บทที่ 552 สุสานกระบี่! (ปลาย)
ร่างของคนทั้งสองหายวับไปจากคฤหาสน์ ไม่นานนักพวกเขาได้ปรากฏกายขึ้นที่สุสานกระบี่ เมื่อเห็นกับตาขณะเยี่ยฉวนดึงกระบี่ขั้นสวรรค์เล่มหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะบรรจงกดเข้าสู่บริเวณหน้าอกของตนเอง ทั้งสองมองด้วยความรู้สึกแทบไม่อยากเชื่อสายตา มุมปากยกขึ้นทว่าบิดเบี้ยวเหยเก……
เจ้าหนุ่มนี่ท่าจะบ้า……
“พวกเราหยุดเขาดีไหมขอรับ?” ชายชราถามอีกฝ่ายเสียงเบา..
เจ้าสำนักเหลือบมองไปทางเยี่ยฉวนก่อนจะสั่นหน้า “ลมหายใจของเขากำลังแปรเปลี่ยน บางทีอาจกำลังบรรลุพลัง……”
ชายชราขมวดคิ้ว สีหน้างุนงงหนัก “บรรลุขั้นพลังด้วยวิธีนี้รึขอรับ?”
เฉินเป่ยฮั่นมองชายหนุ่มด้วยสายตาครุ่นคิดลึกล้ำ จากนั้นจึงตอบว่า “คนคนนี้เป็นคนพิเศษ”
คนพิเศษ……
อีกฝ่ายจึงได้แต่นิ่งมอง รอยยิ้มเฝื่อนปรากฏบนริมฝีปาก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นคนบรรลุขั้นพลังโดยการแทงกระบี่เข้าร่างกาย!
เหตุการณ์จึงดำเนินต่อไป ราวครึ่งชั่วยามต่อมา ลมหายใจของเยี่ยฉวนซึ่งแผ่กระจายพุ่งขึ้นสุดกู่ติดเพดานอย่างน่ากลัว!
บัดนี้ปราศจากซึ่งลมหายใจแห่งขั้นผนึกยุทธ์อีกต่อไป!
ขณะนั้นเยี่ยฉวนดึงกระบี่เล่มใหม่ขึ้นมาก่อนจะแทงเข้าหน้าอกของตนอีกครั้ง เมื่อเห็นเช่นนั้นทั้งชายชราและเฉินเป่ยฮั่นได้แต่เหยียดมุมปากออกอีกหนหนึ่ง
ถึงแม้ว่ามีกระบี่มากมายจนนับไม่ถ้วน และพวกเขาใช้เวลาสะสมมานานไม่รู้จักกี่ปีต่อกี่ปีก็เถอะ……
เคราะห์ดีที่หลังจากที่กลืนกระบี่เล่มล่าสุดแล้วเยี่ยฉวนก็ไม่ได้คว้ากระบี่เล่มอื่นขึ้นมาอีก และตอนนี้ลมหายใจซึ่งแผ่กระจายออกนอกร่างกายยังทรงพลังแข็งแกร่งดุจเดิม
ราวครึ่งชั่วยาม ขณะที่ทั้งสองกำลังเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้นเอง……
ตูม!!!
ทันใดนั้นพลังกดดันพุ่งพรวดออกจากร่างของเยี่ยฉวนอย่างท่วมท้น
ถอนหายใจ!
เยี่ยฉวนพ่นเอาลมหายใจจำนวนหนึ่งออกทางปาก!
ควบยุทธ์สะท้านภพ!
ภายหลังจากที่ได้กลืนกระบี่ขั้นสวรรค์สามเล่มและกระบี่แท้จริงอีกนับไม่ถ้วน ในที่สุดเขาก็บรรลุขั้นควบยุทธ์สะท้านภพจนได้
โล่งใจ……
ในขณะนี้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ ไม่เพียงเท่านั้นในกายยังรับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังไหลวนเวียนอยู่ทั่วร่าง
ควบยุทธ์สะท้านภพ!
