บทที่ 604 สู้!
ไปเสีย!
เห็นเยว่ฉีกราดเกรี้ยวใส่ เยี่ยฉวนพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ
เขามาที่สำนักชางเจี้ยนด้วยรู้ว่าเยว่ฉีนั้นเป็นผู้ที่มีคุณค่าอย่างมากมายสำหรับเขา
โดยที่ไม่ต้องคิดให้มากเรื่อง เยี่ยฉวนเก็บนิ้วทั้งหมดของตนและชี้ไปด้านหน้าทันควัน
ฟึบ!
กระบี่ทั้งสองเล่มอยู่ๆ ก็ออกมาจากหีบกระบี่ด้านหลังชายหนุ่ม
ทันใดนั้นชายผู้แข็งแกร่งทั้งสามรุกเข้ามาด้วยกันทั้งหมด
ตูม!
ชั่วขณะหนึ่ง กระบี่ทั้งสองของเยี่ยฉวนถูกป้องปัดไปอย่างรวดเร็ว
เห็นเช่นนี้เยี่ยฉวนก็ทำหน้าถมึงทึงฉับพลัน ในเวลานี้เหล่าคนในชุดเสื้อคลุมสีทองหาใช่ผู้แกร่งกล้าในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง หรือผู้แข็งแกร่งทั่วไปในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง
เมื่อเยี่ยฉวนกำลังจะจู่โจมอีก เยว่ฉีพลันดึงเขาให้ไปอยู่ด้านหลังนาง จากนั้นประกบฝ่ามือเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ช่วงระหว่างฝ่ามือนั้นลำแสงของกระบี่แห่งแสงเปล่งประกายปลาบ
ฟึบ!
กระบี่มายาอันมโหฬารปรากฏในฉับพลันระหว่างฝ่ามือของนาง
ทันใดนั้นทั้งสามหยุดการเคลื่อนไหว และจากนั้นพวกเขาผลักดันมันออกไปด้วยการยื่นมือขวาของพวกเข้าไปด้านหน้าในเวลาเดียวกัน
รอยฝ่ามือทองคำทั้งสามคาดผ่านฟากฟ้าและปะทะเข้ากันกระบี่อันมหึมาโดยตรง
ตูม!
กระบี่อันมหึมาแตกละเอียดพร้อมเสียงดังลั่นสนั่นจนทั่วทั้งท้องฟ้าสั่นไหว
ในเวลาต่อมาชายทั้งสามเข้าโจมตีเยว่ฉีอย่างรวดเร็ว พวกเขาว่องไวยิ่งนัก และลมปราณของคนพวกนั้นเสมือนกับความชั่วร้ายที่กระจายเป็นคลื่นไปทั่วผืนฟ้า ทั้งน่าขนลุกและมากด้วยอำนาจที่ยากจะต่อต้าน
แลเห็นภาพนี้รูม่านตาของนางก็หดลง ยามที่นางกำลังจะสู้กลับ เยี่ยฉวนในอีกด้านหนึ่งพลันแล่นลงที่พื้นดินของสำนักชางเจี้ยนเบื้องล่าง
เห็นเยี่ยฉวนออกไปแล้ว เยว่ฉีก็คลายกังวล และจากนั้นนางกำลังจะเข้าจู่โจม แต่เวลานั้นเองลมปราณอันแข็งแกร่งอยู่ๆ ก็ปรากฏที่เบื้องล่าง
ณ บัดนี้ ผู้คนจำนวนไม่ใช่น้อยในอากาศล้วนตื่นตระหนก!
ครั้นมองไปเบื้องล่าง เยว่ฉีแลเห็นเยี่ยฉวนก้าวลงพื้นดินและพลังแห่งปฐพีก็รวมบรรจบไปที่ตัวเขาราวกับกระแสน้ำ
ตรงข้ามกับเยว่ฉี ผู้แข็งแกร่งทั้งสามหยุดการเคลื่อนไหวเช่นกัน พวกเขาจ้องมองไปที่ชายหนุ่มและมีร่องรอยของความระแวดระวังในแววตา!
ไม่ช้านานกระบี่สีทองพลันปรากฏต่อหน้าเยี่ยฉวน
กระบี่แห่งปฐพีแพร่กระจายพลังแห่งปฐพี!
