บทที่ 844 : ออกมาสิ มาตีข้าให้น่วม! (ปลาย)
เยี่ยฉวนเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งปรากฏตาข่ายดวงดาวอยู่ที่นั่น นิ่งเงียบกันไปครู่หนึ่งพลันชายหนุ่มบิดมุมปากยิ้ม “ข้าไม่ชอบความรู้สึกเวลาที่รู้ตัวว่าต้องตายเลย!”
ว่าแล้วผู้พูดมองเลยไปที่เหลียนว่านลี่ “ทำอย่างไรดี?”
เหลียนว่านลี่ยิ้มน้อยๆ “ข้ากำลังนึกอยู่!”
ฉับพลันต่อมาเยี่ยฉวนกลายเป็นแสงกระบี่แล้วพุ่งขึ้นสูงไป ต่อมาเหลียนว่านลี่ทะยานตามออกไปติดๆ
ไม่นานนักเยี่ยฉวนได้ไปถึงยังบริเวณตาข่ายดวงดาว ทันใดนั้นมีชายชราผู้หนึ่งเข้ามาปรากฏตัวขวางอยู่เบื้องหน้า คนผู้นั้นคือเหยี่ยนเสิง หนึ่งในกลุ่มยอดฝีมือต๋าหม่อนั่นเอง
ขณะที่เหยี่ยนเสิงจ้องมองเยี่ยฉวนพร้อมกับทำท่าราวกับจะพูดอะไรด้วยสักอย่าง พลันใบหน้าแปรเปลี่ยนไปทันทีพร้อมประกบฝ่ามือทั้งสองเข้าหากัน ฉับพลันปรากฏเปลวเพลิงแผ่วาบออกมาจากนอกร่างกาย ในเวลาเดียวกันกายเขาถูกพลังอำนาจเข้าปะทะจนผงะหงายไปอีกข้างอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปสองสามอึดใจต่อมา เหยี่ยนเสิงปรากฏทางด้านขวาไกลออกไปกว่าร้อยจั้ง ในตอนนั้นแขนทั้งสองข้างขาดด้วนไปเสียแล้ว!
ณ บริเวณที่เขาหยุดนิ่ง ที่ปากแผลตรงแขนทั้งสองปรากฏโลหิตแดงฉานไหลโกรกกระทั่งหยดลงไปบนพื้น!
เหยี่ยนเสิงจ้องเขม็งไปยังเยี่ยฉวนด้วยสายตาเคร่งเครียดระคนหวาดกลัวอย่างชัดเจน สัญชาตญาณเตือนภยันตรายที่ปรากฏต่อหน้า! อย่างไรก็ตามเขาไม่ทันเห็นตอนที่เยี่ยฉวนชักกระบี่เลยด้วยซ้ำ!
อีกอย่างหนึ่งไม่ทันเห็นเสียด้วยซ้ำว่ากระบี่หายไปอย่างไร!
กระบี่เสมือนภูตผีปีศาจ!
ถ้าเขาหลบหลีกช้ากว่านี้อีกนิด……คงสิ้นท่าไปแล้ว!
สายตาของเหยี่ยนเสิงที่มองเยี่ยฉวนแฝงความหวาดกลัวฉายชัด!
พลังความแข็งแกร่งของเยี่ยฉวนกลายเป็นน่าหวาดกลัวเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
เยี่ยฉวนนิ่งมองเหยี่ยนเสิง พลันสีหน้าของฝ่ายหลังกลายเป็นซีดเผือดพร้อมกับขยับถอยไปไกลหลายร้อยจั้งอีกครั้ง
ขณะที่เยี่ยฉวนรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ ครู่หนึ่งเขาอยากลงมือสังหารคนตรงหน้าอย่างกะทันหัน โชคไม่ดีนักที่ฝ่ายนั้นแกร่งกล้าอีกทั้งปฏิกิริยาตอบโต้รวดเร็ว แม้ว่าชายหนุ่มจะเปิดฉากจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัว ยังอุตส่าห์หลบหลีกไปจนได้!
ทว่ายังเคราะห์ดีที่ตัดแขนอีกฝ่ายจนขาดทั้งสองข้าง!
เยี่ยฉวนเดินตรงเข้าหาเหยี่ยนเสิง ฉับพลันต่อมาชายชราสวมผ้าคลุมสีแดงสองคนปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังของฝ่ายหลัง!
ยอดฝีมือต๋าหม่อสองคน!
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงชะงักหยุดพร้อมพูดกับอีกฝ่ายว่า “เข้ามา มาสู้กันตัวต่อตัว!”
