Skip to content

สู่วิถีอสุรา 990

Svtasr

ตอนที่ 990 ตอนนี้แหละ

มังกรเขียวของบรรพบุรุษหลงไห่พุ่งออกมาจากเปลวเพลิง พริบตาเดียวก็เข้าไปใกล้บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงหัวเราะเยาะพร้อมยกมือขวาขึ้นตบตรงระหว่างคิ้ว ก่อนอ้าปากพ่นโลหิตสีดำสายหนึ่งออกมา

โลหิตเหมือนแฝงไว้ด้วยพลังร้อนระอุ ทั้งยังมีชีวิตน่าประหลาด มันพุ่งไปหามังกรเขียวและปะทะกัน ไม่มีเสียงครึกโครม แต่โลหิตสีดำคล้ายหลอมรวมเข้าสู่ตัวมังกรเขียว มิหนำซ้ำบนตัวมังกรยังเกิดตุ่มเหลือคณานับ เมื่อตุ่มเหล่านี้แตกออกในทันทีแล้วก็กลายเป็นใบหน้าคนที่มีจุดดำ มองจากใบหน้าแล้ว มันคือหนึ่งในผู้ฝึกฌานภัยพิบัติตะวันสามคนที่ถูกบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงกินไปเมื่อครู่ มันปกคลุมทั่วร่างมังกรเขียวและทำให้มันกลายเป็นเถ้าธุลีหายไป

“ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีรากยังกล้ามาสู้กับข้าอีกรึ!” ขณะหุ่นเชิดเพลิงหัวเราะเยาะก็เหมือนจะพุ่งไปหาต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้ง ทว่าขวานสงครามจากใบไม้สามพันใบพลันเข้ามาใกล้แล้วพร้อมกับฟันลง ทว่าเขากลับไม่หลบแม้แต่น้อย แต่อ้าปากพ่นโลหิตสีดำไปอีกครั้ง โลหิตเผาไหม้กลางอากาศแล้วกลายเป็นใบหน้าคนอีกหนึ่งใบหน้า

คนนี้ก็คือหนึ่งในสามผู้ฝึกฌานภัยพิบัติตะวัน ตอนนี้เขาพุ่งไปหาขวานสงครามจากใบไม้สามพันใบด้วยใบหน้าเหี้ยมโหด เกิดเสียงโครมดังขึ้น ใบหน้าคนสลายไป ทว่าขวานสงครามจากใบไม้สามพันใบก็สลายหายไปด้วย

ขณะนี้ต้นไม้ใหญ่ตั้งตัวไม่ทัน บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงมีวิสัยทัศน์ไม่มีที่สิ้นสุด วิชาการรบของเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง อันดับแรกคือแกล้งเข้าไปอยู่ในแผนการของต้นไม้ใหญ่โดยการกินภัยพิบัติตะวันสามคน แต่ความจริงแล้วไม่ได้หลอมรวม เพียงรวมอยู่ในร่างกายเท่านั้น ใช้เปลวเพลิงรวมให้กลายเป็นพลังของตัวเอง

ต่อมาก็เป็นการเผาทั้งฟ้าและพื้นดิน และเหตุที่เผาทั้งโลกได้เร็วขนาดนั้น ซูหมิงนึกไปถึงภาพบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงที่คว้ามือลงพื้นดินก่อนหน้านี้

เห็นได้ชัดว่าบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงได้เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ต่อให้เป็นซูหมิงก็ยังต้องตื่นตัว ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้แม้แต่เขาก็ยังมองการกระทำของอีกฝ่ายไม่ออก

จากนั้นก็อาศัยการเผาฟ้าดินในพริบตามาทำลายแหล่งต้นกำเนิดของต้นไม้ใหญ่ ทำให้มันเป็นวัตถุไร้รากฐาน ดังนั้นแล้ว เขาก็จะกุมความได้เปรียบในการต่อสู้ครั้งนี้

ทุกอย่าง บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงคิดออกมาในเวลาอันสั้น ซ้ำยังปฏิบัติตามนั้นได้ จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าคนที่ฝึกถึงระดับยอดฝีมือมีแผนการหยั่งลึก มีการวางแผนอย่างรวดเร็ว และไม่ได้มีความคิดแบบคนธรรมดา

หากเรื่องดำเนินต่อไปแบบนี้ มีโอกาสสูงมากที่บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงจะได้รับสมบัติของที่นี่ อีกทั้งยังได้กินหลงไห่ หากเป็นแบบนั้น ซูหมิงก็จะไม่ออกไป เขาจะรอ หากไม่มีโอกาสลงมือ เขาจะล้มเลิกความคิดนี้ไป

ระหว่างที่ใบไม้สามพันใบสลายไป บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงหัวเราะเยาะแล้วพุ่งไปหาต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้ง ด้วยความเร็วของเขาจึงเข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ในทันที ทันใดนั้นเองเขากลับหรี่ตาลง เพราะเห็นว่าดวงตาบนต้นไม้มิได้ฉายแววตื่นกลัวและโกรธ แต่เป็น….เย้ยเยาะ!

