บทที่ 819 : ทุกคนตายเรียบ! (ต้น)
ลงมือพร้อมกัน!
คำพูดประโยคนั้น ทำให้ทั่วบริเวณเงียบเสียงไปทันที!
ยโสโอหัง!
คนที่ได้ยินยอมรับว่า วาจาของโม่เยี่ยแสดงออกถึงความโอหังเป็นที่สุด!
คนหลังกำแพงใหญ่จางเถี่ยนมีหรือจะทนรับสภาพไหว?
ทันใดนั้น ปรากฏว่าคนผู้หนึ่งทะยานวูบออกมานอกกำแพงใหญ่จางเถี่ยน ทว่าในเวลานั้นเอง โม่เยี่ยหายวับไปจากสถานที่ เมื่อกลับมาอีกครั้งได้ใช้มือคว้าขยุ้มเข้าที่บริเวณคอหอยของคนผู้นั้นทันที!
ขณะที่สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องอยู่นั่นเอง โม่เยี่ยถ่ายพลังเข้าสู่มือข้างขวาเพียงเล็กน้อย
แคว่ก!
ศีรษะของอีกฝ่ายขาดหลุดจากบ่าสะบั้น!
เหตุการณ์ที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา ทำให้ต่างคนบนกำแพงใหญ่จางเถี่ยนสีหน้าเคร่งเครียด
กาลสังหาร!
เขาสังหารคู่ต่อสู้ด้วยทักษะกาลสังหาร!
ขณะนั้นโม่เยี่ยเหวี่ยงศีรษะในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันมาพูดกับทุกคน “คนต่อไป!”
บนกำแพงใหญ่จางเถี่ยน จ้านจุนรวมทั้งคนอื่นหันไปมองดูอีกด้านหนึ่ง ที่นั่นยังมีการประมือกันระหว่างโจวเซิงเซิงกับคู่ต่อสู้ซึ่งมาจากต่างดินแดน เท่าที่สังเกตเห็นทั้งสองฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะมีใครแพ้หรือชนะแต่อย่างใด
ขณะนั้นชายหัวโล้นขยับจะลงไปด้านล่าง ทว่าจ้านจุนแสดงท่ายับยั้งเอาไว้เสียก่อน
จ้านจุนมองหน้าอีกฝ่ายพลางสั่นศีรษะ “อย่าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเลย!”
เสียงชายหัวโล้นถอนใจหนัก “ไม่มีใครออกไปสิจะยิ่งน่ากลัวกว่าความตาย”
พูดจบกระโจนผลุงลงจากขอบกำแพงสูงทันที ทว่าทันใดนั้น ปรากฏเงาประหลาดพุ่งวาบลงมาจากท้องฟ้า!
เมื่อเห็นผู้ที่ปรากฏแก่สายตา แววตาของทุกคนในที่นั้นทั้งประหลาดใจระคนตื่นเต้น
พลันคนในชุดขาวล้วนออกมาประจันหน้ากับโม่เยี่ย
บุรุษชุดขาวในวัยราวยี่สิบเศษ ชุดที่สวมใส่สีขาวสะอาดสะอ้านไร้มลทินพร้อมในมือถือทวนสีเงินด้ามยาว ที่สุดปลายทวนส่องแสงแวววาวสีเงินยวงเย็นยะเยือก
เซวี่ยไป่อี้!
ผู้ที่ตามมาข้างหลังของเซวี่ยไป่อี้เป็นบุรุษอีกคน เขาผู้นี้สวมผ้าคลุมสีดำสนิทปักดิ้นไหมทองระยิบระยับ มีพัดพับสีดำถืออยู่ในมือ ขณะที่มุมปากปรากฏรอยยิ้มแฝงความชั่วร้าย
พลันโม่เยี่ยมองไปยังเซวี่ยไป่อี้พลางพูดกับอีกฝ่ายว่า “ข้าคอยเจ้ามานานแล้ว”
เซวี่ยไป่อี้ชำเลืองมองคนพูด “ได้ยินว่าเจ้าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งสำนักแมวดำ!”
