Skip to content

สู่วิถีอสุรา 1042

Svtasr

ตอนที่ 1042 ขาว ดำ เทา

พวกมันเลือกไม่ได้ และก็ไม่มีใครยอมถูกกิน แต่เป้าหมายของซูหมิงไม่ใช่เพื่อให้พวกมันเลือก เขาจึงขยับวูบไหว ฟ้าสีม่วงสามแสนแห่งรวมมาที่ตัวเขา กลายเป็นสายรุ้งยาวสีม่วงพุ่งเข้าไปยังปราการไร้รูปตรงชายขอบอีกด้านหนึ่ง

พลังของผืนฟ้าสามแสนแห่งทำให้ร่างซูหมิงประหนึ่งทำลายล้างได้ทุกอย่าง ช่วงที่ปะทะกับปราการไร้รูปก็เกิดเสียงโครมดังมาจากปราการ เพียงการโจมตีครั้งเดียวมันก็พังลงเป็นเสี่ยงๆ ก่อนมีฟ้าสีขาวแผ่ขยายมาจากด้านในปราการไร้รูปอย่างรวดเร็ว

เอ้อชางสีขาว!

วิญญาณเอ้อชางสิบดวง ความจริงแล้วไม่ได้มีพลังเท่ากันทุกตัว สีดำ ขาว และเทาสามสีในนั้นแกร่งที่สุด อีกเจ็ดสีที่เหลือใกล้เคียงกัน ตอนที่ส่องแสงสีขาว ดวงตา ซูหมิงพลันเป็นประกาย

เขาเหยียบเข้าไปในผืนฟ้าสีขาว เห็นทันทีว่าในฟ้าสีขาวไม่มีแม่น้ำ ซึ่งต่างกับ เอ้อชางอีกเจ็ดสีอย่างสิ้นเชิง ตรงใจกลางฟ้านั้นมีชายชราสวมชุดคลุมขาวนั่งอยู่ คนหนึ่ง ตอนนี้เขาลืมตามองซูหมิงอย่างสงบนิ่ง

“ข้ารอเจ้ามาตลอด” ชายชราชุดคลุมขาวกล่าวราบเรียบ น้ำเสียงดังก้องฟ้า และยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกผ่านโลกมาเนิ่นนานกับความนุ่มนวล

“เจ้าเป็นเอ้อชางก็ดี เป็นผู้ฝึกฌานก็ดี ร่องรอยชีวิตเจ้าคือเอ้อชาง เป็นก่อนหน้านี้ก็ดี เป็นหลังจากนี้ก็ดี เจ้า…ก็ยังเป็นเอ้อชาง” ชายชรายืนขึ้นช้าๆ น้ำเสียงราบเรียบ มาพร้อมกับสิ่งที่ทำให้อดเกิดความรู้สึกดีขึ้นมามิได้

“วิญญาณเอ้อชางสิบดวง สามสีเป็นหลัก เจ็ดสีเป็นรอง…สีขาวควบคุมความดีของเอ้อชาง รับผิดชอบการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล สีดำควบคุมความชั่วของ เอ้อชาง รับผิดชอบความวิปริตแห่งการทำลายล้างโลก สีเทา…คือการดับสูญ คงอยู่กับฟ้าดิน ดับสูญไปพร้อมกับฟ้าดิน”

ซูหมิงมีสีหน้าสงบ สายตามองชายชราชุดคลุมขาวตรงหน้าอย่างเย็นชาพลางเดินเข้าไป เมื่อเข้าไปใกล้ ชายชราไม่หลบ กระทั่งสีหน้ายังไม่เปลี่ยน

“ดังนั้นขอเพียงเจ้าเป็นเอ้อชาง จะกินก็ดี จะหลอมรวมก็ดี ข้าเฝ้าหวัง…ถึงวันหนึ่งที่เราเอ้อชางจะลงมายังจักรวาลอีกครั้ง ในเมื่อเจ้าทำได้แล้ว เช่นนั้นเหตุใดข้าต้องหวงจิตสำนึก ถูกเจ้ากิน…ก็ไม่เป็นอะไร!” ชายชรายิ้มเล็กน้อย ตอนที่ซูหมิงเข้ามาใกล้ เขาหลับตาลงช้าๆ

ท่าทางแบบนี้ทำให้ซูหมิงหรี่ตาลงเล็กน้อยจนไม่อาจตรวจพบ เอ้อชางที่เขาเจอก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่คลุ้มคลั่ง อีกทั้งยังมีสติปัญญาไม่สูงนัก ทว่าชายชราชุดคลุมขาวร่างแปลงเอ้อชางสีขาวกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ซูหมิงนิ่งเงียบ สายตาเผยประกายเร็วขึ้น เมื่อเข้าไปใกล้ชายชราในพริบตาแล้วก็ยกมือขวาขึ้น มีกิ่งไม้จำนวนมากยืดยาวออกมาจากในห้านิ้วมือแล้วพุ่งเข้าไปตรงระหว่างคิ้วชายชรา

