สู่วิถีอสุรา 1061

ตอนที่ 1061 มาจากฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืน

แทบเป็นช่วงที่ซูหมิงละลายสายฟ้าลบล้างตะวัน รวมออกมาเป็นโลหิตสีทองหนึ่งหยดและใช้ปลายลิ้นสัมผัส ลูกตายักษ์เหนือเป่ยหลิงพลันจ้องเขาตาเขม็ง

ในเวลาเดียวกัน บนดาวแท้จริงมหึมาที่รวมขึ้นด้วยดาวจำนวนมากที่อยู่ไกลจากที่นี่อย่างยิ่ง ภายในวิหารยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ หญิงอาภรณ์ขาวผู้งดงามยิ่ง ที่นั่งฌานด้วยสีหน้าเย็นชา นัยน์ตาพลันเพ่งจ้อง ตอนนี้เองนางมองข้ามเขตอื่นๆ ในลูกแสงไป สมาธิทั้งหมดจับจ้องไปยังภาพซูหมิงที่ดวงตาขยับประกายประหลาดใจในลูกแสงที่สาม

นางจ้องซูหมิงพลางยกมือขวาทำสัญลักษณ์มือโบกไปข้างๆ ทันใดนั้นบนมือนางมีลูกกลมโผล่มาอีกลูก ภายในลูกกลมนั้นมีรูปลักษณ์ของซูหมิงกำลังบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว ผ่านไปครู่หนึ่ง ซูหมิงกลางลูกแสงก็ปรากฏภาพทั้งหมดตั้งแต่เกิดจนเข้าไปในแดนรกร้างต้นกำเนิดจิต

แน่นอนว่าซูหมิงในภาพนั้น ในสายตาคนนอกคือเต้าคง

“เต้าคง…หนึ่งในสิบองค์ชาย เข้าแดนรกร้างต้นกำเนิดจิตเมื่อพันกว่าปีก่อน” หญิงคนนี้เอ่ยเสียงเบา เสียงไพเราะมากราวกับนกจาบฝน ทว่าความเย็นเยียบในนั้นกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ามีไอหนาวแผ่มาจากในกระดูก

“แดนรกร้างต้นกำเนิดจิต…” นางขมวดคิ้ว ไม่ใช่เพราะสายฟ้าลบล้างตะวันถูกทำลายและถูกบีบเป็นโลหิตสีทองเป็นครั้งแรก ความจริงแล้วในสงครามหลายปีมานี้ หลังจากสายฟ้าลบล้างตะวันถูกสร้างขึ้นก็ถูกคนสำนักดาราสัจธรรมทำลายหลายครั้ง และถูกบีบออกเป็นโลหิตสีทองเพื่อใช้บำรุงวิญญาณ

ดังนั้นนางจึงไม่ได้ตกตะลึงกับการที่ซูหมิงทำลายสายฟ้าลบล้างตะวันมากนัก เพียงแค่ประหลาดใจเล็กน้อยกับเต้าคงตรงหน้า

สิ่งที่นางขมวดคิ้วไม่เกี่ยวกับสายฟ้าลบล้างตะวัน แต่เป็นประสบการณ์ชีวิตของเต้าคง ครึ่งชีวิตก่อนนางมองข้ามไปเลย สิ่งที่นางสนใจมากที่สุดคือคำว่าแดนรกร้าง ต้นกำเนิดจิต!

นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนยกมือขวากดลูกแสงทางขวา ทันใดนั้นลูกแสงเปลี่ยนเป็นสีส้ม ประสบการณ์ชีวิตเกี่ยวกับเต้าคงภายในนั้นถูกย้อมเป็นสีส้ม นางใช้วิธีนี้กำหนดว่าเต้าคงเป็นคนที่พันธมิตรเซียนให้ความสนใจในระดับสูง

“จะใช่เขาหรือไม่เดี๋ยวก็จะรู้เอง” หญิงชุดคลุมขาวพูดกับตัวเองเบาๆ

แต่ทันทีที่นางเพิ่งจะพึมพำ ฉับพลันนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วลุกพรวดขึ้นจากท่าขัดสมาธิ ดวงตาหงส์หรี่แคบลงจ้องซูหมิงในลูกแสงที่สาม

กลางฟ้ากระจ่างดาว ภายใต้สายตาแต่ละอารมณ์ของคนรอบๆ ซูหมิงคว้าโลหิต สีทองเอาไว้ ตอนนี้เองมีเส้นเล็กบางโผล่มาจากฝ่ามือเขามากขึ้น เส้นเล็กบางเหล่านี้มุดเข้าไปในโลหิตกันอย่างล้นหลาม เป็นเพราะเขาเกิดความสงสัยในโลหิตนี้ จึงใช้พลังของเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตวิเคราะห์โลหิตในอีกระดับหนึ่ง

