Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 489

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 489 ไม่เคยเห็นใครไร้อย่างอายเท่านี้มาก่อน (ต้น)

C

……

ชนะ?……

……

ทุกคนมีสีหน้าประหลาดใจ……

..

ต่างเบนสายตาไปทางเจ้าสำนักมารอสูร คนผู้มีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!

คนยอดฝีมือผู้นั้นพ่ายแพ้ให้แก่เยี่ยฉวนงั้นหรือ?

ทุกคนกำลังคอยฟังคำตอบจากเจ้าสำนักมารอสูร

คูหมิงสวีจ้องมองเยี่ยฉวนแววตาเป็นประกายกล้า ก่อนจะพูดผ่านพลังชี่กับเขาว่า “ข้าไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายเท่านี้มาก่อน”

ชายหนุ่มสวนตอบหน้าเฉย “ผู้อาวุโส จะทำงานใหญ่ทั้งทีไม่ควรมามัวใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตอนนี้เจ้าพาคนสำนักมารอสูรกลับก็ได้ แต่จำไว้ว่าอย่าพูดว่าพวกเจ้าจะหนีออกจากแผ่นดินชิง แค่บอกว่าครั้งนี้เจ้าถอยเพื่อตั้งหลักสู้ในครั้งหน้า”

คูหมิงสวีมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาเย็นชาครู่เดียว ขณะกำลังหันกลับและทำท่าจะออกไปนั้น พลันชายหนุ่มทักท้วงขึ้นโดยเร็วว่า “ผู้อาวุโส เจ้าจะไม่กล่าวอะไรสักนิดเลยหรือ?!”

มุมปากของคนฟังกระตุกสั่นระริก บ่งชัดว่าเขากำลังข่มอารมณ์ที่เริ่มครุกรุ่นอย่างเต็มที่ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า เสียงพึมพำแผ่วผ่านราวกระซิบ “เจ้าเป็นยอดฝีมือแท้จริงน่าเลื่อมใส เอาละข้าเสียเวลาไปมากแล้วเอาไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยมาสู้กัน”

จากนั้นร่างของผู้พูดเริ่มสั่นน้อยๆ ครู่ต่อมาได้ไปปรากฏตัวอยู่บนเรือเหาะ ขณะจ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ด้านล่างเขม็งพลางออกคำสั่ง “กลับ!”

กลับ?

หลายคนสีหน้าตื่นตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏ! เขากำลังจะไปงั้นสิ?

พ่ายแพ้แก่เยี่ยฉวนแล้วจริงหรือ?

ทันทีที่เห็นว่าคนของสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีกำลังถอนกำลังกลับไป คนอื่นๆ ต่างจับตามองด้วยความงุนงง!

ถอยกลับจริงๆ!

จากนั้นไม่นานท่ามกลางสายตาที่กำลังจับจ้องของคนทั้งหมด สำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีได้เริ่มล่าถอย รวมทั้งจอมยุทธ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ถอยหลังกลับไปด้วย ทว่าในขณะนั้นเองเยี่ยฉวนซึ่งอยู่ที่พื้นล่างทะยานออกขวางทางเบื้องหน้าคนเหล่านั้นทันที

ทันทีที่เห็นว่ามีคนเข้ามาขวางทาง ต่างมีสีหน้าตระหนกตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด

เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “เฮ้ย ข้าไม่ได้บอกว่าจะปล่อยพวกเจ้าไปด้วย!”

ชายชราผู้นำยืนเผชิญหน้ากับเยี่ยฉวนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบต่ำ “เยี่ยฉวน อย่าให้มันมากเกินไปพวกเรามีกันนับหมื่น เจ้า……”

ฉับพลันนั้นร่างของชายหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าหายวาบไปจากที่

ฉัวะ!

ศีรษะของชายชราคนพูดเมื่อครู่กระเด็นหลุดจากบ่า โลหิตแดงฉานพุ่งกระฉูด!

ยามนี้คนที่เห็นเหตุการณ์พากันถอยหลังกรูดเพื่อหลีกให้ห่างอย่างไม่เป็นกระบวน

ที่อากาศเบื้องบน เยี่ยฉวนใช้กระบี่ในมือชี้กราดลงไปยังเหล่าจอมยุทธ์นับหมื่นคนที่พื้นล่าง พร้อมตวาดเสียงดังลั่น “ฆ่ามัน!”

