บทที่ 1,000 : เจ้ามันงี่เง่าสิ้นดี! (ปลาย)
อย่างไรก็ตาม ยามนี้สภาพของกระบี่เทพสังหารช่างน่าสมเพชเวทนานัก มันไม่กล้าหนีและทำได้แค่ปล่อยให้อีกฝ่ายทุบตีตามอำเภอใจ
หลังจากผ่านไปชั่วครู่ เด็กน้อยผิวขาวหยุดนิ่งและเขม้นสายตามองกระบี่อีกครั้ง จากนั้นกางกรงเล็บตวัดไปมาอย่างรวดเร็ว……
นางกำลังสื่ออะไร?
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้!
และไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม!
ขณะนั้นเด็กน้อยผิวขาวฉวยกระบี่เทพสังหารขึ้นมา ก่อนจะเหวี่ยงทิ้งไปให้พ้นทาง จากนั้นหันมองไปเยี่ยฉวนที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน เด็กสาวตัวจ้อยกะพริบตาปริบ เดินตรงไปที่ร่างชายหนุ่ม หลังจากกวาดตามองอย่างพินิจพิจารณาตั้งศีรษะจรดปลายเท้าแล้ว นางเอื้อมมือไปและใช้กรงเล็บทั้งสองมือหยิกเข้าที่ใบหูของเยี่ยฉวน จากนั้นเลื่อนไปหยิกปลายจมูกตลอดจนตามใบหน้า พร้อมกับสายตาแสดงความข้องใจอย่างยิ่ง
แม่นางเยว่เงียบเสียง
ราวหนึ่งถ้วยชาให้หลัง เด็กสาวตัวจ้อยผิวขาวเคาะลงไปที่บริเวณกลางลำตัวของเยี่ยฉวน จากนั้นก็เอียงศีรษะทำท่าเหมือนฟังเสียง
เสียงเยว่พึมพำขณะสีหน้าแสดงความตกใจ “นางกำลังสำรวจดูว่าเขาตั้งครรภ์หรือไม่ งั้นหรือ?”
สุนัขอสูรพูดไม่ออกได้แต่กลอกตาไปมา
ฉับพลันเด็กสาวตัวจ้อยผิวขาวตวัดกรงเล็บตะปบไปที่เยี่ยฉวน ขณะต่อมากระแสพลังชี่ราชันไหลพรั่งพรูเข้าสู่กายของชายหนุ่มทันที เวลานั้นบาดแผลตามร่างกายของเขาค่อยๆ สมานกันจนหายสนิทอย่างรวดเร็วทันตาเห็น!
เมื่อเยว่และสุนัขอสูรเห็นดังนั้น ทั้งสองถึงกับหน้าถอดสี
บนท้องฟ้าโล่งกว้าง ถังเหยี่ยนที่อยู่ในฟากตรงกันข้ามกับผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวกล่าวกับฝ่ายนั้นยิ้มๆ “ถ้าเจ้าไม่ฆ่าเยี่ยฉวนตอนนี้ เท่ากับว่าจะพลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้ไปเลย!”
ฆ่าเยี่ยฉวนเสียงั้นหรือ?
ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวหันไปมองผู้พูดด้วยแววตาเยือกเย็น จากนั้นเขาและยอดฝีมือของชุมนุมผู้คุมกฎต่างกลับออกไปพร้อมกัน
เขาหาใช่คนโง่ มีเด็กสาวตัวจ้อยอยู่ที่นั่นทั้งคน……จะลงมือสังหารเยี่ยฉวนตอนนี้ทำไมกัน? รนหาที่ตายงั้นหรือ?
ถังเหยี่ยนมองลงไปที่เยี่ยฉวน เห็นทีเขาต้องกลับไปคิดทบทวนเรื่องเจ้าหนุ่มนั่นเสียใหม่!
ชุมนุมผู้คุมกฎและเผ่าถังต่างต้องคิดทบทวนเรื่องเยี่ยฉวนเสียใหม่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย!
