บทที่ 703 คนที่ทรงพลังที่สุดแห่งดินแดนจักรวาลศักดิ์สิทธิ์! (ปลาย)
การปะทะกับมังกรกันก่อนหน้านั้น ทำให้เยี่ยฉวนรู้ซึ้งถึงสมรรถนะในการต้านทานมังกรได้เป็นอย่างดี
กระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงของตน แทบไม่ระคายผิวของมันด้วยซ้ำ!
ถ้าเขาฝึกสำเร็จ ก็จะมีกายาไร้เทียมทาน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง!
คิดแล้วให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที!
ถึงกระนั้นเขายังมิได้เริ่มฝึกฝนในตอนนี้ ทว่าเหลือบไปมองแผ่นยันต์ที่อยู่ถัดไป!
สิ่งนี้น่าจะเป็นยันต์ผนึกพิภพ
เมื่อเขากำลังเอื้อมมือไปหมายจะหยิบจับนั้นเอง ทันใดนั้นแผ่นยันต์ได้หายวับไปกับตา ชายหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อยครู่ต่อมาสีหน้าเขากลับเผือดวูบพร้อมกับอุทานได้คำเดียว “เจียนจื่อไจ้!”
บนชั้นที่สี่ เสียงของสตรีพูดออกมาว่า “ข้าจะนำแผ่นยันต์นี้ไปใช้ก่อนชั่วคราว แค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ภายในสามวันเมื่อเสร็จธุระแล้วข้าจะนำมาคืนให้!”
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างรู้ทัน “เจ้าอยากให้ข้ามาที่นี่เพื่อจะได้แผ่นยันต์ชิ้นนี้สินะ?”
ไม่มีเสียงตอบจากเจียนจื่อไจ้
ขณะที่เยี่ยฉวนขยับจะพูดถามออกไปนั้นมีเสียงของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองบอกมาทันทีว่า “นางคงต้องการฟื้นพลังโดยใช้ลมหายใจแห่งภูผาและธาราที่อยู่ในแผ่นยันต์”
ชายหนุ่มถามกลับ “ถ้านางฟื้นพลัง จะมาทำลายหอคอยงั้นหรือขอรับ?”
เมื่อนึกถึงตอนนี้ความกลัววูบเข้าจับจิต ด้วยหากต้องสู้กันแล้วล่ะก็ เขาไม่มีทางเอาชนะได้โดยเด็ดขาด ถ้าสตรีผู้นั้นหลุดออกมาได้เมื่อไร ตัวเขาเองที่ต้องตายก่อนเป็นคนแรก
ยอดยุทธ์ที่ชั้นสองกลับว่า “ใครจะรู้ว่านางจะมาทำลายหอคอย!”
เยี่ยฉวน “……”
พักใหญ่ต่อมาเยี่ยฉวนเลิกใส่ใจกับสตรีเจียนจื่อไจ้ด้วยถึงวิตกกังวลไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา จากนั้นจึงแบฝ่ามือข้างขวาพร้อมกับยื่นออกไป พลันนั้นเองปรากฏชุดอาวุธขึ้นเบื้องหน้าชุดหนึ่ง
แวบแรกที่เห็น เยี่ยฉวนรู้ได้ทันทีสิ่งเหล่านี้มีชื่อว่า เสื้อเกราะเทพแห่งความมืด ซึ่งเจียนจื่อไจ้เคยบอกไว้!
เขากดนิ้วชี้ลงขณะจิ้มไปตรงหน้า พลันหยาดโลหิตหยดลงต้องเสื้อเกราะหนึ่งหยดทันที ครู่ต่อมาเสื้อเกราะเทพแห่งความมืดหายไปจากตรงหน้า และเมื่อกลับออกมาอีกครั้งพลันปรากฏอยู่บนตัวของเยี่ยฉวนแล้ว
เมื่อสวมเสื้อเกราะเข้ากับร่างจนสนิทแนบ คนกลับสีหน้าเผือดซีดด้วยความตื่นตระหนก พลันรีบกระชากเสื้อเกราะออกทันที ทันใดนั้นตามร่างกายเนื้อหนังของเยี่ยฉวนเริ่มปริแตกออกจากกัน จากนั้นโลหิตสีแดงฉานเริ่มไหลซึมออกมาจากบาดแผลอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานร่างทั้งร่างก็ชุ่มไปด้วยโลหิต
พลันมีเสียงหงุดหงิดเจียงจื่อไจ้ดังขึ้นทันที “อยากตายหรือยังไง? เทพแห่งความมืดเป็นศาสตราวุธเทพ ทุกชิ้นล้วนแล้วแต่เป็นศาสตราวุธเทพชั้นเยี่ยม เวลานี้ร่างกายของเจ้ายังไม่สามารถทนทานต่ออำนาจที่รุนแรงเช่นนี้ได้ ถ้าฝืนสวมเข้าไปร่างกายจะระเบิดทันทีรู้เอาไว้เสียด้วย!”
ชายหนุ่มยิ้มแหย “ทำไมไม่บอกเสียตั้งแต่แรก!”
เจียนจื่อไจ้พูดหน้าตาเฉย “ข้าอยากให้เจ้ารีบตายไปเสียที!”
เยี่ยฉวนหน้ามุ่ย “……”
ต่อมาชายหนุ่มจึงทรุดตัวนั่งลงกับพื้นและจ้องมองเสื้อเกราะเทพแห่งความมืดที่วางอยู่ตรงหน้า แววตาบ่งบอกว่าคนออกจะเข็ดขยาดทีเดียว
เขาไม่อาจใช้ของล้ำค่าชิ้นนี้ได้!
