บทที่ 395 ใครจะรับมือกระบี่ของข้า? (ต้น)
……
วันสิ้นโลก!……
……
ในขณะที่จับตามองกระบี่หลิงซิ่วซึ่งกำลังร่วงหล่นลงจากท้องฟ้า ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนกันว่าหรือนี่คือวันโลกาวินาศ? ถ้ากระบี่ตกต้องพื้นดินเมื่อใดแผ่นดินชิงทั้งแผ่นดินคงถล่มทลายไม่เหลือซาก ไม่เพียงแผ่นดินชิงตลอดทั้งโลกชิงฉางก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้อีกต่อไป!!……
..
โลกถึงกาลแตกดับ!
ขณะนั้นความหวาดกลัวเข้าครอบงำภายในใจของทุกคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนผู้ตรวจการเขตแดนที่ถูกแขวนร่างกลางอากาศ ยามนี้ตกอยู่ในห้วงคำนึงแห่งความว่างเปล่า ทำลายล้างโลกด้วยพลังหนึ่งกระบี่? คนที่มีความแข็งแกร่งปานใดหนอ จึงสามารถกระทำเช่นนี้ได้?
นางเป็นมนุษย์หรือเปล่า?
เยี่ยฉวนจับตามองด้วยความสับสนงุนงง ด้วยตัวเขาเองไม่คาดคิดว่าสตรีลึกลับปรารถนาจะทำลายโลกมนุษย์จริงๆ
ประหนึ่งสัตว์ใหญ่ที่กำลังถูกไล่ล่าก็ปาน!
คิดแล้วเยี่ยฉวนรีบยันกายลุกขึ้นก่อนจะเดินกระโผลกกระเผลกไปหาสตรีตรงหน้า “ผู้อาวุโสกรุณาใจเย็น! ใจเย็นก่อนเถิดขอรับ!” ใจจริงเยี่ยฉวนไม่ได้อยากให้โลกใบนี้ล่มสลาย ถ้าเป็นจริง โลกชิงฉางและแคว้นเจียงจะเป็นอย่างไร? พวกเสี่ยวจิ่ว โม่อวิ๋นฉีและคนอื่นๆ เล่าจะเป็นอย่างไร?
สตรีสวมชุดยาวเรียบหันมาถามหน้าตาเฉย “ทำไมข้าจะต้องใจเย็น พวกคนเลวเหล่านี้คอยกวนใจข้าอยู่เรื่อย สมควรที่ข้าต้องเอาคืนพวกมันบ้าง”
ทันทีที่เสียงของคนพูดจบ กระบี่หลิงซิ่วทะยานพุ่งตรงลงมาจากเบื้องบนรวดเร็ว พลันสถานศึกษาฉางมู่พังทำลายลงในพริบตา นอกจากนั้นภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่รอบฉางมู่ก็พังครืนลงตามมาต่อเนื่องไป
เมื่อเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนเบิ่งตากว้างจนแทบถลนด้วยความตกตะลึง จึงรีบส่งเสียงห้ามปราม “ทะ……ท่านไม่อยากตามหาคนแล้วหรือขอรับ? พลังปะทะหนึ่งกระบี่ของท่านทำลายโลกมนุษย์เสียแล้ว ถ้าคนผู้นั้นอยู่บนโลกนี้จริง เขามิต้องตายไปด้วยหรือขอรับ?”
อีกฝ่ายชะงักพลางหัวคิ้วย่นเข้าหากัน จากนั้นจึงเบนหน้ามองไปในที่ไกล ทำท่าราวกับจะมองให้ทะลุปรุโปร่งตลอดทุกหนแห่งบนแผ่นดินชิงอย่างนั้นแหละ ขณะต่อมานางจึงเหลือบมองมาที่เยี่ยฉวนและจ้องนิ่งอยู่เช่นนั้นโดยไม่พูดสักคำเดียว
ถึงแม้คนที่ถูกมองจะไม่เห็นสีหน้าและแววตาของสตรีตรงหน้าชัดเจนเท่าใด หากเขาสามารถสัมผัสได้ทันทีว่ากำลังถูกจับตามมองอยู่ ณ ขณะนี้
ความกลัวชนิดหนึ่งพุ่งวาบเข้าจับจิต คราใดที่เผชิญหน้ากันเยี่ยฉวนไม่กล้าทำตัวดื้อดึง ด้วยเกรงจะถูกลงโทษ เหตุเพราะเวลานางลงโทษจะใส่เต็มเหนี่ยวทุกครั้งคราไป!
ชั่วขณะหนึ่งสตรีค่อยหลับตาลง พลันกระบี่หลิงซิ่งซึ่งกำลังพุ่งลงมากลับชะงักหยุดทันที
คนอื่นๆ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนแทบกลั้นลมหายใจ
บรรยากาศเงียบงันไปราวครึ่งก้านธูป สตรีสวมชุดยาวเรียบหันขวับชี้มาทางเยี่ยฉวน “เอ้านี่ของเจ้า!”
จากนั้นคนตรงหน้ากดปลายนิ้วชี้ลงที่ว่างเบื้องหน้าชายหนุ่ม
กระบี่หลิงซิ่งพลันพุ่งจากอากาศ ก่อนจะดันกลับเข้าในกายเขาอย่างรวดเร็ว
เยี่ยฉวนถอนใจเฮือกผ่อนลมหายใจราวกับอัดอั้นมานาน จากนั้นก็ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นก่อนจะใช้หลังมือปาดเหงื่อเม็ดเป็งซึ่งผุดเต็มหน้าผาก หากส่วนลึกในใจยังไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ข้าช่วยปกป้องโลกหรือนี่……”
ทันใดนั้น ทั่วแผ่นฟ้าบังเกิดการสั่นสะเทือน รอยแตกร้าวปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนที่อยู่ในที่นั้น พลันต่อมาชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเผยตัวออกมา สายตาทอดมองตรงไปยังคนที่ถูกสตรีลึกลับใช้เส้นผมตรึงแขวนร่างไว้กลางอากาศ
เมื่อเห็นคนชราที่ถูกแขวนถนัดตา ชายวัยกลางคนนิ่วหน้าเล็กน้อยจากนั้นจึงค่อยตวัดสายตามามองยังสตรีลึกลับ
ชายชราคำรามเสียงกร้าว “หนีไป!”
