บทที่ 617 แหวนตราสำนักพลังสันโดษ! (ปลาย)
เมื่อของสิ่งนั้นปรากฏขึ้น คนจึงหันมาพูดกับชายหนุ่มว่า “แหวนตราประจำสำนักพลังสันโดษ……เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าสำนักพลังสันโดษ นอกจากนั้นความพิเศษของแหวนวงนี้สามารถดูดวิญญาณและพลังปราณจากอีกฝ่ายเข้าสู่เจ้าของผู้ใช้มัน อย่างไรก็ตามแหวนยังอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดทั้งต่อสวรรค์และปฐพี ดังนั้นอย่าใช้โดยพลการ!”
ดูดวิญญาณกับพลัง!
หลังจากนิ่งฟังอย่างตั้งใจ เมื่อได้ยินเข้าเท่านั้น เปลือกตาของชายหนุ่มพลันกระตุกจึงเอ่ยถามโดยเร็วว่า “ผู้อาวุโส แหวนนี้สามารถดูดพลังยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงได้ไหมขอรับ?”
ทว่าคนตรงข้ามส่ายหน้า
เยี่ยฉวนหน้าเผือดวูบ ขณะที่เสียงของชายวัยกลางคนพูดต่อไปว่า “อย่าว่าแต่ควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง คนที่มีขั้นพลังสูงกว่าก็สามารถดูกลืนได้ทั้งสิ้น ของสิ่งนี้ไม่ใช่ของที่เกิดขึ้นในโลกชิงฉาง ข้าได้จากเขตแดนแห่งอื่น”
คำตอบที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มตื่นตะลึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างยิ่งยวด!
ของล้ำค่า!
ของดี!
เมื่ออีกฝ่ายยังเงียบ ชายวัยกลางคนจึงเป็นฝ่ายพูดให้ฟังว่า “ในโลกนี้ สำนักพลังสันโดษยังมีสิ่งที่เป็นมรดกตกทอดรวมทั้งวิชาบ่มเพาะพลังชี่ชั้นยอด คัมภีร์ยุทธ์ และทักษะเวทมนตร์คาถาที่สำนักพลังสันโดษเราเก็บสะสมมานานหลายพันปี ทุกอย่างที่ข้าพูดอยู่ในหอโถงหลักด้านหลัง เจ้าลองเข้าไปดูเอง!”
เยี่ยฉวนได้ฟังคำบอกกล่าวให้ละอายใจ!
ตนเป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์มหาศาลอย่างแท้จริง!
พลันนั้นเองชายวัยกลางคนพูดขึ้นว่า “แต่มีข้อแม้!”
ชายหนุ่มบิดยกมุมปากเล็กน้อย “ว่ามา!”
คนตรงหน้าจ้องเขม็งขณะพูดกับเยี่ยฉวนว่า “ถ้าภายหลังเจ้าอยากออกจากสำนัก ข้าหวังว่าบนโลกนี้เจ้าจะสามารถหาคนมาเป็นทายาทรับช่วงต่อไป ถ้าเจ้าทำได้ก็ทำให้สำนักพลังสันโดษฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง”
ฝ่ายชายหนุ่มนิ่งฟังอย่างครุ่คิดครู่หนึ่งจึงพยักหน้า “ข้าจะทำให้ดีที่สุด!”
ชายวัยกลางคนยิ้มน้อยๆ “เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว!”
จากนั้นร่างของผู้พูดค่อยพร่าเลือนไปทีละน้อย
เยี่ยฉวนรู้ดีว่าในที่สุดแล้วร่างตรงหน้าจะหายไป เขาจึงลังเลครู่เดียวก่อนจะแสดงคารวะอำลาต่อชายวัยกลางคนอีกครั้ง
ถึงอย่างไรเวลานี้นับว่าตนเองได้ประโยชน์จากสำนักพลังสันโดษจริงๆ
ในตอนนั้นชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาว่า “นับแต่นี้ไป เจ้าจะเป็นคนของสำนักพลังสันโดษคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่”
คำพูดนี้ทำให้เยี่ยฉวนนิ่งงันและเมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบถามเสียงเร็ว “ผู้อาวุโส……ท่าน?”
