Skip to content

สู่วิถีอสุรา 1455

Svtasr

ตอนที่ 1455 ฉีกเส้นทางฟ้า

ปราการมิติที่เชื่อมระหว่างแคว้นกู่จั้งกับโลกที่เคยรุ่งเรืองนั้น ในอดีต มหาจักรพรรดิกู่จั้งเคยวางผนึกหนาแน่นอย่างยิ่งเอาไว้ ใช้พลังแห่งผนึกนำ ต้นพิสูจน์เต๋าที่มหัศจรรย์และน่าจับตามองที่สุดในโลกที่เคยรุ่งเรืองนั้นมาพันธนาการไว้ในมิตินั้น

ดังนั้นต้นไม้นี้จึงกลายเป็นของแคว้นกู่จั้ง และยังเป็น…ของวิเศษแห่งดวงชะตาที่พวกเขาแคว้นกู่จั้งควบคุมอยู่!

สายเลือดจักรพรรดิแคว้นกู่จั้งฝึกฝนดวงชะตา มหาจักรพรรดิกู่จั้งยังใช้เต๋าแห่งดวงชะตาให้ตนบรรลุเต๋าไร้ที่สิ้นสุด ดังนั้นแล้วการปรากฏต้นพิสูจน์เต๋าจึงพูดได้ว่าทำให้สายเลือดจักรพรรดิเกิดสีสันที่เรืองรองกว่าเดิม

เพียงแต่ว่า…ศึกครั้งนั้น มหาจักรพรรดิกู่จั้งไม่ได้ชนะอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดอะไรขึ้นกันแน่นั้น นอกจากเขาแล้วไม่มีใครรู้ โดยเฉพาะการหายตัวไปของมหาจักรพรรดิกู่จั้งในหลายปีให้หลัง ตราชีวิตแตกหัก ทุกอย่างบ่งบอกว่า…เขาจ่ายไปมากเกินไป

หากเขาไม่หายตัวไป หากตราชีวิตยังไม่แตก ต่อให้ในมิติเกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรงเพียงใดก็ไม่อาจทำลายผนึกของมหาจักรพรรดิกู่จั้งได้

แต่เขา…สิ้นชีพลงแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ค้ำยันผนึกมิตินั้นจึงเหลือเพียงดวงชะตาของราชวงศ์ ทว่าดวงชะตานี้ไม่ได้มีแค่ราชวงศ์เท่านั้น สำนักเอกะเต๋าที่มหาจักรพรรดิกู่จั้งสร้างขึ้นเองในตอนนั้นได้รับสืบทอดดวงชะตาเช่นกัน ฉะนั้นหลินตงตงที่เป็นมหาเต๋าสูงศักดิ์ ด้วยการกระทำของเขาประกอบกับการเปลี่ยนกฏของทั้งสำนักเอกะเต๋า สุดท้าย ทุกอย่างนี้ก่อให้เกิดเสียงดังครึกโครม

ในนั้น ซูหมิงเป็นจุดสำคัญยิ่งกว่า เพราะเขาให้วิญญาณแห่งต้นพิสูจน์เต๋าหรือเสียง เด็กนั้นสัมผัสถึงความใกล้ชิดจากตัวซูหมิง ความรู้สึกใกล้ชิดทำให้เขาตื่นขึ้น ทำให้เขายอมช่วย เพียงเพื่อ…กลับบ้าน

ยามนี้เมื่อมิติชั้นหนึ่งชั้นสองพังลงเป็นเสี่ยงๆ เมื่อผู้ฝึกฌานนับไม่ถ้วนถูกฉีกทึ้งร่างที่นี่ โลหิตพวกเขาถูกต้นพิสูจน์เต๋าสูบไปโดยพลัน ส่งผลให้ลำต้นยักษ์บิดเบี้ยว แผ่พลังทำลายล้างฟ้าดินออกมา พลังนี้หมุนตลบไปรอบๆ ส่งไปยังมิติชั้นสามที่ตอนนี้ยังไม่ถูกทำลายแต่กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ส่งไปยังแมกไม้ เหมือนมีเสียงคำรามเสียงหนึ่งดังมาจากต้นพิสูจน์เต๋า

“ข้าจะกลับบ้าน!”

