Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 783

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 783 ข้าก็ค่อนข้างตื่นกลัวอยู่บ้าง!

C

ชายผู้นั้นเหลือบมองเยี่ยฉวนอีกครั้งด้วยคิ้วที่ขมวดเป็นปม “เจ้า……มีทักษะบางอย่าง!”

จากนั้น จึงรู้ว่า……เยี่ยฉวนไร้ซึ่งลมปราณอยู่ต่อหน้าตน ทั้งยังสัมผัสสิ่งอื่นใดไม่ได้อีกด้วย

เยี่ยฉวนพูดด้วยรอยยิ้ม “ขอทราบนามท่านได้หรือไม่?”

ชายผู้นั้นกล่าวว่า “จ้านจุน”

เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เยี่ยฉวน!”

จ้านจุนกล่าวว่า “เยี่ยฉวน… เจ้าปิดกั้นขั้นพลังของเจ้าหรือ?”

เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ซ่อนเร้นขั้นพลัง!”

จ้านจุนพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่น่าแปลกใจนัก พี่เยี่ย……ท่านเพิ่งมาจากเมืองเว่ยหยางหรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ใช่น่ะสิ!”

จ้านจุนส่ายศีรษะพลางหัวเราะ “ไปกันเถิด ข้าเพิ่งกลับมาที่นี่”

หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับและเดินไปตามทางพร้อมกับเยี่ยฉวน

ระหว่างทาง อยู่ๆ จ้านจุนพูดขึ้นว่า “พี่เยี่ย มีอัจฉริยะผู้ใดบ้างในเมืองเว่ยหยางในช่วงนี้?”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะแล้วหัวเราะบ้าง “เหตุใดเจ้าจึงถาม?”

จ้านจุนถอนหายใจเฮือกออกมา “เพราะในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีคนน้อยลงเรื่อยๆ ที่มายังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน”

เยี่ยฉวนถามว่า “เจ้าฝึกวิชาที่นี่หรือ?”

จ้านจุนส่ายศีรษะ “ไม่ถึงเพียงนั้น”

เยี่ยฉวนถามว่า “อย่างไรกัน?”

จ้านจุนชี้ไปที่ทางด้านหน้า “ที่นั่นเป็นพื้นที่ของสำนักแมวดำ เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับสำนักแมวดำนี้มาก่อนหรือไม่?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “อืม……เล็กน้อย!”

จ้านจุนกล่าวเบาๆ “ในไม่ช้า เจ้าจะเห็นว่าพวกเขาน่าเกรงกลัวเพียงใด ผู้คนในสำนักนี้ต่อสู้กันอย่างบ้าระห่ำ! เป้าหมายคือการพิชิตดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง!”

เยี่ยฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางงั้นหรือ?”

จ้านจุนพยักหน้า “นี่คือปราการสุดท้าย หากเราพ่ายแพ้……พวกเขาจะเดินหน้าเข้าไปในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง กลายเป็นหายนะของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางทันที”

เยี่ยฉวนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ผู้คนในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางไม่รู้หรือ?”

จ้านจุนพยักหน้าลงกล่าวเบาๆ “ใช่ ทุกปีจะมีผู้คนรวมตัวเป็นจำนวนมากที่นั่น ทุกคนล้วนเป็นชนชั้นแนวหน้า แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้……มีคนเข้าร่วมน้อยลง”

ด้วยเหตุนี้ จ้านจุนส่ายศีรษะพลางยิ้มออกมา “ข้าได้ยินมาว่า อัจฉริยะนาม ‘โม่เยี่ย’ ปรากฏกายในสำนักแมวดำแล้วตรงไปยังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน เมื่อถึงตอนนั้น……ที่นี่คงคึกคักอย่างแน่นอน!”

เยี่ยฉวนกล่าวว่า “ยอดฝีมือรุ่นก่อนไม่เข้าร่วมหรือ?”