ทันทีที่สิ้นเสียง คนได้พุ่งตัวออกไปแล้วอย่างรวดเร็ว

ที่พื้นล่าง กองกำลังขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานจำนวนหนึ่งกองร้อยทะยานออกไปข้างหน้าพร้อมกับลูกธนูหลายร้อยดอกถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า ถูกร่างของจอมยุทธ์นับร้อยร่วงจากท้องฟ้าลงมายังพื้นดินเป็นระนาว

ในเขตเมืองกองกำลังสิงห์ผยองและกองกำลังอื่นต่างพากันทะยานออกไปเช่นกัน

หลังจากนิ่งเฉยทีท่าลังเลเป็นครู่ สุดท้ายสตรีคลุมหน้าก็นำหน้าคนทั้งเก้าของตนมุ่งตรงออกไปเช่นเดียวกัน!

ส่วนที่เพิ่มเติมจากกองกำลังทั้งสาม ยังมีลู่ป้านจวงพร้อมด้วยคนอื่นๆ..

คนข้างฝ่ายเยี่ยฉวนมีจำนวนไม่เกินสองร้อยก็จริง ทว่าพลังแรงผลักดันของพวกเขาสามารถต้านทานกองทัพจอมยุทธ์ได้อย่างเด็ดขาด!

แน่นอนว่าสาเหตุหลักเกิดจากการที่สำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีถอนกำลังกลับ ทำให้คนที่เหลือต่างแตกสานซ่านเซ็นไม่เป็นกระบวนเช่นนี้

พวกมันยามนี้ไม่คิดที่จะต่อสู้เพื่อการสังหาร ทว่าเอาแต่หลบหนีเท่านั้น นี่เองจึงเป็นคำตอบว่าทำไมพวกจอมยุทธ์จึงพ่ายแพ้อย่างราบคาบโดยง่ายดาย!

ฆาตกรรมหมู่!

ชายหนุ่มและพวกของตนจึงเริ่มปฏิบัติการฆาตกรรมหมู่ โดยเฉพาะเยี่ยฉวนจุดใดที่ได้โฉบผ่าน จุดนั้นจะปรากฏร่างคนตายละลิ่วร่วงลงจากท้องฟ้า

เมื่อกระบี่ตวัดฟัน เป็นใครก็มิอาจต้านทาน!

นอกจากชายหนุ่มยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งดูจะเตะตาเป็นพิเศษ คนที่มีชื่อว่าสิงห์ผยอง ราชันย์ ลู่ป้านจวงและสตรีคลุมหน้า! กลุ่มคนซึ่งนับเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงอีกทั้งยังตีโต้แม้แต่คนที่มีขั้นพลังกล้าแกร่งอย่างผนึกยุทธ์จนพ่ายแพ้ได้ ซึ่งเมื่อผสานพลังกันก็สามารถสังหารยอดฝีมือผนึกยุทธ์ได้อย่างง่ายดาย

ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงคนที่มีขั้นพลังด้อยกว่าผนึกยุทธ์ คนพวกนั้นไม่มีทางตอบโต้ได้อย่างแน่อน!

ทั้งสามกองกำลังและกองทัพขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานของเยี่ยฉวนนับว่าเยี่ยมยอดไม่แพ้กันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเก้าคนซึ่งติดตามสตรีคลุมหน้า แต่ละคนล้วนมีขั้นพลังผนึกยุทธ์ ถึงแม้จะยังไม่ถึงขั้นผนึกยุทธ์ระดับแท้จริง หากสมรรถนะในการต่อสู้จัดว่ามีพลังถึงขั้นสุดยอด!

การต่อสู้ดูจะกินเวลานานพอควร ในบริเวณลานจำนวนจอมยุทธ์ที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ลดน้อยถอยลงไปทุกที และเกิดจากมีพวกที่หลบหนีไปไม่น้อย

การต่อสู้จึงกินเวลาร่วมหนึ่งชั่วยาม!

นอกเขตเมืองหลวงแคว้นเจียงปรากฏร่างไร้วิญญาณนับหมื่นร่างตายเกลื่อนบริเวณ……

เยี่ยฉวนทรุดตัวลงนั่งบริเวณประตูเมือง ชายหนุ่มเอนหลังพิงประตูพร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย……

โลกทุกวันนี้มีหลายครั้งต้องเลือกว่าจะเป็นฝ่ายสังหารศัตรูหรือเป็นฝ่ายถูกศัตรูสังหาร

ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ หลายครั้งที่ไม่มีฝ่ายที่ถูกหรือฝ่ายที่ผิด มีแต่ฝ่ายที่แข็งแกร่งหรือฝ่ายที่อ่อนแอ!