โม่เยี่ยเหยียดมุมปาก “ชื่อเสียงเป็นแค่เรื่องฉาบฉวย!”
ฝ่ายตรงกันข้ามขัดว่า “ข้าหวังว่าฝีมือเจ้าจะไม่ฉาบฉวยไปด้วย!”
ว่าแล้วคนพูดทะยานเข้าใส่พร้อมกับผลักทวนยาวออกไป
ทวนยาวเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจความเร็วแสง จนแทบมองด้วยตาเปล่าไม่ทันเห็น!
กระนั้นก็ตาม พลันสีหน้าเซวี่ยไป่อี้วูบเปลี่ยนทันที
ด้วยพบว่าปลายทวนยาวหยุดสนิทด้วยสองนิ้วของมาเยี่ยจับยึดเอาไว้อย่างแน่นหนา!
ขณะนั้นทุกคนจ้องเขม็งไปที่โม่เยี่ย
แม้แต่รอยยิ้มน่ากลัวของชายสวมผ้าคลุมปักดิ้นไหมด้านหลังเซวี่ยอี้ยังเลือนหายไปจากใบหน้าด้วยเช่นกัน!
คนตรงข้าม โม่เยี่ยแสยะมุมปากออกวาจาเย้ยหยัน “ถ้าทวนเจ้าเร็วได้แค่นี้ ข้าผิดหวังนัก”
หลังจากนั้น นิ้วมือทั้งสองมีอาการสั่นเบาๆ
เปรี้ยง!
ลำทวนสะท้านสะเทือนหนักหน่วง พร้อมกันนั้นพลังแข็งแกร่งชนิดหนึ่งพุ่งวาบเข้าหาเซวี่ยไป่อี้
ซึ่งฝ่ายยังคงสีหน้าสงบราบเรียบไม่แปรเปลี่ยน เขาดึงมือเข้าหาตัวก่อนจะใช้ฝ่ามือกดส่วนปลายทวน จากนั้นผลักออกทวนกระแทกตรงไปข้างหน้าทันที
ตูม!
พลังแกร่งกล้าสองพลังที่ปะทะกันพลันระเบิดใส่อีกฝ่าย ขณะนั้นเซวี่ยไป่อี้เอนตัวไปด้านข้างเพื่อหลบเลี่ยง พลันกำปั้นหนึ่งพุ่งเข้ามาตรงหน้า เมื่อเขาทำท่าจะออกต้านทานนั้นเอง โม่เยี่ยคลายฝ่ามือที่กำหมัดออก ก่อนฟาดฝ่ามือข้างเดียวกันออกไปด้านข้าง
ตูม!
พื้นที่ว่างในรัศมีหลายสิบจั้งบังเกิดแรงสั่นสะเทือน
เมื่อช่องอากาศหยุดสะเทือน ร่างเซวี่ยไป่อี้ได้ปรากฏในที่ห่างไปไกลกว่าสามร้อยจั้งเสียแล้ว!
ยามนี้คนที่จับตาดูอยู่ถึงกับอึ้งระคนทึ่งจัด
เสียงคนที่อยู่บนกำแพง เหลียนว่านลี่เหลือบสายตามองไปยังโม่เยี่ยพลางกล่าวดุจรำพึงกับตนเองว่า “เขาเป็นคนที่มีพลังร้ายกาจมาก!”
“ถูกต้อง!”
เสียงตอบดังมาจากด้านข้าง เป็นเสียงของเยี่ยฉวนนั่นเอง
เหลียนว่านลี่หันขวับไปมองพลางเอ่ยถาม “เจ้าหายดีแล้วหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้าหงึก “เกือบแล้ว!”
อีกฝ่ายพยักหน้าทำนองรับทราบก่อนจะเบือนหน้าไปมองโม่เยี่ยด้านล่าง “ชายคนนี้พละกำลังแกร่งกล้าล้ำลึกนัก!”
ชายหนุ่มพยักหน้าแต่ไม่พูดอะไร
แม้ว่าก่อนหน้าตน จะไม่มีโอกาสประมือกับโม่เยี่ย แต่รับรู้ได้ว่าคนผู้นั้นมีความแกร่งกล้าแข็งแกร่งเป็นเลิศ!