จ้านจุนยิ้มและพูดว่า “ไม่อย่างแน่นอน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเปิดศึก ดังนั้นจึงตกลงให้ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน……อันที่จริงคล้ายการฝึกอย่างกองทัพรูปแบบหนึ่ง คอยดูสิว่า……ฝ่ายใดแข็งแกร่งกว่ากัน”

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ เขาจึงมองไปที่เยี่ยฉวน “พี่เยี่ย แม้ท่านจะเป็นอัจฉริยะยามที่ท่านอยู่ที่อื่น ทว่าหลังจากมา ณ ที่แห่งนี้แล้ว จงจำไว้ว่าไม่มีผู้ใดปราดเปรื่องที่สุด มีเพียงผู้ที่ปราดเปรื่องมากกว่าเท่านั้น! สิ่งสำคัญเลยนะพี่เยี่ย……อย่าได้ดูถูกใคร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสำนักแมวดำ”

เยี่ยฉวนพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบใจเจ้ามาก!”

จ้านจุนยิ้มก่อนจะเอ่ยบางสิ่ง บัดนั้นเขาและเยี่ยฉวนจำต้องหยุดกะทันหัน เพราะจู่ๆ แผ่นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้ากำลังสั่นสะเทือนอย่างแรง!

เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว เงยศีรษะมองตรงไปข้างหน้า……จ้านจุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “มีสัตว์อสูรกำลังบุกรุกเข้ามาที่นี่!”

เยี่ยฉวนกำลังจะบอกว่า ‘หนีกันเถอะ’ ขณะที่จ้านจุนดูจะตื่นเต้นเล็กน้อย “ไปดูกันเถิด!”

เยี่ยฉวน “…”

ด้วยเหตุนี้ จ้านจุนรีบมุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับเยี่ยฉวน ในไม่ช้า……เยี่ยฉวนเริ่มเครียดขึ้น เพราะพื้นดินที่พวกเขาผ่านไปนั้น มันมีรอยเท้าขนาดใหญ่อยู่น่ะสิ!

ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดาแน่!

จ้านจุนมองดูรอยเท้าใกล้ๆ จู่ๆ ก็อยากเอาจริงเอาจังขึ้นมา

“เกิดอันใดขึ้น?” เยี่ยฉวนถาม

จ้านจุนกล่าวด้วยเสียงทุ้มลึกว่า “คงเป็นสัตว์อสูรที่ร้ายกาจมาก! ข้าเอาชนะมันด้วยตัวคนเดียวไม่ได้แน่!”

ด้วยเหตุนี้เขาจึงมองไปที่เยี่ยฉวน “ท่านสนใจหรือไม่?”

เยี่ยฉวนถามว่า “มีประโยชน์อันใดในการเอาชนะมันได้หรือ?”

จ้านจุนยิ้ม “มีประโยชน์อย่างมากเลยล่ะ……ประการแรก โลหิตและตันเถียนที่อยู่ภายในสามารถเสริมความกล้าแกร่งให้กายเนื้อได้ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่ทำให้อยู่รอด! ประการที่สอง ผิวของมันแลกเปลี่ยนเป็นเพชรหยดน้ำค้างสีม่วงได้จำนวนมาก ทุกวันนี้เรายังจำเป็นต้องใช้เพชรหยดน้ำค้างสีม่วงนี้เช่นกัน และมีเพียงเพชรหยดน้ำค้างสีม่วงเท่านั้นที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด!”

ด้วยเหตุนี้เขาจึงมองไปที่เยี่ยฉวน “สัตว์อสูรที่ดุร้ายตัวนี้คงอยู่ในขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ความสามารถในการต่อสู้แข็งแกร่งมาก โลหิตและตันเถียนภายในของมันมีประโยชน์ต่อเราด้วย อีกทั้งผิวหนังยังขายได้เทียบกับจำนวนเพชรน้ำค้างสีม่วงอย่างน้อยแสนก้อน!”

เพชรน้ำค้างสีม่วงแสนก้อน!

มุมปากของเยี่ยฉวนกระตุกเล็กน้อย เดิมทีชายหนุ่มยังคงสนใจแต่ปัจจุบันกลับไม่ค่อยสนใจเสียแล้ว!

แม้ว่าชายหนุ่มจะส่งเพชรน้ำค้างสีม่วงส่วนใหญ่ไปยังโลกชิงฉาง ที่ตัวเขายังคงเหลืออย่างน้อยสิบล้านก้อน ชายหนุ่มจึงไม่ฝืดเคืองอะไร!

