บทที่ 442 ข้าขอท้า! (ปลาย)
……
สตรีสวมเกราะขยับปากจะพูดมาอีก ทว่าผู้เป็นนายโบกมือเป็นสัญญาณบอกให้หุบปากนิ่งไว้ “ข้าเป็นคนชักชวนเขามาร่วมมือกันและช่วยต่อสู้ต้านทานบรรดายอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์พวกนั้น ถ้าข้าทิ้งเขาเพื่อหนีเอาตัวรอด ข้าคงดูถูกตัวเองไปตลอดชีวิต!” ……
……
จากนั้นคนพูดเบนสายตาไปทางคนยอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลุ่มใหญ่ซึ่งขยับเข้ามาอีกไม่ไกลแล้ว พลางกล่าวเสียงเยือกเย็น “ข้าไม่ยอมให้ใครทำร้ายเขา ไม่ว่าใครก็ตามจะต้องข้ามศพข้าไปก่อน!” ……
..
เมื่อเห็นได้ชัดว่าหญิงสาวตรงหน้ามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเช่นนั้นแล้ว สตรีสวมเกราะจึงหุบปากนิ่งไม่พูดอะไรอีก
คำที่นางแนะนำมานั้นก็ดี ทว่ามิใช่วิธีที่ดีที่สุด ด้วยมันอาจมิใช่ทางออกที่ดีเสมอไป
ทันทีที่ได้ยินว่าสตรีตรงข้ามประกาศออกมาอย่างชัดเจน ยอดฝีมือจากตระกูลซือถูซึ่งอยู่ไม่ห่างไปพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนเหี้ยมเกรียม ชายชราชุดดำก้าวพรวดออกไปข้างหน้าทันที “พวกเจ้าทุกคน ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันสังหารนางและเยี่ยฉวนเสีย จะไม่ง่ายกว่าหรือ? ถ้ายังเกรงกลัวพวกมัน เช่นนี้พวกเจ้ายังหวังว่าจะมีชื่อเสียง ได้ร่ำรวยจากสมบัติของล้ำค่าได้อย่างไร? มาร่วมมือกันเถอะ!”
สิ้นเสียงพูดดังกล่าว โดยไม่รอช้าชายชราและพวกขั้นผนึกยุทธ์อีกเจ็ดคนทางด้านหลังทะยานเข้าหาเยี่ยฉวน และเหลียนว่านลี่ทันที!
ที่เคียงข้างกันมาเป็นคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์นับร้อยชีวิตนั้น เวลานี้ทุกคนแทบจะเหมือนคนบ้าอาละวาดเข้าทุกที!
เมื่อทุกคนดาหน้าออกไปพร้อมกัน ถ้าต่างฝ่ายต่างร่วมมือร่วมใจ ต่อให้เป็นคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพก็คงถูกฆ่าไม่เหลือ!
ทันใดนั้นโม่อวิ๋นฉีและพวกก้าวขึ้นมายืนขวางเบื้องหน้าเยี่ยฉวนไว้ พลางจับตาดูกลุ่มคนที่กำลังวิ่งดาหน้าเข้ามา แต่ละคนมีสีหน้านิ่งเฉย ปราศจากความรักตัวกลัวตายแม้แต่น้อย!
พลันเด็กสาวทั่วปาเซียวเหยาขยับก้าวออกไป ในมือซ้ายกำหมัด มือขวากำค้อนตีตะปูอาวุธคู่กาย นางไม่ได้เกรงกลัวทว่าตื่นเต้นอยู่บ้างเล็กน้อย……ด้วยไม่เคยได้ประมือกับคนกลุ่มใหญ่เท่านี้!
ไม่ว่าผลการต่อสู้ครั้งนี้จะชนะหรือไม่ นางไม่ได้คำนึงถึง……
ขณะนั้นเหลียนว่านลี่หันมาพูดกับทุกคนทางฝั่งเดียวกับตน “พวกเจ้ารีบไปยังเขตแดนต้าอวิ๋น เรียกรวมกำลังขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลาน ทหารม้าเพลิงโลกันตร์และองครักษ์ราชินีแห่งต้าอวิ๋น จากนั้นรีบกลับมาที่นี่ สกัดคนพวกนี้อย่าให้เข้าไปยังแผ่นดินชิงได้สำเร็จ!”
แววตาของอาจั้วแสดงความประหลาดใจแวบหนึ่ง จากนั้นจึงรีบแย้งเสียงรัวเร็ว “ฝ่าบาท พวกเราไม่มีเวลาแล้วเพคะ!”