ถ้าโม่เยี่ยไม่ใช่คนแข็งแกร่งอย่างนั้น จั่วชิงรวมทั้งคนอื่นคงไม่ติดตามเขาอย่างนี้
ยิ่งได้เห็นพลังปะทะของฝ่ายนั้น เยี่ยฉวนยังอดรู้สึกตกใจไม่ได้ ด้วยการผลักออกพลังของโม่เยี่ยแต่ละครั้ง มีความแปลกประหลาดอยู่ในที ซึ่งคล้ายคลึงกับของอากุ้ย ดูเหมือนเขาจะรู้ทันการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างดี!
ยิ่วกว่านั้นความรวดเร็วนับว่าเป็นเลิศ!
ทันใดนั้นมีเสียงถามของเหลียนว่านลี่ดังขึ้นว่า “ถ้าเป็นเจ้าคิดว่าจะมีโอกาสเอาชนะได้ไหม?”
เยี่ยฉวนตอบว่า “ข้าเชื่อว่าได้!”
หญิงสาวเหลือบมองคนยืนข้าง ซึ่งขณะนั้น เยี่ยฉวนก้มลงมองคนที่อยู่ด้านล่าง ก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงเบา “ถ้าข้าปล่อยให้อะไรบางอย่างที่ชั้นห้าออกมาล่ะก็……มีหวังทุกคนตายเรียบ!”
เหลียนว่านลี่ “……”
ตอนนั้นเอง มีเสียงของสุนัขอสูรดังก้องขึ้นในหัวของเยี่ยฉวนทันที “นี่น้องชาย คิดว่าอะไรบางอย่างบนชั้นที่ห้าเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้า……งั้นหรือ?”
ชายหนุ่มเม้มปากแน่น “……”
บริเวณด้านล่าง ขณะที่โม่เยี่ยเดินย่างสามขุมเข้าหาเซวี่ยไป่อี้ เขามีท่าทีใจเย็น ปราศจากกระแสพลังแผ่กระจายวูบวาบ
เซวี่ยไป่อี้เขม้นมองโม่เยี่ยด้วยแววตาเยือกเย็น ขณะที่มือกำด้ามทวนยาวเกร็งแน่น
เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้ามาถึงระยะห่างกันราวสามสิบจั้ง พลันเซวี่ยไป่อี้เสือกด้ามทวนในมือแทงออกไปตรงๆ อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเพียงชั่วพริบตาภาพที่ปรากฏแก่สายตาบังเกิด ‘เซวี่ยไป่อี้’ ขึ้นมานับร้อยร่างในเวลาเดียวกัน!
และ ‘เซวี่ยไปอี้’ เหล่านี้เคลื่อนไหวท่าทางเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเวลานั้นร่างที่ว่าพากันพุ่งแทงโม่เยี่ยโดยพร้อมกัน ด้วยทวนยาวในมือ!
เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ สีหน้าของเยี่ยฉวนบ่งชัดว่าออกรู้สึกทึ่งปนอึ้งไม่น้อยเลยทีเดียว!
รับรู้ได้ว่าแม้แต่ตัวของตัวเองยังไม่สามารถบอกได้ว่าร่างอวตารพวกนี้ ร่างไหนตัวจริง ร่างไหนปลอม!
เบื้องล่าง โม่เยี่ยค่อยหลับตาลงแล้วออกการเคลื่อนไหว
ท่ามกลางสายตาของผู้พบเห็น เขาเริ่มขยับกำมือพร้อมส่งหมัดพุ่งออกไปทว่าภาพที่ปรากฏช่างดูน่าประหลาดนัก!
คนที่อยู่เบื้องหน้าโม่เยี่ย ขณะนั้นเงาของเซวี่ยไป่อี้ทยอยเลือนหายไปทีละร่างๆ กระทั่งผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชา เงาที่อยู่รอบตัวเซวี่ยไป่อี้เลือนหายไปจนสิ้น



