Skip to content

สู่วิถีอสุรา 1062

Svtasr

ตอนที่ 1062 หากไม่ดับสูญ จะเกิดใหม่ได้อย่างไร

ดวงตาแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ลูกตาในนั้นหรี่แคบลงพร้อมสลายหายไป สิ่งที่หายไปด้วยยังมีร่างใหญ่ของดวงตาแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ มันระเบิดออกเสียงดังสนั่นกลางฟ้า

ผู้ฝึกฌานพันธมิตรเซียนกลายเป็นเถ้าธุลีในทะเลเพลิงสีม่วง แม้แต่สิบกว่าคนที่กำลังสู้กันอย่างดุเดือดข้างบนยังตายตกในทะเลเพลิงหลังบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงระเบิดพลัง

ความต่างของขั้นพลังทำให้การต่อต้านทุกอย่างของพวกเขาสูญเปล่า

แต่ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ดูเหมือนสำนักดาราสัจธรรมได้ชัยชนะ แต่ความจริงคือนอกจากพวกซูหมิงแล้ว ศิษย์สำนักดาราสัจธรรมตอนนี้เหลือหลายพันคนเท่านั้น พวกเขาเหม่อมองไปโดยรอบ ช่วงที่พากันมองบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงก็ดูหวาดกลัวกันอย่างชัดเจน จากนั้นก็มองซูหมิง ความหวาดกลัวกลับกลายเป็นความยำเกรง ไม่รู้ว่าใครได้สติกลับมาก่อน จึงประสานมือคารวะลงลึกๆ ไปทางซูหมิง

“คารวะองค์ชายเต้าคง!”

“พวกเราขอคารวะองค์ชายเต้าคง!” เสียงเริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่นานก็กลายเป็นคลื่นเสียงหลายพันคนดังก้องอยู่กลางทะเลเพลิง ดังสนั่นในฟ้ากระจ่างดาวอยู่นานไม่หายไป

ในกลุ่มคน ผู้ฝึกฌานภัยพิบัติจันทราที่ต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งเผ่าเซียนข้างบนก่อนหน้านี้เหล่านั้นรวมถึงโอวหยางคงแห่งห้องโถงผู้อาวุโสซึ่งอยู่ไกลออกไปล้วนประสานมือคารวะ ไม่ว่าขั้นพลังใด ตอนนี้จิตใจถูกกระเทือนอย่างรุนแรง ความยำเกรงต่อ ซูหมิงบรรลุถึงจุดสูงสุด

ซูหมิงมองฟ้าไกลๆ ดวงตาสองข้างเปล่งประกายแสงอ่อน ก่อนก้มหน้าลงยก มือขวาขึ้น ในมือปรากฏถุงเก็บวัตถุสองใบ จากนั้นจึงใช้จิตสัมผัสตรวจสอบและ นำสายฟ้าลบล้างตะวันออกมาสองชิ้น

ในถุงเก็บวัตถุสองใบนี้มีสายฟ้าลบล้างตะวันอยู่

ซูหมิงตกอยู่ในห้วงความคิด เขาไม่ได้สูบกินมันในทันที แต่เก็บไปแล้วหมุนตัวกลับเรือรบ จากนั้นจึงพักแรมอยู่นอกจุดเคลื่อนย้าย

ถึงอย่างไรจุดเคลื่อนย้ายที่นี่ก็เกิดปัญหาเล็กน้อย จึงยากจะเปิดได้ในทันที ราวสามวันต่อมาเมื่อแสงจากอาคมเคลื่อนย้ายส่องสว่างอีกครั้ง สำนักดาราสัจธรรมก็รู้ข่าวเกี่ยวกับที่นี่รวมถึงจุดเคลื่อนย้ายอื่นถูกทำลาย การเชื่อมต่อระหว่าง จุดเคลื่อนย้ายต่างๆ กลับมาปกติอีกครั้ง

“ครั้งนี้พันธมิตรเซียนโจมตีจุดเคลื่อนย้ายทั้งหมดเก้าจุด ในนั้น….นอกจาก พวกเราที่นี่แล้ว แปดจุดที่เหลือไม่มีการส่งข่าวเพราะเชื่อมต่อกับโลกข้างนอกไม่ได้เลยไม่มีกำลังเสริมมา จึงถูกพันธมิตรเซียนที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน….สังหารตายทั้งหมด” บนเรือรบซูหมิง โอวหยางคงพูดเสียงเบาอยู่ตรงหน้าซูหมิง

“หลายปีมานี้กองกำลังพันธมิตรเซียนยึดจุดยุทธศาสตร์ในเขตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จุดที่ผ่าน กลุ่มจำนวนมากจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรเซียน หมายจะเขมือบสำนักดาราสัจธรรมในคราเดียว

