Skip to content

สู่วิถีอสุรา 991

Svtasr

ตอนที่ 991 ต้นกล้าเล็กจ้อย

นัยน์ตาซูหมิงเป็นประกายจิตสังหาร เขาพลันเคลื่อนไหวออกมาจากที่ซ่อน การปรากฏตัวของเขาไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้ง เห็นได้ว่ามันสังเกตเห็นซูหมิงก่อนแล้ว ถึงอย่างไรตอนที่ซูหมิงเพิ่งเข้ามาในมิติก็ยังไม่ได้หลบซ่อนตัว

แต่บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงกลับไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าซูหมิงจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่

นี่ตรงกับสำนวนหลังคารั่วยังเจอฝนตกทั้งคืน[1] แม้ตอนนี้บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงจะหนีออกมาได้ ทว่าพลังทั่วร่างเขากลับลดลงอย่างรวดเร็ว ชั่วขณะที่เขาสัมผัสถึง จิตสังหารจากข้างหลัง เขาก็เห็นซูหมิงพุ่งตรงเข้ามาอย่างว่องไว!

ซูหมิงไล่ตามมาท่ามกลางหินเพลิงแสงสายฟ้า นี่ไม่ใช่ความเร็วของเขา แต่เป็นความเร็วสูงสุดของย่วนเว่ย ทันทีที่เข้าใกล้ เขายกมือขวาขึ้น พลังเอ้อชางในร่างกายรวมเข้าด้วยกันทั้งหมด พวกเสวียนซางสี่คนควบคุมไม่ได้แม้แต่น้อย ถูกซูหมิงดึงพลังไปรวมอยู่ในฝ่ามือด้วย ก่อนจะกดฝ่ามือไปทางบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง

ฟ้าดินเกิดเสียงครึกโครม ฝ่ามือซูหมิงกลายเป็นพายุหมุน พุ่งเข้าไปหาบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงพร้อมด้วยเสียงครืนๆ นัยน์ตาบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงฉายแววบ้าคลั่ง เขาร้องเสียงแหลมเล็ก ตอนที่กำลังจะถูกพายุหมุนกลบนั้น ใบหน้าเขาเผยความรู้สึกคล้ายถูกฉีกออก สองมือกุมตรงหน้าอกแล้วฉีกแยกออกข้างนอก

การฉีกครั้งนี้ ตัวเขา…ถูกฉีกออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งหนีไป อีกครึ่งหนึ่งพุ่งไปหาซูหมิง แล้วเลือกระเบิดตัวเอง!

บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงยอดฝีมือขั้นกุมผู้สง่าผ่าเผยยังถูกบีบให้ระเบิดตัวเองได้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ซูหมิงจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแน่นอน

ความจริงก็ไม่ใช่ผลงานเขาคนเดียว ตัวการสำคัญคือต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งที่ทำให้ หุ่นเชิดเพลิงบาดเจ็บสาหัส บวกกับร่างสมบัติของซูหมิงรวมถึงย่วนเว่ย จึงมีผลเป็นเช่นนี้

ทว่า ซ่อนตัวมาจนถึงตอนนี้ หากทำลายได้เพียงร่างครึ่งเดียวของบรรพบุรุษ หุ่นเชิดเพลิง ภายภาคหน้าก็ยังมีอำนาจคุกคามต่อซูหมิงอยู่ เรื่องนี้เขาย่อมไม่ชอบ ใจนัก ในเมื่อลงมือแล้วก็ต้องสังหารให้ถึงที่สุด

ร่างครึ่งตัวของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงระเบิดออก เสียงดังสนั่นฟ้า ช่วงที่ระลอกคลื่นทำลายล้างแผ่กระจายมา ดวงตาย่วนเว่ยใต้ร่างซูหมิงเป็นประกาย หัวมังกรสองหัวร้องคำราม แล้วจึงพุ่งเข้าไปกลางระลอกคลื่นการระเบิดตัวเอง

กลิ่นอายความแค้นกลายเป็นทะเลเพลิง ทะเลเพลิงสีดำนั้นแผ่กระจายไปรอบๆ พริบตาเดียวก็ปกคลุมแรงปะทะจากการระเบิดตัวเองของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงเอาไว้ภายใน ทำให้พลังทำลายล้างขยายออกไปมิได้ในชั่วพริบตาหนึ่ง ในเวลาเดียวกัน ทางด้านซูหมิงส่งเสียงคำรามลั่น พลังในร่างกายปะทุออกมาทั้งหมด ซ้ำยังเหนี่ยวนำร่างแยกเอ้อชางเข้ามา ทำให้กำลังรบพุ่งถึงขีดสุดในทันใด ยามหนึ่งก้าวเหยียบลง ตัวเขาพลันหายวับ