เมื่อพลังจากเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตในฝ่ามือมุดเข้าไปในโลหิตสีทองไม่หยุด มันก็เริ่มวิเคราะห์อย่างว่องไว ซูหมิงหน้าเปลี่ยนสีทันที เขารู้สึกถึงกลิ่นอายพลังที่บอกไม่ถูกแผ่กระจายมาจากในโลหิตทองอย่างต่อเนื่อง มันเหมือนกับถูกพลังจาก เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตปลุกให้ตื่นขึ้นจากการซ่อนตัว และก็คล้ายกับถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ยามนี้ขณะแผ่กระจายออก ก็เกิดเสียงคำรามสนั่นฟ้าในใจเขา

ขณะเสียงคำรามดังก้อง ต่อให้เป็นซูหมิงก็ยังถูกกระเทือนจนความคิดขาวโพลน และยังมีแรงกดดันกดทับบนตัว ทำให้เขาประหนึ่งเสียพลังจากขั้นพลังทั้งหมดไป

เสียงนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายพลังโบราณและมีความแปลกตาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เหมือนกับว่า…ไม่ใช่ของจักรวาลนี้ กระทั่งไม่ใช่ของสี่มหาโลกแท้จริง และก็ไม่ใช่ของ…มหาโลกสามรกร้าง!

เพราะว่าช่วงที่กลิ่นอายพลังกับเสียงคำรามวนเวียนในใจซูหมิง ผืนฟ้ารอบๆ เกิดระลอกคลื่นขึ้นนับไม่ถ้วน นั่นคือ…การมาเยือนของกฎจักรวาล กฎนี้ไร้รูปร่าง ขณะมาถึงยังทำให้ทุกอย่างในฟ้าดวงดาวคล้ายถูกหยุดนิ่ง บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงข้างบนเดิมทียังเล่นบทเป็นหมูกินเสือด้วยความตื่นเต้น แต่ตอนนี้กลับตัวสั่น

‘ดวงจิตของจักรวาล นี่คือดวงจิตจากกฎจักรวาลมาเยือน นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น ไม่อยากเชื่อว่าดวงจิตจักรวาลจะตื่นขึ้นจากการหลับใหล!’

สิ่งที่ทำให้ซูหมิงใจสั่นสะท้าน ยังมีเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตที่ หลอมรวมอยู่ในวิญญาณเขา ตอนนี้มันระเบิดออกจากในร่างกายอย่างรุนแรงเพื่อต่อต้านกลิ่นอายพลังในโลหิตทอง ประหนึ่งว่า…เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตกับโลหิตทองเป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ คงอยู่เพื่อรบกัน กลิ่นอายพลังนี้ถูกกระตุ้นออกมาเพราะการวิเคราะห์ของเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิต ตอนนี้กลิ่นอายพลังสองชนิดต่อต้านกันภายในตัวซูหมิง และยังเหนี่ยวนำให้ดวงจิตจักรวาลมาเยือน ทุกอย่างนี้…หากซูหมิงยังไม่เข้าใจ ก็คงไม่มีชีวิตรอดจากแดนรกร้างต้นกำเนิดจิตมาจนถึงตอนนี้

โลหิตหยดนี้มาจาก…ฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืนที่เป็นศัตรูโดยธรรมชาติกับฝ่ายเงามืดรุ่งอรุณที่ผู้เฒ่าเมี่ยเซิงอยู่!

เสียงโครมดังขึ้น โลหิตสีทองในมือขวาซูหมิงพลันระเหย กลายเป็นหมอกสีทองลอยขึ้นตามซอกนิ้วมืออย่างรวดเร็ว เสียงคำรามแหลมดังมาจากในหมอก สั่นสะเทือนไปรอบๆ

หมอกสีทองพลันรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นยุงยักษ์สีทองตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้าซูหมิง มันมีสีหน้าดุร้าย ทว่าทั่วร่างกลับมีพลังที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างยิ่ง พลังนี้ราวกับมีแนวโน้มว่าจะไม่ยอมศิโรราบต่อฟ้าดิน ไม่ยอมให้การควบคุมของจักรวาล

ช่วงที่มันอ้าปากกว้างคำรามใส่ซูหมิง แรงกดดันแผ่กระจายออกทันใด เพียงแต่ตอนที่มันแผ่แรงกดดัน ร่างก็พลันระเบิดออกราวคลื่นกระทบฝั่ง