นั่นคือการเย้ยเยาะแบบที่ตนอยู่สูงกว่า เป็นการเหยียดหยามที่บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงไม่รู้จักประมาณตน และยังเป็นข่าวร้ายที่ทำให้บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงหน้าเปลี่ยนสี ในใจเกิดเสียงหัวใจเต้นตึกๆ

“เจ้าไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้ ตอนนั้นมีผู้ฝึกฌานนามหลงไห่คิดใช้วิธีนี้มาสังหารข้าเหมือนกัน…..เขาเกือบทำสำเร็จแล้ว แต่หลังจากเขาก็ไม่มีใครสำเร็จอีกเลย” เสียง อื้ออึงดังแว่วมาจากในต้นไม้ใหญ่

“ทุกสิ่งมีชีวิตมีโชคชะตา โชคชะตานี้ดีเยี่ยมจนสุดบรรยาย ไม่อาจสัมผัส มีเพียงกุมชะตา…..” น้ำเสียงผ่านโลกมาอย่างโชกโชนดังแว่วมาจากในต้นไม้ใหญ่ วินาทีที่คำพูดนี้ดังกังวาน ทั้งโลกเหมือนมีพลังประหลาดเพิ่มขึ้นมาอย่างหนึ่ง

พลังนี้ คำพูดนี้ ทำให้บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงเบิกตากว้าง มีสีหน้าเหลือเชื่อ และยังมีความตื่นกลัวเผยผ่านสีหน้าโดยที่ไม่อาจปกปิด

“ขั้นชะตา! เจ้าบรรลุถึงขั้นชะตา หรือว่าที่นี่จะไม่ใช่มิติสมบัติรอง ที่นี่คือมิติสมบัติล้ำค่า!” บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงหน้าเปลี่ยนสีเด่นชัด ตามความเข้าใจของเขา วิญญาณร้ายในมิติสมบัติรองที่แกร่งสุดก็เพียงขั้นกุมเท่านั้น มีเพียงวิญญาณร้ายในมิติสมบัติล้ำค่าถึงจะมีผู้แข็งแกร่งขั้นชะตา

ทว่าทุกอย่างตรงหน้ากลับทำให้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึง เพียงขั้นพลังเดียวทำให้การกระทำทุกอย่างก่อนหน้านี้ของเขากลายเป็นเรื่องตลก

ซูหมิงใจสั่นสะท้านเช่นกัน ทว่าดวงตากลับเป็นประกาย ในยอดฝีมือขั้นชะตา คนที่เขาเข้าใจมากที่สุดคือบรรพบุรุษขวางสวรรค์ อีกฝ่ายอาศัยสมบัติชิ้นหนึ่งถึงทะลวงสู่ครึ่งก้าวขั้นชะตาได้

ขณะที่นัยน์ตาซูหมิงลอบเป็นประกายบางยากจะตรวจพบ สายตาเขามองพืช สามใบที่ลอยอยู่บนต้นไม้ด้วยสีหน้ามีความหวังอย่างแรงกล้า

‘หากตัวต้นไม้ยังไม่บรรลุถึงขั้นชะตา เช่นนั้น….จะต้องเป็นเพราะผลของสมบัติชิ้นนี้แน่! ส่วนต้นไม้มีขั้นพลังระดับใดกันแน่ ก็ต้องดูว่าข้าใช้วิชาสามตัดสังหารได้หรือไม่!

หากตัดได้ ก็อธิบายได้ว่าสมบัติคือกุญแจสำคัญ!’ ซูหมิงหรี่ตาแคบลง สายตามองบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงที่ตอนนี้ถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว เขากำลังรอโอกาสลงมือที่จะมีผลประโยชน์มากที่สุดอยู่

บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงถอยไปอย่างเร่งรีบ เขารู้ว่าขั้นพลังตนต่อกรกับยอดฝีมือขั้นชะตาไม่ได้เลย ยามนี้ขณะใจสั่นสะท้านก็สังเกตเห็นว่าในโลกนี้มีพลังประหลาดชนิดหนึ่ง มันวนเวียนอยู่รอบตัวเขาและรบกวนสัมผัสต่อโลกภายนอกของเขา

ในภาพจำของเขา พลังนี้มีแหล่งกำเนิดเพียงอย่างเดียวคือ…..ชะตา!