เสียงนี้ดังกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน แรงปะทะรุนแรงพลันแผ่กระจายไปรอบๆ บนแมกไม้ หลินตงตงรับผลเป็นคนแรก เมื่อถูกแรงปะทะแล้วมีโลหิตไหลจากมุมปาก ร่างกระเด็นถอยไป มีสีหน้าตกใจตื่น เขาสัมผัสได้ถึงการพังพินาศในมิติชั้นหนึ่งกับ ชั้นสอง สัมผัสได้ว่าที่นี่ขาดการเชื่อมต่อทุกอย่างกับแคว้นกู่จั้ง

เขายังสัมผัสได้อีกว่าตนกับสำนักเอกะเต๋า…เหมือนถูกตัดการเชื่อมต่อ กระทั่งเขาไม่อาจออกจากร่างองค์ชายใหญ่ จึงถูกขังไว้ที่นี่อย่างสมบูรณ์

นี่ทำให้เขาหน้าซีดขาว ช่วงที่กระเด็นถอยไปอย่างรวดเร็วนั้น สายตาที่มอง ต้นพิสูจน์เต๋า นอกจากความตกใจตื่นแล้วยังมีความตื่นกลัวเสี้ยวหนึ่งที่ไม่เกิดขึ้นกับเขามานานไม่รู้กี่ปีแล้ว!

ไม่เพียงแต่เขาที่เป็นเช่นนี้ แรงปะทะถาโถมไปรอบๆ ฉีกนภา พลิกปฐพี องค์ชายรองกระอักเลือด เปล่งเสียงร้องโหยหวน หากมิใช่เพราะร่างเงาไร้หัวเข้ามากอดแล้วหมุนตัวกลับเอาหลังต้านแรงปะทะล่ะก็ ด้วยพลังองค์ชายรองคงต้องตายในพริบตา

แต่ต่อให้เป็นอย่างนี้ องค์ชายรองก็ยังกระอักเลือดไม่หยุด ร่างเงาไร้หัวตัวสั่น ถอยไปหลายพันจั้งถึงฝืนหยุดภายใต้แรงปะทะได้

ขนาดพวกเขายังเป็นอย่างนี้ จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิษย์คนอื่นของสำนักเอกะเต๋ากับฝ่ายอสุราในชั้นสาม แทบชั่วพริบตาเดียวเมื่อต้นพิสูจน์เต๋าสั่นสะเทือน ผู้ฝึกฌานเหล่านี้ไม่มีใครมีแรงต่อต้าน ทั่วร่างถูกระลอกคลื่นมวลอากาศฉีก วิญญาณสูญสิ้นไป

มีคนเดียวที่ไม่รับผลแรงปะทะ…นั่นคือซูหมิง!

ซูหมิงยืนอยู่บนแมกไม้ ร่างกายโยกไปตามแมกไม้ แต่กลับไม่รู้สึกถึงแรงปะทะแม้แต่น้อย ยามนี้นั่งขัดสมาธิลงอย่างไม่ลังเล พลังในร่างกายโคจรอย่างรวดเร็ว นั่นคือผลจากผลเต๋าที่ปะทุในร่างกายแล้ว

ความมหัศจรรย์ของผลเต๋าทำให้คนทะลวงพลังเป็นขอบเขตเต๋าสูงศักดิ์ได้ สรรพคุณทรงพลังแบบนี้ ตามที่กู่ไท่อธิบายแล้วจะเสร็จสิ้นในหลายวัน แต่ตอนนี้ ซูหมิงกลับเห็นว่าผลเต๋ากับร่างกายตนเหมือนมีการเชื่อมต่อเล็กน้อย นี่ไม่ต้องใช้ หลายวันในการสูบกินเสร็จสิ้น แต่แค่…พริบตาเดียวก็ถูกร่างกายสูบกินไปมากกว่า ครึ่งส่วน

ตอนนี้ซูหมิงสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความยิ่งใหญ่ของผลเต๋า ของเหลวจากผลเต๋าก่อคลื่นลูกใหญ่ในร่างกาย อีกทั้งทุกคลื่นยังเหมือนถูกเปลวเพลิงลุกโชตช่วง เกิดเสียงดังสนั่นในร่างกายไม่หยุด ชั่ววูบเดียวก็ลามไปยังเส้นเลือดลมทั้งหมดทั่วร่าง ส่งผลให้ดวงตาที่สามตรงระหว่างคิ้วเปิดขึ้นในฉับพลัน

เผยเป็นทะเลเพลิงล้นทะลักภายใน!

