บทที่ 773 พี่น้องของข้า! (ต้น)
จากนั้นไม่นานเยี่ยฉวนและสุนัขอสูรได้มาถึงยังหอวาณิชว่านเป่า
ทันทีที่ทั้งคู่ไปถึงที่นั่น จู่ๆ พลันปรากฏชายชราร่างหนึ่งออกมาขวางทางเบื้องหน้า!
เยี่ยฉวนคุ้นหน้าเขาคนนี้ดี……เป็นชายชราที่เคยประมือต่อสู้กับตนและสุนัขอสูรมาก่อน อีกทั้งชายผู้นี้ยังเป็นประมุขแห่งหอวาณิชว่านเป่าอีกด้วย!
เจ้าของสถานที่มองผู้มาเยือนพลางเอ่ยถามว่า “คุณชายเยี่ย พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
แน่นอนว่า……เขารู้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เยี่ยฉวนและสุนัขอสูรไปที่สำนักมารภูตผีมาแล้ว
เพราะฉะนั้นเมื่อเยี่ยฉวนมาปรากฏตัว ชายชราจึงต้องออกมารับหน้าด้วยตัวเอง
ชายหนุ่มยิ้มและตอบว่า “ผู้อาวุโส……ข้ามาหาซื้อสิ่งของบางอย่าง”
ชายชรามองคนตรงหน้าด้วยสายตารู้ทัน “แน่ใจนะว่าของที่เจ้าตามหาเพื่อ ‘ซื้อ’ ไม่ใช่ ‘ปล้น’ ?”
อีกด้านหนึ่งเจ้าสุนัขอสูรแอบกลั้นหัวเราะในใจ ‘หึ’
เยี่ยฉวนพูดตอบด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง “ผู้อาวุโส ท่านอาจเคยเข้าใจข้าผิดๆ อันที่จริงข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
คนชราเอ่ยวาจานิ่มนวลไม่ให้ระคายเคือง “เยี่ยฉวน……หอวาณิชว่านเป่าไม่ขายสิ่งใดให้กับเจ้าทั้งสิ้น! เชิญกลับไปเสีย!”
ชายหนุ่มตอบกลับหน้าตาเฉย “ถ้าอย่างนั้น……ข้าจะขายบางสิ่งให้กับท่าน!”
ว่าแล้วจึงโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง พลันเบื้องหน้าของชายชราบังเกิดสมบัติล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์ถึงสิบเอ็ดชิ้นด้วยกัน!
เมื่ออีกฝ่ายเห็นเข้าเท่านั้นแววตาถึงกับเบิกกว้างขณะจ้องมอง จากนั้นเหลือบมองหน้าเยี่ยฉวนที่อยู่ตรงหน้า ไม่จำเป็นต้องสาธยายใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งของเหล่านี้เยี่ยฉวนได้มาจากการปล้นและการสังหารที่ผ่านๆ มานั่นเอง
หลังจากนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ชายชราจึงบอกเสียงเรียบว่า “เข้าไปคุยกันข้างใน”
จากนั้นคนพูดหันหลังและนำหน้าไปทันที
เยี่ยฉวนเดินตามโดยมีสุนัขอสูรเข้าไปพร้อมกัน
ภายในห้องส่วนตัว
ชายชรานั่งเผชิญหน้ากับเยี่ยฉวนเอ่ยถามขึ้น “มีอาวุธขั้นเซียนหรือไม่?”
เยี่ยฉวนตอบออกไปตามตรง “มี!”
ชายชราขยับปากจะพูด ทว่าชายหนุ่มสั่นศีรษะทำนองห้ามปราม “แต่ไม่ขาย!”
ศาสตราวุธระดับเซียน!
ทั้งเกราะเทพแห่งความมืด ผ้ายันต์ผนึกพิภพและกระบี่ชี่วิญญาณ ล้วนเป็นอาวุธขั้นเซียน ซึ่งเยี่ยฉวนจำเป็นต้องมีไว้เพื่อใช้เองด้วย
ชายชรานิ่งขณะไตร่ตรองครู่หนึ่ง จากนั้นเบือนหน้ามาพูดด้วยว่า “ไม่เป็นไรเอาไว้เจ้าอยากจะขายเมื่อไร ให้มาขายกับหอวาณิชว่านเป่าได้ทุกเมื่อ”
เยี่ยฉวนถามยิ้ม “มีข้อเสนอส่วนลดไหม?”
