Skip to content

สู่วิถีอสุรา 977

Svtasr

ตอนที่ 977 เขา…ตายหรือไม่

ผู้ที่ฝึกถึงระดับกุมชะตาเกิดดับจะไปถูกใครหลอกง่ายๆ ได้อย่างไร ต่อให้ใช้สมบัติล้ำค่าบวกกับกระเรียนขนร่วงจนมองไม่เห็นพิรุธใดๆ ต่อให้การแสดงของซูหมิงไม่เผยเงื่อนงำใดๆ จนไม่เพียงแค่เหมือน แต่ราวกับของจริง!

ต่อให้ระเบิดพลังจากขั้นพลังออกมาและกลายร่างเป็นวิญญาณแผดเผาสีฟ้าได้เหมือนกันก็ตาม

ทว่า…หากหลอกบรรพบุรุษธุลีแผดเผาได้ง่ายๆ เช่นนั้น เผ่าธุลีแผดเผาคงไม่อยู่มาจนถึงวันนี้ บรรพบุรุษธุลีแผดเผา….ก็คงไม่คู่ควรกับคำเรียกว่าผู้กุมชะตาเกิดดับ

ตาแก่ที่ใช้ชีวิตมานานขนาดนี้ได้ มีขั้นพลังฝึกฝนขนาดนี้ได้ สติปัญญาย่อมเรียกว่าปีศาจแล้ว

ชายวัยกลางคนจ้าวเผ่าธุลีแผดเผาหายใจกระชั้นขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด เขามองบรรพบุรุษร่างเด็กชายตรงหน้า จิตใจไม่อาจสงบลงได้ เขา….ถูกหลอกเข้าแล้ว

กระทั่งก่อนหน้านี้ยังคิดมาตลอดว่าซูหมิงเป็นลูกกำพร้าของพี่ชายจริงๆ ทว่าตอนนี้จากคำพูดบรรพบุรุษธุลีแผดเผา ทุกอย่างกลับสวนทางกลับราวพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

“นี่…” ชายวัยกลางคนพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง

“เช่นนั้นเหตุใดบรรพบุรุษถึงยังช่วยเขาเปิดเตาหลอม และยังให้เข้าใกล้เตาหลอมอีก มิหนำซ้ำ….ยังยอมให้เปลวเพลิงลามไปทั้งทะเลดาราต้นกำเนิดจิตหลังเปิดเตาหลอมเพื่อคนผู้นี้อีก ขนาดเผ่าธุลีแผดเผาเรายังต้องถูกผนึกเกือบเดือน?”

บรรพบุรุษธุลีแผดเผานิ่งเงียบ เขายืนอยู่บนปลายหอคอยสูง ข้างกายเป็นดวงตาเพลิง เขามองฟ้าอยู่นานก่อนถอนหายใจเบา

“ถึงข้าไม่รู้ว่าใครส่งเขามา แต่…ข้าชื่นชมความกล้าหาญและความแน่วแน่ของเขา ทั้งยังชื่นชมการพูดความจริงของเขา ในใต้หล้ามีสักกี่คนเชียวที่อยู่ใต้สถานการณ์แบบนี้แล้วยังพูดความจริง” บรรพบุรุษธุลีแผดเผาตอบเสียงเบา

“ข้าเห็นความสับสนของเขา ด้านหนึ่งคือความรักและห่วงใยของผู้อาวุโสที่ข้ามีต่อเขา อีกด้านหนึ่งคือเขาหลอกข้า จึงเกิดเป็นความสับสนขึ้น เขาไม่ได้ปิดบัง หากไม่ใช่เพราะความสับสนนี้ทำให้ข้าก็ลังเลเล็กน้อย และลบจิตสังหารในใจไป ก่อนหน้านี้ ข้าคงสังหารเขาอย่างแน่นอน” บรรพบุรุษธุลีแผดเผาส่ายศีรษะ สีหน้าดูผ่านโลกมาอย่างโชกโชน