ร่างชายชราพลันแห้งเหี่ยวลงด้วยความเร็วระดับสายตา แก่นสำคัญชีวิตจำนวนมากของเอ้อชางหลั่งทะลักเข้าสู่ร่าง แก่นสำคัญชีวิตนี้เหนือกว่าสีฟ้าและสีแดงที่เขากินไปก่อนหน้านี้ ด้วยความมหาศาลของมัน ยังทำให้แสงม่วงในดวงตาเขาสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม

ทว่าทันทีที่ซูหมิงกินแก่นสำคัญชีวิตของชายชราร่างแปลงเอ้อชางสีขาว ทันใดนั้นชายชราลืมตาขึ้น นัยน์ตาฉายแววชั่วร้าย เขาประสานสัญลักษณ์ด้วยสองมือแล้วสะบัดไปสองข้างอย่างว่องไว

“หากเอ้อชางเป็นมายา จักรวาลก็เป็นความจริง หากเอ้อชางเป็นจริง จักรวาลก็เป็นมายา!” ระหว่างเสียงชายชราดังก้อง ท้องฟ้าสีขาวที่เขาอยู่พลันส่องแสงสีขาวสว่างจ้า เสียงโครมครามดังก้อง ทั้งฟ้ากระจ่างดาวในยามนี้…เปลี่ยนเป็นต้นไม้เอ้อชางสีขาวยักษ์ต้นหนึ่ง

ต้นไม้อยู่ระหว่างมายากับความจริง มันอัดแน่นอยู่ทั้งฟ้ากระจ่างดาว หรืออาจพูดได้ว่า…ฟ้าสีขาวคือส่วนหนึ่งของร่างกายอีกฝ่าย เวลานี้เมื่อร่างเอ้อชางเผยมาแล้ว ก็เท่ากับว่าเป็นการกินซูหมิงเอาไว้ข้างใน

“คนผู้นี้คิดจะเสี้ยมพวกเราให้แตกหักกันเอง สหายทุกท่าน อย่าไปถูกเขาหลอก ข้าจะยอมลบดวงจิตระเบิดตัวเอง หากทำสำเร็จ ในหมู่พวกเราจะต้องมีคนได้ปลุก เอ้อชางอย่างแน่นอน หากล้มเหลว…ก็ขอให้พวกเจ้าเลือกแบบข้า!” ตอนที่เสียง ชายชราดังก้องไปรอบๆ เอ้อชางสีขาวยักษ์พลันระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดจากในร่างกายม้วนตรงไปหาซูหมิง หมายจะบดขยี้เขา….ให้แหลกสลายไป

แต่ว่าตอนที่เอ้อชางสีขาวระเบิดตัวเอง กลับมีสีม่วงมหาศาลระบายออกมาจากในร่างกายเขา จากนั้นในร่างเอ้อชางสีขาวจึงปรากฏเอ้อชางสีม่วงขึ้นมา ภาพนี้เป็นเหมือนกับตอนที่เอ้อชางถือกำเนิดขึ้นในจักรวาลโดยแทนที่ซุ่ยเฉินจื่อในตอนนั้น!

แต่เอ้อชางสีม่วงของซูหมิงเกิดขึ้นจากการทำลายล้างของเอ้อชางสีขาว ทันทีที่ปรากฏ สีม่วงและขาวสองสีสว่างพร่างพราวอย่างรวดเร็วในผืนฟ้า เสียงครึกโครมก็ดังเลื่อนลั่น ตอนนี้เองเอ้อชางสีขาวระเบิดออกทั้งหมด พลังต้นกำเนิดกลายเป็นห้าส่วน หนึ่งส่วนในนั้นหลอมรวมเข้าสู่ร่างซูหมิง สี่ส่วนที่เหลือทะลวงผ่านอากาศตรงไปหา เอ้อชางสี่ตัวที่เหลือ

เหตุการณ์นี้เท่ากับฉายซ้ำภาพก่อนหน้านี้ หากดำเนินต่อไปจะต้องมีเอ้อชางตัวหนึ่งที่สุดท้ายได้ปลุกต้นกำเนิด และเป็นตัวสำคัญให้ดวงจิตเอ้อชางในตอนนั้นลง มาเยือนอีกครั้ง

