บทที่ 528 สำนักชางเจี้ยน! (ต้น)
ส่วนปลายของกระบี่ที่โผล่ออกมามีลักษณะโปร่งใสดุจสายน้ำ อันเป็นผลจากการผนึกรวมของพลังแห่งสุญญากาศอย่างแน่ชัด……
เมื่อเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนยิ่งรู้สึกลิงโลดใจมากขึ้นอีก และรีบเร่งกระตุ้นเปิดใช้งานกฎเต๋าแห่งสุญญากาศ ด้วยหวังว่าครานี้จะได้มาซึ่งกระบี่ทั้งเล่ม ทว่าต่อมานั้นเอง พลันพื้นอากาศที่อยู่รอบตัวคนพลันเกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง……
ตูม!
แรงระเบิดส่งให้ร่างของเยี่ยฉวนสะท้านสะเทือนซ้ำกระเด็นไปไกลกว่าหลายร้อยชุ่น
เปรี้ยง!
เสียงดังสนั่นเกิดจากร่างคนหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง ส่งผลให้พื้นดินบริเวณโดยรอบแหลกละเอียด
คนที่นอนฟุบอยู่กับพื้นทำอะไรไม่ได้ ส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด
เจ็บปวด!
ความเจ็บปวดแสนสาหัส!
เวลานี้เยี่ยฉวนรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งสรรพางค์กาย ประดุจกล้ามเนื้อฉีกขาดไปหมดทั้งตัว
ที่เป็นเช่นนี้มีต้นเหตุจากพลังสุญญากาศ ซึ่งมีอำนาจในการฉีกวัตถุจนขาดออกจากกัน หามิได้กฎเต๋าแห่งสุญญากาศช่วยปกป้องไว้ละก็ ป่านนี้ร่างของเยี่ยฉวนคงถูกบดขยี้จนไม่มีชิ้นดีไปแล้ว
การกลั่นตัวยังไม่สำเร็จจนแล้วจนรอด!
เยี่ยฉวนนิ่งงันด้วยใช้ความคิดอย่างหนัก พลังแห่งสุญญากาศนี้มีอานุภาพนัก ลำพังสถานะของตนในตอนนี้คงไม่อาจควบคุมมันได้
เขาต้องสำเร็จขั้นควบยุทธ์สะท้านภพ จากนั้นจึงอาจมีความเป็นไปได้ที่จะควบคุมพลังแห่งช่องอากาศ ถึงเวลานั้นเมื่อมีกฎเต๋าแห่งสุญญากาศช่วยเสริมด้วยแล้ว ก็ดูเหมือนว่าเยี่ยฉวนคงจะกลั่นตัวกระบี่แห่งสุญญากาศออกมาได้!
แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยการกลั่นตัวกระบี่แห่งปฐพีทำได้สำเร็จ!
เมื่อได้กระบี่แห่งปฐพีมาเช่นนี้ ทำให้สามารถต้านทานคนในขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงได้แล้ว ณ ขณะนี้
ก่อนอื่นเยี่ยฉวนก็ไม่ชักช้า เริ่มเยียวยาอาการบาดเจ็บของตน
เพียงชั่วยามเดียวให้หลัง อาการบาดเจ็บที่เคยมีก็หายดีจนเกือบเป็นปกติ
หลังจากฟื้นตัวหายดีแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่ได้ออกจากสถานที่ในทันที ทว่าเขาเริ่มเรียนรู้ที่จะสัญจรไปไหนมาไหนโดยการเหินกระบี่บิน……
เยี่ยฉวนนั้นสำเร็จเป็นราชันย์กระบี่ ดังนั้นเขาควรมีทักษะในการเหินกระบี่บิน ด้วยครั้งเมื่อตนอยู่ที่แคว้นเจียง ราชันย์กระบี่ที่ตามจองล้างจองผลาญเอาชีวิตเขาในเวลานั้นก็ใช้วิชาเหินกระบี่……แต่เคราะห์ร้าย เจ้านั่นกลับต้องมาตายด้วยคมกระบี่หนึ่งเดียวของสตรีลึกลับเสียนี่
วิชาเหินกระบี่!
เป็นความใฝ่ฝันมาโดยตลอดที่จะได้เดินทางรอบโลกด้วยการเหินกระบี่ และแวะชมธรรมชาติที่สวยงามทั้งภูเขา แม่น้ำลำธาร……
เพียงแค่คิดเยี่ยฉวนก็รู้สึกความสุขเอ่อล้นขึ้นมาทีเดียว
เริ่มจากการเหินกระบี่!