“ท่านยังไม่เข้าใจ…” นัยน์ตาจ้าวเผ่าธุลีแผดเผาฉายแววเย็นชา หากเป็นเขาคงไม่ปล่อยให้ซูหมิงจากไปแน่ๆ กล้าปลอมตัวเป็นชาวเผ่าธุลีแผดเผา แบบนี้มันย้อนเกล็ดพวกเขาเผ่าธุลีแผดเผาชัดๆ

“ไม่เข้าใจรึ…” บรรพบุรุษธุลีแผดเผาละสายตาจากฟ้ามามองชายวัยกลางคน

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเข้าใจแล้ว เปิดเตาหลอม” บรรพบุรุษธุลีแผดเผาไม่กล่าวอะไรอีก ตอนที่เอ่ยเรียบๆ แม้จิตใจชายวัยกลางคนจะเปลี่ยนไปเพราะเรื่องซูหมิง แต่ก็ยังคงก้มหน้าขานรับ แล้วเดินหน้าหนึ่งก้าวเข้าไปในดวงตาเพลิง ตัวเขาไหววูบกลางเปลวเพลิงนั้น พริบตาเดียวก็กลายเป็นวิญญาณเพลิง

เสี้ยวขณะเดียวเปลวเพลิงนี้ก็กระจายออก หากมองจากไกลๆ จะคลับคล้ายว่าหอคอยนี้กลายเป็นคบเพลิงยักษ์!

เสียงคำรามแหลมพลันดังกังวานไปรอบๆ จากในเปลวเพลิง ยามชาวเผ่าธุลีแผดเผาได้ยินเสียงนี้ต่างตะลึงงัน แต่ก็ไม่หยุดชะงัก เพียงต่างฝ่ายต่างห้อทะยานไปยังหอคอยที่อยู่ใกล้ตนที่สุด

ผ่านไปชั่วครู่ หอคอยนับไม่ถ้วนทั้งแผ่นดินล้วนแผ่กระจายเปลวเพลิงออกมา สร้างขึ้นเป็นคบเพลิงอันแล้วอันเล่า สองก้านธูปผ่านไป หลังจากหอคอยทั้งหมดกลายเป็นคบเพลิงแผดเผาแล้ว ทั้งแผ่นดินก็มีพลังมหาศาลปะทุขึ้นมา

โดยรอบดังก้องไปด้วยเสียงอื้ออึง แผ่นดินทั้งเผ่าธุลีแผดเผากำลังสั่นไหว ชาว เผ่าธุลีแผดเผาแทบทุกคนล้วนกลายเป็นร่างวิญญาณเพลิงในตอนนั้น

ขั้นตอนนี้กินเวลาต่อเนื่องสามวัน นี่คือการเซ่นไหว้ การจะเปิดเตาหลอมลำดับห้าต้องให้ชาวเผ่าธุลีแผดเผาทุกคนเซ่นไหว้ถึงจะทำได้

สามวันต่อมา แผ่นดินเผ่าธุลีแผดเผาหายไป หมอกรอบๆ ก็ปกคลุมที่นี่ไว้อย่างสมบูรณ์ ถึงตอนนั้น ทะเลเพลิงเหลือล้นจะระเบิดออกมาจากเตาหลอมลำดับห้าและลุกลามไปทั้งทะเลดาราต้นกำเนิดจิต ทำให้สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนตัวสั่นสะท้านขณะต้องหลบซ่อน หากโผล่ออกมาข้างนอกจะต้องตายแน่นอน

ขั้นตอนนี้ต่อเนื่องกันหนึ่งเดือน จนเมื่อสิ้นสุดลง เผ่าธุลีแผดเผาถึงจะปรากฏกายอยู่ในวงแหวนชั้นในของทะเลดาราต้นกำเนิดจิตได้อีกครั้ง