นี่เป็นสิ่งที่ซูหมิงไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นมากที่สุด ตอนนี้เห็นต้นกำเนิดจิตสี่ส่วนของเอ้อชางสีขาวหายไปในมวลอากาศ ช่วงที่เขาปรากฏตัวในเศษเสี้ยวร่างเอ้อชาง สีขาว เสียงของเขาก็ดังกังวานไปในฟ้ากระจ่างดาวล้านแห่งพร้อมด้วยจิตสังหารและความเด็ดขาดเหลือล้น จนเสียงเข้าไปถึงจิตใจเอ้อชางสี่ตัวที่เหลือ

“ใครกล้าแย่งพลังต้นกำเนิดเอ้อชางของแซ่ซู คนนั้นจะเป็นรายต่อไป! ให้ข้ากิน เอ้อชางสีขาวทั้งหมด แล้วข้าจะให้เวลาพวกเจ้าหารือกัน!” น้ำเสียงดังก้อง เข้าไปถึงจิตใจเอ้อชางสีดำ เทา เขียวเข้ม และเหลืองสี่สี

เอ้อชางสีดำในนั้นกินพลังต้นกำเนิดจิตที่เอ้อชางสีขาวส่งมาอย่างไม่ลังเลเป็นคนแรก พร้อมกันนั้นสีเทาก็กินตามไป ฟ้ากระจ่างดาวที่พวกมันอยู่แผ่ขยายออกไปไม่น้อย

ทว่า….เอ้อชางสีเขียวเข้มกับสีเหลืองกลับลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ไม่มีตนใดเลือกกิน เพียงแผ่กระจายพลังของตัวเองออกไปข้างนอก ส่งพลังต้นกำเนิดของเอ้อชางสีขาวออกจากผืนฟ้าพวกมัน ต่อมาก็แผ่กระจายสีจากในฟ้าของพวกมันเอง ทำให้ซูหมิงรู้ว่าพวกมันยินยอม

ดวงตาซูหมิงวาววับ เขาอ้าปากกว้างสูบกิน ต้นกำเนิดเอ้อชางสีขาวที่ถูกส่งมาพุ่งเข้าไปในปาก จากนั้นเงยหน้าขึ้นฟ้าคำรามเสียงดัง ทั่วร่างอาบไปด้วยแสงสีม่วง ผืนฟ้าสามแสนแห่งก่อนหน้านี้ขยายออกเป็นสี่แสนกว่าแห่ง

“สีดำ สีเทา เจ้ารนหาที่ตาย!” นัยน์ตาซูหมิงขยับประกายสีม่วง เขามองข้ามฟ้ากระจ่างดาวเอ้อชางสีเหลืองกับสีเขียวเข้มไป และเดินหน้าไปยังปราการไร้รูปของ ฟ้ากระจ่างดาวสองสีที่เหลือ

‘กินเถอะ ยังเหลือส่วนวิญญาณเอ้อชางอีกสี่ส่วน ขอเพียงข้าอยู่เป็นคนสุดท้าย ข้าจะทำให้เอ้อชางตื่นขึ้น ถึงตอนนั้นต่อให้ยังต่อต้านกับสีม่วงไม่ได้ แต่ก็ป้องกันตัวเองได้’ เอ้อชางสีเขียวเข้มในฟ้าสีเขียวเข้มดวงตาวาววับ มันพบว่าเมื่อกินต้นกำเนิดของ สีเขียวกับสีส้มไปแล้ว ในด้านสติปัญญาเหมือนเกิดความรู้สึกเปิดกว้าง

คนที่เกิดความคิดแบบเดียวกันยังมีเอ้อชางสีเหลืองด้วย

ด้วยความเร็วของซูหมิง พริบตาเดียวก็ชกหมัดใส่ปราการไร้รูป หลังจากปราการพังลง ก็มีแสงของฟ้าสีดำส่องสว่างมา ขณะเดียวกันยังมีกำปั้นหนึ่งยื่นมาจากใน รอยแตกของปราการเข้าปะทะกับมือขวาซูหมิง

เสียงโครมดังขึ้น กำปั้นจากในฟ้าสีดำถอยไป เผยให้เห็นเป็นชายชราสวมชุดคลุมดำ ใบหน้าเขามีจิตสังหาร เมื่อกระเด็นถอยไปแล้วยังหยุดชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาซูหมิงอีกครั้ง

ซูหมิงตาเป็นประกายวาววับ แค่นเสียงเย็นชาพลางเดินหน้าไป

“เอ้อ!” ชายชราร่างแปลงเอ้อชางสีดำเงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้า ฟ้าสีดำที่เขาอยู่พลันกลายเป็นเอ้อชางสีดำขนาดมหึมา ก่อนพังทลายลงมาถล่มซูหมิง

