บทที่ 575 สัตว์อสูร เจ้ากล้าหรือ!
หลังจากเยี่ยฉวนเข้าไปในป่าทึบ ลมหายใจของเขาก็เลือนหายไปราวกับไม่เคยมีบุคคลอยู่!
กระนั้นในระยะเวลาอันสั้นหลังจากที่เยี่ยฉวนเร้นกาย ชายมีเคราก็ปรากฏกาย ณ จุดที่เยี่ยฉวนเคยยืนอยู่
ตาทอดมองร่างไร้วิญญาณบนพื้น ใบหน้าของชายผู้มีเคราหยักศกถมึงทึงดูน่ากริ่งเกรงมองไปรอบๆ “บัดซบ เจ้ามนุษย์!”
จากนั้นก็กระทืบเท้าขวา
ตูม!!!
ผืนปฐพีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว!
เยี่ยฉวนไม่ได้ออกไปจากหุบเขาแดนพิสดารแต่เดินหน้าต่อไปอย่างเงียบเชียบ
ในตอนนี้ เขาไม่ได้เข้าไปอย่างเปิดเผยแต่ลักลอบเข้าไปเงียบๆ
ด้วยพลังชี่โกลาหล ถึงจะเป็นผู้กล้าแกร่งขั้นผนึกยุทธ์ระดับแท้จริงก็ไม่สามารถหาเขาพบ!
หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น เยี่ยฉวนได้เข้ามาในส่วนลึกของหุบเขาแดนพิสดาร เขาค้นพบว่ามีเมืองอยู่ในส่วนลึกของหุบเขาที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้!
เมืองแห่งสัตว์อสูร!
เมืองนั้นกว้างขวางโอ่อ่า ใหญ่โตเสียยิ่งกว่าเมืองอวิ๋นคง อาจเป็นการกล่าวได้ว่าเมืองแห่งนี้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกชิงฉาง กำแพงเมืองสูงเกือบครึ่งลี้ เมื่อมองไปยังคนที่ยืนอยู่ภายใต้กำแพงนั่น พวกเขาดูเหมือนเหล่ามดงาน
แต่นี่คงเป็นเรื่องธรรมดาเช่นกัน เหตุเพราะเมืองนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับมนุษย์ แต่เป็นที่สำหรับสัตว์อสูร
เยี่ยฉวนย่องเข้าไปในเมืองเงียบๆ มีตึกรามบ้านช่องอยู่บ้าง และมันกว้างขวางมาก ในเมืองนี้เขาเห็นสัตว์อสูรหลากหลายรูปลักษณ์ บางตนจำแลงกายเป็นมนุษย์ บางตนยังคงร่างแท้จริงไว้
โดยที่ไม่เปิดเผยตัว เยี่ยฉวนตกที่นั่งลำบาก เมืองนั้นใหญ่เกินไป หากจะมองหาบางอย่าง คงไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคงเสมือนหาเข็มในกองฟาง!
ศิลานำสาร!
เยี่ยฉวนคะนึงถึงศิลานำสาร หากแต่เขาก็ละทิ้งความคิดนี้ไปในทันที สัตว์อสูรไม่โง่เขลาขนาดนั้น ในเมื่อซางเยว่ถูกกักขังอยู่ พวกมันคงพยายามตามหาตัวเขาเป็นแน่
เมื่อหลุดออกจากภวังค์ เยี่ยฉวนตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยออกจากเมือง
ในชั่วอึดใจกระบี่ก็ฟาดลงบนกำแพงเมืองของเมืองสัตว์อสูร
ตูม!!!
ที่มุมกำแพงเมืองแตกร้าว ทั่วทั้งเมืองสัตว์อสูรตื่นตระหนกตกใจ
ศัตรูบุกหรือ?
สัตว์อสูรจำนวนมหาศาลเร่งรุดไปที่กำแพงเมือง
ภายใต้กำแพงเมือง เยี่ยฉวนยืนหยัดอยู่อย่างนิ่งสงบ เขาชี้ไปที่พื้นด้วยกระบี่ “ข้าเยี่ยฉวนจากสำนักชางเจี้ยน ข้ามาเยือนในวันนี้เพื่อท้าประลองกับชนรุ่นใหม่ของเมืองสัตว์อสูร”
ด้วยพลังชี่โกลาหล เสียงนั้นดังกึกก้องสนั่นเลื่อนลั่นราวสายฟ้าฟาด กว่าครึ่งเมืองสัตว์อสูรได้ยินไปทั่ว
ท้าประลองกับชนรุ่นใหม่ของเมืองสัตว์อสูร!