กลางทะเลเพลิงนั้น วิญญาณเต๋าสมบูรณ์สี่ร่างของซูหมิงนั่งขัดสมาธิอยู่เหมือนกำลังตัวสั่น วิญญาณเต๋าที่ห้าที่ยังเป็นมายาบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง

เสียงอึกทึกไร้รูปดังก้องในร่างกายไม่หยุด ซ้ำยังดังขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดราวกับว่าร่างกายเขากลายเป็นกองใบใหญ่ ทุกการสั่นสะเทือนในร่างกายจะก่อให้เกิดเสียงดังไปทั่วร่าง

ความน่าสะพรึงของพลังแห่งผลเต๋าส่งผลให้มีโลหิตไหลจากทวารทั้งเจ็ด แต่เขากลับกัดฟันยืนหยัด เพียงแต่ว่า…ยิ่งยืนหยัด ก็ยิ่งเกิดความคลุ้มคลั่งที่เจ็บปวดไปทั่วร่าง

เขาอยากสังหาร อยากลงมือ อยากระบาย แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เขาเกิดความเข้าใจรางๆ ว่าพลังแห่งผลเต๋าทำให้คนบรรลุเต๋าสูงศักดิ์ได้ ซึ่งจุดสำคัญคือการอดทนรับในตอนนี้ ยิ่งอดทนได้นานเท่าไรก็ยิ่งปะทุพลังน่าตกใจมากเท่านั้น

หลินตงตงกับองค์ชายรองเห็นภาพนี้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันนัยน์ตาหลินตงตงเผยจิตสังหารและยังมีความตื่นกลัวอย่างบอกไม่ถูก แน่นอนว่าเขาไม่ได้กลัวซูหมิง แต่เป็นต้นพิสูจน์เต๋า เป็นมิติที่นี่ถูกทำลายทำให้เขาหมดหนทางกลับแคว้นกู่จั้ง

แต่จะเห็นได้ว่าเขาไม่ยอม ยามนี้หมุนตัวกลับไม่สนใจซูหมิงอีก แต่เป็นสายรุ้งยาวออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว หมายจะหาร่องรอยกลับแคว้นกู่จั้ง

ส่วนองค์ชายรองก็ไม่ยอมเช่นกัน ในใจเขาเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย จ้องซูหมิงตาเขม็งด้วยสีหน้าคลุ้มคลั่ง

เขาไม่ยอมให้ซูหมิงเอาผลเต๋าไป และยิ่งไม่ยอมให้ซูหมิงสูบพลังแห่งผลเต๋า เขามีฝ่ายอสุราคอยช่วยอย่างสุดกำลัง ได้เป็นศิษย์ของบรรพบุรุษซิวหลัว ทั้งยังเป็นองค์ชายรองสายเลือดจักรพรรดิทั้งแคว้นกู่จั้ง!

เขาจะไปยอมได้อย่างไร ดังนั้นแล้วแม้หลินตงตงจะจากไป แต่เขาก็ยังไม่ไป เขาจะสังหารซูหมิง จะหลอมซูหมิงแล้วชิงพลังผลเต๋ากลับมากินเอง!

กระทั่งตอนนี้เขาไม่คิดเรื่องหล่อหลอมอะไรอีก ในสีหน้าเผยประกายเหมือนจะกินคน เขาจะกินซูหมิงทั้งเป็นเพื่อชิงพลังแห่งผลเต๋าที่เขาคิดว่าเดิมทีเป็นของเขาคืนมา

ทว่า…มีต้นพิสูจน์เต๋าอยู่ มีแรงปะทะกระจายออก ทำให้ความหวังทุกอย่างของเขาเปลี่ยนเป็นความยาก แต่ถึงอย่างนั้น ความบ้าคลั่งของเขาก็เหมือนกับเปลวเพลิง ลุกโชตช่วงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ขณะเดียวกับที่หลินตงตงจากไป ต้นพิสูจน์เต๋าโคลงเคลงรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ลำต้นม้วน กิ่งไม่นับไม่ถ้วนบนแมกไม้สั่นไหว ฟ้าดินเกิดเค้ารางจะพังลง ผืนฟ้าแตกออก แผ่นดินเกิดรอยร้าวประหนึ่งถึงวันสิ้นโลก

“ข้า…จะกลับบ้าน!” เสียงเด็กดังขึ้นอีกครั้ง ต้นพิสูจน์เต๋าส่งเสียงดังสนั่นฟ้าดิน บนต้นไม้โบราณพลันแตกออกเป็นกิ่งเหลือคณานับ ก่อนรวมเป็นมือใหญ่สองข้างราวกับต้นพิสูจน์เต๋าคว้าไปบนฟ้าแล้วฉีกออกไปสองทาง!