เหยี่ยนเสิงเขม้นตามองคนตรงข้าม “เยี่ยฉวน ต้องยอมรับว่าทำให้ข้าแปลกใจมากทีเดียว ท่าทางคงจะไม่รู้ว่า……ยิ่งเป็นอัจฉริยะยอดฝีมือมากเท่าไร พวกเรายิ่งอยากเห็นเจ้าตายมากเท่านั้น!”
เยี่ยฉวนส่ายหน้า “ถ้าข้าไม่ใช่อัจฉริยะ พวกเจ้าจะยอมปล่อยไปงั้นหรือ? เพ้อเจ้อไร้สาระ!”
ว่าแล้วเขาใช้กระบี่ชี้หน้าชายชราคนตรงกันข้าม “ตัวต่อตัว! ถ้าเจ้าเป็นลูกผู้ชาย มาสู้กันตัวต่อตัว!”
เหยี่ยนเสิงแสยะปากทำนองหยามหยัน “ตัวต่อตัว? เหอะ……เจ้ามันไร้เดียงสาสิ้นดี! ฆ่ามัน!”
จากนั้นทั้งสองคนเริ่มสำแดงยันต์ผนึกเวท พึมพำท่องบ่นอาคมอย่างรีบเร่ง ณ ขณะนั้น เบื้องหน้าชายชราทั้งคู่ปรากฏกระบี่สองเล่ม เล่มหนึ่งสีดำ ส่วนอีกเล่มสีขาวโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงแต่อย่างใด!
เมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าของยอดฝีมือต๋าหม่อพลันเปลี่ยนไปทันที ช่วงที่จวนตัวทำให้ทั้งสองไม่มีเวลารวบรวมสมาธิท่องคาถาได้อีกต่อไป จึงหมุนตัวกลับเพื่อหลบหนี!
ขณะที่เยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ได้หายวับไปจากสถานที่
ห่างไปไม่เท่าไร เหยี่ยนเสิงซึ่งเป็นผู้อาวุโสพลันหน้าเสียทันที เพราะเป้าหมายของเยี่ยฉวนคือตนเอง
ทันใดนั้นโดยไม่ลังเล เหยี่ยนเสิงกดปลายเท้าขวาลงบนพื้น
ฉ่าาาา!
ร่างเหยี่ยนเสิงหายวูบไปจากสถานที่ เมื่อกลับมาอีกครั้งปรากฏตัวที่ด้านหลังตาข่ายดวงดาว ทว่าในตอนนั้นเยี่ยฉวนหมุนตัวหันขวับพร้อมฟาดกระบี่ใส่ยอดฝีมือต๋าหม่อคนหนึ่ง!
ยอดฝีมือต๋าหม่อผู้นั้นกำลังใช้ยันต์ผนึกเวทตั้งท่าร่ายคาถา พลันจู่ๆ กระบี่สองเล่มปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาอีกครั้งและในครั้งนี้กระบี่ฟาดฉับลงมาตรงหน้า!
ยามนั้นยอดฝีมือต๋าหม่อหน้าเผือดสี ไม่กล้ามัวแต่ท่องคาถาอีกต่อไป จึงรีบถอยห่างกระถดหนีอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นกระบี่เหมือนตัวหนอนแข็งทื่อไล่จี้ตามหลังไปอย่างกระชั้นชิด พวกมันเคลื่อนที่รวดเร็วไม่ปล่อยจังหวะให้คนหยุดร่ายคาถาได้เลย
จังหวะนั้นยอดฝีมือต๋าหม่อกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ สาเหตุเป็นเพราะกระบี่ที่มีความรวดเร็วอย่างน่าพิศวงของเยี่ยฉวน หากประมาทเพียงนิดเดียว กระบี่อาจพุ่งทะลุหน้าอกได้ทันที เขาจึงหยุดใช้ทักษะเร้นลับไม่ได้!
ยอดฝีมือต๋าหม่อถอยหนีไปจนสุดทางที่ตาข่ายดวงดาว อย่างไรก็ตามเมื่อเขาไปถึงตาข่ายดวงดาว ไม่นานมีเสียงร้องโหยหวนฟังน่าหดหู่ดังแว่วออกมาภายนอก!
เหยี่ยนเสิงและยอดฝีมือต๋าหม่อพากันหันไปมองภายนอกพร้อมกัน พลันปรากฏศีรษะโชกเลือดของใครบางคนหล่นลงมาจากท้องฟ้า!
เมื่อเห็นเช่นนั้นต่างมีสีหน้าหม่นเศร้าไปตามๆ กัน!
ฉับพลันนั้นเองจึงประจักษ์ว่าแท้จริงแล้วเป้าหมายของเยี่ยฉวนมิใช่ตนทั้งสอง ทว่าเป็นยอดฝีมือต๋าหม่อที่เหลียนว่านลี่กำลังรุกไล่กระทั่งจนตรอกต่างหาก!