ชายวัยกลางคนดูจะรู้ใจด้วยริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มบาง “ผู้ฝึกยุทธ์มีเพียงสองหนทางที่จะตาย ทางหนึ่งถูกคนอื่นฆ่าตาย ขณะที่แม้แต่คนที่มาฆ่าตนเองก็ต้องตายเมื่อจบชีวิตผู้อื่นแล้ว ข้าถือว่าโชคดีที่มีโอกาสตายในหนทางที่สอง อันที่จริงข้ามีจุดจบเช่นนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ปรับความเข้าใจ! หลังจากฝึกฝนมานานนับพันปีในที่สุดข้าก็ยังเป็นแค่เถ้าธุลี……”
เสียงพูดขาดหายพร้อมกับร่างนั้นเลือนหายไปจากหอโถงจนหมดสิ้น
อะไรบางอย่างที่ถือไว้ในมือ พลันแหวนตราสำนักพลังสันโดษเกิดการสั่นเบาๆ
ชีวิต!
เยี่ยฉวนยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
เขายังจำได้ ครั้งหนึ่งสตรีลึกลับเคยพูดกับเขาว่าคนที่ฝึกฝนจนพลังแกร่งกล้ากลายเป็นยอดฝีมือ พวกเขาจะสนใจแค่เส้นทางแห่งเต๋าและชีวิตที่เป็นอมตะเท่านั้น!
ในความคิดของเยี่ยฉวน คนมีชีวิตยืนยาวได้มากเท่าไร เขายิ่งอยากมีชีวิตอยู่ให้นานมากขึ้นอีก!
กล่าวอีกนัยว่าคนที่อายุยืนมักกลัวตาย!
ผ่านไปพักใหญ่ เยี่ยฉวนสั่นศีรษะเพื่อสลัดความคิดออกไปเสียก่อนที่จะหันกลับออกจากสถานที่
เมื่อครั้งวัยเด็กอาศัยอยู่ที่เมืองชิง เป้าหมายในชีวิตแสนจะง่ายดายคืออยากให้น้องสาวคนเดียวมีความสุข ทว่าเมื่อเวลาที่ตนเองมีความสามารถมากขึ้น ความทะเยอทะยานก็ยิ่งมากตามไปด้วย!
ยกตัวอย่าง ณ ขณะนั้นเยี่ยฉวนได้เห็นความเป็นไปบนโลกภายนอกและมีความแกร่งกล้าทรงพลังถึงขนาดสามารถสยบฟ้าดินได้……
ความคิดเช่นนี้ถือว่าผิดไหม?
ไม่ ตามความเห็นของเยี่ยฉวนไม่ผิดเลยสักนิด
ถ้าคนเราไม่ปรารถนาจะเจริญก้าวหน้า พวกเขาก็มีแต่จะถอยหลังลงคลอง
เมื่อออกจากหอโถง เยี่ยฉวนเดินมาพบห้องลับหอฝึกยุทธ์แห่งสำนักพลังสันโดษ ซึ่งที่นั่นเองเขาได้เห็นคัมภีร์ยุทธ์จำนวนมากมหาศาล ที่ปะปนอยู่กับคัมภีร์เหล่านั้นมีคัมภีร์ยุทธ์ขั้นสวรรค์อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีคัมภีร์ยุทธ์ขั้นปฐพีอีกกว่า 100 คัมภีร์
น่าสะพรึงกลัว!
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดและเดินต่อไปเรื่อยๆ ตามทางกระทั่งมาถึงยังห้องลับหอศาสตราวุธจิตวิญญาณแห่งสำนักพลังสันโดษ
ถัดจากชั้นที่สี่ เยี่ยฉวนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด ที่นั่นมีของล้ำค่าขั้นสวรรค์กว่า 20 ชิ้น!