ช่วงที่แรงระเบิดตัวเองจากร่างครึ่งตัวของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงถูกย่วนเว่ยปกคลุมไว้จนแผ่กระจายออกไม่ได้ ซูหมิงก้าวเท้าลง เขาข้ามผ่านพื้นที่การระเบิดตัวเองออกมาอยู่ไกลออกไปยิ่งกว่า มาปรากฏอยู่ข้างหลังร่างอีกครึ่งตัวของบรรพบุรุษ หุ่นเชิดเพลิงที่ตอนนี้พบทางออกแล้ว และถึงขั้นกำลังจะก้าวเข้าไป

“หยุดเสีย!” นัยน์ตาซูหมิงเผยจิตสังหาร เอ่ยพลางยกมือขวาขึ้นคว้าไปทางบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงที่กำลังจะออกไป

เมื่อมือคว้าไป บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงสั่นสะท้านไปทั่วร่าง ตอนที่หันกลับมามอง ก็เห็นถึงความแค้นและหวาดกลัวเด่นชัดยามมองที่ซูหมิง เขารู้ว่าหากตนไม่มีทาง เลือกอีก วันนี้จะออกไปจากที่นี่ไม่ได้ เทียบกับการมีชีวิตรอดแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีก

บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงที่มีร่างเพียงครึ่งเดียวเงยหน้าร้องขึ้นฟ้าอย่างไม่ลังเล ตรงระหว่างคิ้วของร่างครึ่งหนึ่งปรากฏจุดสีแดงฉานขึ้นหนึ่งจุด จุดแดงนี้ม้วนถอยไปในทันที ทะลวงผ่านศีรษะบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงแล้วบินออกจากด้านหลังศีรษะ สิ่งนั้นเป็นหินหยกสีแดงก้อนหนึ่ง!

ทันทีที่หินหยกโผล่ขึ้นมา มันก็กลายเป็นร่างมายากึ่งโปร่งใสทันที รูปลักษณ์คือบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิง จะเห็นได้ว่านี่ก็คือจิตแรกของเขา

จิตแรกออกจากร่าง!

ขณะเดียวกันร่างครึ่งตัวพลันระเบิดออก บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงไม่สนเลยว่า จิตแรกจะเสียหายหรือไม่ เขาตั้งใจจะใช้การระเบิดตัวเองมาขวางซูหมิงเอาไว้ ในเวลาเดียวกันก็จะอาศัยแรงระเบิดผลักจิตแรก ส่งให้ตนกระเด็นเข้าไปในทางออก

การเลือกและความเด็ดขาดแบบนี้ทำให้ซูหมิงหรี่ตาลง ครั้นเกิดเสียงระเบิดสนั่นฟ้า ดังขึ้น มือขวาซูหมิงที่คว้าไปก็ปะทะกับการระเบิดของร่างครึ่งหนึ่งนั้น

ท่ามกลางเสียงระเบิด ซูหมิงโซเซถอยไปหลายก้าว ตอนที่เงยหน้าขึ้น เขาเห็น จิตแรกของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงที่ใกล้จะแหลกสลายหายเข้าไปในอากาศบิดเบี้ยวของทางออกมิตินี้

สิ่งที่ต้อนรับเขาคือการไหลเวียนของเวลาพันปีระหว่างช่องว่างมิติ คนที่เหลือเพียงจิตแรกอย่างเขาต้องบาดเจ็บสาหัสอีกครั้งจากการไหลเวียนของเวลาพันปีแน่ๆ เพราะเขาไม่มีร่างกายอยู่จึงไม่อาจสูบอาขุขัยได้ เช่นนั้นสิ่งที่ถูกสูบไปก็ต้องเป็น แก่นสำคัญของจิตแรก

หากเขาโชคดีรอดชีวิตมาได้ ก็คงจะไม่ใช่บรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงอย่างในอดีตอีก แต่อ่อนแอถึงขีดสุด

ช่องว่างมิติกว้างใหญ่ไม่มีสิ้นสุด มีแต่ความว่างเปล่า อีกทั้งที่เข้าไปก็ไม่แน่ว่าจะเป็นพื้นที่หนึ่ง ดังนั้นความคิดจะล่าสังหารจึงวาบผ่านในความคิดซูหมิงแวบหนึ่งแล้วก็ถูกลบไป ซูหมิงสะบัดแขนเสื้อ เมื่อครู่เขาเห็นว่าหลังจากร่างครึ่งหนึ่งของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงระเบิดออกแล้ว มีถุงหนังสัตว์สีแดงใบหนึ่งอยู่กลางคลื่นปะทะรอบทิศ เขาใช้มือขวาคว้าอากาศ ถุงหนังสัตว์นี้ตรงมาหาเขาทันที เมื่อคว้าเอาไว้แล้วก็หันหน้าไปมองต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งที่อยู่ไกลๆ กับย่วนเว่ย