เห็นชาวเผ่าที่มีคุณสมบัติเซ่นไหว้ทุกคนเข้าไปแปลงกายอยู่กลางเพลิง และ ก่อเป็นคบเพลิงเผาไหม้บนแผ่นดินแล้ว บรรพบรรพบุรุษธุลีแผดเผาก็ขยับวูบไหวหายไปจากหอคอย แล้วมาปรากฏตัวอยู่บนยอดภูเขาสูงบนพื้นดินแห่งหนึ่ง เขานั่งลงเงียบๆ ตรงนั้น สายตามองฟ้า สีหน้ามีความเหนื่อยล้าและแก่ชรา

‘เหตุใดต้องช่วยเขา…’ บรรพบรรพบุรุษธุลีแผดเผาส่ายศีรษะ

‘นั่นเป็นเพราะข้าไม่อยากให้เผ่าธุลีแผดเผาก่อภัยพิบัติเช่นนี้ขึ้น…นั่นเป็นเพราะวิธีที่เขาเลือกอยู่ในขอบเขตที่ข้ารับได้ นั่นเป็นเพราะ…เขาทำให้ช่วงหลายวันมานี้ ข้ามีความรู้สึกเหมือนหาผู้มีพรสวรรค์ของเผ่าธุลีแผดเผาเจอจริงๆ’

‘สมบัติที่ใช้แปลงกายเป็นชาวเผ่าธุลีแผดเผาของเขา ไม่มีทางที่ผู้กุมชะตาเกิดดับทั่วไปจะสร้างขึ้นได้แน่ ขั้นพลังเขาก็บรรลุถึงระดับนี้ได้ เช่นนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องสูงกว่า

ข้าใกล้จะถึงช่วงโรยราแล้ว ผู้รับช่วงต่อในเผ่ามีขั้นพลังมากพอ แต่การจะรับภาระของชนเผ่าหนึ่งไม่ได้ต้องการเพียงขั้นพลัง แต่ต้องยังมี….การตัดสินใจ

ช่างเถอะ เขาอยากไปโลกแท้จริงที่ห้า ไฉนข้าต้องขัดขวาง แล้วเป็นเหตุให้เผ่าเกิดเรื่องที่ไม่จำเป็นแบบนี้…แต่ว่า ข้าเปิดเตาหลอมให้เจ้าได้ ส่วนจะมีศักยภาพเข้าไปได้หรือไม่นั้นก็ต้องดูที่โชควาสนาของเจ้า’ บรรพบุรุษธุลีแผดเผาก้มหน้าลง เขากล่าวความจริงกับซูหมิงทั้งหมด เปลวเพลิงสีม่วงจากเตาหลอมคือช่วงที่เตาหลอมอ่อนที่สุดจริงๆ ทว่า….เปลวเพลิงสีม่วงนั้นมีระดับความร้อนเป็นรองเพียงสีดำ ภายใต้อุณหภูมิแบบนี้ การจะเข้าใกล้และเข้าไปในเตาหลอม นอกจากต้องมีขั้นพลังแล้วยังต้องมีโชควาสนาด้วย

“หากเขาเป็นชาวเผ่าธุลีแผดเผาจริงๆ เช่นนั้น….คงจะดีน่าดู”

บรรพบุรุษธุลีแผดเผาพึมพำเบาๆ ร่างเงาเขาสะท้อนแสงจากคบเพลิงนับไม่ถ้วนบนพื้นดิน เผยให้เห็นความแก่ชรา ความอ้างว้าง และยังมีความกังวลต่ออนาคตของเผ่าที่ไม่มีใครสืบทอดต่อ

นี่คือชายชราที่เดินมาถึงปลายทางแล้ว เขาไม่อยากสร้างภัยพิบัติให้ชนเผ่าตัวเอง หากผ่านไปเช่นนี้ได้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ นี่คือการเลือกที่ดีที่สุด

………

ภายในพื้นที่เตาหลอมลำดับห้า ซูหมิงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น สายตามอง เตาหลอมสว่างแสบตา เขาไม่เห็นรูปร่างเตาหลอม เห็นเพียงแสงสว่างจ้ากลุ่มหนึ่ง

และยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลกลางแสงสว่างนั้น

เตาหลอมลำดับห้าเหมือนกับดวงตะวัน ทำให้คนอดเกิดความรู้สึกเคารพยำเกรงขึ้นมามิได้ ทว่าซูหมิงอยู่ที่นี่ เขากลับนิ่งเงียบ ไม่เกิดความยำเกรง แต่รู้สึกสับสนบางอย่าง

‘เขาในตอนนั้นพาภรรยากับลูกต้องคำสาปในท้องมาที่นี่พร้อมกับเตาหลอมนี้’ ซูหมิงมองเตาหลอม นัยน์ตาพลันมีความแน่วแน่เพิ่มมา

‘เขา ตายไปแล้วจริงๆ หรือว่า…’ ซูหมิงมีสีหน้าลังเล ผ่านไปพักใหญ่จึงถอนหายใจ ไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้อีก

หากซูเซวียนอีตายไปแล้วก็ไม่เป็นไร แต่หากเขายังอยู่ ซูหมิงคงอดรู้สึกโกรธอย่างแรงกล้าขึ้นมามิได้ ระดับความรุนแรงของมันทำให้เขากำหมัดแน่น

“ผู้อาวุโส…เมื่อครู่นี้…เกิดอะไรขึ้น?” เสียงเสวียนซางดังก้องในใจซูหมิง เข้ามาขัดอารมณ์ขึ้นลงที่เกิดขึ้นเพราะคิดถึงเรื่องซูเซวียนอี

“ตั้งแต่บรรพบรรพบุรุษธุลีแผดเผากลับมาและเริ่มพูดกับเจ้า พวกเราก็ไม่ได้ยินอะไรเลย ถูกพลังบางอย่างตัดการเชื่อมต่อกับเจ้าไป และก็ตัดการเชื่อมต่อกับร่างกายนี้ด้วย” สวี่ฮุ่ยกล่าวเสียงเบาผ่านกระแสจิต

ซูหมิงหรี่ตาลง

“ไม่ผิด ผู้อาวุโส บรรพบรรพบุรุษธุลีแผดเผานั่นพูดอะไรกับท่าน? และที่นี่คือ….นะ.. นี่คือ…”

“นะ…นี่มันหรือว่าจะเป็นเตาหลอมลำดับห้า!”

“พวกเรามาถึงที่นี่แล้ว!” เห็นได้ชัดว่าพวกเสวียนซางสี่คนเพิ่งจะเชื่อมต่อกับซูหมิงอีกครั้ง และก็ได้ความรู้สึกของร่างกายกลับมาด้วย จึงสังเกตเห็นเตาหลอมลำดับห้าที่เปล่งแสงสว่างจ้า

ซูหมิงหรี่ตาลงพลางขมวดคิ้ว ผ่านไปพักใหญ่ก็ลอบถอนหายใจ หากเขายังไม่เข้าใจเรื่องนี้อีกก็คงฝึกฝนมาหลายปีอย่างเปล่าประโยชน์แล้ว

‘เขารู้ว่าข้าไม่ใช่ชาวเผ่าธุลีแผดเผา คำพูดก่อนหน้านี้เพียงพูดกับข้า แต่ไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน’ นัยน์ตาซูหมิงขยับประกายพลางตกอยู่ในห้วงความคิด

ผ่านไปครู่หนึ่ง ซูหมิงก็ยังไม่สนใจพวกเสวียนซางสี่คน เพียงส่งกระแสจิตเพื่อความสบายใจกับสวี่ฮุ่ยแล้ววูบไหวตัวห้อเหยียดไกลออกไป พริบตาเดียวก็หายไปจากนอกเตาหลอมลำดับห้า

