บทที่ 379 เจ้ารับไม่ได้หรอก! (ปลาย)
……
ร่างของเยี่ยฉวนตกลงบนพื้นดินและกระเด็นไปหยุดลงแทบเท้าเด็กสาวคนนั้นเอง นางทอดตามองคนที่ตกลงมาเค้เก้ข้างๆ ก่อนจะยื่นมือส่งให้อย่างมีมิตรจิตมิตรใจ “เจ้าเป็นอะไรมากไหม?” ……
……
ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือกดบริเวณบาดแผล จากนั้นจึงสั่นหน้า “ไม่เป็นไร” ……
..
เสียงพูดหยุดแค่นั้นก่อนที่เขาจะคว้ากระบี่และทะยานเข้าหากลุ่มพลม้าเพลิงโลกันตร์อีกรอบ พลางส่งเสียงคำรามลั่น “ถ้าพวกเจ้าแน่จริง ก็มาสู้กับข้านี่อย่าทำร้ายเด็ก!”
เด็กสาวได้ยินคำพูดดังนั้นของชายหนุ่ม นางพลันยกแผ่นป้ายทองคำที่ถืออยู่ขึ้นมองดูครู่หนึ่งก่อนมีเสียงพึมพำ “ข้าก็มีฝีมือ……ท่านบิดากล่าวว่าก่อนตายจะต้องช่วยปกป้องแผ่นดินชิง มิเช่นนั้นท่านจะมีลูกที่มีฝีมืออย่างข้าได้อย่างไร?”
เปรี้ยง!
จากนั้นร่างของเยี่ยฉวนก็กระเด็นมาตกปุลงกับพื้นดินที่เบื้องหน้าเด็กสาวอีกครา
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนขณะนั้นเขาถ่มโลหิตในปากพรวดหนึ่ง ทว่าขณะเดียวกันพลม้าเพลิงโลกันตร์ทั้งกลุ่มได้ทะยานเข้ามาล้อมกรอบเยี่ยฉวนและเด็กสาวในทันที
ชายหนุ่มใช้หลังมือเช็ดคราบโลหิตที่มุมปาก สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์
สาวน้อยคนข้างๆ จับตามองพลม้าเพลิงโลกันตร์อย่างระมัดระวัง
ตอนนั้นเองปรากฏชายวัยกลางคนลอยตัวอยู่บนอากาศเหนือกลุ่มพลม้าเพลิงโลกันตร์ เขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมู่ซ่วนชิง!
มู่ซ่วนชิงเขม้นมองเยี่ยฉวน สายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังและขัดข้องใจ!
เขารับรู้ความกล้าแกร่งของชายหนุ่ม แม้ว่าเยี่ยฉวนจะไม่สามารถทำลายพลม้าเพลิงโลกันตร์เหล่านี้ หากก็ใช่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายถูกบดขยี้ได้โดยง่าย!
ต้องเป็นอุบายแน่!
บัดนี้ชายวัยกลางคนชักจะเข้าใจอุปนิสัยของเยี่ยฉวน ว่าทั้งต่ำช้าและเป็นจอมวายร้าย!
“มันจะต้องวางกับดักแน่!”
เมื่อเขาได้กวาดตาไปทางเด็กสาวคนที่ยืนข้างเยี่ยฉวน ซึ่งขณะนั้นนางกำลังจ้องมองมาที่คนบนอากาศอยู่พอดี “เจ้าใช้คนมากมายมาต่อสู้กับเขาคนเดียว เป็นคนใจคอคับแคบ คับแคบยิ่งนัก!”
มู่ซ่วนชิงตอบถ้อยวาจาเย็นชา “ไม่ใช่เรื่องของเจ้าอย่าแส่!”
อีกฝ่ายสะดุ้งตัวเล็กน้อยที่ได้ยินคนว่ามาดังนั้น นางหันมาทางเยี่ยฉวนพลางเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง “เขาด่าข้าหรือ?”
เยี่ยฉวนผงกศรีษะ “ข้าก็ได้ยิน”
เด็กสาวหันขวับไปต่อว่าตอบโต้คนบนอากาศ “คนนิสัยไม่ดี……”
จากนั้นก็มองมาที่เยี่ยฉวน “ข้าควรด่าตอบยังไงดี?”
