บทที่ 820 : ทุกคนตายเรียบ! (ปลาย)
เสียงคนบนกำแพง เหลียนว่านลี่เปรยแผ่วเบา “น่าสนใจ”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ในโลกนี้ยังมียอดฝีมืออยู่อีกมากนัก!”
เมื่อก่อนเขาคิดว่าตัวเองเป็นยอดฝีมือที่น่าพิศวงงงงวย คนที่รุ่นราวคราวเดียวกันที่แกร่งกล้าสามารถมีขั้นพลังเท่ากัน น้อยคนนักที่ต่อสู้ขับเคี่ยวกับตนเอง!
ทว่า ณ เวลานี้ ประจักษ์ชัดแล้วว่าตนเองคิดผิดมาตลอด เพียงแค่ไม่เคยเผชิญหน้าปะทะกับคนที่มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าจริงๆ เท่านั้น
คนที่เหนือกว่าเขามีอยู่ทั่วไป!
ที่ด้านล่าง โม่เยี่ยเขม้นมองเซวี่ยไป่อี้ด้วยสายตาแน่วนิ่ง ซึ่งตอนนั้นอีกฝ่ายอยู่ไม่ไกลนัก พลางส่ายหน้าเล็กน้อย “ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ ที่ไม่เอาไหน ฝักใฝ่แต่ความว่างเปล่ากับสิ่งจอมปลอม”
พลันคนพูดวูบหายไปจากสายตา ด้วยความรวดเร็วทำให้หลายคนเกือบมองไม่เห็นร่างนั้นได้อย่างชัดเจน!
ฟากตรงข้าม สีหน้าของเซวี่ยไป่อี้แปรเปลี่ยนกะทันหัน มือขยับด้ามทวนแน่นเข้าพร้อมพุ่งแทงกระทุ้งตรงออกไปอย่างแรง
ทวนยาวประดุจร่างมังกรทะยาน เห็นเพียงแสงเจิดจ้าวาบผ่านไปในช่องอากาศ!
ขณะนั้นเองโม่เยี่ยส่งหมัดกระแทกใส่ปลายทวนของเซวี่ยไป่อี้
ตูม!
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ร่างเซวี่ยไป่อี้โดนพลังหนักหน่วงผลักดันจนร่นถอยอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถอยกรูดเข้าประชิดกำแพงใหญ่จางเถี่ยน
ภาพที่ปรากฏทำให้บริเวณโดยรอบพากันนิ่งงัน!
พลันเสียงพูดดังมาจากบนอากาศ ชายชราคนตรงข้ามเว่ยหยางเทียนกล่าวกับอีกฝ่าย “ท่านเจ้าสำนักเว่ยหยาง เห็นหรือยังว่าโม่เยี่ยแข็งแกร่งแค่ไหน?”
เว่ยหยางเทียนเหลือบมองคนข้างล่างที่ถูกกล่าวถึง “ไม่เลว!”
ชายชราหลังโก่งบิดมุมปากยิ้ม “นับว่าเป็นเกียรตินักที่ได้รับการยอมรับจากเจ้า”
สตรีไม่ตอบว่ากระไร นางหลับตาลงช้าๆ
การประลองระหว่างสำนักแมวดำและดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางมิได้เป็นการประลองระหว่างคนอาวุโส ทว่าเป็นการประลองระหว่างคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ด้วย คนรุ่นใหม่ของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางมีฝีมือไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าคนรุ่นใหม่ของสำนักแมวดำเลย!
อย่างไรก็ตาม ณ เวลานั้น การที่โม่เยี่ยอุบัติขึ้น กลายเป็นพลิกโอกาสให้กลับมา
ใครจะพิชิตเขาได้?
