Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 686

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 686 สู้กับเซียนกระบี่!

C

หลังจากที่รับรู้ว่าเยี่ยฉวนท้าทายอย่างเปิดเผยเพื่อให้ได้ต่อสู้ในเมืองเซียนเจี้ยน เหล่าศิษย์ของสำนักเซียนเจี้ยนล้วนกราดเกรี้ยวกันทั้งสิ้น!

สำหรับพวกเขา พฤติกรรมของเยี่ยฉวนยั่วบาทาทั้งสำนักเซียนเจี้ยนอย่างไม่ต้องสงสัย

ทุกคนรู้ว่าสำนักเซียนเจี้ยนเป็นสำนักกระบี่สำนักแรกในดินแดนอุดร

เยี่ยฉวนสร้างสนามประลองขึ้นในอาณาเขตของสำนักเซียนเจี้ยนและยังอ้างว่าเป็นผู้ฝึกฝนวิชากระบี่ในดินแดนอุดรคนแรก……สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยั่วยุสำนักเซียนเจี้ยนเป็นแน่

สำนักเซียนเจี้ยนจะยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ไม่ช้าศิษย์แห่งสำนักเซียนเจี้ยนก็เข้ามาในเมืองเซียนเจี้ยน……

……

ณ สถานศึกษาเต๋าอี้

ในหอเต๋าอี้ หัวหน้าผู้อาวุโสกำลังปรึกษาหารือบางสิ่งกับผู้อื่นอยู่ ในเวลานั้นชายชุดดำปรากฏกายเงียบๆ ด้านข้างของหัวหน้าผู้อาวุโส ชายชุดดำกล่าวบางสิ่งและหัวหน้าผู้อาวุโสพลันลุกขึ้น “เขาไปที่เมืองเซียนเจี้ยนเพื่อท้าทายสำนักเซียนเจี้ยนหรือ?”

ภายในหอนั้นทุกคนล้วนจ้องมองไปที่หัวหน้าผู้อาวุโสด้วยท่าทางประหลาดใจ

ชายในชุดดำพยักหน้ารับน้อยๆ “มันได้เริ่มขึ้นแล้ว”

หัวหน้าผู้อาวุโสขมวดคิ้ว “เจ้านั่นทำบ้าอะไรกัน?”

เบื้องล่างที่อยู่ไม่ห่างไปนั้น ชายชราเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?”

หัวหน้าผู้อาวุโสตอบเสียงต่ำ “เยี่ยฉวนไปที่เมืองเซียนเจี้ยน เขาสร้างสนามประลองและอ้างว่าเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งแห่งดินแดนอุดร……”

ได้ยินเช่นนั้น ชายชราที่กำลังพูดอยู่ก็ขมวดคิ้ว “เขาท้าทายสำนักเซียนเจี้ยนหรือ?”

หัวหน้าผู้อาวุโสส่ายศีรษะของเขา “เขาไม่ได้จะท้าทายสำนักเซียนเจี้ยน ทว่าไปเพื่อชิงกระบี่”

จากนั้นเขาก็ส่ายศีรษะและทอดถอนหายใจ “ชายผู้นี้… ดื้อด้านยิ่งนัก!”

ชายชราเอ่ยเสียงทุ้ม “หัวหน้าผู้อาวุโส เยี่ยฉวนเป็นคนดื้อด้าน ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในสถานศึกษาเต๋าอี้ มันก็มีเรื่องวุ่นวายมากขึ้นและมากขึ้น……ข้าเกรงว่าสถานศึกษาของพวกเราจะติดร่างแหในภายภาคหน้า!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ทั้งหอก็เงียบงันไป

เยี่ยฉวน!

ทุกคนล้วนรับรู้ถึงพรสวรรค์ของเยี่ยฉวน ทว่าความสามารถของเยี่ยฉวนในการสร้างเรื่องนั้นน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก!

ยิ่งไปกว่าความดื้อด้าน!

ข้างๆ นั้นอยู่ๆ สตรีผู้งดงามนางหนึ่งก็หัวเราะแล้วเอ่ยขึ้น “แท้จริงแล้วมันมีผลดีและผลเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้!”