ชายชรามองหน้าผู้พูด ก่อนจะยกมือขึ้นพร้อมกับกดนิ้วชี้เล็กน้อย ฉับพลันต่อมาแผ่นป้ายสีม่วงชิ้นหนึ่งเผยออกต่อหน้าเยี่ยฉวน “นี่คือแผ่นป้ายสีม่วง เพียงแสดงแผ่นป้ายนี้เมื่อต้องการขายบางอย่างให้กับหอวาณิชว่านเป่า ทางเราจะให้ส่วนลดค่านายหน้า……ห้าส่วนจากหนึ่งร้อย และกรณีที่เจ้าต้องการซื้อสิ่งของ……ทางเราจะลดราคาให้ยี่สิบส่วนจากหนึ่งร้อย!”
เยี่ยฉวนรับแผ่นป้ายตรงหน้ามาเก็บไว้ “ข้าอยากขายของล้ำค่าสิบชิ้น เจ้าจะให้ราคาเท่าไร?”
คนตรงข้ามตอบให้ว่า “ถ้าเจ้าไม่รีบร้อนขาย ทางเราจะจัดการประมูลขายให้ ในการประมูลนั้นจะได้ราคาสูงตามที่ปรารถนา ทว่าถ้าเจ้าร้อนใจหอวาณิชว่านเป่าก็สามารถรับซื้อได้……ในราคาตลาด”
เยี่ยฉวนนิ่งคิดชั่วครู่จากนั้นจึงเอ่ยถาม “ข้าจะแลกสมบัติล้ำค่าสิบชิ้นกับกระบี่ได้หรือไม่?”
“กระบี่งั้นหรือ?”
ชายชรามองอย่างพิจารณาก่อนจะย้อนถามว่า “เจ้าต้องการนำสิ่งของทั้งหมดแลกกับกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์สินะ?”
อีกฝ่ายพยักหน้าแทนคำตอบ…
คนตรงข้ามจึงกล่าวเสียงขรึม “กระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์มีมูลค่าสูงกว่าของล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์มากนัก เท่าที่ข้าประเมินดู……ของล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์สิบชิ้นอย่างมากก็แลกกับกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงเก้าเล่มเท่านั้น!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ตกลง!”
ชายชราผงกศีรษะน้อยๆ “คอยสักครู่……ข้าจะให้คนไปจัดการ”
จากนั้นขณะที่คนพูดกำลังจะเดินออกจากห้อง
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนรีบเรียกอีกฝ่ายก่อนจะพูดรวดเร็วว่า “ผู้อาวุโส! ข้ามีอีกเรื่องหนึ่ง”
ชายชราหันกลับมามองชายหนุ่มขณะที่อีกฝ่ายพูดว่า “เผอิญข้าอยากรู้ว่ากิจการค้าขายของท่านนั้นกว้างขวางเพียงใด!”
ชายชราตอบกลับด้วยน้ำเสียงพยายามให้นุ่มนวลที่สุด “ในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง ที่ที่ได้ชื่อว่าเจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่ง นั่นคือหอวาณิชว่านเป่าของเรา”
เยี่ยฉวนทำท่าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ข้ามีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยากรบกวนท่าน!”
คนตรงข้ามเสียงแข็งท่าทีระแวดระวังทันที “อะไร?”
ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ “แค่เรื่องเล็กน้อยนา”
ชายชราจึงว่า “ก็ได้……บอกมา!”