ชายหนุ่มช่วยคิด “ไอ้ทุเรศ!”
คนถามกระพริบตาปริบ ก่อนจะหันไปทางมู่ซ่วนชิงและว่า “คนนิสัยไม่ดี ไอ้ทุเรศ……”
มู่ซ่วนชิงไม่สนใจ กลับออกคำสั่งเฉียบขาด “ฆ่านางเสีย”
เมื่อพลม้าเพลิงโลกันตร์ได้ยินคำสั่งและเกือบทะยานออกไปเวลานั้น พลันเด็กสาวกำด้ามค้อนตะปูพุ่งพรวดออกไปเบื้องหน้า ก่อนฝ่ายตรงข้ามจะทันตั้งรับ ร่างของพลม้าเพลิงโลกันตร์นายหนึ่งซึ่งยืนม้าอยู่ไม่ห่างจากที่เยี่ยฉวนนักได้ปลิวหวือจากที่ไปในทันที!
ขณะที่กระเด็นออกไปนั้น ชุดเกราะที่สวมทับร่างของเจ้าคนนั้นค่อยแตกออกทีละน้อย!
เยี่ยฉวนที่ยืนสังเกตเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาอดไม่ได้จึงเหยียดมุมปากออกเล็กน้อย
“แม่เจ้าโว๊ย! ชุดเกราะนั่น ของล้ำค่าขั้นประกายแสงนี่นา!”
“นางทุบเปรี้ยงเดียวแตกเลยหรือนี่?”
มู่ซ่วนชิงตกตะลึง “อะไรกันนี่?”
เด็กสาวมิได้หยุดเพียงเท่านี้ นางสลับใช้มืออีกข้างเหวี่ยงค้อนออกไปอีกครา……
เปรี้ยง!
ฉับพลันนั้นมีพลม้าเพลิงโลกันตร์อีกนายทวนในมือของมันแตกแหลกละเอียดอย่างไม่มีชิ้นดี ในขณะนั้นร่างของเจ้าของทวนเองกระเด็นไปไกล……
นางสังหารคนในเพียงเสี้ยววินาที!
สาวน้อยทำท่ามันมือด้วยตั้งท่าจะออกปะทะ ทว่าเยี่ยฉวนชิงเข้ามาคว้าแขนนางไว้เสีย “อย่าตีแรงนัก ชุดเกราะพวกนี้และศาสตราวุธเหล่านี้ล้วนมีค่ามีราคา หลายสิบล้านเหรียญทองทีเดียว!”
เมื่อได้ยินพูดถึงเงินทองของล้ำค่า แววตาของเด็กสาวเปล่งประกายวิบวับ “สิบล้านเชียวหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “พวกนี้เป็นของล้ำค่าทั้งนั้น!”
ฝ่ายนั้นเหลือบตาไปยังพลม้าเพลิงโลกันตร์ทั้งกลุ่ม ซึ่งขณะนั้นพวกมันทะยานพรวดใกล้เข้ามาแล้ว
ทันใดนั้นเด็กสาวเหวี่ยงค้อนในมือตีลงบนพื้นดินอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
ฉับพลันนั้นเองพื้นที่ในรัศมี 15 จั้ง โดยรอบเกิดการสั่นอย่างแรง ครู่ต่อมา หนึ่งในพลม้าเพลิงโลกันตร์คนหน้าสุดกระเด็นไปในอากาศราวกับถูกผลักด้วยพลังที่ทรงอาจยิ่ง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่พลม้าเพลิงโลกันตร์คนอื่นพากันหยุดกึกจากพลังบีบบังคับชนิดเดียวกันนั้นเอง
จากนั้นพลม้าที่ติดตามมาคนอื่นๆ ยกเว้นเจ้าคนที่กระเด็นไปในอากาศ ทุกคนทะยอยชะงักหยุดทีละคนๆ อีกทั้งพื้นดินที่ห่างออกไปราวเก้าสิบจั้งเริ่มปรากฏรอยแตกร้าว
เยี่ยฉวนใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมออกมาจนเต็มหน้าผาก “เด็กสาวคนนี้มีพลังกล้าแกร่งเหลือเกิน!”