แต่ว่าพริบตาที่ยุงสีทองระเบิด กลับมีแรงดูดมหาศาลปล่อยมาจากในตัวซูหมิง จังหวะที่ยุงสีทองกลายเป็นหมอกจะหายไปก็ถูกดูดเข้าร่างเขา แล้วละลายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ทุกคนมองเห็นภาพเหตุการณ์ต่อเนื่องเหล่านี้ สร้างความตื่นตะลึงให้กับหลายหมื่นคนที่นี่

มีเพียงซูหมิงคนเดียวที่รู้ ยุงสีทองหายไปเพราะในโลหิตสีทองแฝงไว้ด้วยพลัง ต้นกำเนิดน้อยเกินไป ไม่อาจต่อต้านเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตได้ หลังจากถูกเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตจัดการทำลายแล้วจึงเกิดภาพการกลืนกินขึ้น

เมื่อหมอกจากยุงสีทองถูกซูหมิงสูบกินเข้าไป ก็เกิดเสียงดังกึกๆ ในร่างกายเขา เดิมทีเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตในวิญญาณเป็นเศษเสี้ยว ตอนนี้เหมือนได้รับการบำรุง จึงเกิดเค้าลางการเติบโตขึ้นบริเวณขอบ ถึงจะขยายออกไปเสี้ยวเดียว แต่ก็ยืนยันได้ว่าหากมีการบำรุงที่มากพอ เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างชีวิตจะสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ!

นัยน์ตาซูหมิงเพ่งสมาธิ เงยหน้าขึ้นพร้อมขยับเดินไปข้างหน้า พริบตาเดียวก็ทะยานเข้าไปใกล้เป่ยหลิง

เป่ยหลิงหน้าเปลี่ยนสี ขณะถอยหลังไปอย่างว่องไวก็ยกมือซ้ายขึ้น หยิบคันศรใหญ่ข้างหลังออกมา ส่วนมือขวาดึงสายคันศร แต่ทันทีที่ดึงสายคันศร ซูหมิงกลับไม่พุ่งเข้ามาตรงๆ อีก แต่วูบไหวไปทางซ้ายและขวา เสียงร้องแหลมพลันดังมาจากปากสองคนที่ใช้สายฟ้าลบล้างตะวันก่อนหน้านี้พร้อมกัน สองคนนั้นร่างระเบิดออก ซูหมิงคว้า ถุงเก็บวัตถุเอาไว้แล้วก็เงยหน้ามองเป่ยหลิง

ตอนนี้เอง เป่ยหลิงดวงตาขยับประกายวาววับ เขาคลายมือขวาจากสายคันศร ลูกธนูที่แขวนไว้ข้างบนก่อนหน้านี้ส่งเสียงดังหวืด มันพุ่งไปหาซูหมิง เพิ่งจะยิงออกไป ลูกธนูก็สั่นไหวกลางอากาศและเพิ่มเป็นจำนวนเกือบหนึ่งแสนดอก มองไปแวบหนึ่ง ลูกธนูแสนดอกพุ่งไปหาซูหมิงพร้อมกันคล้ายสายฟ้าในฟ้า

ซูหมิงมีสีหน้าสงบนิ่ง เขาเดินหน้าไปยังสายฝนธนูแสนดอก ท่ามกลางเสียงครึกโครมดังสนั่น เขาใช้ร่างกายพุ่งฝ่าไป ลูกธนูแสนดอกพุ่งใส่ร่างเขา แต่พวกมันกลับส่งเสียงดังสนั่นและกระเด็นออกไปทั้งหมด เข้าขวางซูหมิงหรือทำอันตรายเขา ไม่ได้แม้แต่น้อย จากนั้นเขายกมือขวาตบมือซ้ายเป่ยหลิงแบบสบายๆ หลังจากแย่ง คันศรใหญ่มาแล้วก็โบกมือไป มีพลังมหาศาลม้วนเข้าใส่เป่ยหลิง ผลักเขาถอยไปพันจั้ง ตอนที่กระอักเลือด ดวงตาเป่ยหลิงแดงเป็นโลหิต

“คันศรนี้เป็นของข้า แลกกับชีวิตเจ้า”