เยี่ยฉวยถือกระบี่แห่งปฐพีมาถือไว้ในมือ ในเวลาเดียวกัน ปณิธานกระบี่ของเขาก็พุ่งเข้าใส่มันอย่างบ้าคลั่ง ลมปราณที่ส่งออกมาจากกระบี่ของเยี่ยฉวนนั้นมีมากเสียยิ่งกว่าของขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง
เยี่ยฉวยยิ้มอย่างโหดเหี้ยมและมองขึ้นด้านบนไปยังผู้แข็งแกร่งในชุดเสื้อคลุมทองทั้งสาม “เชิญเข้ามาลองกระบี่ของข้า!”
หลังจากนั้นก็กระทืบเท้าขวาของตนทันที
ผืนดินสั่นไหวอย่างรุนแรง
ตูม!!!
กระบี่พร้อมกับลำแสงกระบี่สีทองทะยานขึ้นฟ้าและผ่าห้วงเวหาให้แยกออกจากกัน
ทุกแห่งหนที่กระบี่ผ่าน ช่องว่างนั้นสั่นไหวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับช่องว่างในอากาศจะแตกเป็นชิ้นๆ ทั้งน่าสะพรึงและน่าหวาดกลัว!
ได้เห็นกระบี่นี่ แววตาของเยว่ฉีก็บ่งบอกถึงความไม่อยากจะเชื่อจากด้านข้าง พลังอำนาจของกระบี่เล่มนี้ช่างเหนือล้ำเสียยิ่งกว่าที่นางคาดไว้
ตรงข้ามกับเยว่ฉีนั้น ชายสามคนดูขึงขังขึ้นมาเช่นกัน ไม่มีผู้ใดประมาท ในทันทีทันใด พวกเขาก็เริ่มบริกรรมคาถารอยประทับฝ่ามือด้วยกัน เวลาต่อมา ฝ่ามือยักษ์ทั้งสามก็ตกลงมาจากท้องฟ้า
หากฝ่ามือยักษ์นี่ตกลงมา ทั่วทั้งยอดเขาชางเจี้ยนจะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองในทันที!
เวลานี้เองกระบี่ของเยี่ยฉวนก็มาถึง!
ฉึบ!
เสียงฉีกขาดดังสะท้านไปทั้วผืนฟ้าในฉับพลัน จากนั้นฝ่ามือยักษ์ก็แตกเป็นชิ้นๆ ป่นปี้ทันทีด้วยกระบี่ของเยี่ยฉวน!
กระนั้นฝ่ามือยักษ์อีกฝ่ามือก็ตกลงมายังกระบี่ของเยี่ยฉวนอย่างไร้ความปราณี
ตูม!!!
กระบี่แห่งปฐพีของเยี่ยฉวนสั่นไหวอย่างรุนแรง จากนั้นกระบี่ทั้งเล่มก็กลายเป็นภาพมายาในฉับพลัน! ในทางกลับกันฝ่ามือยักษ์แตกสลายเป็นแสงวาบ กลายเป็นคลื่นระเบิดสีทองที่ทำให้ท้องฟ้าแตกละเอียด
ขณะนั้นฝ่ายมือยักษ์สีทองอีกฝ่ามือก็ปะทะกับกระบี่แห่งปฐพีของเยี่ยฉวน
ตูม!!!
กระบี่แห่งปฐพีสั่นไหวอีกครั้ง จากนั้นมันก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว และท้ายที่สุดมันหยุดลงต่อหน้าผู้เป็นเจ้าของ
บัดนี้ฝ่ามือยักษ์บนท้องฟ้ากลายเป็นภาพมายา หากแต่มันไม่ได้ถูกทำลาย มันเคลื่อนลงไปและตั้งเป้าไปที่ชายหนุ่มโดยตรง!
เบื้องล่างเยี่ยฉวนสัมผัสได้ถึงกระบี่แห่งปฐพีเบื้องหน้าตนด้วยท่าทางที่เคร่งเครียดเป็นอย่างมาก!