สัตว์อสูรจำนวนสุดจะนับได้คำรามออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่ช้าเหล่าสัตว์อสูรก็ไหลหลากปรี่เข้าหาเยี่ยฉวนทันใด
เบื้องล่างนั้นเยี่ยฉวนดูไร้อารมณ์ เขายกมือขึ้นเพื่อจะฟาดฟันด้วยกระบี่
ตูม!
ก่อนที่สูตว์อสูรจะได้ประชิดตัวเยี่ยฉวน มันก็ถูกโจมตีส่งให้ปลิวกระเด็นไปถึงสามสิบชุ่นได้ด้วยแรงผลักกระบี่!
ด้านนอกกำแพงเมือง เยี่ยฉวนกล่าว “อ่อนแอนัก! เข้ามา!”
เหล่าสัตว์อสูรวิ่งกรูกันไปที่กำแพงเมือง แต่มันไม่แม้แต่จะเข้าประชิดกายเยี่ยฉวนได้ และตกตะลึงที่ถูกส่งกระเด็นออกไปด้วยในทันทีด้วยแรงผลักกระบี่ของอีกฝ่าย
หลังจากที่สัตว์อสูรจำนวนมากกว่าสิบๆ ผวากับการถูกส่งปลิวออกไปอย่างต่อเนื่อง เหล่าสัตว์อสูรบนกำแพงเมืองก็หยุดการกระทำ
ด้านหน้าประตูเมือง เยี่ยฉวนดูเรียบเฉยไร้อารมณ์ “ไม่มีสัตว์อสูรตนอื่นในหุบเขาแดนพิสดารแล้วหรือ?
ณ ตอนนั้นเอง ผืนดินพลันสั่นสะเทือน อยู่ๆ สิงโตบ้าคลั่งที่ร่างกายปกคลุมด้วยประกายแสงเร่งรุดออกมาจากเมือง ขนาดตัวใหญ่โตราวกับเนินเขา แต่ละก้าวที่วิ่งมาทำให้ผืนดินสะเทือนอย่างรุนแรง
เมื่อมาถึงราวสามสิบชุ่นห่างจากเยี่ยฉวนได้ พื้นที่รอบๆ ชายหนุ่มก็เริ่มแตกร้าวทีละนิด
เยี่ยฉวนนิ่งสงบ เขาวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วในฉับพลันและโจมตีมัน!
ตูม!!!
ภายใต้สายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน สิงโตบ้าคลั่งล่าถอยอย่างต่อเนื่อง และมันถอยมากว่าหกสิบชุ่นแล้ว!
เมื่อมันหยุดการเคลื่อนไหวไป หัวของมันก็ถูกเฉาะเปิดออกจนเลือดหลั่งไหลออกมา
อย่างน้อยๆ สิงโตบ้าคลั่งจนตอนนี้คงอยู่ในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพ แลเห็นได้ชัดว่าสภาพทางกายนั้นแข็งแกร่ง แต่เคราะห์ร้ายกระบี่ของเยี่ยฉวนนั้นคมกว่า!
สิงโตบ้าคลั่งจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวนด้วยความเคียดแค้น ขณะที่มันกำลังจะจู่โจมอีกครั้งอยู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากเมือง “ถอย!”
ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
ชายมีเคราชายตามองเยี่ยฉวนอย่างเฉยเมย “เจ้าคือเยี่ยฉวน!”
เยี่ยฉวนกล่าวตอบสั้นๆ “ใช่ ข้าเอง”
ชายมีเคราตอบอย่างเย็นชา “เจ้าต้องการจะท้าดวลกับเหล่าสัตว์อสูรของพวกข้าหรือ?”
เยี่ยฉวนฉีกยิ้ม “ข้าไม่สามารถทำได้หรือ?”