อยู่ๆ จ้านจุนพูดขึ้นว่า “พี่เยี่ย หากข้าเข้าใจถูกต้อง ท่านคงนำเพชรน้ำค้างสีม่วงติดตัวมาด้วยใช่หรือไม่?”

เยี่ยฉวนตอบอย่างตรงไปตรงมา “เป็นเช่นนั้น!”

จ้านจุนหัวเราะ “ขอข้าบอกท่านหนึ่งอย่าง เร็วๆ นี้ท่านจะไม่เหลือสิ่งใดเลย!”

เยี่ยฉวนประหลาดใจ “เหตุใดกัน?”

จ้านจุนยิ้มและกล่าวว่า “เนื่องจากเราต้องกลืนกินเพชรน้ำค้างสีม่วงเป็นจำนวนมากเมื่ออยู่ ณ ที่แห่งนี้ ทั้งยังต้องการเพิ่มอีกจำนวนมากเพื่อฝึกฝนในทุกวัน เหตุเพราะมันไร้ซึ่งพลังชี่จิตวิญญาณในกำแพงใหญ่จางเถี่ยน มีเพียงเพรชน้ำค้างสีม่วงเท่านั้นที่จะช่วยให้เราฝึกฝนได้”

เยี่ยฉวนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางไม่ให้ความช่วยเหลือหรือ?”

จ้านจุนกล่าวเบาๆ ว่า “แน่นอนว่าพวกเขาช่วย ทุกคนได้รับทุนอุดหนุนอยู่บ้างในทุกเดือน… ทว่าไม่มากนัก เนื่องจากกำแพงใหญ่จางเถี่ยนมีค่ายกลขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เพชรน้ำค้างสีม่วงหลายร้อยล้านก้อน และ……กล่าวอย่างสั้นๆ คือ มีเรื่องที่ต้องใช้เพชรน้ำค้างสีม่วงอยู่มาก หลายครั้งจนเราจำต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น”

เยี่ยฉวนเอ่ยเสียงเบา “สำนักแมวดำแข็งแกร่งมากอย่างนั้นหรือ?”

จ้านจุนยิ้มอย่างขมขื่น “ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งมาก ทว่าแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด!”

ด้วยเหตุนี้ จึงมองไปที่เยี่ยฉวน “พี่เยี่ย ท่านตัดสินใจแล้วหรือไม่? ไปสังหารสัตว์อสูรที่ดุร้ายนั่นด้วยกันเถอะ!”

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เช่นนั้น……เรามาลองดูกันเถิด!”

จ้านจุนหัวเราะ “งั้น……ไปกันเถิด!”

หลังจากพูดจบ เขาพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างว่องไว

เยี่ยฉวนรีบตามไปด้วย ในไม่ช้าทั้งสองออกมานอกป่าทึบ ในระยะไกลๆ มีสัตว์อสูรร่างยักษ์อยู่!

สัตว์อสูรยักษ์ตัวนี้ดูราวกับเนินเขา กำลังดื่มน้ำอยู่ริมลำธาร

เมื่อมองไปที่ร่างของมัน……ปากของเยี่ยฉวนกระตุกเล็กน้อย เจ้าพวกนั้นตัวใหญ่เกินไป!

อยู่ๆ จ้านจุนกระโจนเข้าไปราวกับลูกศรที่ปล่อยตัวออกจากเชือกที่ขึงไว้ พุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรร้ายซึ่งอยู่ไม่ไกลนักอย่างรวดเร็ว

เยี่ยฉวนตกตะลึง ชายผู้นี้เข้าต่อสู้ทันทีที่ตนปริปาก!

เขากำลังจะลงมือ ทันใดนั้น……เมื่อมองลงไปที่พื้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!

อยู่ๆ สัตว์อสูรร้ายหันกลับมา เพียงชั่วพริบตามันกระแทกเข้าที่จ้านจุนเสียแล้ว!

จ้านจุนชกกลับไปข้างหน้าโดยไม่หลบเลี่ยง

ตู้ม!

เมื่อเสียงระเบิดดังขึ้น จ้านจุนถอยออกไปกว่าเก้าจั้ง หลังจากที่เขาหยุดลงและกำลังจะสู้ต่อ……พื้นดินโดยรอบแตกร้าวขึ้นมาในทันใด ในไม่ช้า สัตว์อสูรสามตัวที่ร่างใหญ่พอๆ กับสัตว์อสูรร้ายตัวนั้นโผล่ขึ้นมาจากพื้น!