ต่อมาไม่นานถังเหยี่ยนจึงกลับตามออกไป
เยี่ยฉวนนอนแน่นิ่งอยู่ที่ก้นแอ่ง ทว่า ณ เวลานั้นร่างกายของเขากลับฟื้นคืนสภาพเดิมด้วยความรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงดวงวิญญาณและจิตวิญญาณด้วยเช่นกัน!
การฟื้นฟูอย่างรวดเร็วทำให้สุนัขอสูรและแม่นางเยว่ถึงกับตะลึง!
แสดงว่าอำนาจเทวจิตของเขาก็ฟื้นคืนกลับมาแล้ว ในเวลานั้นจู่ๆ เด็กสาวตัวจ้อยผิวขาวเหินกลับเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำทันที
ในหอคอยแห่งเรือนจำ
เด็กสาวตัวจ้อยผิวขาวกวาดตามองไปรอบข้าง กระทั่งนางทะยานขึ้นไปจนถึงยอดหอคอย เมื่อสายตาปะทะเข้ากับกระบี่เล่มหนึ่ง ริมฝีปากของนางเผยอยิ้มพร้อมกับโบกกรงเล็บไปมา ประหนึ่งกำลังกล่าวทักทายกับกระบี่!
บนยอดหอคอย กระบี่สั่นสะเทือนเล็กน้อยคล้ายกำลังตอบกลับ
เด็กตัวน้อยผิวขาวเผยยิ้ม ก่อนจะหันหลังกลับออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ นางเดินตรงไปที่อาหลิงน้อยและแล้วก็วาดกรงเล็บออกไป พลันกระแสพลังชี่ราชันหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอาหลิง ต่อมาร่างของอาหลิงน้อยกลับคืนสู่สภาพเดิมตามปกติ ยิ่งกว่านั้นพลังชี่ราชันส่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของนาง!
เวลานั้นเสียงของสุนัขอสูรเอ่ยขึ้นทันที “เอ้อ……เจ้าช่วยถ่ายพลังชี่ราชันให้ข้าบ้างได้ไหม?”
ขณะมองตรงไปที่เด็กสาวตัวจ้อยผิวขาว มันรับรู้ว่าครั้งนี้นับเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว!
เจ้าสุนัขอสูรก็บอกไม่ถูกว่าเหตุใดถึงรู้สึกเช่นนั้น!
มันรู้แค่ว่าเวลานี้ความภูมิใจและศักดิ์ศรีหาใช่สิ่งสำคัญ จึงทำให้เอ่ยปากขอพลังชี่ราชันเช่นนี้!
อาหลิงน้อยมองดูเจ้าสุนัขอสูรพลางทำตาปริบ ตอนนั้นสุนัขอสูรหยิบถังหูลู่ออกมาและยื่นให้นาง
ก่อนหน้านี้อาหลิงน้อยซื้อถังหูลู่มาเก็บไว้และสุนัขอสูรนำออกมาให้ชิ้นหนึ่ง ตอนนี้กลายเป็นของมีประโยชน์แล้ว
เมื่อเด็กสาวตัวจ้อยผิวขาวมองมาเห็นขนมถังหูลู่เท่านั้น นางถึงกับเบิกตาโตและรีบฉวยมาทันที จากนั้นค่อยๆ ลิ้มเลียอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้ากลมเล็กแจ่มใสด้วยความสุขเต็มปรี่ หลังจากนั้นชั่วครู่เด็กสาวผิวขาวเงยหน้ามองสุนัขอสูรพลางครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ ก่อนโบกกรงเล็บตวัดไปทางเจ้าอสูรสุนัขเบาๆ ต่อมาพลังชี่ราชันเริ่มไหลเข้าสู่ร่างของสุนัขอสูร ร่างของมันสั่นสะท้าน ในเวลาเดียวกันโลหิตในกายเริ่มเดือดระอุขึ้นมาอย่างช้าๆ!
สุนัขอสูรมีความสุขล้นปรี่ มันรีบหันไปทางเด็กสาวตัวจ้อยผิวขาวทันทีและพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี “ขอบใจมาก!”