ทุกคนล้วนจ้องมองไปที่สตรีผู้งดงามนั่น และนางก็หัวเราะพร้อมพูดออกมา “พวกท่านเคยครุ่นคิดหรือไม่ว่าเหตุใดเขาจึงสามารถสร้างเรื่องต่างๆ ได้? เหตุเพราะเขามีความสามารถที่จะทำ! มากไปกว่านั้นยามที่เขาเข้ามาในสาขาภายใน หนานซานยั่วโทสะเขาก่อนและจากนั้นเขาก็ต่อสู้กับหนานซาน ทว่านอกจากหนานซานแล้ว ท่านเคยพบเห็นว่าเขาเป็นผู้ริเริ่มการยุแหย่ผู้อื่นหรือไม่? ไม่เพียงเช่นนั้น เท่าที่ข้ารู้ เขามีผู้ติดตามนับสิบในตอนนี้ แม้แต่หมิงคุน หนึ่งในสี่ผู้มีพรสวรรค์อันปราดเปรื่อง บัดนี้ก็ติดตามเขาอยู่ มันเป็นการพิสูจน์เช่นกันว่าคงมีเสน่ห์เฉพาะตนเป็นแน่”

ไม่ไกลออกไปนั้นชายชรายิ้มอย่างขมขื่น “ท่านอาจารย์ฮุ่ยซิน ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าหากเขายังทำเช่นนี้กับภายนอก เขาจะยิ่งไปปลุกปั่นศัตรูอีกมากมายมายังสถานศึกษาของพวกเรา”

อาจารย์ฮุ่ยซินเอ่ยเสียงเบา “พวกท่านทั้งหลาย หากให้พูดอย่างไม่อ้อมค้อม ศิษย์ผู้ที่สร้างเรื่องนั้นหาเป็นปัญหาไม่ สิ่งที่เป็นปัญหาคือการที่ไม่มีศิษย์ผู้ใดทำเช่นนี้ได้ในสถานศึกษาของพวกเรา!”

ได้ยินเช่นนี้ทุกคนล้วนดูหวั่นเกรงขึ้นมาน้อยๆ

ไม่มีศิษย์ผู้ใดสามารถสร้างปัญหาเช่นนี้ได้!

นั่นหมายความว่าในสถานศึกษานั้นไม่มีศิษย์ที่มีความสามารถเพียงพอ

อำนาจนั้นๆ จำต้องได้รับการสนับสนุนด้วยพื้นภูมิอันแข็งแกร่ง ทว่าพวกเขาก็ต้องการชนรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถ

หากไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาก็คงไม่มีความวางใจ!

เหตุเพราะชนรุ่นเยาว์นั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอนาคต!

และนี่คือเหตุว่าทำไมพรสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคสมัยนี้!

ในหอนั้น ทุกคนล้วนไม่พูดสิ่งใด และล้วนจ้องมองไปที่หัวหน้าผู้อาวุโส

อาจารย์ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ฉะนั้นทุกสิ่งจึงขึ้นอยู่กับหัวหน้าผู้อาวุโส

หัวหน้าผู้อาวุโสเงียบงันไปครู่หนึ่งและจากนั้นจึงพูดออกมา “ลองไปดูกันก่อนเถิด”

ชายชราเอ่ยถาม “จะไม่ยับยั้งมันหรือ?”

หัวหน้าผู้อาวุโสเอ่ยเสียงเบา “ยับยั้งมันหรือ? จะยับยั้งมันเช่นไร? บัดนี้แม้เขาเต็มใจที่จะออกไปจากที่นี่ สำนักเซียนเจี้ยนก็จะไม่ปล่อยไปอยู่ดี”

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้น “ไปกันเถอะ ไปดูกัน!”

……

เมืองเซียนเจี้ยน

ภายในสนามประลองนั้น กลุ่มคนแยกย้ายออกจากกัน แล้วศิษย์กว่าร้อยคนของสำนักเซียนเจี้ยนก็เข้ามาในสนามประลอง

เมื่อเห็นศิษย์จากสำนักเซียนเจี้ยนมากมาย หนังตาของเยี่ยฉวนก็กระตุก นี่เป็นไปตามสิ่งที่คาดการณ์ไว้จริงๆ!

ชายสองและหญิงอีกหนึ่งไปที่สนามประลอง คนทั้งสามนั้นยังรุ่นๆ อยู่ในช่วงวัยยี่สิบปี

“เซียนกระบี่ทั้งสามแห่งดินแดนอุดร!”

ในตอนนั้นมีใครบางคนอุทานดังลั่นขึ้นมา “นั่นมันเซียนกระบี่ทั้งสามแห่งดินแดนอุดร!”

เซียนกระบี่ทั้งสามแห่งดินแดนอุดร!

