น้ำผืนฟ้าสีฟ้า มันใหญ่ยักษ์ยิ่ง ทั้งต้นเป็นสีฟ้า ช่วงที่มันร้องคำรามด้วยความโกรธจนสะเทือนไปทั้งฟ้ากระจ่างดาว ร่างซูหมิงก็เข้าไปใกล้แล้ว

โครม!

เสียงดังสนั่นทำให้ฟ้ากระจ่างดาวสั่นไหว ทำให้วิญญาณเอ้อชางตัวอื่นของฟ้าแปดแสนแห่งที่ดวงจิตมาถึงแล้วและเผยร่างออกมาทีละน้อยต้องหยุดชะงักกันทั้งหมด สีหน้าเกิดความหวาดกลัวขึ้น

เพราะท่ามกลางเสียงดังสนั่น ร่างซูหมิงชนเข้ากับร่างใหญ่ยักษ์ของเอ้อชางสีฟ้า แทบเป็นทันทีที่ชนกัน มีกิ่งไม้นับไม่ถ้วนมุดออกมาจากร่างซูหมิง กิ่งไม้เหล่านี้มุดเข้าไปในร่างเอ้อชางสีฟ้า ก่อนเริ่มทำการสูบกินอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย

“ไสหัวออกไป!” เอ้อชางสีฟ้าตะโกนเสียงดัง มันขยับตัวพลางระเบิดพลังของเอ้อชางจากในร่าง ทว่าตอนที่พลังปะทะกับซูหมิงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับถูกกำราบเอาไว้ นี่ไม่ใช่การกำราบด้วยขั้นพลัง นี่คือ…ระดับชีวิตที่มาพร้อมกับพลังในการกำราบ!

ร่างเอ้อชางสีฟ้าหดลงด้วยความเร็วระดับสายตา จากการถูกซูหมิงสูบไปจำนวนมาก เสียงคำรามจึงเปลี่ยนเป็นเสียงร้องด้วยความตกใจ เปลี่ยนเป็นการสั่นด้วยความกลัวและเหลือเชื่อ

“จะ…เจ้า…เจ้าไม่ใช่ส่วนวิญญาณ เจ้าสมบูรณ์ เป็นไปไม่ได้ นี่มัน….” ขณะ เอ้อชางสีฟ้าตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายมันระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เมื่อถูก ซูหมิงสูบไปจนหมดแล้ว เขาหมุนตัวกลับมองไปยังส่วนวิญญาณเอ้อชางแปดดวงที่มาถึง กิ่งไม้นอกตัวนับไม่ถ้วนตวัดไปมา พลังที่ไม่เคยมีมาก่อนแผ่ออกมาจากในตัวเขาโดยไม่กักเอาไว้แม้แต่น้อย ภายในพลังนี้มาพร้อมกับความชั่วร้ายไม่มีสิ้นสุดกับความกระหายเลือด ท่ามกลางกลิ่นอายมารน่ากลัว ผืนฟ้าดวงดาวสีฟ้าพลันพังทลายลง ไม่กี่ลมหายใจ….ก็เปลี่ยนเป็นสีม่วง!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!