เมื่อได้รับคำสั่งจากชายหนุ่ม กระบี่หลิงเซี่ยวทะยานวาบออกมาลอยตัวนิ่งอยู่ตรงหน้าคน เห็นดังนั้นเยี่ยฉวนจึงกระโดดขึ้นไปยืนทรงตัวบนกระบี่หลิงเซี่ยวทันที ด้วยน้ำหนักคนที่กดทับกระบี่จึงวูบตกลงเล็กน้อย ทว่ายังสามารถลอยตัวนิ่งอยู่ได้
จากนั้นเยี่ยฉวนจึงเริ่มการควบคุมกระบี่ เมื่อกระบี่หลิงเซี่ยวได้รับคำสั่งก็เริ่มทะยานตรงไปอย่างช้าๆ ในตอนแรกดูเหมือนจะไปได้ดี ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่สามารถเร่งความเร็วได้ ซึ่งไม่เพียงปัญหาเรื่องความเร็วเท่านั้น กระบี่ไม่สามารถบินในระดับความสูงกว่านี้ ถ้าเขาสั่งให้บินขึ้นสูงเมื่อไร กระบี่จะเอียงวูบไม่มั่นคงเอาเสียเลย
การณ์เป็นไปทำนองนี้ ชายหนุ่มต้องใช้เวลาฝึกอยู่เกือบทั้งวัน ทว่าก็ยังไม่สามารถทำความเร็วเพิ่มขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นกระบี่สามารถบินในระดับความสูงแค่สองจั้งจากพื้นดิน ถ้าขยับสูงขึ้นเมื่อใด จะรับไม่ไหวตกลงมาทันที!
ในเวลานั้นที่สุดเยี่ยฉวนได้ตระหนักแก่ใจว่า การฝึกควบคุมกระบี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นดินและเข้าสู่กรรมฐาน
ถ้าอาจารย์สตรีลึกลับยังอยู่ ปัญหาที่เขาเผชิญอยู่คงจะได้รับการคลี่คลาย ทว่า ณ ขณะนี้สตรีลึกลับไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว……
เขาต้องหาวิธีแก้ไขด้วยตัวเอง!
เยี่ยฉวนไม่ได้เป็นอัจฉริยะไร้เทียมทาน จึงย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะรู้ทุกอย่างทั้งหมดโดยปราศจากเหตุและผล เขาต้องเรียนรู้จากผู้คนรอบข้าง
เรียนรู้จากคนรอบข้าง……
สำนักชางเจี้ยน!?
พลันเยี่ยฉวนหวนนึกถึงชื่อสำนักที่ว่านี้ขึ้นมา ชุมนุมที่จัดว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกชิงฉาง
ความตระหนักรู้ในปัจจุบันของเยี่ยฉวนรวมทั้งการเรียนรู้กระบี่แห่งเต๋า ล้วนได้จากสตรีลึกลับเป็นผู้ถ่ายทอดให้ทั้งสิ้น พลังอำนาจของนางนั้นไร้ข้อกังขาอย่างไม่ต้องพูดถึง ทว่าเวลานี้ไม่มีสตรีลึกลับคอยให้ความช่วยเหลือ ภายหลังจากนี้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับกระบี่แห่งเต๋าก็พลอยขาดหายไปด้วย
ในขณะนี้แค่คิดว่าจะต้องศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง เขาอาจต้องพบกับผลข้างเคียงที่ร้ายแรง หากมีโอกาสได้เรียนรู้จากคนอื่นหรือผู้ฝึกกระบี่ที่เก่งกาจกว่าตนย่อมทำให้เกิดข้อได้เปรียบที่ดียิ่งขึ้น!
ต้องไปสำนักชางเจี้ยน!