ท่ามกลางของล้ำค่าเหล่านั้น มีชิ้นหนึ่งเป็นของล้ำค่าขั้นสวรรค์ชั้นยอด สิ่งนั้นคือพัดจีน ทันทีที่คลี่พัดออกพลันบังเกิดฟ้าร้องฟ้าคะนองมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ
พัดสายฟ้าสลาตัน!
ของล้ำค่าขั้นสวรรค์ชั้นยอด!
ทว่ามีเพียงชิ้นเดียว!
นอกจากนั้นในจำนวนศาสตราวุธขั้นสวรรค์ที่มีอยู่ 20 ชิ้นนี้ มีกระบี่เพียงสามเล่ม!
ครั้งนี้สร้างรายได้แก่ตนเองอย่างมหาศาล!
ชายหนุ่มสูดลมหายใจอีกครา ด้วยครั้งนี้เขามิได้ร่ำรวยธรรมดาทว่าเป็นอภิของอภิมหาความร่ำรวย!
หลังจากเก็บทุกอย่างแล้วเขาจึงมุ่งหน้าไปต่อ กระทั่งถึงยังบริเวณที่เป็นห้องลับหอสมบัติล้ำค่าแห่งสำนักพลังสันโดษ ที่นี่เอง ชายหนุ่มได้พบกับอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงถึง 2 แสนชิ้น!
นอกจากนั้นที่นี่ยังมีสุดยอดศิลาจิตวิญญาณอีกมากกว่า 3 หมื่นล้านชิ้น!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เยี่ยฉวนถึงกับนิ่งมองด้วยความทึ่ง
ทันใดนั้นเขารู้สึกราวกับตนเองกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน!
ไม่น่าเป็นจริงไปได้!
ครู่ต่อมาเยี่ยฉวนก็จัดการเก็บทุกอย่างเข้าที่จนหมด เวลานี้ความมั่งคั่งของตนแทบจะเรียกได้ว่ากองกำลังชั้นธรรมดาๆ ทั้งหลายเทียบกับเขาไม่ติดเลยทีเดียว!
ด้วยเหตุนี้ชายหนุ่มจึงเริ่มปฏิบัติการเก็บกวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็น กว่าจะเสร็จสิ้นการเก็บกวาดครั้งนี้ต้องใช้เวลาถึงสองชั่วยาม
น่าจะเป็นไปได้ว่าเยี่ยฉวนเก็บเอาทรัพย์สินทั้งหมดของสำนักพลังสันโดษเข้ากระเป๋าจนเกลี้ยง
ที่ด้านหน้าประตูทางเข้าสำนักพลังสันโดษ เยี่ยฉวนมีสีหน้าแช่มชื่นกำลังแสดงคารวะไปทางสำนักพลังสันโดษ “บรรพบุรุษของสำนักพลังสันโดษทุกท่าน ข้าขอปฏิญาณต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ภายหน้าข้าจะทำให้สำนักพลังสันโดษสามารถกลับมาผงาดในโลกชิงฉางอีกครั้ง หากข้าผิดสัญญาขอให้สวรรค์ลงโทษ!”
กล่าวจบเขาหันกลับและออกไป
หลังจากเยี่ยฉวนคล้อยหลังไปไม่นาน เงาปริศนาพลันปรากฏขึ้นแทนจุดที่เขาเพิ่งผละไป
ชายวัยกลางคนที่ปรากฏตัวภายในหอโถงก่อนหน้านั่นเอง
ขณะเดียวกันเขาทอดสายตามองตามหลังคนที่เดินห่างไปในระยะไกล สายตาเยือกเย็นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน
ครู่เดียวร่างนั้นได้เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อชายหนุ่มแยกออกมาจนไกล ก็ปรากฏเสียงพร่าต่ำดังขึ้นในกายของตน “เจ้าเอาชีวิตรอดจากหายนะอีกครั้งแล้ว……มิหนำซ้ำยังได้ทรัพย์สินมาอีกมากมาย……นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”