ด้านล่าง โม่เยี่ยเดินไปหาเซวี่ยไป่อี้อย่างช้าๆ ซึ่งขณะนั้นอยู่ไม่ไกลนักมีทีท่าสงบเยือกเย็น
ฟากตรงข้ามไม่ไกลนัก เซวี่ยไป่อี้ยืนนิ่งในมือข้างขวาจับกระชับทวนด้ามยาว
ต่อมาจู่ๆ โม่เยี่ยหยุดกึก เซวี่ยไป่อี้ขยับตัวพร้อมกดปลายเท้าลงบนพื้นเบาๆ ฉับพลันร่างแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีดำก่อนจะพุ่งออกไปทันที
จากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัสปลายทวนพลันแตกแหลกละเอียด
คนที่อยู่ตรงข้าม โม่เยี่ยยื่นมือข้างขวาทำท่ากางฝ่ามือคว้าออกไปในอากาศ “ขย้ำ!”
ต่อจากนั้น
ตูม!
ชั้นอากาศในรัศมีหลายสิบจั้งสั่นคลอนอย่างรุนแรง ฉับพลันอากาศในพื้นที่ว่าง เกิดการควบแน่นเข้าก่อนจะค่อยๆ เข้ามาทับซ้อนกันทีละชั้นๆ ในทันทีนั้นเอง โลกและพื้นปฐพีกลับกลายบิดเบือนจนพร่าเลือน
เซวี่ยไป่อี้ชะงักนิ่งด้วยพลังมหาศาลของช่องอากาศกดดัน ทำให้เขาจำต้องหยุดลงอย่างกะทันหัน ระหว่างเขากับโม่เยี่ยอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่จั้ง ขณะนั้นปลายทวนยาวของตนอีกเพียงครึ่งชุ่นเท่านั้นจะถึงตัวโม่เยี่ยแล้ว!
เซวี่ยไป่อี้เปล่งเสียงดังฮึ่มผ่านลำคอ พร้อมกับบิดหมุนทวนยาวควงสว่านในแนวนอนขนานไปกับพื้นอย่างเร่งรีบ
ตูม!
ช่องอากาศโดยรอบสั่นสะท้านสะเทือนรุนแรงยิ่งนัก พื้นที่ว่างเปล่ารอบข้างเริ่มปริแตกแยกออกจากกัน!
โม่เยี่ยจ้องมองเซวี่ยไป่อี้ด้วยสายตาแน่วนิ่ง ทว่าฝ่ายตรงข้ามดูทำท่าราวกับจะออกปะทะมาอีกครา
ทันใดนั้น เซวี่ยไป่อี้กระโจนขึ้นบนพุ่งทวนจากที่สูงเข้าหาโม่เยี่ยซึ่งอยู่ข้างล่าง
ฝ่ายหลังไม่มีทีท่าจะหลบหลีก กลับปล่อยให้ทวนเซวี่ยไป่อี้ฟาดใส่ตนตรงๆ
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ฉับพลันศีรษะโม่เยี่ยปะทะเข้ากับทวนที่ฟาดลงมาอย่างแรง
ตูม!
ชั้นอากาศในบริเวณหวั่นไหวสั่นคลอน ขณะที่โม่เยี่ยไม่สะดุ้งสะเทือน ถึงกระนั้นทวนยาวของเซวี่ยไป่อี้เกิดรอยร้าวไปทั่ว
ภาพที่ปรากฏทุกคนต่างมองดูด้วยความสับสนสีหน้าเคร่งขรึมคล้ำลง
นี่มันอะไรกัน?
ฝั่งเซวี่ยไป่อี้มองดูด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เขาจะไม่เชื่อหากไม่ได้เห็นกับตา
โม่เยี่ยยืนหยัดรับพลังฟาดที่กระหน่ำได้หน้าตาเฉย!
เป็นไปได้อย่างไร?
ยามนี้เซวี่ยไป่อี้จ้องมองอีกฝ่ายไม่ให้คลาดสายตา
สรรพเสียงรอบด้านพลอยนิ่งงันไปในทันที!
คนที่อยู่บนของกำแพงใหญ่จางเทียนเงียบนิ่งด้วยเช่นเดียวกัน
บนท้องฟ้าสูงขึ้นไป เสียงพึมพำแผ่วผ่านริมฝีปากของเว่ยหยางเทียน “วิชาอุบัติฟ้าดิน!”
ขณะนั้น ผู้ที่อยู่ฟากตรงข้าม ชายชราหลังโก่งบิดมุมปากยิ้มหยัน “ท่านเจ้าสำนักเว่ยหยางสายตาแหลมคมเช่นเคย!”