“นี่เป็นเพียงคันศรธรรมดาเท่านั้น เจ้าเอาไปจะมีประโยชน์อะไร!” เป่ยหลิงปวดใจ คันศรนี้มีความหมายพิเศษกับเขา ตอนนี้เห็นคนอื่นแย่งไป ถึงเขาจะหวาดกลัว ขั้นพลังซูหมิง แต่ชั่วขณะนี้ยังทำใจไม่ได้ ว่าจบก็กัดฟันไหววูบตัวห้อเหยียดไกลออกไป เมื่อฉีกม้วนแผ่นหยกทิ้ง ร่างเขาก็หายวับไปในฟ้ากระจ่างดาวทันที

“มันไม่ใช่ของเจ้า” ซูหมิงพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วเขย่าคันศรใหญ่ในมือเพื่อเก็บมันเข้าถุงเก็บวัตถุ ทันใดนั้นมีแสงสว่างจ้าเปล่งมาจากในลูกตายักษ์ข้างบน แสงนี้กลายเป็นดาบยาวเล่มหนึ่งฟันลงมาทางซูหมิง

ซูหมิงยกมือขวาเรียกทวนสิ้นสูญออกมา จากนั้นกวาดทวนใส่ดาบยาวที่ฟันเข้ามาหา เสียงโครมดังขึ้น ชั่วขณะที่ดาบยาวปะทะกับทวนสิ้นสูญก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ ในเวลาเดียวกัน ดวงตาที่สามตรงระหว่างคิ้วขยับแสง และเปิดเป็นเส้นรอยแยกหนึ่ง ดวงตานี้จ้องลูกตายักษ์ เพียงมองไป ฟ้ากระจ่างดาวในดวงตาที่สามของซูหมิงขยายใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด พริบตาเดียวลูกตานั้นก็กลายเป็นภาพมายา จากการขยายใหญ่ขึ้นทีละชั้น เขาเห็นหญิงชุดคลุมขาวนั่งฌานอยู่ในวิหารยักษ์ตรงส่วนลึกของดวงตา

ยามที่เห็นหญิงคนนี้ นางก็หน้าเปลี่ยนสีเช่นกัน ทั้งสองคนสบตากัน

ตอนที่เห็นใบหน้านางชัดเจน ในใจซูหมิงเกิดความซับซ้อนขึ้นมา แต่ไม่เผยให้เห็นทางสีหน้าแม้แต่น้อย

“ซูหมิง เจ้าคือซูหมิง!” ชั่วขณะที่หญิงชุดคลุมขาวสบตากับซูหมิง นางพลันเอ่ยขึ้น เสียงดังก้องในวิหารที่นางอยู่ แต่ก็ยังดังเข้าไปในจิตใจซูหมิงด้วย

“ซูหมิงเป็นใคร หรือว่าจะหน้าตาเหมือนกับแซ่เต้า ข้าคือเต้าคงองค์ชายสำนักดาราสัจธรรม!” ซูหมิงยิ้มเยาะมุมปาก เขาพลันยกมือขวาขึ้นอย่างไร้คลื่นอารมณ์ แล้วปาทวนสิ้นสูญพุ่งดิ่งไปยังลูกตายักษ์

เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น ทวนสิ้นสูญทะลวงเข้าไปในลูกตายักษ์ พลังทำลายล้างที่แฝงอยู่ข้างในหมุนตลบและทำลายลูกตานี้ ในเวลาเดียวกันยังส่งเข้าไปในวิหารใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป ถึงจะถูกปราการไร้รูปขวางเอาไว้ แต่ก็ยังทำให้วิหารใหญ่สั่นสะเทือน

“นี่คือวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพันธมิตรเซียนรึ บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง แสดงขั้นพลังของเจ้า จงสังหารให้สิ้นในสามลมหายใจ ให้ดวงตาแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่จะหายไปได้เห็นทะเลเพลิงของที่นี่!”

“ไม่ต้องถึงสามลมหายใจหรอก” บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง ขั้นพลังกุมปะทุออก ทะเลเพลิงสีม่วงแผ่กระจายไปอย่างไม่มีสิ้นสุดในชั่วพริบตา เพียงแค่สองลมหายใจ ผู้ฝึกฌานพันธมิตรเซียนทั้งหมดที่นี่ก็กลายเป็นเถ้าธุลีหายไปในทะเลเพลิง

ในวิหารใหญ่ดารา หญิงชุดคลุมขาวถอยหลังไปหลายก้าว สายตาจ้องทะเลเพลิงของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงกับใบหน้าซูหมิงในลูกแสงที่สามตาเขม็ง

“เขา…ไม่ใช่ หากเป็นซูหมิงจะไม่ทำเรื่องให้ใหญ่โตขนาดนี้…” ไม่รู้ว่าในใจนางเกิดความคิดอะไรขึ้น เพียงพูดกับตัวเองเบาๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!