นอกจากนี้ แทบทุกช่วงเวลาพันธมิตรเซียนจะมีสมบัติล้ำค่าที่โลกแท้จริงดารา สัจธรรมไม่เคยมีมาก่อน อย่างเช่นสายฟ้าลบล้างตะวัน กระทั่งตอนนี้ผ่านมาหลาย สิบปีแล้ว ข้ามั่นใจว่าในพันธมิตรเซียนจะต้องมีสมบัติล้ำค่าอื่นโผล่มาอีกแน่” โอวหยางคงกล่าวเสียงเบา เล่าทุกอย่างที่รู้ให้กับซูหมิงฟัง

“พันธมิตรเซียนมีขุมอำนาจใหญ่อยู่สามกลุ่ม หนึ่งคือทั้งเผ่าเซียน สองคือสำนักหงส์…” พูดถึงตรงนี้ โอวหยางคงมองสวี่ฮุ่ยข้างกายซูหมิงโดยจิตใต้สำนึก

“สามคือสมาคมเผ่าพันธุ์ นี่คือพันธมิตรชั่วคราวที่รวมขึ้นจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ มากมาย รวมกับอีกสองขุมอำนาจใหญ่แล้วจึงเรียกรวมว่าพันธมิตรเซียน

วิหารศักดิ์สิทธิ์ในนั้นเหมือนกับสมาคมผู้อาวุโสสำนักของสำนักดาราสัจธรรม มีหน้าที่วางแผนการรบทุกอย่าง จัดสรรทรัพยากรและแบ่งงาน สร้างขึ้นโดย สำนักหงส์ สงครามทุกครั้งจะมีดวงตาแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์จำนวนต่างกันอยู่ อีกทั้ง ผู้บัญชาการรบก็มักจะมาจากสำนักหงส์ด้วย

สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ก็คือไป๋หลิงสตรีศักดิ์สิทธิ์สำนักหงส์ในอดีต

สมาคมเผ่าพันธุ์ก็คล้ายๆ กับห้องโถงสงคราม สงครามทุกครั้งคนที่เคลื่อนไหวมากที่สุดก็คือพวกเขา ส่วนเผ่าเซียน พวกเขาลึกลับยิ่งในพันธมิตร ไม่เหมือนกับ เผ่าเซียนที่พวกเรารู้จักในอดีต ตอนนี้เขตเผ่าเซียนถูกผนึกไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คนนอกเข้าไปไม่ได้แม้แต่น้อย

ทว่าผู้แข็งแกร่งที่เคลื่อนไหวในสงครามทุกครั้งส่วนใหญ่มาจากเผ่าเซียน พวกเขาเหมือนเข้าใจวิธีการฝึกฝนบางอย่าง ขั้นพลังจึงพุ่งพรวดขึ้น อภินิหารที่ใช้ก็มีไม่น้อยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

อย่างเช่น…บนสนามรบที่มีคนมากกว่าล้านคนเมื่อสามร้อยปีก่อน เผ่าเซียนส่ง คนชุดคลุมดำมาคนหนึ่ง คนนี้ภายในไม่มีขั้นพลังของยอดฝีมือ แต่กลับใช้อภินิหารหนึ่งเปลี่ยนฟ้ากลายเป็นความว่างเปล่า เปลี่ยนสนามรบเป็นหลุมดำ ใช้โลหิตเป็นสายน้ำ ทำให้สนามรบกลายเป็นบ่อน้ำ

ผู้ฝึกฌานสำนักดาราสัจธรรมกลางบ่อจะถูกประทับรอยดวงจันทร์ตรงระหว่างคิ้วทุกคน อีกทั้งหลายหมื่นคนยังร่างกายบิดเบี้ยว หลังถูกบีบรวมขึ้นเป็นลักษณะ ดวงจันทร์ยักษ์แล้ว คนเสื้อคลุมดำคนนั้นเพียงยกมือขวาช้อนเบาๆ ก็ดึง…จิตแรกของหลายหมื่นคนไป

หากไม่ใช่เพราะบรรพบุรุษไถซานรีบมาสนามรบและใช้ขั้นพลังยอดฝีมือทำให้ คนเสื้อคลุมดำบาดเจ็บสาหัส สงครามครั้งนั้น…เกรงว่ายังไม่ทันเริ่มก็พ่ายแพ้แล้ว

ทว่าบรรพบุรุษไถซานก็ต้องจ่ายราคาที่คนเสื้อคลุมดำบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เขาบาดเจ็บสาหัส จึงต้องกลับสำนักดาราสัจธรรมเพื่อนั่งฌานฟื้นฟู

ยกตัวอย่างอีกเช่น กลางสงครามขนาดเล็กเมื่อห้าร้อยปีก่อน เดิมทีสำนักดารา สัจธรรมเรากุมความได้เปรียบสูงสุดแล้ว ชั่วขณะที่พันธมิตรเซียนจะตายกันเกือบทั้งหมด พันธมิตรเซียนส่ง…คนยักษ์ที่พวกข้าไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตออกมา!