การระเบิดตัวเองตรงย่วนเว่ยสิ้นสุดลงแล้ว ตัวย่วนเว่ยขยับวูบไหวมาโผล่อยู่ข้างเขา มันมีสีหน้าเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้บาดเจ็บอะไร

ซูหมิงในเวลานี้ยืนอยู่ข้างปากทางออกของมิตินี้ กล่าวได้ว่าตอนนี้เขามีอำนาจตัดสินใจแล้ว หากจะถอย เพียงก้าวเดียวก็ออกไปได้

เขามองต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งที่อยู่ไกลออกไป ต้นไม้ใหญ่ก็มองซูหมิงผ่านหมอกโลหิตที่ค่อยๆ จางลง ข้างกายมันยังมีบรรพบุรุษหลงไห่อยู่ด้วย

ช่วงที่ซูหมิงสบตากับต้นไม้ใหญ่และเบนสายตาไปมองบรรพบุรุษหลงไห่ พลันมีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นในใจเขา เสียงนี้ลอยล่องไม่แน่นอน ทั้งยังมีความร้อนรนและกระหายอย่างแรงกล้า

“สหายช่วยข้าด้วย! ข้าคือหลงไห่ มาจากโลกแท้จริงดาราสัจธรรม ถูกต้นไม้ปีศาจตนนี้ยึดวิญญาณ เสียความเป็นตัวเองไป…ตอนนี้มีหมอกโลหิตของบรรพบุรุษหุ่นเชิดเพลิงคนนั้นอยู่ การเชื่อมต่อระหว่างต้นไม้กับข้าจึงถูกตัดขาดชั่วคราว เมื่อครู่นี้ข้าถึงเพิ่งได้สติกลับมา ช่วยข้าด้วย…

ข้าหลงไห่ขอใช้ขั้นพลังกุมชะตาเกิดดับสาบานตรงนี้ว่า ไม่ว่าสหายจะช่วยข้าหรือไม่ หากชีวิตนี้ข้าเป็นอิสระ จะขอรับใช้สหายเป็นนาย หากผิดคำพูด ขอให้จิตแรกข้าสลายหายไปกับท้องฟ้า ขอให้คนตระกูลหลงต้องตายตกจนสิ้นไปทุกรุ่น!” สิ้นเสียงที่แว่วมาจากบรรพบุรุษหลงไห่ ตรงส่วนลึกในใจซูหมิงพลันเกิดการเชื่อมต่อประหลาดขึ้นมา

การเชื่อมต่อนี้วูบวาบไม่ชัดเจน ลอยล่องเหมือนคำพูดนั้น

“คำสาบานแห่งกุมชะตา!” สวี่ฮุ่ยพูดขึ้นในทันที นางกับพวกเสวียนซางสี่คนก็ได้ยินเสียงหลงไห่ดังในใจซูหมิงเช่นกัน โดยเฉพาะสวี่ฮุ่ย นางดูกระวนกระวายอย่างชัดเจน

“คำสาบานนี้จะไม่กล่าวกันง่ายๆ เขาไม่เพียงแต่สาบาน แต่ยังเหนี่ยวนำชะตามาด้วย คำสาบานนี้ประทับลงกลางผืนฟ้าแล้ว ถือว่าลงคำสาบานเสร็จสิ้น! บรรพบุรุษหลงไห่คนนี้…ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีความเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้!”

สิ้นเสียงสวี่ฮุ่ย ซูหมิงหรี่ตาลงจนเป็นรอยแยกเส้นหนึ่ง ภายในมีประกายวาววูบผ่าน เป็นอย่างที่สวี่ฮุ่ยว่าไว้ บรรพบุรุษหลงไห่คนนี้เด็ดเดี่ยวอย่างยิ่งจริงๆ เขาอาศัยจังหวะที่ได้สติกลับมาอย่างพบเห็นได้ยาก คว้าโอกาสนี้เอาไว้ ไม่รอให้ซูหมิงตกลง แต่มอบทุกอย่างของตัวเองให้ก่อนโดยการสาบาน

นี่คือการใช้เวลาที่รวดเร็วที่สุดและคำพูดสั้นที่สุดมาบรรยายความจริงใจที่สุดของเขา เห็นได้ชัดว่าเขากังวลว่าซูหมิงจะไม่เชื่อคำพูดตนจนพลาดโอกาสนี้ไป ดังนั้น…เขาเลยทำทุกอย่างโดยไม่เสียดาย!