เว่ยหยางเทียนไม่โต้ตอบยังคงจับตามองทางเบื้องล่าง ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความคิด
บนกำแพงใหญ่จางเถี่ยน เสียงเจ้าหุนดังขึ้นในหัวเยี่ยฉวนอย่างร้อนใจ “นายท่าน ระวังนะเขาใช้พลังอุบัติฟ้าดิน!”
เยี่ยฉวนนิ่วหน้าด้วยความข้องใจ “พลังที่ว่ามันคืออะไรกันแน่?”
อาหุนจึงไขข้อข้องใจให้ว่า “การฝึกบ่มเพาะพลังชี่ตนเอง โดยใช้อำนาจแห่งฟ้าดิน……แม้แต่คนพลังขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิตยังต้องวอนขอให้ตื่นจากการหลับใหล! หลายชั่วชีวิตไม่สามารถฝึกฝนวิชาอุบัติฟ้าดินให้สัมฤทธิผล……ชายคนที่อยู่ข้างล่างมีพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น ทว่าฝึกฝนสำเร็จ ถ้าเทียบกันระหว่างยอดฝีมือที่มีพลังขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิตเท่าเทียมกันน่าจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้ไร้เทียมทานที่สุด”
ถึงตอนนี้เสียงของเจ้าหุนชะงักไปเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อไปว่า “นายท่าน น่าแปลกมากที่คนพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างเขากลับสำเร็จวิชาอุบัติฟ้าดิน”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “นั่นสินะ”
การปะทะที่ด้านล่าง โม่เยี่ยเดินย่างสามขุมตรงไปยังเซวี่ยไป่อี้ ขณะเดียวกัน เซวี่ยไป่อี้เขม้นมองฝ่ายตรงข้ามสายตาแน่วแน่ มือข้างขวาขยับจับด้ามทวนเกร็งแน่น พลันทวนยาวเสมือนรับรู้ความรู้สึกตึงเครียดของเจ้า จึงเริ่มสั่นทีละน้อยจนรุนแรงขึ้น
โม่เยี่ยสีหน้าเยือกเย็น เดินตรงเข้าหาเซวี่ยไป่อี้ด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ พลันฝ่ายหลังผลักทวนในมือแทงเสือกออกไป
ทันใดนั้นเมื่อทวนฟากออกไป พาให้ทั้งสวรรค์และปฐพีสีสันแปรเปลี่ยน!
ความแข็งแกร่งที่แท้จริง!
แม้กระทั่งยอดฝีมือพลังขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิต ยังยากที่จะต้านทานพลังปะทะรุนแรงนี้ได้
ในตอนนั้นเอง โม่เยี่ยยื่นมือข้างขวาขยุ้มออกไป ทันใดนั้นประหนึ่งเขาได้ฉวยเอาสวรรค์และปฐพีไว้ในอุ้งมือ พลันชั้นอากาศรอบข้างกลับกลายเป็นพร่าเลือน ครู่ต่อมา ขยุ้มมือกำหมัดก่อนกระแทกออกไปอย่างรวดเร็ว
ตูม!
ท่ามกลางสายตาของทุคนในที่จับจ้องมองดู ทวนยาวของเซวี่ยไป่อี้ระเบิดออกเป็นเสี่ยง ขณะเดียวกัน ร่างของคนถูกซัดจนกระเด็นไปไกล จนกระแทกเข้ากับผนังกำแพงใหญ่จางเถี่ยนอย่างแรง
โอ้ สวรรค์!
เขากระอักออกมาเป็นโลหิตสดค่อยๆ ไหลรินออกจากมุมปาก!
โม่เยี่ยเดินตรงไปยังเชิงกำแพงเมือง ไม่มีทีท่าจะจู่โจมเซวี่ยไป่อี้ ทว่าเงยหน้ามองตรงไปที่เยี่ยฉวน ซึ่งขณะนั้นอยู่บนกำแพง “ลงมา”
สายตาทุกคู่เลื่อนไปจับจ้องที่เยี่ยฉวนเป็นตาเดียว