“ฟ้าดินมีชะตา สวรรค์ก็เช่นกัน” ระหว่างที่เสียงแก่ชราดังก้องกังวาน แผ่นดินที่ถูกเผาหายไปโผล่ขึ้นมาเอง มันปกคลุมส่วนรากของต้นไม้ ความว่างเปล่าบนฟ้าก็กลับมาเป็นสีเขียวอีกครั้ง ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมในเสี้ยววินาที

“ชะตาของเจ้า จงสิ้นสุด!” ช่วงที่ใบหน้าบนลำต้นไม้ขนาดร้อยจั้งเอ่ยประโยคนี้อย่างเย็นชา บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงร้องเสียงโหยหวน ทั่วร่างเขาระเบิดทะเลเพลิง จำนวนมาก เปลวเพลิงสีม่วงหมุนตลบไปรอบๆ พร้อมกันนั้นเสียงจากต้นไม้ก็ดังขึ้น อีกครั้ง

“เพลิงคือชะตาของเจ้า ชะตานี้จงกลืนกิน”

สิ้นคำประโยคนี้ ทะเลเพลิงไม่แผ่ขยายออกไปโดยรอบอีก แต่ม้วนตลบมาเผาร่างบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง

บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงมีสีหน้าตื่นกลัวอย่างเด่นชัด ขณะหนีไปอย่างเร่งรีบก็ยังประสานมุทราตบบนตัวเองติดกันหลายครั้ง ทุกครั้งที่ตบจะพ่นโลหิตสีดำออกมา หนึ่งคำ ซึ่งมันทำให้เขาว่องไวยิ่งขึ้น

“เจ้าคือบุตรคนที่สองใต้ต้นไม้ข้า นี่คือชะตาของเจ้า” ขณะเสียงจากต้นไม้ใหญ่ดังก้องเบาๆ บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงร้องโหยหวนเสียงแหลม เขาตัวสั่นไปทั่วร่าง พลัง ไร้รูปที่เขายากจะต่อต้านประดังประเดเข้ามาจากรอบตัวแล้วบีบอัดตัวเขา ทำให้เขาเดินหน้าไม่ได้แม้แต่น้อย แต่กลับถูกดึงถอยหลังไปอย่างไร้อิสระ

เขาเข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งมากขึ้นเรื่อยๆ มิหนำซ้ำบนลำต้นไม้ใหญ่ยังมีกิ่งไม้สีแดงโลหิตมุดออกมาและพุ่งไปหาบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง เหมือนจะมุดเข้าไปในร่างเขาเพื่อทำให้กลายเป็นหุ่นเชิดแบบหลงไห่

หลงไห่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเฉยชา เขาเพียงปล่อยมังกรเขียวออกไปตัวเดียวก็ไม่ได้ทำอะไรอีก เห็นได้ชัดว่าดวงจิตของต้นไม้ใหญ่คิดว่ามันจะลงมือกำราบหุ่นเชิดเพลิงด้วยตัวเอง

ซูหมิงยังคงรออยู่ เขาไม่เชื่อว่าบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงจะมีกลอุบายแค่นี้ หากเป็นแบบนั้นจริงๆ เช่นนั้นต่อให้ซูหมิงไม่ลงมือ อีกฝ่ายก็ต้องตายแน่นอน

แต่หากบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงยังมีอุบายอีก เช่นนั้นซูหมิงก็จะเตรียมโจมตีให้ถึงตายในครั้งเดียว ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้ตอนที่ชายร่างกำยำคิ้วเหลืองกล่าว อีกฝ่ายก็เผย จิตสังหารต่อตน เขารู้สึกได้ถึงจิตสังหารนั้น แน่นอนว่าย่อมไม่มีทางใจอ่อน

ถึงเวลานั้นเขามั่นใจว่าจะหนีได้อย่างแน่นอน ซึ่งความมั่นใจนี้ก็มาจากต้นไม้ใหญ่แสดงพลังการกุมชะตา เพราะสิ่งแรกที่มันทำไม่ใช่การสังหารหุ่นเชิดเพลิง แต่เป็นการเปลี่ยนชะตาให้กลายเป็นพื้นดินมาฝังรากมัน