ไม่ว่าสิ่งล้ำค่าชิ้นนี้จะเลิศเลอเพียงใด ก็ไม่ต่างอะไรกับเศษโลหะไร้ประโยชน์ไม่สามารถใช้งานได้!
เหมือนมีหีบทองคำแต่ไม่มีกุญแจไขอย่างไรอย่างนั้น!
สตรีกล่าวมาอีกว่า “ถ้าเจ้าหมั่นฝึกฝนบ่มเพาะพลังกายาทองคำไร้เทียมทานจนสำเร็จ เมื่อนั้นเจ้าก็จะได้ใช้มัน สามารถสวมใส่เสื้อเกราะเทพแห่งความมืดได้โดยไม่มีอันตราย”
เยี่ยฉวนกระโดดผลุงขึ้นมายืนตัวตรง “ได้เลย! ถ้าข้าฝึกฝนกายาทองคำไร้เทียมทานและในระหว่างนั้นข้าจะมีกายาไร้เทียมทาน จะได้สวมเกราะเทพแห่งความมืดอย่างไม่มีปัญหา……”
พูดแล้วให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
ฝึกฝนบ่มเพาะพลังกายาทองคำไร้เทียมทาน!
ต่อมาเขาจึงได้ประจักษ์ว่าการจะฝึกฝนบ่มเพาะพลังกายาไร้เทียมทานได้นั้นจำเป็นต้องมีของหลายสิ่ง อันดับหนึ่งคือโลหิตมังกร!
โลหิตมังกร!
เยี่ยฉวนค่อยๆ หันไปทางมังกรสองตัวที่ยืนสงบนิ่ง มีมังกรอยู่ตรงนั้นก็จริงทว่าจะนำโลหิตของมันมานี่สิ……
เขาไม่คิดว่าเจ้าตัวที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะยอมให้เขากรีดเนื้อสูบเอาโลหิตของมันออกมาแต่โดยดีแน่
เขาต้องนำโลหิตมังกรออกมาให้ได้เสียก่อน!
ชายหนุ่มนิ่งงันขณะใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงเดินไปที่มังกรตัวที่เคยเผชิญหน้ากันมาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง พลันเจ้าตัวใหญ่ลืมตาขึ้นมอง นัยน์ตาของมันมีขนาดใหญ่โตมาก ใหญ่กว่าตัวเยี่ยฉวนเสียอีก
มนุษย์น้อยพยายามยิ้มอย่างเป็นมิตร “มังกรผู้อาวุโส ข้าเป็นผู้สืบสมบัติจากเทพจักรพรรดิ”
มังกรเหลือบมองคนพูดจากหัวจรดเท้าโดยไม่ขยับเขยื้อน ได้แต่จับตามองเฉยท่าทีเงียบสงบ
เยี่ยฉวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “เอาล่ะ จะ……เจ้าจะให้ข้ายืมโลหิตสักหน่อยได้ไหม? ถังหนึ่งก็พอ”
ขณะนั้นแววตาของมังกรค่อยๆ แปรเปลี่ยนเย็นเยือก และทันทีที่เยี่ยฉวนสังเกตเห็นเขาทำท่าตกใจนัยน์ตาเบิกกว้าง รีบละล่ำละลักพูดออกไปทันที “คะ……ครึ่งถังก็ยังดี!”
ทันใดนั้นมังกรยักษ์ยกกรงเล็บแหลมเปี๊ยบขึ้นและตวัดขวับลงมาอย่างแรง เมื่อเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนไม่รอช้าหันหลังกลับก่อนจะเผ่นแน่บวิ่งหนีไปทันที
ด้วยความว่องไวปานพายุ ร่างคนหายวับไปที่สุดขอบฟ้าเพียงชั่วพริบตาเดียว
มังกรตะลึงงัน
หนีไปแล้ว?
มังกรมิได้ออกไล่ตามแต่อย่างใด ครู่ต่อมามันจึงหดกรงเล็บกลับเข้าที่เดิมและในตอนนั้นเอง มังกรเงยหน้าขึ้นมองด้านบนซึ่งไม่ไกลจากที่นั่นนัก ปรากฏชายสวมผ้าคลุมดำกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ชายสวมผ้าคลุมดำทั้งตัวหากปราศจากลมหายใจ ประหนึ่งเขามิได้อยู่ตรงนั้น!
มังกรยักษ์เขม้นมองชายสวมชุดดำด้วยประกายตาแรงกล้า แววตาปรากฏร่องรอยระแวดระวังขึ้นมาอย่างชัดเจน
ขณะต่อมาชายสวมชุดดำบนอากาศสะบัดมือข้างขวาโบกออกไป และต่อมาปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะของเขา พลันทั้งสวรรค์และพื้นพิภพมีสีสันผิดแปลกไปอย่างสิ้นเชิง……
ทันทีที่เห็นกระบี่ซึ่งปรากฏออกแก่สายตา มังกรมีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดทว่ามันมิได้ถอยหนีแต่อย่างใด กลับคำรามใส่คนสวมชุดดำแทนทันที ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้จู่โจมโดยยังคงมีท่าทางหวาดกลัวอยู่เช่นเดิม
คนสวมชุดดำทะยานลงมาและเดินตรงมาหยุดเบื้องหน้าเจ้ามังกร “ถ้าข้าลงมือ เจ้าคงตายไปแล้ว!”
มังกร “……”