เขาไม่รู้หรอกว่าสตรีคนนั้นเป็นใคร แต่ที่รู้ฝีมือของตนเทียบไม่ได้กับนาง
ขณะที่ชายคนเพิ่งมาถึงทำท่าจะเอ่ยพูด สตรีลึกลับได้ใช้นิ้วคีบเส้นผมก่อนจะดึงติดปลายนิ้วออกมา ไม่นานต่อมาลำแสงกระบี่พุ่งวาบตัดผ่าช่องอากาศมุ่งตรงไปข้างหน้า
วัตถุที่อยู่กึ่งกลางลำแสงเจิดจ้านั่นคือเส้นผม!
คนมาใหม่เห็นดังนั้นพลันสีหน้าสลดวูบ จึงประกบฝ่ามือเข้าด้วยกันอย่างเร่งด่วนก่อนผลักกระแทกลงไปข้างล่างโดยแรง
แรงปะทะจากพลังฝ่ามือส่งให้ทั่วแผ่นฟ้าสั่นสะเทือนครั่นครืน ที่เบื้องบนเกิดเกลียวก้อนพลังบิดหมุนประดุจวังน้ำวนในอากาศอันว่างเปล่า
ถึงกระนั้นเส้นผมยังสามารถพุ่งทะลุทะลวงเข้าสู่กึ่งกลางวังวนในอากาศ กล่าวอีกนัยหนึ่งทั้งเส้นผมและกระแสลมหมุนประดุจเสือสองตัวที่ไม่อาจอยู่ร่วมถ้ำเดียวกันได้อย่างสิ้นเชิง!
ฉับ!
นัยน์ตาส่อประกายหวาดกลัวอย่างเต็มเปี่ยมของชายวัยกลางคนเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า เมื่อเส้นผมพุ่งตรงแทรกเข้าจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของเขาทันที
ทั่วทั้งแผ่นฟ้าทุกที่แห่งบนพื้นปฐพีเงียบงันไปทันที
คนสวมชุดยาวเรียบทะยานมาอยู่เบื้องหน้าชายวัยกลางคน ซึ่งขณะนั้นจ้องมองแน่วนิ่งมายังสตรีตรงหน้า “ในฐานะที่ข้ามีหน้าที่ปกป้องโลกใบนี้ ข้าเชื่อมั่นต่อกฎเต๋าแห่งเทวโลกและเทพเจ้า ต่อผู้ตรวจการเก้าทวีปและสิบโลก อีกทั้งยังทำหน้าที่ปกป้องสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกนี้ ถ้าเจ้าสังหารเราทั้งสองคน ในไม่ช้าจะต้องบัญชาสวรรค์และถูกสั่งห้ามมิให้มาเหยียบดินแดนเก้าทวีปและสิบโลกต่อไป!”
“บัญชาสวรรค์?”
สตรีนิ่งฟังพลางบิดมุมปากท่าทีเยาะเย้ยอย่างเห็นได้ชัด ขณะชำเลืองหางตามองคนตรงหน้าประหนึ่งเป็นแค่มดปลวกก็ปาน “เทพตนใดจะกล้าลงทัณฑ์ข้า? ถ้าไม่เพราะข้าต้องตามหาคนล่ะก็ ข้าจะขยี้โลกนี้ให้ดูเป็นขวัญตา! ข้าไม่สนใจกฎเต๋าแห่งสวรรค์ เทพเจ้า ดินแดนเก้าทวีปและสิบโลกและสิ่งมีชีวิตอะไรที่เจ้าว่านั่นหรอก!”
“เจ้ากล้าดียังไง!”
ชายวัยกลางคนส่งเสียงคำรามลั่นดุจปีศาจ จ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาแข็งกร้าว “เจ้าไร้ซึ่งความยำเกรงต่อสวรรค์และไม่ให้เคารพเทพเจ้า สักวันจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม……”
คนพูดเสียงขาดหายกลางครันด้วยไม่มีโอกาสพูดจนครบจบประโยค เหตุเพราะศีรษะปลิวหลุดจากบ่าคนอย่างรวดเร็ว
สตรีมองตามศีรษะที่ขาดกระเด็นด้วยสีหน้าเฉยเมย “พวกเจ้าเป็นแค่มดปลวกซื่อบื้อ แม้แต่เทพเจ้าที่พ่นออกมาจากลมปากเน่าๆ ของเจ้าก็ต้องยำเกรงข้า หากข้าสั่งให้ตาย พวกนั้นก็ต้องตาย!”
จากนั้น นางได้เบนหน้าเล็กน้อยและมองไปยังชายชราผู้ซึ่งทำท่าใกล้จะตายมิตายแหล่อยู่อีกด้านหนึ่ง “มา เรียกมา เรียกมาเรื่อยๆ! อย่าเอาคนชั้นสวะอย่างเจ้ามาสู้กับข้า เพราะเสียแรงกระบี่ชี่ของข้าเปล่าๆ! จะเป็นเทพเจ้าชั้นสวรรค์วิมานอะไรนั่นก็เรียกมา! มาดูกันสิว่าใครจะกล้ารับมือกระบี่ของข้า?”