เรื่องนี้ดูเล็กน้อยมาก แต่ความจริงหากต้นไม้สามารถควบคุมชะตาของตัวเองได้ แน่นอนว่าย่อมไม่ต้องการรากฐานอีก อย่างเช่นเอ้อชาง เพราะระดับชีวิตของมัน มันจึงเคลื่อนย้ายอยู่ในฟ้ากระจ่างดาวได้โดยไม่ต้องการสารอาหารจากพื้นดินอีก

ตอนที่บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงถูกพลังไร้รูปบีบเข้ามาจากรอบๆ จนตัวเขาถูกดึงเข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ และกิ่งไม้สีแดงจากในต้นไม้ใหญ่อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสิบจั้งนั้น

บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงพลันมีสีหน้าเด็ดขาด เขากัดฟันยกมือขวาขึ้นตบตรงระหว่างคิ้วตัวเองอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ได้พ่นโลหิตสีดำ แต่ร่างกายเกิดเสียงครึกโครม เสี้ยววินาทีเดียวตัวเขาก็พองบวมขึ้น

นี่ไม่ใช่การระเบิดตัวเอง แต่หลังจากร่างพองบวมแล้ว บนผิวหนังก็ปรากฏอักขระนับไม่ถ้วน อักขระเหล่านี้เหมือนกับลูกกบ ครั้นลอยขึ้นมาแล้วก็หมุนวนดั่งมีชีวิต ก่อนมีกลิ่นอายพลังแก่กล้าระเบิดออกมาจากตัวบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง

ขณะเดียวกัน นอกเตาหลอมลำดับห้า กลางดาวที่หุ่นเชิดเพลิงอยู่ หุ่นเชิดเพลิงจำนวนมากล้วนตัวสั่นและทยอยกันพ่นโลหิต ตัวพวกมันเหี่ยวเฉาลง ทั้งยังมีไม่น้อยกลายเป็นน้ำโลหิตเผาไหม้ ไม่นานเผ่าหุ่นเชิดเพลิงก็ตายไปมากกว่าครึ่ง

นี่คือการใช้อภินิหารของเผ่าของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง นี่คือการสูบชีวิตของชาวเผ่าเพื่อแลกกับความแข็งแกร่งที่สุดในพริบตา

โครม โครม โครม!

เสียงดังสนั่นสะเทือนไปรอบๆ ต่อให้อยู่ห่างไปหลายมิติก็ยังได้ยิน ภายใต้เสียงดังสนั่น บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงพ่นโลหิตสีดำออกมาทั่วร่าง โลหิตแผ่ขยายออกไปข้างนอกไม่หยุดหย่อนกลายเป็นหมอกโลหิตสีดำ อีกทั้งหมอกยังมาพร้อมกับพลังกัดกร่อนอย่างรุนแรง แม้แต่มวลอากาศยังละลาย ไม่ว่าพลังใด กระทั่งรวมถึงชะตานั้นยังต้องหยุดชะงักกลางหมอกโลหิตแล้วถูกตัดขาดสะบั้น

ต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งคำรามด้วยความโกรธ มันมีสีหน้าไม่ยอม ทว่ามันขยับตัวไม่ได้ ระหว่างที่หมอกโลหิตหมุนตลบก็ขวางพลังชะตาของมันเอาไว้ แม้แต่การเชื่อมต่อระหว่างมันกับหุ่นเชิดหลงไห่ยังขาดสะบั้นด้วย

ทำได้เพียงมองหุ่นเชิดเพลิงหนีไป

หลังทั้งตัวบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงพองบวมจนมีขนาดหลายร้อยจั้งแล้ว เขาก็ ดิ้นหลุดจากพลังชะตาที่รัดมาจากรอบๆ เขาร้องเสียงแหลมเล็กพร้อมกับพุ่งไปข้างหน้าด้วยความแค้นเหลือล้น

ขั้นพลังเขาลดลงอย่างรวดเร็ว นี่คือผลจากการใช้อภินิหารก่อนหน้านี้ ทว่าหากหนีออกจากที่นี่ได้ ขอเพียงหาที่ปิดด่านนั่งฌานสองสามวันก็จะฟื้นฟูกลับมาได้

แต่ว่าจังหวะที่เขากำลังจะหนีไปนั้น ซูหมิงที่ซ่อนอยู่มาตลอดเผยจิตสังหารในแววตา

“ตอนนี้แหละ!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!