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เยี่ยฉวนจึงรีบออกเดินทางทันที
สำนักชางเจี้ยนนับเป็นกองกำลังที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในโลกชิงฉาง เยี่ยฉวนจึงหาตำแหน่งที่ตั้งของสำนักได้อย่างค่อนข้างง่ายดาย
สำนักชางเจี้ยนตั้งอยู่บนหุบเขากระบี่ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่ สาเหตุที่ถูกตั้งชื่อว่าหุบเขากระบี่ด้วยรูปร่างละม้ายคล้ายคมกระบี่กลับหัวแทงปลายขึ้นสู่ท้องฟ้า มีคนสันนิษฐานว่าหุบเขากระบี่ซึ่งมีความสูงจากระดับพื้นดินราวสองลี้แห่งนี้ สรรค์สร้างโดยเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง
สองวันถัดมา เยี่ยฉวนจึงเข้าสู่ดินแดนที่ชื่อหุบเขากระบี่โดยต้องปลอมแปลงเพื่ออำพรางตัวเล็กน้อย เขาทำรอยปานสีแดงเลือดขนาดเท่าฝ่ามือบนใบหน้า จึงทำให้มองดูน่าเกลียดน่ากลัวต่อผู้พบเห็น อีกทั้งยังใช้พลังชี่โกลาหลซ่อนเร้นลมหายใจของราชันย์กระบี่และขั้นพลังผนึกยุทธ์ระดับแท้จริงของตนเองด้วย ในเวลานี้เขาเป็นเพียงจ้าวกระบี่ที่มีวิชายุทธ์พลังขั้นผสานเทพเท่านั้น
ไม่มีทางอื่นที่ดีกว่านี้ถ้าเยี่ยฉวนไม่ปลอมตัว เป็นได้ว่าจะถูกสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจับได้ในเวลาอันสั้นที่เหยียบเข้ามาที่นี่ น่าจะรู้ว่าเวลานี้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเผยแพร่รูปวาดของเยี่ยฉวนติดประกาศไปทั่วทั้งโลกชิงฉางโดยหวังที่จับเขาให้ได้ในเร็ววัน
ที่เชิงเขา ณ หุบเขากระบี่ เยี่ยฉวนหยุดยืนแหงนมองขึ้นไปบนยอดเขา อันเป็นสถานที่อันเป็นที่ตั้งของสำนักชางเจี้ยน!
ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มหาข้อมูลมาบ้างแล้วว่า ทุกปีสำนักชางเจี้ยนจะคัดเลือกศิษย์ที่เป็นคนต่างถิ่น ทว่าตอนนี้ยังไม่มีการเปิดรับสมัคร
นอกจากนั้นก็มีทางอื่นที่จะเข้าสำนักชางเจี้ยน คือการแนะนำตัวเอง บรรลุภารกิจตามเป้าประสงค์จนครบถ้วน!
โดยปรากฏภารกิจหลักสามประการอยู่ที่เชิงเขาหุบเขากระบี่ เมื่อฝ่าด่านภารกิจทั้งสามลุล่วงแล้วจึงจะได้รับการยอมรับให้เข้าสู่สำนักชางเจี้ยน
เยี่ยฉวนเข้าสู่ด่านแรกจึงพบว่าเป็นชายชราคนหนึ่งกำลังนอนผึ่งพุง คนนอนไขว้ขาอย่างสบายอกสบายใจ เปลือกตาปิดสนิท ใบหน้ามีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มราวกับกำลังฝันดีถึงอะไรสักอย่าง
ชายหนุ่มเดินไปหยุดข้างหน้าพร้อมคารวะทักทาย “ผู้อาวุโส ข้าต้องการผ่านด่านขอรับ”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบ……
เยี่ยฉวนพูดอีกครั้ง “ผู้อาวุโสขอรับ ข้าขอผ่านด่าน!” ครั้งนี้เขาตั้งใจพูดให้ดังขึ้นกว่าเดิม
ยังคงเฉย……
ชายหนุ่มชักฉุน หัวคิ้วขมวดมุ่น เขาจึงขยับเข้าไปใกล้และเอื้อมมือไปเขย่าตัวคนพลางพูดเสียงดังเจือน้ำโหหน่อยๆ “ข้าจะขอผ่านด่านโว้ยขอรับ!”
ชายชราเปิดเปลือกตาขึ้นข้างหนึ่ง พลางเหล่มองด้วยแววตาสับสน ครู่หนึ่งจึงถามเสียงไม่พอใจ “เจ้าเป็นใครวะ!”
ชายหนุ่มรีบปล่อยมือที่กำลังเขย่าแขน ก่อนจะตอบเสียงปกติ “ข้าชื่ออานเยี่ย มาขอรับการทดสอบขอรับ!”
ชายชราตวาดเสียงเขียว “ด่านอะไร! บอกเลยว่าเจ้าขาดคุณสมบัติ ไปให้พ้น!”
เยี่ยฉวนหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ “นี่ตาแก่ ข้าไม่ได้โม้นะ ถ้าวันนี้ข้าถูกปฏิเสธละก็ สำนักชางเจี้ยนของเจ้าเป็นต้องประสบหายนะที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนในหลายพันปีแน่!”
อีกฝ่ายพูดเสียงเขียวอย่างโมโหจัด “ไร้สาระสิ้นดี เจ้าน่ะหรือเป็นหายนะในรอบพันปี? เท่าที่เห็นข้าว่าคัดเลือกเจ้าเข้าสำนักจะเป็นหายนะในรอบพันปีเสียมากกว่า”
ฉับพลันนั้นเองเยี่ยฉวนดึงกระบี่แท้จริงออกมา พร้อมทั้งชี้หน้าชายชราคนเบื้องหน้า “ตาแก่ มาประลองกันตัวต่อตัว!”