เจ้าพวกนั้นทั้งหมดอยู่ในขั้นศักดิ์สิทธิ์!

เมื่อรับรู้เช่นนี้ สีหน้าของจ้านจุนเปลี่ยนไปทันที!

พวกเขาถูกซุ่มโจมตี!

บัดนี้เยี่ยฉวนปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เขา เมื่อจ้านจุนเห็นเยี่ยฉวน……ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองแล้วพูดว่า “ท่านไม่หนีหรือ?”

เยี่ยฉวนยังไม่ปรากฏกาย จนตอนนี้……เขามีสิทธิ์หนี!

เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าคงสิ้นชีพเป็นแน่ หากสู้กับพวกมันเพียงลำพัง เรายังมีความหวังเล็กๆ น้อยๆ หากเจ้าอยู่กับข้า เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

สาเหตุที่ชายหนุ่มไม่หนีเพราะรู้สึกว่าจ้านจุนเป็นคนดี คงผิดศีลธรรมไปสักหน่อยหากหนีไปในครั้งนี้!

จ้านจุนเหลือบมองเยี่ยฉวน “ท่านช่างภักดีต่อมิตรสหายเสียจริง!”

เยี่ยฉวนยิ้มแล้วมองไปที่สัตว์อสูรดุร้ายเบื้องหน้าเขา บัดนี้สัตว์อสูรนั้นจ้องมองมาที่เขาเช่นกัน

เยี่ยฉวนกางฝ่ามือพลันกระบี่ปรากฏขึ้นในมือ!

จ้านจุนตกตะลึงเล็กน้อย “พี่เยี่ยเป็นผู้ฝึกวิชากระบี่หรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า

จ้านจุนกำลังจะพูดต่อ ในขณะนั้น สัตว์อสูรดุร้ายกระโจนออกมา เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของเยี่ยฉวนและจ้านจุนเปลี่ยนไปแล้วรีบหันหลังหนี

ตูม!

สัตว์อสูรร้ายตัวนั้นลงเทียบพื้น ตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ทรุดตัวลงทันที ในขณะเดียวกันกระบี่หลายเล่มก็ตัดผ่ามันไป

ฉ่า! ฉ่า! ฉ่า!

ลำแสงของกระบี่เหล่านั้นฉีกร่างเจ้าสัตว์อสูรร้ายในบัดดล เลือดกระเซ็นไปทั่วทุกแห่งที่ตกถึง!

เยี่ยฉวนที่กำลังจะสู้ต่อ ในเวลานี้ สัตว์อสูรร้ายที่อยู่ข้างๆ ฟาดอุ้งมือลงมาอย่างกะทันหัน ราวกับว่าผืนฟ้าทำท่าจะตกลงมา รอบด้านมืดดำไปทันที!

จ้านจุนที่อยู่ข้างๆ กระทืบเท้าขวาอย่างรุนแรง จนทั้งร่างลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า เขาต่อยเข้าไปที่ฝ่ามือของสัตว์อสูรยักษ์

ตู้ม!

สัตว์อสูรยักษ์ล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง จ้านจุนมุ่งลงพื้นไปทันทีแล้วทุบพื้นจนเกิดหลุมลึกมโหฬาร!

ทางด้านขวา เจ้าสัตว์อสูรอีกตัวพุ่งเข้าหาทันที ทุกครั้งที่สัตว์อสูรตัวนี้ร่อนลง……พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงน่าเกรงกลัวเป็นอย่างมาก!

จ้านจุนพูดขึ้นทันทีว่า “เด็กน้อยสองตน อายุมากกว่าหนึ่งตน ท่านต้องการต่อสู้กับผู้ใด?”

เยี่ยฉวนมองดูสัตว์อสูรที่ดุร้ายเบื้องหน้าเขา “ปล่อยให้ข้าจัดการ!”

หลังจากนั้นเขาก็หายตัวไป ในเวลาต่อมา กระบี่พลังชี่หลายเล่มฟาดฟันสัตว์อสูรร้ายนี้จนเลือดไหลออกเอ่อล้น

เนื่องจากกระบี่บินของเยี่ยฉวนนั้นเร็วมาก เจ้าสัตว์อสูรร้ายต้านไม่อยู่เลย ดังนั้นจึงเลิกป้องกันแล้วตบเยี่ยฉวนกลางอากาศด้วยพลังอันรุนแรง หลังจากนั้นพื้นที่โดยรอบสั่นสะท้านราวกับจะแตกออก!