เวลานี้สมรรถนะความกล้าแกร่งของเขา โดยรวมเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างมาก
ต่อไปเขาไม่ต้องเกรงการเผชิญหน้ากับคนที่มีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพอีก
ถึงตอนนี้เยี่ยฉวนเกิดความเชื่อมั่นในการเป็นผู้ไร้เทียมทานแล้ว
ข้าเป็นผู้ไร้เทียมทาน!
เมื่อคิดได้ดังนี้จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาด้วยความยินดี
เสียงชายชราซึ่งยืนอยู่อีกด้านหนึ่งถามออกมา “นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง?”
เมื่อได้ยินเสียงคนพูด เยี่ยฉวนจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามิได้อยู่คนเดียว เขาจึงหันขวับไปมองคนสองคนที่อยู่ข้างหลังอย่างงงๆ พลันรีบผลุนผลันลุกขึ้นและปรี่เข้ามาแสดงคารวะทักทายคนทั้งสอง “เจ้าสำนัก! ผู้อาวุโส!”
เฉินเป่ยฮั่นมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา “เจ้าสูบกลืนกระบี่อย่างนั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนผงะเย็นวาบตลอดสันหลัง ทว่ารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติโดยเร็ว ทำไงได้ เขากลืนกระบี่เข้าไปเสียแล้ว……ดังนั้นจึงทำได้แค่ยิ้มเขิน “ขอรับ วิธีบ่มเพาะพลังชี่ของข้าพิเศษไม่เหมือนใคร ข้าจึงต้องสูบกลืนกระบี่เพื่อพัฒนาขั้นพลังของตัวเอง!”
เฉินเป่ยฮั่นมองนิ่ง “แต่เจ้ากลืนเข้าไปเพียบเลยนะ!”
ชายหนุ่มตีหน้าซื่อ “ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ ขอรับ!”
ในตอนนี้อีกฝ่ายจึงกล่าวกับเขาพลางยิ้มน้อยๆ “ไม่ต้องกังวลไป เรื่องนี้ข้าจะไม่ถือโทษเจ้าก็แล้วกัน ขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพ……ต้องใช้ความหนักแน่นและมั่นคง ถ้ายังไงรีบทำให้คุ้นเคยเข้าไว้ เข้าใจไหม?”
เยี่ยฉวนรีบพยักหน้ารับ “ขอรับ”
เฉินเป่ยฮั่นผงกศีรษะ จากนั้นจึงหันกลังและเดินออกไป อย่างไรก็ตามเดินไปเพียงสองก้าวเขาหยุดชะงักก่อนจะหันกลับมาบอกว่า “แต่ไม่ใช่ว่ามาที่นี่เพื่อสูบกลืนกระบี่อย่างเดียว สถานที่แห่งนี้แฝงไว้ด้วยพลังปณิธานกระบี่ของบรรพบุรุษหลายยุคหลายสมัย ถ้าเจ้าพยายามสัมผัสให้ถึงพลังเหล่านี้ จะเกิดผลดีอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว”
จากนั้นจึงหันกลับออกจากสุสานไป
ชายชราเขม้นมองเยี่ยฉวน พลางกำชับเสียงเข้ม “ห้ามแอบสูบกลืนกระบี่อีก!”
ว่าแล้วก็กลับออกจากสถานที่ไปอีกคน
บัดนี้เหลือเยี่ยฉวนอยู่เพียงลำพัง ชายหนุ่มสั่นหน้าพลางยิ้มกับตนเอง……เขาไม่มีทางอื่น
ด้วยเป็นเพราะถ้าเขาจะสร้างกระบี่ของตนเองขึ้นมา เฉพาะกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ไม่เพียงพออย่างแน่นอน จะว่าไปยังห่างไกลนัก
ดูราวกับว่าถ้าเขาต้องการทำให้สำเร็จถึงขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง จะต้องอาศัยความช่วยเหลือจากกระบี่ขั้นสวรรค์เลยเชียว
ส่วนกระบี่แท้จริง สำหรับชายหนุ่มไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อีกแล้ว
กระบี่หลี่เซี่ยวของเขาซึ่งถูกกล่าวขาน การบรรลุขั้นกระบี่สวรรค์ชั้นยอดต้องทำการสูบกลืนกระบี่จำนวนมาก
กระบี่พัฒนาขึ้นหนึ่งขั้น ทว่าพลังแห่งกระบี่เพิ่มขึ้นเพียงน้อยนิด!