เหลียนว่านลี่ตอบเสียงเบายิ่ง “ข้าจะพยายามต่อสู้ถ่วงเวลาไว้คอยพวกเจ้า!”
ว่าแล้วคนหันกลับพร้อมช่วยประคองเยี่ยฉวนให้ลุกขึ้น ก่อนจะหันกลับพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาที่มองเห็นไกลลิบ
เมื่อเห็นชัดว่าเหลียนว่านลี่พาเยี่ยฉวนหนีไปเสียแล้ว ชายชราชุดดำซึ่งทะยานนำหน้ากลุ่มคนชะงักงันไปทันที ก่อนจะหันไปมองโม่อวิ๋นฉีและพรรคพวกอีกทางหนึ่ง สายตาเปี่ยมล้นด้วยเจตนาสังหาร ทว่าชายชราอีกคนพูดขึ้นจากด้านข้าง “เยี่ยฉวนท่าทางได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเราฉวยจังหวะนี้สังหารเยี่ยฉวนและหญิงคนนั้นก่อน มิเช่นนั้นปัญหาจะยังไม่จบง่ายๆ!”
ได้ยินคนพูด ชายชราชุดดำพลันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด!
ถ้าเยี่ยฉวนฟื้นพลัง การฆ่าเขาคงทำไม่ได้ง่ายๆ!
ต่อมาไม่นาน คนขั้นผนึกยุทธ์ที่ท่าทางมีอำนาจคนหนึ่งแห่งตระกูลซือถูจึงนำหน้ากลุ่มคนอีกหลายร้อย ออกไล่ตามเหลียนว่านลี่และเยี่ยฉวนไปทันที
โม่อวิ๋นฉีและไป่เจ๋อเห็นเข้าพลันทำท่าขยับจะออกติดตาม ทว่าอาจั้วรีบร้องห้ามคนทั้งสองไว้ก่อน “พวกเจ้าสองคนขั้นพลังไม่พอจะขัดขวางคนเหล่านั้นหรอก ทำตามที่ฮ่องเต้ของเราบอก พวกเจ้ารีบกลับไปเรียกรวมตัวกองกำลังทุกกองกำลัง อย่าปล่อยให้ใครขึ้นฝั่งและเข้าแผ่นดินชิงได้สำเร็จเป็นอันขาด”
จากนั้นนางหันขวับไป ก่อนจะกลายร่างเงาเลือนหายไปในที่สุด!
โม่อวิ๋นฉีมีสีหน้ากังวลใจ ขณะหันมองไปยังทิศทางที่เยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ทั้งสองหายลับสายตาไป
เสียงไป่เจ๋อพูดขึ้นว่า “ทำตามที่แม่นางเหลียนบอกเถอะ!”
อีกฝ่ายละสายตาพลางสั่นศีรษะ “ก็ได้”
เขาหันไปสบตากับจี้อันซื่อซึ่งยืนเงียบๆ อยู่อีกด้านหนึ่ง ครู่ต่อมาร่างของนางบังเกิดอาการสั่นเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสูงมุ่งหน้าไปยังเรือเหาะที่กำลังลอยเท้งเห็นได้แต่ไกล
โม่อวิ๋นฉีและไป่เจ๋อหันมาสบตากันอย่างมึนงง ก่อนจะทะยานตามกันไป ทว่าโม่อวิ๋นฉีชะงักยั้งหยุดกระทันหันและหันไปมองหน้าเด็กสาวทั่วปาเซียวเหยา ซึ่งเห็นว่านางยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเคลื่อนไหว “เซียวเหยา เจ้าเป็นอะไรไปอีกล่ะ?”
เด็กสาวสั่นศีรษะจนเส้นผมกระจาย “พวกเจ้าไปกันเถอะ ส่วนข้าจะไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เอง!”