ฉะนั้นแล้ว เขาจึงได้รับความเชื่อใจจากซูหมิงในทันที ทำให้เรื่องนี้เปลี่ยนจากการช่วยเหลือในตอนเริ่มแรกเป็นสิ่งล่อลวงใจอย่างหนึ่ง สิ่งล่อลวงใจนี้ก็คือได้มีองครักษ์ระดับกุมชะตาเกิดดับเพิ่มมาหนึ่งคน อีกทั้งยังทำให้เรื่องช่วยหลงไห่ จากที่สำคัญสำหรับหลงไห่ กลายมาเป็นสำคัญกับซูหมิงด้วย

การเปลี่ยนแปลงของความคิด คำพูดและคำสาบานแบบนี้ จะเห็นได้ว่า บรรพบุรุษหลงไห่สมกับเป็นยอดฝีมือขั้นกุมจริงๆ หากเป็นคนอื่นเกรงว่าส่วนใหญ่คงจะเสียเวลาไปกับการทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจ หนำซ้ำเรื่องนี้ยังไม่เกี่ยวกับซูหมิง จึงมีโอกาสสูงมากที่เขาจะหมุนตัวกลับแล้วจากไป ต่อให้ลงมือก็แค่ช่วยทำธุระเท่านั้น หากมีอันตรายจะหนีไปทันที

ทว่าตอนนี้ต่างไปโดยสิ้นเชิง

ซูหมิงตรึกตรองอยู่ชั่วครู่ มุมปากเผยยิ้มเย็นชา ก่อนจะเดินหน้าไปหาต้นไม้ใหญ้ร้อยจั้ง ยังไม่ทันเข้าใกล้ ดวงจิตจากหลงไห่ก็หายไป ต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งขยับไหว ดวงตาสองดวงบนลำต้นจ้องซูหมิงพลางเผยประกายแสงหม่น

“ในเมื่อไม่ไป เช่นนั้นเจ้าก็อยู่ที่นี่แล้วกัน” เสียงอื้ออึงดังกึกก้อง ต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งโคลงเคลงอย่างรุนแรง ใบไม้จำนวนมากปลิวว่อน ใบไม้สามพันใบรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง บินอ้อมหมอกโลหิตที่กำลังหายไป พุ่งตรงไปยังซูหมิง

“ใบไม้สามพัน เป็นตัวแทนมหาเต๋าทั้งสามพัน มหาเต๋าสามพันมีสามพันดวงชะตา ดวงชะตานี้วิเศษจนไม่อาจบรรยาย ดวงชะตานี้คือชะตาขึ้นชะตาลงของบรรพบุรุษต้นไม้อย่างข้า!” ตอนที่เสียงอื้ออึงจากต้นไม้ใหญ่ดังก้องกังวานโดยรอบ กระบี่ยาวที่รวมจากใบไม้สามพันใบมาโผล่อยู่ตรงหน้าซูหมิงราวกับแหวกอากาศออกมาอย่างไรอย่างนั้น

นัยน์ตาซูหมิงเผยประกายเย็นชา

“พวกชะตาจอมปลอม ยังกล้าเรียกตัวเองว่าชะตาขึ้นชะตาลงอีกรึ!” ซูหมิงแค่นเสียงเยาะหยัน จังหวะที่กระบี่ใหญ่ใบไม้เข้ามาใกล้ เขายกมือขวาขึ้นแล้วฟันลง

สามตัดสังหาร!

ทั้งฟ้าดินตอนนี้เหมือนถูกดาบคมกริบเล่มหนึ่งฟันขาดตรงหน้าซูหมิง ฟันลงบนกระบี่ใหญ่ใบไม้ที่เข้ามาใกล้ เกิดเป็นเสียงดังสนั่น กระบี่ใหญ่ใบไม้ระเบิดออกในฉับพลัน

นัยน์ตาต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งเพ่งมอง ขณะเดียวกัน เสียงของซูหมิงก็ดังก้องในฟ้าดินด้วยความหยิ่งยโสแบบที่ชายตามองใต้หล้า

“ต้นกล้าเล็กจ้อยอย่างเจ้า ยังกล้าเรียกตัวเองว่าบรรพบุรุษต่อหน้าข้าอีก!” ครั้นเสียงซูหมิงดังกังวาน กลิ่นอายพลังเอ้อชางก็ระเบิดออกมาจากร่างสมบัติล้ำค่าโดยไม่กักเอาไว้แม้แต่น้อย การปรากฏของกลิ่นอายพลังเอ้อชางม้วนตลบท้องฟ้า ม้วนตัวไปแปดทิศ ทำให้ทั้งโลกราวกับเกิดการพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

กลิ่นอายพลังนี้เต็มไปด้วยความหัวแข็ง เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และยังมีความบ้าคลั่งที่เหยียดหยามทุกสิ่งมีชีวิตกับความชั่วร้ายซึ่งไม่อาจบรรยาย!

ต้นไม้ใหญ่ร้อยจั้งหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรงในทันที!

……………………

[1] หลังคารั่วยังเจอฝนตกทั้งคืน หมายถึงสถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วยังถูกซ้ำเติมอีก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!