ในตอนนี้เขาสามารถรับมือกับยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงได้แล้ว!
อย่างไรก็ตามเยี่ยฉวนจะประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาด ด้วยถึงจะเป็นคนยอดฝีมือขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ก็ยังมีทั้งพวกที่แข็งแกร่งมากและแข็งแกร่งน้อย โดยเฉพาะยอดฝีมืออย่างเยว่ฉี แม้ว่ามีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง แต่นางก็เป็นเซียนกระบี่ด้วย ควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงผนวกกับเป็นเซียนกระบี่ ย่อมแตกต่างกับควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงเพียงอย่างเดียวโดยสิ้นเชิงแน่อยู่แล้ว!
ใครที่ว่าแข็งแกร่ง ไม่อาจตัดสินกันที่ขั้นพลัง!
เยี่ยฉวนหยุดความคิดไว้ชั่วครู่ จากนั้นจึงเดินหน้าต่อไป ตลอดทางผ่านเขาได้พบกับกระบี่สวรรค์อีกครั้ง ซึ่งเป็นกระบี่ที่มีความพิเศษไม่เหมือนที่แล้วมา ทว่าเขามิได้สูบกลืนกระบี่แต่อย่างใด
เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที อย่าทำตัวเป็นคนโลภโมโทสัน เพราะโดยปกติคนที่โลภมาก มักลาภหายได้ในที่สุด!
หลังจากเดินไปได้สักระยะหนึ่ง ชายหนุ่มหยุดฝีเท้ากึกด้วยความรู้สึกสัมผัสถึงพลังปณิธานกระบี่ที่แกร่งกล้าอย่างที่สุด
ไม่ไกลจากที่เขายืนเท่าใดนัก ภาพปรากฏกระบี่ยาวประมาณสามฉื่อเศษ ลำตัวกระบี่เรียวเล็กมากและแสงเรืองรองบิดม้วนเป็นเกลียวทอประกายออกโดยรอบ
พลังปณิธานกระบี่ที่ส่งออกจากกระบี่มีลักษณะอ่อนเบา จนทำให้เยี่ยฉวนรู้สึกราวกับกำลังอยู่บนปุยเมฆ เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจนัก!
นอกเหนือจากพลังปณิธานกระบี่ที่ว่าแล้ว รอบๆ ยังมีพลังปณิธานกระบี่อื่นด้วย พลังเหล่านั้นแทรกซึมเวียนวนอยู่โดยรอบ ไม่อาจแตกกระจัดกระจายไปแต่อย่างใด
พลังปณิธานกระบี่แต่ละพลัง เป็นตัวแทนของผู้ฝึกกระบี่แต่ละคนรวมทั้งกระบี่แห่งเต๋าหรือก็คือเต๋าแห่งกระบี่แต่ละชนิดด้วย
เพราะทุกคนต่างมีความเข้าใจในเต๋าแห่งกระบี่แตกต่างกัน คนหนึ่งพันคน เต๋าแห่งกระบี่หนึ่งพันเต๋า!
เมื่ออยู่ในสุสานกระบี่ เยี่ยฉวนสัมผัสได้ถึงพลังปณิธานกระบี่ที่อยู่รอบตัว และค่อยเข้าสู่ภาวะจิตที่มั่นคงขึ้นทีละน้อย
ในขณะนั้น เต๋าแห่งกระบี่ที่เยี่ยฉวนสัมผัส มีความแตกต่างไปจากเต๋าแห่งกระบี่ของผู้ฝึกกระบี่ที่เขาเคยพบเจอ
จงใช้เต๋าแห่งกระบี่ของผู้อื่น เสริมสร้างเต๋าแห่งกระบี่ของตนเอง!