ในหมู่คนหนุ่มสาวของดินแดนอุดรนั้นมีหลายคนที่มีชื่อเสียงเรียงนาม และเซียนกระบี่ทั้งสามแห่งดินแดนอุดรก็อยู่ในหมู่คนเหล่านั้น

เหตุเพราะพวกเขาเป็นเซียนกระบี่ทั้งหมดและพวกเขาอายุเพียงยี่สิบปี!

ชายที่นำหน้าอยู่ชำเลืองมองป้ายทั้งสองของเยี่ยฉวนก่อนจะจ้องมองไปที่เจ้าของมันอย่างเต็มตา “เจ้าน่ะโอหังเสียไม่มี!”

เยี่ยฉวนเยาะเย้ย “ท่านคงเป็นผู้ปราดเปรื่องแห่งสำนักเซียนเจี้ยน! ข้าสามารถเรียกท่านว่าอย่างไรได้?”

ชายผู้นำส่ายศีรษะ “เจ้าไม่คู่ควรพอจะรู้นามของข้า!”

เยี่ยฉวนยิ้ม “เช่นนั้นจะเริ่มเลยหรือ? ใครจะเข้ามาก่อน? หรือจะเข้ามาพร้อมกัน?”

เข้ามาพร้อมกันหรือ?

หลังจากได้ยินคำของเยี่ยฉวน ความสับสนอลหม่านก็เกิดขึ้นในพื้นที่

“เจ้าคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? เข้ามาพร้อมกันหรือ? เจ้านั่นเสียสติไปแล้วหรือไร?”

“เย่อหยิ่งยิ่งนัก! ข้าไม่เคยพบเจอผู้ที่เย่อหยิงเช่นนี้ในชีวิตมาก่อน!”

“นี่คือความโง่เขลา……”

“……”

บนสนามประลองเมื่อได้ยินคำของเยี่ยฉวน คนทั้งสามก็ดูไม่พอใจยิ่งนัก!

ทว่าชายผู้เป็นผู้นำนั้นกลับแย้มยิ้ม เขาส่ายหน้าเบาๆ “หนึ่งต่อสามหรือ? เจ้ารู้อยู่แล้วว่าพวกข้าจะไม่รวมหัวสู้กับเจ้า ทว่ายังคงเอ่ยเช่นนี้ เจ้าเล่ห์เพทุบาย……”

จากนั้นคนก็โบกมือขวา พลันต่อมากระบี่นับสิบก็ปรากฏขึ้นด้านข้างลานประลอง

ทั้งหมดนั้นเป็นขั้นสวรรค์

ชายผู้นำนั้นจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “เพิ่มสิ่งเดิมพัน หากเจ้าแพ้ จะต้องกลืนกินป้ายทั้งสอง นอกจากนี้เจ้าจะต้องคุกเข่าที่ตีนเขาของสำนักเซียนเจี้ยนของพวกข้าเป็นเวลาหนึ่งเดือน”

เยี่ยฉวนจ้องมองไปที่กระบี่ทั้งสามและจากนั้นก็ส่ายหัวดิก “น้อยไป! ไม่ยุติธรรมต่อข้า ไม่ว่าอย่างไรหากเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าเพียงเสียกระบี่สิบเล่ม ทว่าหากข้าพ่ายแพ้ จะมีเพียงความอับอาย”

ชายผู้นั้นพึมพำ “เจ้าต้องการเท่าไหร่!”

เยี่ยฉวนยกนิ้วสามนิ้ว “สามสิบ! หากเจ้าพ่ายแพ้ ไม่เพียงแต่จำต้องกลืนกินป้ายนั้น ทว่ายังต้องคุกเข่าถึงหนึ่งปี!”

คุกเข่าหนึ่งปี!

ยามที่ได้ยินเช่นนี้ ชายเบื้องหน้าเยี่ยฉวนหรี่ตาลงน้อยๆ “เจ้าท่าทางมั่นใจเหลือเกินนะ!”

เยี่ยฉวนยิ้ม “กล้าที่จะเดิมพันหรือไม่?”

ชายผู้นั้นเงียบงันไป

เขาไม่มีกระบี่ขั้นสวรรค์ถึงสามสิบเล่ม!

เขาทำท่าเหมือนครุ่นคิดบางสิ่งและหันไปมองสตรีทั้งสองที่อยู่ๆ ข้าง หลังจากความเงียบงันผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เบี่ยงนิ้วแล้วชี้ออกไป กระบี่ขั้นสวรรค์ทั้งยี่สิบปรากฏไม่ไกลไปจากสนามประลอง

กระบี่ขั้นสวรรค์ทั้งสามสิบเล่ม!