ชายมีเคราพยักหน้าเบาๆ “ย่อมได้ หากเจ้าต้องการท้าดวลพวกข้า ข้าจะเล่นกับเจ้า เช่นนั้นข้าจะได้ทำให้เหล่าสัตว์อสูรรับรู้ความสามารถที่แท้จริงของชายผู้สยบสำนักผู้ตรวจการเขตแดน”
จากนั้นเขาก็ปรากฏกายอยู่บนกำแพงเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จู่ๆ เงาของร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากเมือง
เงานั้นว่องไวอย่างยิ่งยวด ไม่ว่ามันจะเคลื่อนผ่านไปที่ใด อากาศก็เหมือนถูกผ่าออก ช่องว่างในอากาศพลันบิดเบี้ยวไป!
นั่นเป็นเพียงพลังกายล้วนๆ!
เยี่ยฉวนไม่ได้ประมาทศัตรู เขาก้าวไปข้างหน้าและทิ่มแทงกระบี่ออกไป
เพียงหนึ่งดาบก็ตัดสินได้ว่าจะอยู่หรือตาย!
กระบี่เล่มนี้เสริมพลังด้วยพลังปณิธานกระบี่มาร
ขณะนี้เอง หมัดหนึ่งก็ปะทะเข้ากับกระบี่ของเยี่ยฉวน
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องราวสายฟ้าฟาด จากนั้นร่างทั้งสองล่าถอยออกจากกันอย่างว่องไว
เยี่ยฉวนถอยออกมาราวเก้าจั้งได้ และห่างออกไป 18 จั้งก็มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ ชายหนุ่มดูแข็งแกร่งมั่นคง กล้ามเนื้อกำลังปูดโปน เขามีพลังที่เต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้าง
ชายหนุ่มปรายตามองเขาอย่างไม่ใส่ใจ ในเวลาต่อมาเท้าขวาของเขาก็กระทืบลงกับพื้น พื้นรอบๆ เท้าของเยี่ยฉวนแตกออกในทันที และขุมพลังก็รุกเร้าเข้าไปถึงตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
เยี่ยฉวนแทงกระบี่ลงผืนดิน
ตูม!!!
ใต้ผืนพิภพ ขุมพลังกำลังแตกซ่านส่งเสียงตีกันดัง ทำให้ก้อนกรวดนับไม่ถ้วนกระเด็นกระดอนไปทั่ว
ในเวลานี้ ชายหนุ่มปรากฏกายต่อหน้าเยี่ยฉวน เขาไม่รอช้าต่อยเยี่ยฉวนเข้าที่ศีรษะ หมัดนั้นมีอานุภาพรุนแรง จนช่องว่างของอากาศที่กำปั้นนั้นเคลื่อนผ่านบิดเบี้ยวไปในบัดดล
เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว ต่อมาเขาก็เคลื่อนไปด้านข้างเพื่อหลบหลีกหมัดนั่น ในเวลาเดียวกันก็หมุนข้อมือ ทำให้กระบี่ในมือของเขาฟาดลงเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่าย
ตูม!!!
หลังจากการโจมตี เยี่ยฉวนรู้สึกได้ว่ากระบี่ของตนเหมือนกำลังฟาดลงกับแท่งเหล็กดำ และทั้งท่อนแขนของเขาก็เกิดไร้ความรู้สึกขึ้นมา!
ฉิบหาย!
เยี่ยฉวนตื่นตกใจ เท้าขวาของเขาแตะพื้นเพียงบางเบา ทั้งร่างผลักดันไปด้านหลัง เคราะห์ร้ายที่สายไปแล้ว กำปั้นของบุรุษผู้นั้นอยู่ที่อกของเขาเรียบร้อยแล้ว
ตูม!!!
เยี่ยฉวนตัวโก่งและปลิวออกไปเป็นสิบๆ ชุ่น!
ทันทีที่คนกระเด็นหยุดลง อีกฝ่ายก็กระโจนไปด้านบนศีรษะของเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็วและต่อยเข้าให้
ไม่มีการใช้วรยุทธ์ใดๆ มีเพียงแค่กำลังกายล้วนๆ!
เบื้องล่าง ปากเยี่ยฉวนขยับยิ้มเยาะ เท้าข้างขวากระทืบพื้นพลันร่างก็หายวับไป
เพลงกระบี่บินสามพันพิฆาต!
ตูม!!!
พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้น ชายมีเคราร่นถอยกลับไปจุดเดิม ทว่าไม่ทันไรหมัดของเขาก็ถูกแทงด้วยกระบี่!