เมื่อได้รับคำตอบแล้ว โม่อวิ๋นฉีและไป่เจ๋อจึงไม่ซักถามต่อไป พากันหันกลับทั้งเขาพร้อมด้วยไป่เจ๋อมุ่งหน้าตรงไปยังเรือเหาะที่หมายอย่างรวดเร็ว
ทั่วปาเซียวเหยาหันไปมองภูเขาสูงต่ำน้อยใหญ่ที่มองเห็นได้แต่ไกล ขณะนั้นมีสรรพเสียงอีกทั้งเสียงระเบิดแว่วดังมาเป็นระยะ
สาวน้อยนิ่งมองอยู่ครู่ใหญ่ จึงดึงสายตากลับมาพร้อมออกวิ่งมุ่งหน้าไปตามเส้นทางสายไหมแผ่นดินชิงอย่างเร่งด่วน เด็กสาวขณะวิ่งพลางเสียงร้องตะโกนก้องในใจ “เยี่ยฉวนคอยก่อนนะ ข้าจะไปขอร้องท่านพ่อ ท่านลุงและพี่ใหญ่ให้มาช่วยเจ้า……แต่ว่าถ้ากลับไปตอนนี้ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ข้าไม่ได้อยากกลับเองสักหน่อย……”
ขณะพึมพำไปพลางนางก็ร่ำไห้ไปด้วย เด็กสาววิ่งไปร้องไห้ไปตลอดทาง……
ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่
ประกาศจับแห่งโลกชิงฉางซึ่งมีชื่อของเยี่ยฉวนถูกเผยแพร่ไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความที่มีขั้นพลังต่ำเตี้ย ทว่ารางวัลนำจับกลับสูงลิบลิ่ว……พาให้ผู้คนไม่เพียงรู้สึกสนใจในตัวเยี่ยฉวนทว่าต่างกระตือรือร้นต่อรางวัลที่ล่อใจนั้นด้วย หลายคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังแผ่นดินชิง
ที่ไหนสักแห่งท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ สตรีผู้หนึ่งกำลังไล่กวดอะไรบางอย่างไปพร้อมๆ กับคนกลุ่มหนึ่ง นางวิ่งไล่พลางปากเคี้ยวขนมผ่างเปี้ยะหงุบหงับไปพลาง……
นางก็คือลู่ป้านจวงนั่นเอง!
ทันใดนั้นเอง บนอากาศเบื้องเหนือศีรษะของหญิงสาวและคนอื่น ลำแสงประหลาดพุ่งวาบขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นบนอากาศเปิดเผยรายชื่อประกาศจับตายไล่เรียงกันมา
เมื่อเห็นรายชื่อลำดับที่สองเท่านั้น ลู่ป้านจวงพลันชะงักนิ่งสีหน้าแสดงว่าประหลาดใจอย่างยิ่ง!
คนที่หยุดยืนเคียงข้างคือพี่ชายของนางเอง ชื่อลู่คว่าง เมื่ออีกฝ่ายเห็นชื่อเยี่ยฉวนสีหน้าเปลี่ยนเป็นขึงขัง และหันมามองหญิงผู้น้อง ด้วยสายตารู้เท่าทันก่อนจะพูดดักคอว่า “อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ ขึ้นมาเชียว!”
ลู่ป้านจวงละสายตาจากด้านบนเหลือบมองคนพูด หันหลังกลับและออกไปโดยไม่พูดจา
พลันลู่คว่างหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด รีบทะยานออกมาขวางหน้าหญิงสาว “นี่ป้านจวง อย่าทำอะไรบ้าๆ นั่นน่ะประกาศจับตายของโลกชิงฉางเชียวนะ ขืนเจ้ายื่นมือไปช่วยก็แสดงว่าเจ้าต่อต้านกฎของโลกชิงฉาง เจ้าอยากให้ตระกูลลู่ถูกฆ่าล้างโคตรหรือยังไง?”
ลู่ป้านจวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จึงตอบเสียงเรียบ “นับจากนี้ไปข้าไม่ใช่คนของตระกูลลู่อีกแล้ว”
จากนั้นคนหันกลับและออกเดินมุ่งหน้าไปทันที
เสียงพี่ชายลู่คว่างตะโกนไล่หลัง “จะบ้าแล้วหรือไง?”
หญิงสาวหยุดฝีเท้า หันกลับมามองลู่คว่างสายตาแน่วนิ่ง “พี่ชาย ถ้าพี่น้องถูกตามจับ ท่านจะทำอย่างไร?”
ลู่คว่างถอนใจเฮือก ก่อนจะพูดเสียงแหบแห้ง “ป้านจวงนั่นน่ะเป็นหมายจับของโลกชิงฉาง สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเป็นคนออกประกาศ……สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเชียวนะ!”
คนเป็นน้องพูดเสียงแผ่วราวกระซิบ “ก็เพราะเป็นหมายจับของผู้ตรวจการเขตแดน ข้าจึงตัดสินใจจะไปช่วย……”
เพียงเท่านั้นคนพูดหันหลังให้และจากไปทันที
เสียงลู่คว่างตะโกนโหวกเหวกด้วยความโมโหดังอยู่แว่วๆ “ตระกูลเรามีหวังถูกลบชื่อออกจากยุทธภพนะเว้ย!”
ลู่ป้านจวงไม่แม้แต่จะหันกลับ……