“เอ้อ!” ซูหมิงก็เงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้า ฟ้ากระจ่างดาวสี่แสนแห่งกลายเป็นเอ้อชางสีม่วง จากนั้นถล่มลงมาแบบเดียวกัน กลายเป็นการปะทะของเอ้อชางสองตัวในผืนฟ้า ท่ามกลางเสียงดังสนั่น ตอนนี้ยังเกิดเสียงครึกโครมมาจากปราการไร้รูปที่เชื่อมกับ ฟ้าสีดำอยู่ไกลๆ

ภายใต้เสียงอึกทึกครึกโครม ราวกับว่ามีคนมาจากข้างหลัง กำลังโจมตีปราการไม่หยุดหมายจะเข้ามา เห็นได้ชัดว่านั่นคือฟ้ากระจ่างดาวของเอ้อชางสีเทาด้านหลังปราการไร้รูป

“ชาง!” มีแก่นสำคัญชีวิตจำนวนมากไหลมาจากมุมปากชายชราร่างแปลงเอ้อชางสีดำ นี่ไม่ใช่โลหิต แต่เป็นพลังต้นกำเนิด ภายใต้การปะทะกันก่อนหน้านี้ มันย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ซูหมิง ตอนนี้คำรามเสียงดังลั่น ใบไม้บนต้นเอ้อชางสีดำรอบตัวมันสั่นไหวทั้งหมด ก่อนจะพุ่งออกมาแล้วรวมขึ้นเป็นพายุคลั่งใบไม้ตรงไปหาซูหมิง

“ชาง!” ซูหมิงกล่าวเสียงราบเรียบ เขาก็ใช้อภินิหารแบบนี้ได้เหมือนกัน!

เอ้อชางสีม่วงหมุนตัว ใบไม้สีม่วงนับไม่ถ้วนหลุดร่วงลงมากลายเป็นพายุหมุนพุ่งเข้าไป ท่ามกลางเสียงดังสนั่นอีกครั้ง ชายชราร่างแปลงเอ้อชางสีดำพ่นแก่นสำคัญชีวิตจำนวนมากอีกรอบ ขณะที่ร่างเขากระเด็นถอยไปยังเกิดเสียงดังโครม ปราการไร้รูปข้างหลังเขาพังทลายลง แสงสว่างสีเทาเปล่งแสงมาจากภายในมากมาย พร้อมกับที่ชายชราสวมชุดคลุมเทาเดินออกมา

เมื่อเขาเดินมาแล้วก็ไม่มองซูหมิง แต่พุ่งตรงไปหาชายชราชุดคลุมดำ

ชายชราชุดคลุมดำมีแววตาเข้าใจและเด็ดขาด จึงกัดฟันไม่หลบไปปล่อยให้ ชายชราชุดคลุมเทาเข้ามาใกล้แล้วกดฝ่ามือตรงกลางกระหม่อม ตอนนี้เองชายชรา ร่างแปลงเอ้อชางสีดำร่างแหลกเป็นเสี่ยงๆ พลังต้นกำเนิดแก่นสำคัญชีวิตมหาศาลกลายเป็นหมอก ถูกชายชราชุดคลุมเทาสูบไปหลอมรวมด้วยทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ดวงตาซูหมิงขยับประกายวาววับ เขายกสองมือขึ้น เดินเข้าไปหลายก้าวแล้วโบกสองมือไปข้างหน้า แขนยืดออกตบฝ่ามือไป การตบสองมือในครั้งนี้ทำให้เกิดพายุคลั่งกลางฟ้ากระจ่างดาวขึ้นทันที พายุลากยาวเข้าไป มีพลังน่าสะเทือนฟ้า นี่คือการตบฝ่ามือที่เขารวมขึ้นมาจากพลังผืนฟ้าสีม่วงสี่แสนแห่ง ดังนั้นพายุที่เกิดขึ้นจึงเป็นสีม่วง

พายุพุ่งเข้าไปข้างหน้า ชั่ววูบเดียวก็พัดพลังต้นกำเนิดจากแก่นสำคัญชีวิตของ เอ้อชางสีดำกลุ่มนั้นที่ชายชราชุดคลุมเทากำลังจะสูบกินให้ลอยไปข้างหลังอีกฝ่ายราวกับเมฆหมอก

ซูหมิงโจมตีครั้งนี้อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ผลของมันยังสำคัญยิ่งกว่า ทำให้การสูบกินของชายชราชุดคลุมเทาเป็นอันต้องหยุดชะงัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!