ทั้งสองเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ปลิดชีพยอดฝีมือต๋าหม่อคนนั้นด้วยทักษะกาลสังหาร!
ห่างออกไปเสียงพูดจากคนที่ยืนข้างเยี่ยฉวน เหลียนว่านลี่บุ้ยปากไปทางศีรษะที่หล่นลงไปด้านล่าง “ถ้าพวกมันไม่ใช้วิชาเร้นลับ……คงไม่หนักหนานักหรอก!”
ชายหนุ่มฟังพลางพยักหน้าน้อยๆ
ณ เวลานี้พวกเขาได้พบอีกว่าถึงแม้กลุ่มยอดฝีมือต๋าหม่อเสมือนว่าแข็งแกร่งสักปานใด ย่อมมีจุดอ่อนที่ร้ายแรง ไม่อาจต่อสู้ในระยะประชิด ที่แน่ๆ ตราบใดที่ออกทักษะเร้นลับไม่ได้พลังจะอ่อนด้อยลงทันที!
ทว่าในชั้นต้นสิ่งที่มาก่อนคือกระบี่บินซึ่งความเร็วมากพอที่จะหยุดพวกเขาไว้ได้ เมื่อพวกเขาผลักดันออกมาพลังนั้นถึงขั้นทำลายล้างเลยทีเดียว!
เยี่ยฉวนเดินตรงไปยังตาข่ายดวงดาว ขณะเขม้นมองเหยี่ยนเสิงและคนที่เหลือ “ไม่อยากได้สมบัติล้ำค่ากันแล้วหรือไง? มาสิ!”
เหยี่ยนเสิงมองเขม็งมายังเยี่ยฉวน “เจ้ามันโอหังนัก”
ชายหนุ่มบิดมุมปากยิ้ม “ข้าโอหัง ออกมาสิ มาตีข้าให้น่วม!”
เหลียนว่านลี่ “……”
เหยี่ยยเสิงจ้องหน้าเยี่ยฉวน สีหน้าเคร่งเครียด “เข้ามา!”
เยี่ยฉวน “ออกมา!”
อึกฝ่ายกัดฟันพูดออกไป “ไหนว่าแข็งแกร่งนักไม่ใช่หรือ? เข้ามา!”
เยี่ยฉวนส่ายหน้าพลางยิ้มเป็นนัย ชายหนุ่มหันหลังกลับทันควัน ทว่าทันทีที่ชายหนุ่มหมุนตัวกลับหลังนั่นเอง พลันทำท่าก้มตัวลงกระแอมกระไอ ทว่าต่อจากนั้นกลับยืดตัวเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว!
เมื่อเห็นเช่นนั้นเหยี่ยนเสิงนิ่วหน้าเล็กน้อย พลันต่อมาราวกับฉุกคิดอะไรขึ้นได้สักอย่าง จึงรีบบอกคนอื่นว่า “สกัดเอาไว้! เขากำลังโดนผลข้างเคียงเล่นงาน!”
คนข้างหลังเหยี่ยนเสิงเห็นดังนั้น ยอดฝีมือต๋าหม่อรีบถลันพรวดออกไปข้างนอก เมื่อพวกเขาก้าวออกไปนอกเขตตาข่ายดวงดาว ด้านหลังจึงปรากฏกระบี่สองเล่มทะยานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ในขณะเดียวกันที่ด้านหน้ามีดาบโค้งชิงหลงออกขวางหน้า
ดวงตาทั้งสองของยอดฝีมือต๋าหม่อเบิกโพลง แววตาแสดงออกถึงความตระหนกตกใจ
รับรู้ทันทีว่าจุดจบมาถึงแล้ว!
ด้วยรับรู้ได้เดี๋ยวนั้นเองว่าเยี่ยฉวนไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแล้ว ตอนนี้แค่ทำให้แปลกใจหลงกล
เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ
ฉัวะ!
ศีรษะของยอดฝีมือต๋าหม่อที่เพิ่งโผล่ออกไป หลุดกระเด็นจากบ่าอย่างรวดเร็ว
เหยี่ยนเสิงขยับตัวทำท่าจะออกไปถึงกับชะงักงัน เยี่ยฉวนซึ่งจับตามองดูอยู่ไม่ไกล……ชายหนุ่มรีบเอามือกุมท้อง “โอ๊ย ข้าถูกอาการข้างเคียงเล่นงานเข้าให้แล้ว ทรมานเหลือเกิน! ทรมานจริงๆ! มาซัดข้าสิ!” เหยี่ยนเสิง “……”