เมื่อเห็นภาพนี้ ท่าทีของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ได้ฝืนบังคับตนใดๆ เพราะต้านทานมันไว้ได้! เขาหลบออกอย่างไม่ลังเล หลีกเลี่ยงการโจมตีอันทรงพลังนี้ ในขณะเดียวกัน……ก้าวไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล ในทันทีทันใดนั้น กระบี่พลังชี่นับไม่ถ้วนฟาดฟันสัตว์อสูรร้ายตามจุดต่างๆ ชั่วขณะหนึ่ง เลือดซัดกระเซ็นไปทั่วทั้งตัวสัตว์อสูรร้าย

การสู้เยี่ยงกองโจร!

เยี่ยฉวนยังคงหลีกหนีอยู่กลางอากาศ และทุกครั้งที่หลบ กระบี่บินของชายหนุ่มฟาดฟันเข้าที่สัตว์อสูรร้ายตัวนั้นได้ ไม่นานนักเกิดบาดแผลหลายสิบจุดบนตัวสัตว์อสูรนั่น!

ประมาณหนึ่งเค่อต่อมา อยู่ๆ สัตว์อสูรร้ายส่งเสียงคำราม สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไป เขาคิดว่ามันคงเดือดดาล กำลังจะใช้วิชาพิเศษบางอย่างเป็นแน่ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะหลบ ในตอนนั้นเองที่สัตว์อสูรร้ายหันหลังและวิ่งหนีไป

สัตว์อสูรอีกสองตัวหันหลังกลับและวิ่งหนีไปเช่นกัน!

เยี่ยฉวนตกตะลึง เจ้าพวกนั้นเพิ่งหนีไปอย่างนั้นหรือ?

ข้างๆ เยี่ยฉวนมีจ้านจุนที่กำลังยิ้ม “กระบี่ของท่านทำลายแนวป้องกันของมันได้ คงสิ้นชีพเป็นแน่หากสู้ต่อไป! ถึงไม่ตายต้องบาดเจ็บสาหัสแน่นอน การอยู่ที่นี่……ยามที่บาดเจ็บสาหัสมีค่าเท่ากับตาย จึงเลือกหนีไปโดยเร็ว…”

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกะทันหัน ทันใดนั้น ลำแสงสีทองปรากฏขึ้นเหนือคนทั้งสอง ในเวลาต่อมา ลำแสงสีทองเข้าห่อหุ้มเยี่ยฉวนทันที!

ในไม่ช้า บนท้องฟ้าอันไกลโพ้น สุญญากาศสั่นสะท้านราวกับมีบางอย่างกำลังทะยานเข้ามา

สีหน้าของเยี่ยฉวนมืดหม่นลง “น้องจ้าน! เจ้าไปก่อน!”

ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ เงาทั้งสี่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าตน

ทั้งหมดนี้อยู่เหนือขั้นศักดิ์สิทธิ์!

ยามที่รับรู้สิ่งนี้ สีหน้าของจ้านจุนเปลี่ยนไปเช่นกัน “พี่เยี่ย พวกเขาคือผู้ใด?”

เยี่ยฉวนกล่าวว่า “ศัตรูของข้า โปรดไปเสียก่อน!”

จ้านจุนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “พี่เยี่ย ท่านคิดว่าพวกเขาจะปล่อยข้าไปหรือ?”

เยี่ยฉวนยิ้มอย่างขมขื่น “ข้าขออภัยที่ลากเจ้ามามีส่วน!”

อยู่ๆ จ้านจุนหยิบเอาเครื่องมือเวทออกมา ครู่ต่อมา สิ่งนั้นแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีทอง พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที

เยี่ยฉวนงงงวย “นั่นคือสิ่งใด?”

จ้านจุนกล่าวว่า “เพื่อขอความช่วยเหลือ!”

เยี่ยฉวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ได้โปรดไปเอ่ยขอความช่วยเหลือมา… ไม่เช่นนั้น……ข้าไม่รอดแน่!”

จ้านจุน “…”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!