ในที่ที่ห่างไปไม่มีผู้ใดมองเห็น ชายชราข้างๆ หลี่ฉิงยิ้มจางๆ “พวกเขาสามารถร่วมมือกันได้ยามที่มีศัตรูภายนอก… ดียิ่งนัก!”

หลี่ฉิงก็พยักหน้ารับน้อยๆ พวกเขาสามารถเอาชนะกันหรือต่อสู้กันภายใน ทว่าหากพวกเขายังคงต่อสู้กันภายใน ยามที่พวกเขาเผชิญกันศัตรูจากภายนอก การที่ปราศจากความปรองดองกัน สำนักคงไม่ต้องการพวกเขา ไม่ว่าพวกเขาจะปราดเปรื่องเพียงไร!

บนสนามประลองที่อยู่ห่างออกไปนั้น ชายที่อยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “เริ่มเลยหรือไม่?”

เยี่ยฉวนยิ้ม “แน่นอน!”

หลังจากนั้นฝ่ามือของชายผู้นี้ก็กางออกและกระบี่พลันกลั่นตัวจากฝ่ามือ ในเวลาเดียวกันปณิธานกระบี่ล้นเอ่อก็ปรากฏอยู่ทั่วสนามประลอง!

เซียนกระบี่!

เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้คนเบื้องล่างพลันเริ่มตื่นตัว!

บนสนามประลองนั้น เยี่ยฉวนผงกศีรษะน้อยๆ บุคคลเบื้องหน้าเขานั้นแข็งแกร่งยิ่งนักดูจากปณิธานกระบี่และแรงผลักดันแล้ว

เยี่ยฉวนไม่ถือดีพอที่จะประมาท ฉับพลันหีบกระบี่ก็ปรากฏที่ด้านหลังของเขา ขณะเดียวกันกระบี่ก็ปรากฏขึ้นในมือด้วย!

กระบี่แห่งปฐพี!

เขาไม่กล้าดีพอจะประเมินคนที่อยู่เบื้องหน้าต่ำ!

อยู่ๆ ชายผู้นั้นก็ก้าวออกไปด้านหน้า ในฉับพลันทั่วกายเขาก็กลายเป็นภาพมายา ห่างออกไปนั้นใบหน้าเยี่ยฉวนแปรเปลี่ยนไปในทันที เหตุเพราะเบื้องหน้าเขา กระบี่แห่งแสงมากมายได้ปรากฏขึ้น ซึ่งมันมีขนาดเล็กเท่าปลายเข็ม และทั้งหมดนั่นก็ชี้ไปยังจุดสำคัญในร่างกายเยี่ยฉวน!

เยี่ยฉวนกระทืบเท้าขวาและกระแทกกระบี่ในมือไปด้านหน้า

มันเป็นเพียงการโจมตีที่เรียบง่าย!

ด้วยการฟาดฟันของกระบี่ออกไป พลังอำนาจแห่งปฐพีอันท่วมท้นหลั่งไหลออกมาจากกระบี่

ตู้ม!

สนามประลองที่อยู่ใต้เท้าของคนทั้งสองพังทลายไปในทันที!

เวลาเดียวกันนั้นร่างทั้งสองร่นถอยจากกันอย่างรุนแรง ซึ่งก็คือเยี่ยฉวนและชายผู้นั้นนั่งเอง

พื้นที่ต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองขยายใหญ่ขึ้น!

ทั้งสองแทบจะหยุดการเคลื่อนไหวไปในเวลาเดียวกัน และในตอนที่เยี่ยฉวนหยุดลงนั้น กระบี่หลายเล่มพลันบินออกมาจากหีบกระบี่ด้านหลังตน พวกมันว่องไวเป็นอย่างมาก เพียงพริบตาเดียวก็ไปถึงตัวชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม

เมื่อเห็นกระบี่เหล่านั้น สีหน้าของชายผู้นั้นก็เปลี่ยนสีไปทันตาและไม่กล้าดีพอที่จะประมาท เขาใช้มือกดไปด้านหน้าอย่างรุนแรง และชั่วขณะหนึ่ง กระบี่พลังชี่นับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือคน

ตู้ม! ตู้ม!