……

วันแรกหลังจากเปิดเตาหลอม

วงแหวนชั้นในของทะเลดาราต้นกำเนิดจิตเกิดลมขึ้นกลางฟ้ากระจ่างดาว นี่คือเรื่องที่พบเห็นได้ยากยิ่ง เดิมทีผืนฟ้าดวงดาวไม่มีลม แต่เมื่อสายลมพัดไปรอบๆ กลับทำให้สิ่งมีชีวิตที่รู้สึกถึงสายลมต่างตัวสั่น ไม่ว่าพวกมันกำลังทำอะไรอยู่ สังหารก็ดี หาอาหารก็ดี หรือบ้างหลับใหล แต่ทุกตัวจะมีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเด่นชัดกลางสายลมที่พัดไปทั้งทะเลดาราต้นกำเนิดจิต

ภายในรังดาราที่อยู่ของหุ่นเชิดเพลิง เดิมทีหุ่นเชิดเพลิงร่างคนที่ถูกควบคุมร่างกายต่างกำลังหลับใหลอยู่ ทว่าตอนนี้กลับตกใจตื่นทั้งหมด พวกมันมองฟ้า รู้สึกถึงสายลมจากฟ้ากระจ่างดาว รู้สึกถึงเสี้ยวพิษเพลิงในสายลม จึงร้องเสียงแหลมขึ้นมาทันที

ภายในมวลอากาศฟ้ากระจ่างดาวมีสัตว์อากาศธาตุอยู่จำนวนมาก ทว่าตอนที่สายลมพัดมา พวกมันทุกตัวต่างเผยร่างออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งไกลออกไปด้วยความเร็วที่ไม่เคยใช้มาก่อน แต่ละตัวมีสีหน้าหวาดกลัวและยังร้องคำรามดังก้องไปรอบๆ

ภายในรังของสัตว์ทุกชนิดจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันในตอนที่สายลมพัดผ่านไป

เพราะในความทรงจำพวกมันฝังประทับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากสายลมนี้เอาไว้อย่างลึกซึ้ง นั่นคือภัยพิบัติของทะเลดาราต้นกำเนิดจิต ก่อนหน้าภัยพิบัติ พวกมันจะต้องหาที่หลบซ่อนตัวและไม่ออกมาข้างนอกหนึ่งเดือน

หากช้าไป เช่นนั้นสิ่งที่รอพวกมันอยู่ก็มีเพียงความตาย

บนดาวแท้จริงนับไม่ถ้วน สีเขียวที่มีอยู่เดิมที ตอนที่สายลมจากฟ้ากระจ่างดาวพัดผ่าน พวกมันพลันกลายเป็นสีดำ แห้งเหี่ยวกลายเป็นเถ้าธุลีทั้งหมด ทำให้ดาวใน วงแหวนชั้นในของทะเลดาราต้นกำเนิดจิตดูเหมือนกับค่อยๆ ตายไปทีละดวง

ตอนนี้ชาวเผ่าขวางสวรรค์อพยพถึงภายในเผ่าใหม่แล้ว ทว่ายามสายลมพัดผ่าน บรรพบุรุษขวางสวรรค์ก็หน้าเปลี่ยนสี ก่อนใช้อภินิหารวิชาทั้งหมดด้วยความเร็วสูงสุด กลายร่างเป็นฝ่ามือยักษ์ห่อหุ้มชาวเผ่าขวางสวรรค์เอาไว้ทั้งหมด

และยังมีเผ่ารวมธรรมที่มีร่างเป็นงู ท่ามกลางสายลม ชาวเผ่าทั้งหมดซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน พวกเขาไม่เลือกออกไปข้างนอก

ภาพเหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งหมดของวงแหวนชั้นในทะเลดาราต้นกำเนิดจิต ทุกคนมีสภาพเดียวกัน ต่อให้เป็นสัตว์ร้ายแก่กล้าเหล่านั้นก็ด้วย

เพราะพวกมันรู้ว่า…เตาหลอมลำดับห้ากำลังจะเปิดแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!