มัน….มีร่างกายใหญ่ยักษ์ราวหลายหมื่นจั้ง ตรงระหว่างคิ้วมีดวงดาราเจ็ดดวงวนรอบ เพียงแค่หมัดเดียว…” นัยน์ตาโอวหยางคงฉายแววหวาดกลัว

“ขั้นพลังของคนยักษ์ เห็นๆ อยู่ว่าเป็นเจ้าปกครองโลกตอนปลาย แต่กลับระเบิดพลังน่าสะพรึงกลัวออกมาเหมือนกับคนเสื้อคลุมดำคนนั้น และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือต้องใช้ผู้ที่มีขั้นพลังสูงกว่าถึงจะตรึงมันไว้ได้ ต้องใช้คนที่มีพลังสูงกว่าหลายขั้นถึงจะกำราบมันอยู่!” คำพูดโอวหยางคงดังก้อง ซูหมิงฟังไปฟังมาดวงตาก็เป็นประกาย คมกริบ

“ดูท่าองค์ชายก็คงเดาคำตอบได้แล้ว ภาพเหตุการณ์ประหลาดหลายปีมานี้ทำให้พวกข้ารู้แน่ชัดแล้วว่าเบื้องหลังพันธมิตรเซียนจะต้องมี…ขุมอำนาจที่ไม่ใช่ของ โลกแท้จริงดาราสัจธรรมและสี่มหาโลกแท้จริงอยู่แน่นอน การมาของขุมอำนาจนี้ทำให้พันธมิตรเซียนมีกำลังต่อต้านกับสำนักดาราสัจธรรม

มิเช่นนั้นแล้วแค่พันธมิตรเซียนเล็กจ้อยจะเหลือรอดอยู่ในพันปีนี้ได้หรือ อีกทั้งยังจะยึดครองฟ้ากระจ่างดาวครึ่งโลกแท้จริงได้หรือ” โอวหยางคงยิ้มเฝื่อนพลางพูดขึ้น

“แล้วยอดบรรพชน?” ซูหมิงถามต่อทันที

“ฐานะท่านยอดบรรพชนลึกลับ เปลี่ยนแปลงเป็นหมื่นเป็นพันรูป ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใคร แต่เริ่มสงครามมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยเห็นคนที่คล้ายๆ โผล่มาเลย เรื่องนี้อย่าว่าแต่องค์ชายเลย คนในกลุ่มต่างๆ ของพวกข้าก็ร้อนใจเหมือนกัน

มิหนำซ้ำบรรพบุรุษเต้าเฉินก็ยังปิดด่านนั่งฌานไม่ออกมา ยอดฝีมือในสำนัก ดาราสัจธรรมรวมถึงผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นก็ไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงคิดเสมอมาว่าบางทีในนั้น…อาจจะมีความลับที่พวกเราไม่รู้อยู่” โอวหยางคงมองซูหมิงพลางตอบไป เหมือนกำลังเฝ้ารอคำตอบจากซูหมิง

ซูหมิงหรี่ตาแคบลง เขานึกไปถึงการกินราวศัตรูคู่อาฆาตระหว่างยุงสีทองกับ เมล็ดพันธ์แห่งการทำลายล้างชีวิตในร่างกายเขา เมล็ดทำลายล้างชีวิตมาจากฝ่าย เงามืดรุ่งอรุณ แน่นอนว่าศัตรูคู่อาฆาตของมันก็ต้องเป็น…ฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืน!

ดังนั้นแล้ว คำถามมากมายจึงได้คำตอบในใจเขาแล้ว

คนยักษ์ที่มีดาราหมุนวนตรงระหว่างคิ้ว ยุงสีทองยักษ์ตัวนั้นรวมถึงคนเสื้อคลุมที่ใช้อภินิหารประหลาด กระทั่งยังมีอีกบางส่วนที่ไม่เผยมาอย่างชัดเจน แต่จะต้องมีพลังนี้อย่างแน่นอน ทุกอย่างเหล่านี้มีเบื้องหลังคือขุมอำนาจที่ซ่อนอยู่ ส่วนสาเหตุที่มันมายังโลกแท้จริงดาราสัจธรรมเพื่อให้พันธมิตรเซียนก่อสงครามขึ้น….ก็มาจาก… หนึ่งร้อยแปดสิบมหาโลกของฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืน!