ในพื้นที่นั้นกระบี่ลมปราณบินไปในอากาศ ทุกคนล้วนหวาดผวา พวกเขาร่นถอยออกไปเป็นระนาวและไม่บังอาจจะเข้าใกล้ชายทั้งสองคน

และกระบี่ลมปราณหนึ่งในนั้นเอง อยู่ๆ เยี่ยฉวนก็กระโดดไปอยู่เบื้องบนของศีรษะของชายหนุ่ม ขณะต่อมากระบี่ลมปราณนั่นก็ฟาดฟันลงไปอย่างรุนแรงจากบนอากาศ มันเป็นการจู่โจมที่รวดเร็วอย่างยิ่งยวด

เมื่อเห็นภาพนี้ รูม่านตาของชายฝ่ายตรงข้ามก็หดเล็กลงน้อยๆ พลันต่อมาเขาก็ประกับฝ่ามือเข้าด้วยกัน จากนั้นกระบี่เล่มยักษ์สองเล่มพลันปรากฏออกมาอยู่เหนือศีรษะ ซึ่งในขณะนั้นกระบี่ทั้งสองก็ประสานไขว้เข้าด้วยกันและรุดเข้าไปสกัดกระบี่ของเยี่ยฉวนโดยทันที!

เบื้องใต้เท้าเขานั้น ผืนดินพลันปริแตกไปในพริบตา!

นี่เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความน่ายำเกรงของกระบี่เล่มนี้!

ทว่าชายผู้นี้ก็ต้านทานการโจมตีได้!

เวลานั้นเยี่ยฉวนล่าถอยไปกว่าหลายฉื่อ ฉับพลันกระบี่ในมือของเขาก็แปรเปลี่ยนไป!

กระบี่แห่งปฐพีกลายเป็นกระบี่สุญญากาศ ยามที่กระบี่เปลี่ยนไป สีหน้าของหลี่ฉิงและคนอื่นๆ ที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดพลันเปลี่ยนสี

บนสนามประลองนั้น สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปในฉับพลัน และครั้งนี้เยี่ยฉวนปรากฏกายเบื้องหน้าเขาอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันนั้นเยี่ยฉวนฟันกระบี่ลงไปอย่างดุดันอีกระลอก

โดยที่ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวอันแพรวพราว มันเป็นเพียงการโจมตีอันเรียบง่าย!

ชายหนุ่มกระทืบเท้าขวาและประสานฝ่ามือเข้าด้วยกัน จากนั้นเขาก็ดันมือสองข้างไปด้านหน้า และกระบี่แห่งแสงก็โผล่ออกมาจากหว่างคิ้ว

ครืน!

เสียงร่ำร้องของกระบี่พลันดังสะท้านไปทั่วท้องฟ้า!

ตูม!

ร่างหนึ่งล่าถอยไปอย่างรุนแรงในทันที

ร่างนั้นคือเยี่ยฉวน ในตอนนี้เขาถอยห่างออกมา ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจและกำลังจะเริ่มกระบวนการในการคว้าชัยชนะต่อไป เวลานี้กระบี่มากมายพลันพุ่งพรวดออกมาจากพื้นที่รอบๆ ตัวเขา

กระบี่ประกายแสง!

กระบี่นี้สำแดงกายอย่างไร้วี่แววและชายผู้นี้ก็ไม่ได้คาดว่าอยู่ๆ จะมีกระบี่มากขนาดนี้ออกมา เขาพลันตะลึงงันไป และเมื่อรู้ตัว กระบี่เหล่านั้นล้วนเข้าถึงจุดสำคัญในร่างกายทุกจุดเสียแล้ว

ทว่าไม่ช้าไม่นานกระบี่ทั้งมวลก็หายไปและทุกคนไม่สามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน

บนสนามประลองนั้นชายหนุ่มท่าทางงงงวย

ในที่ลับตานั้นใบหน้าของหลี่ชิงและคนอื่นๆ ต่างมืดหม่นลงไปเล็กน้อย

บัดนั้นเยี่ยฉวนที่อยู่บนสนามประลองพลันกุมกำปั้นของเขาและคำนับชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้ม “นี่สิสามเซียนกระบี่แห่งดินแดนอุดร ข้านับถือยิ่งนัก หากพิจารณาให้การประลองนี้เสมอกัน เจ้าคิดเช่นไร?”

ชายหนุ่มชะงักงัน เช่นเดียวกับหลี่ชิงและคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องล่าง

เวลานี้เยี่ยฉวยเก็บกระบี่สามสิบเล่มไปแล้วหัวเราะ “สำนักเซียนเจี้ยนนั้นทรงพลังยิ่งนัก ข้าก็นับถือเช่นกัน หากมีโอกาสในวันอื่นๆ ข้าจะมาเรียนรู้จากเจ้า ขอลา”

พร้อมกันนั้นเขาก็หมุนตัวและจากไป

ทุกคน “……”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!