เยี่ยฉวนกล่าวว่า “ท่านเองคงรู้แล้วว่าข้ามาจากโลกชิงฉาง บนโลกชิงฉางนั้นข้ามีสหายอยู่กลุ่มหนึ่ง มีของบางอย่างที่อยากส่งไปให้พวกเขา ทว่าในตอนนี้ตัวของข้าเองยังไม่อาจไปจากที่นี่ได้ จึงอยากขอให้ท่านช่วยส่งของแทนข้าสักหน่อย”
คนตรงข้ามมองผู้พูดนิ่ง “เท่านี้เองหรือ?”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ใช่แล้ว! มีเพียงเท่านี้!”
อีกฝ่ายถามย้ำให้แน่ใจ “จริงหรือ?”
ชายหนุ่มได้ยินแล้วจึงเหยียดมุมปากบิดยกเล็กน้อย ถามแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ตาแก่นั่นไม่เชื่อใจเขางั้นหรือ?
จากนั้นมีเสียงมาจากชายชราพูดขึ้นว่า “ถ้าเรื่องมีเพียงเท่านี้ ข้าย่อมช่วยได้อยู่แล้ว! ไม่มีปัญหา!”
เยี่ยฉวนยื่นมือออกไปพลางดีดนิ้วดัง ‘เปาะ’ พลันวงแหวนสัมภาระลอยออกมาตรงหน้าคนอีกฝ่าย ชายชราใช้สายตามองเข้าไปภายในจึงพบว่าวงแหวนถูกบรรจุด้วยมีอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงจำนวนห้าสิบล้านชิ้น
ชายชรามองดูเยี่ยฉวนนิ่งขณะที่อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า “ด้วยอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงห้าสิบล้านชิ้นนี้ ท่านช่วยจัดหากระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ อาวุธแส้ขั้นศักดิ์สิทธิ์ คัมภีร์ไท่จี๋เฉวียนขั้นศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์ยุทธ์ รวมทั้งของล้ำค่าจำพวกอาวุธแส้ขั้นศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็ตำราบ่มเพาะพลังชี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ กับคัมภีร์ยุทธ์ที่เกี่ยวกับกายา ส่วนอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงที่เหลือก็ส่งให้พวกเขาด้วย”
คนฟังเหลือบมองวงแหวนสัมภาระตรงหน้า หลังจากเงียบงันไปชั่วขณะ จึงเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยฉวน “อัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงห้าสิบล้านชิ้น มูลค่าไม่น้อยเลย……เจ้าคิดจะมอบให้คนอื่นจริงหรือ?”
ชายหนุ่มบิดมุมปากยกยิ้ม “พวกเขาหาใช่คนอื่น เป็นทั้งพี่น้องและมิตรที่ดีที่สุดของข้า”
ชายชรากล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าไม่รู้หรือ……ว่าทำดีร้อยครั้งอาจทำให้คนรักชอบ ทว่าทำผิดเพียงครั้งเดียวจะกลายเป็นศัตรู? ถ้าให้พวกเขามากเกินไป เจ้าไม่กลัวว่าจะ…”
เยี่ยฉวนยิ้ม “มิตรที่ดีที่สุดเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ท่านเข้าใจไหม?”
แท้จริงแล้วเขาไม่เคยลืมว่ายังมีโม่อวิ๋นฉีและคนอื่นๆ อีก โม่อวิ๋นฉีและคนอื่นนั้นอยู่ในโลกชิงฉาง ที่นั่นน่ะวัตถุล้ำค่าเครื่องไม้เครื่องมือค่อนข้างมีจำกัด เพราะฉะนั้นการพัฒนาขั้นพลังของพวกเขาจึงเป็นไปได้เชื่องช้า……
ทว่าเวลานี้มีกำลังความสามารถพอที่จะอุดหนุนคนเหล่านั้นได้ เขาต้องหยิบยื่นความช่วยเหลือไปให้อย่างแน่นอน
โม่อวิ๋นฉีและคนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่มีความเป็นยอดฝีมืออยู่ในตัวเอง เขาเพียงให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ คนเหล่านั้นจะสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว บางทีสักวัน……ทุกคนจะได้มีโอกาสร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันอีกครั้งก็เป็นได้
ดังคำกล่าวที่ว่า คนเราเมื่อได้ดีประสบความสำเร็จแล้วอย่าลืมพวกพ้อง!