เขาประเมินความแข็งแกร่งของบุคคลทั้ง 12 คนต่ำไป
หากเขาประมือกับพวกนั้นซึ่งๆ หน้า คงไร้โอกาสที่จะคว้าชัยชนะ เว้นแต่เขาจะปลุกหอคอยแห่งเรือนจำ!
กระนั้นเขาไม่มีโอกาสลอบโจมตีเช่นกัน เหตุเพราะหมั่วซิ่วและคนอื่นๆ ได้รวมกลุ่มกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันเป็นการยากที่จะสังหารคนพวกนี้ด้วยการลอบโจมตี!
ไม่ต้องเอ่ยถึง 12 คนในชุดเสื้อคลุมสีทอง ความแข็งแกร่งนั้นเหนือกว่าหมั่วซิ่วและคนอื่นๆ ยิ่งทำให้ยากยิ่งในการจะลอบสังหาร!
ในขณะที่เยี่ยฉวนตกอยู่ในห้วงความคิด ฝ่ามือยักษ์มาถึงระยะสามสิบชุ่นห่างไปจากศีรษะของเขา ณ บัดนั้น เยว่ฉีพลันเก็บนิ้วและชี้ไปกลางอากาศ
ฟึบ!
กระบี่แห่งแสงฟาดฟันไปด้านข้าง และฝ่ามือยักษ์ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ในบัดดล!
หลังจากทำให้ฝ่ามือยักษ์แตกละเอียดด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว เยว่ฉีจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนเบื้องล่าง “ไปเสีย!”
น้ำเสียงนั้นหนักแน่นและไม่อาจหักล้างได้!
ไปเสีย?
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ เข้าจะไปได้อย่างไรในเวลานี้?
เยี่ยฉวนฉีกยิ้ม “ผู้อาวุโส หากเป็นเช่นนี้เล่า? ท่านรับมือสองคน ข้ารับมือหนึ่งคน!”
เยว่ฉีกำลังจะพูด หากแต่เยี่ยฉวนโผเข้าไปด้านหน้าของหนึ่งในชายผู้แข็งแกร่งแล้ว
ต่อสู้กับเขาซึ่งๆ หน้า!
ผู้แข็งแกร่งในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงไม่ได้ท้าทายเขานักในบัดนี้ เขาเพียงปรารถนาที่จะประมือกับผู้กล้าแกร่ง!
การต่อสู้ในสถานการณ์จริงสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของบุคคลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้แบบเป็นหรือตาย เหตุเพราะมันมักจะกระตุ้นศักยภาพของบุคคล!
เมื่อเผชิญหน้ากับช่วงเวลาคับขันของการเป็นหรือตาย ทุกสิ่งเป็นไปได้เสมอ!
เยี่ยฉวนพุ่งไปที่ผู้แข็งแกร่งที่มีกระบี่สวรรค์อยู่ในมือ ชายผู้แข็งแกร่งดูสงบเสงี่ยม เขารวบนิ้วมือขวาเข้าด้วยกันและชี้ไปด้านหน้า
ตูม!
ในพื้นที่ที่เยี่ยฉวนดำรงอยู่นั้นพลันบิดเบือน ณ บัดนั้น เขาใช้พลังกฎเต๋าแห่งสุญญากาศทันที ด้วยอิทธิพลนี้บรรยากาศที่เคยบิดเบือนพลันกลับคืนเป็นปกติ
ด้วยเห็นสิ่งนี้ ชายผู้แข็งแกร่งขมวดคิ้วน้อยๆ ตอนนั้นเองกระบี่ของเยี่ยฉวนก็ไปถึงจุดที่ห่างจากแสกหน้าเขาหลายชุ่นออกไป
กระบี่อยู่ใกล้แสกหน้าของผู้แข็งแกร่งมาก หากแต่มันเข้าไปไม่ได้มากไปกว่านั้น!
แสกหน้าของผู้แข็งแกร่งช่างดูห่างไกลราวกับขอบฟ้า แม้ว่ามันอยู่เพียงระยะหนึ่งก้าวออกไป!
เวลานี้ผู้แข็งแกร่งพลันหายไปและใบหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนสีไปอย่างมาก เขาชักกระบี่กลับมาอย่างว่องไวและฟันไปที่ด้านข้าง
หมัดปะทะเข้ากับกระบี่ของเยี่ยฉวน
ตึ้ง!