การฉีกครั้งนี้เกิดเสียงอึกทึกกังวานฟ้าดิน ทั้งโลกพังลงหนักกว่าเดิม แต่ว่า…ฟ้าถูกฉีกได้ มวลอากาศถูกฉีกได้ แต่กลับไม่อาจฉีกมิติของที่นี่!

อีกทั้งการฉีกมิติที่นี่ไม่ได้ก็เท่ากับว่าไม่อาจเปิดประตูใหญ่ที่จะไปสู่โลกที่เคยรุ่งเรืองนั้นได้

องค์ชายรองคำรามเสียงแหลมพลางยกมือขวาขึ้น ในมือปรากฏหมวกเหล็กใบหนึ่ง บนหมวกเหล็กมีเขาสองอัน ดูค่อนข้างเหี้ยมโหด ก่อนยกหมวกเหล็กขึ้นสวมที่ศีรษะตนเอง

ทันใดนั้นเขาคำรามเสียงสะเทือนฟ้าดิน ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นไม่หยุด ชั่ววูบเดียวมีขนาดสิบกว่าจั้ง ซ้ำแล้วดูจากลักษณะเหมือนจะยังไม่ใช่ขีดจำกัด

“เต๋าภูตผีอสุรา ขอบำรุงวิญญาณภูตผีฟ้าดินด้วยร่างแห่งสายเลือดราชวงศ์ข้า…จงมารวมกันที่ข้า!” พูดจบ องค์ชายรองเงยหน้าคำรามขึ้นฟ้าโดยพลัน ช่วงที่ยกมือขวาขึ้นทั้งมือขวากลายเป็นดั่งกงเล็บภูตผี ผิวหนังดำ เล็บคมกริบ กระทั่งบนแขนขวายังมีหนามกระดูกน่ากลัว

แขนซ้ายเขาเปลี่ยนตามไป ทั่วร่างขยายขึ้นราวยี่สิบจั้งแล้ว กลิ่นอายพลังเหลือล้นพุ่งขึ้นฟ้า ใกล้จะถึงเต๋าสูงศักดิ์อย่างไร้ที่สิ้นสุด ตอนนี้เองเขาตะโกนเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเหยเกย

“อู๋กุย! พาข้าเข้าไป!” สิ้นเสียง ชายร่างกำยำไร้หัวพลันเคลื่อนตัว คว้าองค์ชายรอง นอกตัวเขาปรากฏม่านแสงสามสีปกคลุมไปรอบๆ เขาพุ่งไปข้างหน้า ฝ่าพลังน่าตกใจจากต้นพิสูจน์เต๋าโคลงเคลงพุ่งไปหาซูหมิง

ทันทีที่พุ่งเข้าไป ร่างชายไร้หัวเกิดรอยปริร้าวขึ้น ม่านแสงสามสีนอกตัวเขา บิดเบี้ยวเหมือนจะพังลง พริบตาที่ห่างจากซูหมิงราวร้อยจั้ง ม่านแสงสามสีพัง พินาศลง มีเสียงดังมาจากในร่างชายไร้หัว ก่อนจะเหวี่ยงองค์ชายรองไปทางซูหมิง

พร้อมกับที่องค์ชายรองคำรามเสียงต่ำพุ่งไปหาซูหมิง ร่างเงาไร้หัวนั่งขัดสมาธิลง แผ่ขยายพลังภายในร่างกายปกคลุมรอบๆ ใช้พลังตัวคนเดียวต่อต้านต้นพิสูจน์เต๋า เพื่อให้องค์ชายรองมีเวลาลงมือแม้ไม่มากก็ตาม

แทบเป็นทันทีที่องค์ชายรองจะกินซูหมิงด้วยความบ้าคลั่งและจิตสังหาร ร่างเงาซูหมิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ลืมตาขึ้น ตอนนี้เองนัยน์ตาเขาเป็นประกายแสงโลหิตเข้มข้น

“ควรจะจบเรื่องระหว่างเจ้ากับข้าแล้ว!” ซูหมิงตัวสั่นไปทั่วร่าง เสียงครึกโครม แต่ละครั้งในร่างกายทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ตอนนี้เขาทนรับความเจ็บปวดถึงขีดสุดแล้ว องค์ชายรองที่ตรงเข้ามาจึงต้องเจอกับ…การระเบิดของซูหมิง!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!