ขณะนั้นโม่อวิ๋นฉีเดินเข้ามาหาและทรุดนั่งลงใกล้ๆ กัน พร้อมกับควักยาตันเถียนขึ้นมาโยนใส่ปากกลืนจากนั้นจึงพูดขึ้นมาลอยๆ “สบายใจจัง!”

เยี่ยฉวนอมยิ้มหากมิได้โต้ตอบ

พลันสตรีคลุมหน้า พร้อมด้วยราชันย์และสิงห์ผยองเดินตามกันเข้ามาหา ขณะที่ราชันย์ส่ายหน้าน้อยๆ “ไร้ผู้นำอย่างสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผี พวกนี้ราวกับฝูงสัตว์ที่พากันหนีตาย”

พูดแล้วสายตากวาดมองมายังเยี่ยฉวน “ข้าข้องใจนัก สงสัยอยู่ว่าเจ้าไปเกลี้ยกล่อมอีท่าไหนพวกมันจึงถอยกลับกันอุตลุด!”

ชายหนุ่มถามกลับยิ้มๆ “เจ้าคิดว่ายังไงละ?”

ราชันย์พูดอุบอิบ “ช่างเหอะ ข้าไม่น่าถามเลย”

หลังจากนั้นคนพูดจึงทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน

ชายหนุ่มหันไปถามคนอีกด้าน “เสียคนของเราไปมากน้อยเท่าใด?”

โม่อวิ๋นฉีตอบเสียงขรึมแผ่วเบา “เสียขุนศึกฉางหลานไปทั้งหมด 11 คน!”

สิบเอ็ดคน!

ทันทีที่ฟังคำตอบทำให้เยี่ยฉวนอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงว่า “เราต้องดูแลครอบครัวของพวกเขาคนที่อยู่ข้างหลัง จัดการจ่ายค่าชดเชยให้เพียงพอด้วย ถ้าครอบครัวใดมีวัยรุ่นหนุ่มสาว สามารถรับเข้ามาเป็นศิษย์ฉางหลานได้เลย”

โม่อวิ๋นฉีพยักหน้าหงึก “เรื่องนี้ที่ปรึกษาลู่จะจัดการให้เอง!”

เยี่ยฉวนหันหน้าไปยังลู่ป้านจวงซึ่งอยู่อีกด้าน ฝ่ายนั้นเมื่อเห็นเข้าก็ส่ายหน้าน้อยๆ “พี่น้องทุกคนอยู่ครบ!”

ครบถ้วน!

ชายหนุ่มค่อยรู้สึกเบาใจไปเปลาะหนึ่ง สรุปได้ว่าครั้งนี้ต้องสูญเสียไปจำนวน 15 คน ในกระบวนคนที่ต้องเสียไปเป็นขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลาน 11 คนและคนของกองกำลังสิงห์ผยองอีกสี่เท่านั้น!

ย่อมหมายความว่าไม่มีคนของกองกำลังจอมราชันย์หรือกองกำลังสะท้านโลกันตร์ต้องสูญเสียแม้แต่คนเดียว!

หากแน่ละพวกเขาได้รับบาดเจ็บกันไม่มากก็น้อย!

สรุปแล้วพวกเขาเสียกำลังคนไป 15 ต่อซากจอมยุทธ์เกือบหมื่น!

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ถ้าจอมยุทธ์นับหมื่นคนต่อสู้จริงจังแล้วละก็ ข้างฝ่ายเยี่ยฉวนคงไม่มีทางเอาชนะโดยเด็ดขาด!

ด้วยจอมยุทธ์เหล่านั้นไม่ได้อ่อนด้อยเลย หากเพียงแต่เคราะห์ร้ายเมื่อเห็นว่าสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีล่าถอย โดยเฉพาะเจ้าสำนักมารอสูรต้องพ่ายให้แก่เยี่ยฉวนด้วยนั้น……พวกเขาต่างพากันหมดเรี่ยวแรงและขาดกำลังใจที่จะต่อสู้อีกต่อไป!

เวลานี้จะว่าไปพวกนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะ ต่อให้มีจำนวนเหนือกว่าเมื่อถูกสุนัขป่าจู่โจมก็ยากที่จะเอาชนะ!

แน่ล่ะ ย่อมมีคนที่สู้สุดใจขาดดิ้น ทว่าไม่เกิดผลแต่อย่างใด! ด้วยความแข็งแกร่งที่มียังไม่เพียงพอ!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!