เยี่ยฉวนร่นถอยมากว่าร้อยๆ ฉื่อทันที!
หลังจากที่หยุดลง เขาก็กระโดดขึ้นไปในอากาศ และกระบี่บินทั้งสองพลันก็ออกมาจากหีบกระบี่
ความไวของกระบี่ทั้งสองนั้นเร็วยิ่งนัก ในชั่วพริบตาพวกมันไปถึงตัวของผู้แข็งแกร่ง แต่ก่อนหน้านั้นในตอนที่มันไปถึงตัวของชายผู้แข็งแกร่งนั้น มันดูเหมือนจะถูกกีดขวางด้วยบางอย่างและไม่สามารถรุดหน้าเข้าไปได้อีกแม้แต่ชุ่นเดียว!
ผู้แข็งแกร่งจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “เจ้ามีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งเสียจริง หากแต่น่าเสียดายยิ่ง เจ้ายังเยาว์วัยไปนัก”
หลังจากนั้นเขาก้าวไปด้านหน้าก้าวหนึ่งและพุ่งตรงไปที่เยี่ยฉวน จากนั้นโจมตีเยี่ยฉวนที่ช่วงท้องด้วยหมัด
ตึ้ง!
ทั่วทั้งร่างของเยี่ยวฉวนรวดร้าวและกระเด็นออกไปทันที เขาหยุดไปเมื่อลอยมาได้ลี้หนึ่ง ปากสำรอกเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง!
ความห่างชั้น!
เยี่ยฉวนไม่คาดการณ์ว่าหลังจากที่เขาบรรลุขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงยังมีความต่างชั้นที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ระหว่างเขาและอีกฝ่าย!
มีความห่างชั้นอยู่!
หากแต่มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้!
เยี่ยฉวนคำราม เวลาต่อมาทั่วทั้งผืนดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นพลังแห่งปฐพีอันมหาศาลก็รวมบรรจบเข้าหาเขาอีกครั้ง!
มากไปกว่านั้น กระบี่แห่งปฐพีควบแน่นอยู่ในมือของเขา!
เห็นภาพนี้ ดวงตาของผู้แข็งแกร่งก็หรี่ลงในทันที เยี่ยฉวนเคยใช้กระบวนท่านี้เมื่อไม่นาน พลังนั้นแกร่งกล้าอย่างมาก!
ในทางตรงข้าม เยี่ยฉวนจับกระบี่แห่งปฐพีและกระโจนไปที่ด้านบนของผู้แข็งแกร่ง จากนั้นจึงเงื้อกระบี่ฟันลงไป
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
การโจมตีประกอบด้วยสองปณิธานกระบี่และหนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
สามารถกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดเว้นแค่หอคอยแห่งเรือนจำ!
เมื่อกระบี่อยู่ห่างราว 3 ฉื่อจากด้านบนของศีรษะผู้แข็งแกร่ง มันถูกฝืนให้หยุดอีกครั้ง หากแต่ในเวลาต่อมาในพื่นที่ที่ผู้แข็งแกร่งดำรงอยู่พลันสั่นสะเทือน จากนั้นราวกับมีบางอย่างพังทลาย ชายผู้แข็งแกร่งล่าถอยไปนับร้อยๆ ชุ่นในพริบตาเดียว!
เมื่อทุกอย่างหยุดลง ผู้แข็งแกร่งแตะที่หน้าผากของเขาที่ที่มีเลือดไหลรินลงมาช้าๆ หลังความเงียบในชั่วเวลาหนึ่ง เขาจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนด้วยท่าทางหมองมัว “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดท่านผู้ทรงเกียรติกล่าวว่าเจ้าจำต้องสูญสิ้น เจ้าสามารถทำให้ข้าบาดเจ็บได้แม้เจ้าจะเป็นเพียงขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง……หากพวกข้าปล่อยเจ้าให้เติบโตต่อไป ในภายภาคหน้าเจ้าคงจะทำให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนตกอยู่ในความหายนะ!”
“ในภายภาคหน้า?”