ฝ่ายเงามืดรุ่งอรุณมีหนึ่งร้อยแปดสิบมหาโลก ฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืนก็มีหนึ่งร้อยแปดสิบมหาโลก การแย่งมหาโลกสามรกร้างจุดกำเนิดสวรรค์ดำเนินมาถึงจุดดุเดือดแล้ว ตอนนี้ฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืนมาถึงแล้ว เช่นนั้นฝ่ายเงามืดรุ่งอรุณ…บางทีอาจมาถึงแล้ว เพียงแต่คนอื่นไม่รู้

เผชิญหน้ากับขุมอำนาจใหญ่สองฝ่ายนี้ มหาโลกสามรกร้างจะต่อต้านอย่างไร โลกแท้จริงดาราสัจธรรมในนั้นจะรับมืออย่างไร ดูท่าการที่ยอดบรรพชนไม่ปรากฏตัว และยอดฝีมือของสำนักดาราสัจธรรมต่างพากันเงียบน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่างมาก

‘ฝ่ายเงามืดรุ่งอรุณปรากฏตัวแล้ว ดวงจิตโบราณแห่งแดนมรณะหยินกับเหตุผลทุกอย่างที่เกิดขึ้นในทะเลลำดับห้าคือพลังของฝ่ายเงามืดรุ่งอรุณอย่างนั้นหรือ’ ซูหมิงหรี่ตาสองข้าง และนึกถึงคำถามนี้ขึ้นมา

ซูหมิงหลับตาลง เขามีความรู้สึกเด่นชัดว่าสงครามพันปีก่อนหน้านี้เป็นเพียงการเริ่มต้น…เป็นเพียงจุดเริ่มสงครามการแย่งชิงมหาโลกสามรกร้าง

สงครามโลกจริงๆ จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเพลิงสงครามลุกลามไปสี่มหาโลกแท้จริง เผาไหม้สองแคว้นโบราณที่เหลืออยู่ หลังแผดเผามหาโลกสามรกร้างแล้วก็จะตัดสินว่ามันเป็นของฝ่ายใด สามรกร้างแก่นสวรรค์นี้จะเป็นของฝ่ายเงามืดรุ่งอรุณหรือฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืน!

เมื่อซูหมิงลืมตาขึ้น ในดวงตาเขาซ่อนเปลวเพลิงความทะเยอทะยานเอาไว้ เปลวเพลิงนี้ไร้รูป แต่มันกลับเผาร่างเขา เผาวิญญาณเขา บางทีความทะเยอทะยานอาจจะยังอ่อนต่อโลก บางทีอาจจะยังไม่รู้จักประมาณตนเล็กน้อย แต่มันก็เป็นความยึดมั่นในใจเขาตอนนี้

‘บางทีอาจไม่ใช่ฝ่ายเงามืดรุ่งอรุณหรือฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์หวนคืน แต่เป็น….’ ซูหมิงไม่คิดต่อ แต่เปลวเพลิงความยึดมั่นในใจเขาตอนนี้กลับเผาไหม้จนเกิดเสียงดังสนั่น

“การลงมือของพันธมิตรเซียนครั้งนี้ทำให้จุดเคลื่อนย้ายทุกแห่งเสียพลังในการสื่อสารไป หากสำนักดาราสัจธรรมไม่คิดหาวิธีแก้ปัญหานี้ เช่นนั้น….ข้ามั่นใจว่าจะเกิดสงครามอีกหลายครั้งในโลกแท้จริงเร็วๆ นี้แน่!

องค์ชายกลับสำนักในครั้งนี้ ด้วยฐานะของท่าน โปรดแจ้งความกังวลของข้ากับสมาคมผู้อาวุโสสำนักด้วย…ตระกูลข้าอยู่ในสำนักดาราสัจธรรม ข้าไม่อยากให้ วันหนึ่ง…พันธมิตรเซียนยึดครองโลกดาราสัจธรรมและเซ่นไหว้โลหิตตระกูลข้า” โอวหยางคงประสานมือคารวะซูหมิงลงลึกอีกครั้ง

“ข้าจะจัดการให้” ซูหมิงเบนสายตาจากโอวหยางคงไปมองฟ้า ในใจเขาตอนนี้พึมพำเป็นเสียงเย็นชาที่คนอื่นไม่ได้ยิน

‘หากไม่ดับสูญ จะเกิดใหม่ได้อย่างไร’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!