ว่าแล้วเจ้าสุนัขอสูรหมุนตัวกลับก่อนหายเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ
จากนั้นเด็กสาวตัวจ้อยผิวขาวใช้กรงเล็บน้อยๆ ทำท่ากวักเรียกอะไรบางอย่าง ณ ที่ใดที่หนึ่งใต้พื้นพิภพบริเวณสำนักกระบี่ที่อยู่ห่างไกลจากนครอานุภาพ หีบสีดำหีบหนึ่งทะยานขึ้นสูงสู่ท้องฟ้า พลันต่อมามันกลับมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเด็กสาวตัวจ้อยอย่างรวดเร็ว
เด็กน้อยผิวขาวหยิบหีบและส่งให้อาหลิงพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนที่ร่างของนางจะค่อยรางเลือนไปทีละน้อยๆ!
ทันใดนั้นอาหลิงน้อยร้องถามรัวเร็ว “จะไปแล้วหรือ?”
เด็กสาวผิวขาวพยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับใช้กรงเล็บเกี่ยวขนมถังหูลู่ไว้
อาหลิงมองหน้าอีกฝ่าย “แล้วจะกลับมาอีกหรือไม่?”
คนที่ถูกถามยกกรงเล็บโบกไปมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังสื่อสาร
อะไรบางอย่าง
ก่อนที่ร่างของเด็กน้อยผิวขาวจะค่อยเลือนหายไป เหลือเพียงถังหูลู่ร้อยเชือกลอยอยู่บนอากาศ…
เมื่อได้ประจักษ์ว่าอีกฝ่ายจากไปแล้ว อาหลิงน้อยดูเศร้าสร้อยและหงอยเหงาลงถนัดตา
ทันใดนั้นเยว่ถามขึ้นว่า “เมื่อครู่เด็กคนนั้นพูดอะไร?”
อาหลิงน้อยเงยหน้ามองแม่นางเยว่ก่อนตอบว่า “นางบอกว่าตนมาจากที่ไกลแสนไกล…”
ที่ไกลแสนไกลงั้นหรือ?
เยว่มองไปยังที่สุดปลายฟ้า จักรวาลนี้แสนกว้างใหญ่……โลกสี่มิติดูไร้ขอบเขตไม่มีที่สิ้นสุด
ที่น่าขำคือคนมากมายต่างปรารถนาจะไปให้ถึงโลกห้ามิติ แม้ปราศจากความเข้าใจในโลกสี่มิติก็ตาม!
ทั้งน่าขันระคนน่าสมเพช!
สตรีออกจากภวังค์ความคิดคำนึงและมองดูเยี่ยฉวนที่อยู่บนพื้น เวลานี้อาการบาดเจ็บตามร่างกายฟื้นฟูแล้วกว่าเจ็ดถึงแปดจากสิบส่วนแล้ว!
เยี่ยฉวนลุกขึ้นยืน เขากวาดตามองมาทางอาหลิงน้อย “อาหลิง เด็กสาวตัวจ้อยคนนั้นเป็นใคร?”
อาหลิงก้มหน้างุดอย่างเศร้าสร้อย “นางเป็นเพื่อนข้าเอง!”
เพื่อน!
ชายหนุ่มฟังแล้วได้แต่ยิ้มและไม่ถามอย่างอื่นต่อ ทว่าเดินไปใกล้อาหลิงน้อยก่อนจะถามอีกฝ่ายด้วยเสียงอ่อนโยน “ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไร?”
ก่อนที่อาหลิงน้อยจะตอบคำถามนั้น เยว่เอ่ยลอยๆ ขึ้นทันที “นางแข็งแกร่งกว่าขอบเขตพลังที่นางมีอยู่…”
เยี่ยฉวนหันไปมองคนพูดที่กล่าวเสียงแผ่วเบา “ถ้าข้าให้ขนมถังหูลู่แก่นาง ข้าจะได้รับการฟื้นฟูพลัง…”
พูดถึงตอนนี้ นางหยิบกระจกขึ้นมาและส่องดูตัวเองจากภาพสะท้อนในกระจก สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก “เจ้ามันงี่เง่าสิ้นดี!”
สิ้นเสียงพูดพลันกระจกปริร้าวก่อนจะแตกเปรื่อง!
ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยสิ่งใดไม่ออก