เยี่ยฉวนแสยะยิ้มจนเห็นไรฟัน “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนของเจ้าตอนนี้ก็ตกอยู่ในความหายนะเรียบร้อยแล้ว!”
หลังจากนั้นเขาพุ่งเข้าหาผู้แข็งแกร่งอีกครั้ง
ครั้งนี้ผู้แข็งแกร่งอยู่ๆ ก็หายไปในบัดดล และเบื้องหน้าเยี่ยฉวน บรรยากาศพลันผันผวนอย่างรุนแรงราวคลื่นคลั่ง
รับรู้ได้ถึงสิ่งนี้ เยี่ยฉวนถือกระบี่ด้วยมือทั้งสองและฟันลงไปในขณะที่สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปเป็นอันมาก
ขณะที่กระบี่ตกลงมา ชายผู้แข็งแกร่งก็ปรากฏเบื้องหน้าเยี่ยฉวน ในเวลาเดียวกันเขาส่งแรงออกมา
แรงที่พุ่งออกมานั้นราวกับการระเบิดของภูเขาไฟ พลังอันทรงอานุภาพนั้นมากจนหาที่เปรียบมิได้หลั่งไหลออกมาจากหมัดของเขา
ตูม!
ทั่วทั้งผืนฟ้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และจากนั้นร่างทั้งสองก็ร่นถอยออกมาอย่างรวดเร็วเป็นแนวตรง
ผู้แข็งแกร่งหยุดกับที่ในไม่ช้า กระนั้นเยี่ยฉวนยังคงถอยห่างออกมาอย่างรุนแรง ครั้งนี้เขาถอยไปถึงสองลี้!
เมื่อเขาหยุดลง เลือดที่ปากก็ทะลักออกมาอีกครั้ง
แต่เยี่ยฉวนกลับฉีกยิ้มดูคล้ายฟั่นเฟือน
มันพิสูจน์ว่าเขาสามารถต่อกรกับชายผู้นี้ได้!
หากเขาล่าถอยไปตั้งแต่แรก เช่นนั้นเขาคงไม่รู้ถึงความห่างชั้นระหว่างตัวเองและอีกฝ่ายว่ามันไม่ได้มากมายเท่าที่จินตนาการไว้!
มันไม่สำคัญแม้เขาจะพ่ายแพ้ แต่เขาต้องกล้าหาญที่จะสู้!
ในหลายครั้งเราไม่สมควรสู้ หากไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ในครั้งนี้ เขาไร้ทางเลือก เหตุเพราะอีกฝั่งกำลังจะสังหารเขา!
หากเขาสู้ เขายังคงมีโอกาสที่จะมีชีวิตต่อ ในทางกลับกันเขาก็อาจจะถูกสังหารเป็นแน่
เยี่ยฉวนเช็ดเลือดออกจากมุมปากก่อนจะกระทืบเท้าขวา จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ผู้แข็งแกร่งอีกครั้ง!
ขณะนี้ผู้แข็งแกร่งดูเหี้ยมโหดยิ่ง “ในเมื่อเจ้ากระหายความตายเช่นนี้ ข้าจะทำให้สมแก่ใจเจ้า!”
ตูม!
ในอากาศ เงาหนึ่งลอยออกมาอย่างไร้การบอกกล่าว!
นั่นคือเยี่ยฉวน!
หากแต่ในเวลาต่อมา เยี่ยฉวนโผไปที่ผู้แข็งแกร่งอีกรอบ แต่ในไม่ช้า เขากระเด็นออกมาอีกครั้ง…
ในครั้งแรก เยี่ยฉวนถูกกำราบโดยสมบูรณ์ กระนั้นหลังจากหลายต่อหลายรอบ ผู้แข็งแกร่งตื่นตระหนกที่พบว่าเยี่ยฉวนดูจะแข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งมากขึ้น!
ครึ่งหนึ่งของก้านธูปผ่านไป เยี่ยฉวนกระเด็นออกมาอีกรอบ ขณะที่เขากำลังจะกระโจนเข้าไปอีก เสียงอันคุ้นเคยอยู่ๆ ก็ดังขึ้นในหู “ข้าจะช่วยเจ้า!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ย่อมได้!” ร่างของเยี่ยฉวนพลันแข็งทื่อไป!