“นางต้องเป็นหนึ่งในสิบทำเนียบยอดคนอย่างแน่นอน!”
ที่บนอากาศ มู่ซ่วนชิงสะดุ้งเล็กน้อยจ้องเด็กสาวนัยน์ตาแทบไม่กระพริบ “เจ้า เจ้าเป็นใคร?”
คนถูกถามเหลือบตามองมู่ซ่วนชิงขณะใช้มือปัดผมม้าที่ปรกหน้าผาก “ทั่วปาเซียวเหยา ท่านบิดาบอกว่าข้าเกิดมาเพื่อช่วยกอบกู้โลก!”
คนบนอากาศสะอึก “……”
เวลานั้นเยี่ยฉวนขยับเข้าไปใกล้ทั่วปาเซียนเหยา เอื้อมมือกระตุกแขนเสื้อของอีกฝ่ายเบาๆ “นี่ระวังหน่อย เขาเป็นยอดยุทธ์ขั้นพลังสุดยอดผนึกยุทธ์”
ทั่วปาเซียนเหยาโบกมือเล็กๆ บอบบางของนางพลางว่า “บิดาของข้าพลิกฝ่ามือครั้งเดียวยอดยุทธ์อย่างเขาตายมานับร้อยแล้ว! แน่นอนข้าไม่เคยอวดอ้างอำนาจของบิดาใช้ในทางกลั่นแกล้งผู้อื่น”
ว่าแล้วคนพูดหันไปทางมู่ซ่วนชิง “พี่ชายคนโตขอบิดาข้าก็เคยสังหารยอดยุทธ์อย่างเจ้าตายมานับร้อยแล้วเหมือนกัน ถ้ากล้าเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะเรียกท่านลุงให้มาจัดการกับเจ้าเสีย!”
ชายหนุ่มที่ยืนข้างได้แต่หุบปากนิ่งฟัง ‘เจ้าไม่อวดอ้างบิดาเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่น……แต่จะต่างกันหรือที่เจ้าเรียกท่านลุงมาช่วยกับอวดอ้างพลังของบิดาของเจ้าน่ะ?’
ในเวลานั้นใบหน้าของมู่ซ่วนชิงบิดเบี้ยวเหยเกน่าเกลียด!
“ไม่แปลกใจเลยที่เด็กคนนั้น คนที่อยู่ต่อหน้าข้านี่จะมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ด้วยในแผ่นดินชิงหาได้มีคนที่มีพลังน่ากลัวเช่นนี้อยู่ไม่! ยิ่งกว่านั้นคำพูดของนางเมื่อครู่ บ่งชัดถึงเบื้องหลังความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา……”
ชายวัยกลางคนนิ่งงันด้วยกำลังใช้ความคิดหนัก จากนั้นสีหน้าของเขาเริ่มผ่อนคลายลง “แม่นางน้อย ก่อนหน้าที่ข้าอาจกระทำรุนแรงไปสักหน่อย ขอให้มีน้ำใจต่อเราให้อภัยสักครั้ง สถานศึกษาฉางมู่มิได้ต้องการเป็นศัตรูกับเจ้า ข้า……”
เยี่ยฉวนกระตุกชายแขนเสื้อของทั่วปาเซียวเหยา “เรียกร้องค่าทำขวัญจากเขาเลย!”
เด็กสาวหันกระพริบตาปริบ จากนั้นจึงได้หันไปกล่าวกับมู่ซ่วนชิง “จ่ายเงินมาให้ข้า!”
ว่าแล้วเจ้าตัวมีสีหน้าไม่แน่ใจ ก่อนจะหันมากระซิบถามเยี่ยฉวน “แต่จะเรียกเงินเท่าไรเล่า?”
เยี่ยฉวนหน้าเคร่ง “เจ้าเป็นยอดฝีมือทว่าเขายังกล้าตะคอกใส่แบบนั้น เจ้าย่อมรับไม่ได้ และไม่คิดยอมรับด้วย! บอกให้เขาจ่ายค่าทำขวัญให้เจ้าสองพันล้านเหรียญทอง ไม่อย่างนั้นเจ้าจะเรียกท่านลุง อืม บิดาของเจ้ามาด้วยกันเลย!”