คนจึงหยุดลง ขณะเดียวกันนั้นทางฝ่ายเยี่ยฉวน อยู่ๆ กระบี่ก็บินออกมาจากหีบกระบี่ด้านหลังตน
ตัวกระบี่เคลื่อนมาเหมือนแสงอัสนีที่ส่องสว่างวาบขึ้นมา กระบี่นี้เร็วปานสายฟ้าฟาด ชายมีเคราถูกแทงเข้าที่ไหล่ก่อนที่เขาจะทันได้โต้กลับ ขุมพลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในกระบี่นั้นกั้นขวางชายผู้นี้จนต้องล่าถอยไปที่กำแพง
เขาพลาดไป!
เมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าของชายมีเคราที่อยู่ที่กำแพงเมืองก็เปลี่ยนไปในบัดดล
เบื้องใต้กำแพงเมือง เยี่ยฉวนโบกมือขวา พลันกระบี่ทั้งสองก็บินกลับมาอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มมองขึ้นไปยังอีกฝ่าย “คนต่อไป!”
คนต่อไป!
หลังจากความเงียบที่ก่อตัวขึ้น สัตว์อสูรหลายตนส่งเสียงคำรามมาจากกำแพงเมือง พร้อมกับจ้องเขม็งมาทางเขาที่ด้านล่าง แต่ละตนกราดเกรี้ยวและพร้อมที่จะสังหารเขาให้สิ้น!
อย่างไรก็ตามยังคงไม่มีสัตว์อสูรตนใดลงมา ไม่มีการล้อมโจมตี!
ในเผ่าอสูรผู้แข็งแกร่งจะได้รับความนับถือในการประลองเดี่ยว!
ชายมีเคราจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนอย่างเยือกเย็น “ตามที่เจ้าขอ!”
จากนั้นก็หันกลับไปมองยังส่วนลึกของเมือง “ออกมา!”
สิ้นเสียง ในเมืองก็มีร่างหนึ่งก็ลอยขึ้นสูงไปบนท้องฟ้า ก่อนจะรุดจู่โจมเยี่ยฉวนโดยไม่รอช้า
มันว่องไวเทียบเคียงได้กับกระบี่ของเยี่ยฉวน!
ชายหนุ่มกระทืบเท้าขวาในทันทีทันใด แล้วแรงผลักกระบี่อันกล้าแกร่งก็แผ่กระจายออกมาจากร่าง
แรงผลักแห่งราชันย์กระบี่!
แรงผลักแห่งราชันย์กระบี่นี้หลั่งไหลเข้าไปในกระบี่ของเยี่ยฉวน นอกจากนั้นกระบี่ในมือของเขาก็แทบจะเปลี่ยนเป็นสีดำในพริบตา
พลังปณิธานกระบี่มารชั่วร้าย!
ด้านล่างนั้นเยี่ยฉวนแทงกระบี่ขึ้นด้านบน
ฮื้อ!
เสียงของกระบี่ดังกึกก้องสะท้อนทั่วเวหา
จังหวะนั้นเอง หมัดหนึ่งก็จู่โจมเข้ามาที่ปลายกระบี่ของเยี่ยฉวน
ตูม!!!
ผืนปฐพีใต้เท้าของเยี่ยฉวนพลันพังทลาย กระบี่ในมือคนเริ่มโค้งงอ!
ทันใดนั้นเอง กระบี่ข้างหลังเขาอยู่ๆ ก็เหินออกไป
บนน่านฟ้า ใบหน้าของชายผู้ท้าชิงใหม่แปรเปลี่ยนต่างจากเดิมมาก เขารีบถอนกำปั้นกลับมาอย่างว่องไว พลันกดอัดฝ่ามือเข้าด้วยกัน ทั้งยังกดแนบกระบี่ของเยี่ยฉวนให้อยู่ในฝ่ามือของตนด้วย!
หากแต่เวลานั้น กระบี่ได้แทรกผ่าอกของผู้ท้าประลองใหม่อย่างไม่มีการกล่าวเตือน!
มันไม่ลึกนัก แค่ประมาณครึ่งนิ้ว
เพลงกระบี่อสนีบาต!
ความเงียบเข้าครอบคลุมสมรภูมิในฉับพลัน
บนกำแพงเมือง ชายเคราหยักศกใบหน้าถมึงทึง ไม่มีใครคาดได้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไร
ส่วนชายคนอยู่เหนือศีรษะเยี่ยฉวนล่าถอยไปกว่าสามสิบชุ่น เมื่อเยี่ยฉวนโบกมือขวา กระบี่ทั้งสองก็บินกลับมาที่เขา
อีกฝ่ายเหลือบมองเยี่ยฉวน “กระบี่ของเจ้าว่องไวมาก!”
คนจึงกล่าว “พละกำลังของท่านก็แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
กำลังกาย!
เราไม่สามารถดูหมิ่นผู้ใดได้ แม้ว่าในตอนนี้จะมีความสามารถที่จะสังหารผู้แข็งแกร่งแห่งขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงได้ ทว่ายังคงมีผู้มีพรสวรรค์มากมายในโลกชิงฉาง ในหมู่ชนรุ่นหลัง หลายๆ คนก็คงทำได้เช่นเขาผู้นี้!
มีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าอยู่ข้างนอกนั้นเสมอ!
ชายมองไปที่เยี่ยฉวนแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก เยี่ยฉวนจึงโค้งคำนับอีกฝ่ายที่อยู่บนกำแพงเมือง “ขออภัย!”
คนได้ฟังจึงตอบรับอย่างเฉยเมย “เจ้าควรกล่าวขออภัยกับตัวเอง”
ชายหนุ่มเงียบไป
อีกฝ่ายโบกมือไปมา “ทว่าต่อแต่นี้ไปเห็นทีการบำเพ็ญเพียรของเจ้าจะต้องเพิ่มเป็นสองเท่าตัว”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างขมขื่น อีกฝ่ายไม่ได้ตอบรับอันใด พร้อมหันกลับและจากไป แต่เขาก็หยุดเท้าลงหลังจากเดินไปไม่กี่ก้าว ก่อนจะชายตามองไปที่คนเบื้องหลัง “ข้ามีนามว่าจ้านหยวน ในภายภาคหน้าข้าจะไปเยือนสำนักชางเจี้ยนเพื่อท้าประลองเจ้าด้วยตนเอง”
หลังจากนั้นก็กลับเข้าเมืองไป
ด้านนอกกำแพงเมือง เยี่ยฉวนมองขึ้นไปด้านบนที่ชายเคราหยักศก “มีผู้ใดอีกหรือไม่?”
ชายเคราหยักศกจ้องมองเยี่ยฉวนกลับ “เจ้าต้องการทำอะไรกันแน่!”
เยี่ยฉวนกล่าวอย่างเย็นชา “ก่อนหน้านี้มีศิษย์ของสำนักชางเจี้ยนของพวกข้ามาที่หุบเขาแดนพิสดาร แต่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดได้รับข่าวสารจากเขาอีกเลย ข้าเชื่อว่าเผ่าอสูรของท่านน่าจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ใช่หรือไม่?”
ชายมีเคราจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวนอย่างไร้เยื่อใย “หากข้าพูดว่าข้าไม่รู้เล่า?”
เยี่ยฉวนยิ้ม เขาชี้ไปที่คนฝั่งตรงข้ามด้วยกระบี่ “เข้ามา! สั่งให้สัตว์อสูรออกมาซะ อย่าบอกนะว่าในเผ่าอสูรของท่านไม่มีชนรุ่นใหม่อีก!”
ชายมีเคราจ้องไปที่เยี่ยวฉวน “เจ้าคงอยากตายมากนักสินะ!”
เยี่ยฉวนหัวเราะ “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่อาจหาญพอจะมาสังหารข้าด้วยตัวเอง ท่านกล้าหรือไม่ เหล่าสัตว์อสูร”
“ทำไมจะไม่ได้!”
ขณะนั้นเองจากที่ห่างไกลของเมืองก็มีเสียงดังขึ้น ฉับพลันก็มีมือยักษ์ยื่นออกมาจากพื้นที่เหนือศีรษะของเยี่ยฉวน ต่อมามือยักษ์นั่นก็ดิ่งทิ้งตัวลงมาหาชายหนุ่ม
เยี่ยฉวนเขม้นตามอง ขณะเดียวกันก็กำลังกระตุ้นหอคอยเรือนจำ ทว่าในตอนนั้นเอง……



