บทที่ 860 : ทั้งสองคน! (ต้น)
กฎแห่งเต๋า!
เยี่ยฉวนไปถึงยังชั้นที่สอง ที่นั่นมีเต๋าแห่งนิรมิตอยู่ในนั้น
ในบรรดากฎแห่งเต๋าทั้งหมดสามกฎ เขายังไม่เคยควบคุมเต๋าแห่งนิรมิต
เหตุผลที่เยี่ยฉวนไม่เคยแตะต้องเต๋าแห่งนิรมิตมาก่อนเป็นเพราะพลังยังไม่แข็งแกร่ง……ไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมเต๋าแห่งนิรมิตซึ่งมีผลครอบงำจิตใต้สำนึกของตัวเองได้ ทว่าบัดนี้เยี่ยฉวนนึกอยากทดลองดูสักครั้ง
ปัจจุบันพลังของเยี่ยฉวนแกร่งกล้าขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
ชายหนุ่มเดินตรงไปหาเต๋าแห่งนิรมิต พลันเต๋าแห่งนิรมิตสั่นสะท้านขึ้นมาทันที!
เมื่อเข้าไปใกล้เต๋าแห่งนิรมิตมากขึ้น ชายหนุ่มเงื้อกระบี่ขึ้นก่อนจะฟาดออกไป
ชริ้งงงง!
แสงกระบี่แปลบปลาบแหวกอากาศลงมา
เปรี๊ยะ!
ในบริเวณนั้นมีบางอย่างพังทลายลง
ขณะที่กระบี่ฟาดลงไป เยี่ยฉวนยืนอยู่ต่อหน้าเต๋าแห่งนิรมิตซึ่งไม่มีทีท่าว่าบุบสลายแต่อย่างใด
ตอนนั้นเองเยี่ยฉวนเงื้อกระบี่ฟาดลงไปอีกครั้ง…
ในครั้งนี้ชายหนุ่มฟาดกระบี่ออกไปเป็นสิบครั้งกว่าจะหยุดมือ!
นี่คือความฝัน
ตอนที่ชายหนุ่มตัดสินใจมาถึงที่นี่ เท่ากับได้พาตัวเองก้าวเข้าสู่ความฝันแล้ว อีกทั้งมิใช่ความฝันแค่ชั้นเดียวหากแต่เป็นความฝันซ้อนความฝันนับสิบชั้น!
แม้จะทำลายภาพฝันนั้นได้ เยี่ยฉวนอดหวั่นใจสั่นระริกไม่ได้!
น่าประหวั่นพรั่นพรึงเหลือเกิน!
ชายหนุ่มเคยเรียนรู้ความน่าสะพรึงกลัวของเต๋านิรมิต ด้วยสามารถสังหารคนในห้วงแห่งความฝันโดยที่เหยื่อไม่ทันแม้แต่จะอ้าปากส่งเสียงร้อง……
แม้ในขณะนี้ชายหนุ่มซึ่งมีสติครบถ้วน กลัวเหลือเกิน……ถ้าหากเผลอไผลไม่ทันระมัดระวัง จะติดกับเต๋านิรมิตเข้าได้!
ครู่ถัดมา เยี่ยฉวนยื่นมือขวาออกไปฉวยคว้ากฎเต๋านิรมิตที่อยู่ตรงหน้าให้อยู่หมัด!
ในที่สุด ตัดสินใจใช้กำลังบีบบังคับ เพื่อให้กฎเต๋ายินยอมแต่โดยดี!
สุดท้ายแล้ว วิธีที่จะเอาชนะอีกฝ่ายด้วยความสมัครใจดูท่าจะใช้ไม่ได้กับสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้
บีบบังคับ!
ชายหนุ่มพยายามจับคว้าอยู่หลายหน จากนั้น กฎเต๋านิรมิตเปลี่ยนสภาพเป็นลำแสง ก่อนพุ่งตรงเข้าสู่จุดกึ่งกลางแสกหน้าเยี่ยฉวน!
เยี่ยฉวนถึงกับผงะด้วยความตกใจ ทว่ากลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติแต่อย่างใด!
เกิดอะไรขึ้น?
ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางหันไปมองรอบๆ ตัว บรรยากาศโดยรอบสงบเยือกเย็น
พลังนิรมิตอีกแล้วหรือ?
เมื่อคิดดังนั้น ชายหนุ่มจึงดึงกระบี่ออกมาตวัดฟาดลงตรงหน้า
กระบี่โฉบผ่าน!
ชริ้งงง!
คลื่นพลังแห่งกระบี่สว่างวาบขึ้นในบริเวณ ทว่ากลับไม่มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม……ซึ่งคงมีแต่ความเงียบสงบเช่นเคย
เยี่ยฉวนทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้น ขณะทำจิตให้สงบนิ่ง หลังจากนั้นบังเกิดพลังปณิธานกระบี่แผ่กระจายออกไปรอบตัว
ขณะนี้ชายหนุ่มไม่ได้ทำสมาธิใช้จิตรับรู้โลก ทว่าใช้พลังปณิธานกระบี่!
บางครั้งแม้แต่ใจของตัวเองก็ยังทรยศได้!
เวลาค่อยคืบคลานผ่านไป พลังปณิธานกระบี่ทำให้สถานการณ์โดยรอบดูเหมือนจับต้องสัมผัสได้
อย่างไรก็ตาม ยิ่งรู้สึกเสมือนจริงมากเท่าไร ความขรึมเคร่งแสดงออกทางสีหน้าของชายหนุ่มมากขึ้นเท่านั้น
เยี่ยฉวนไม่เชื่อว่าจะได้รับการยอมรับจากเต๋านิรมิตอย่างง่ายดาย!
ผ่านอีกพักใหญ่เยี่ยฉวนละจากหอคอยแห่งเรือนจำ ตรงกลับไปยังหอศิลา ทันทีที่พบเยี่ยหลิง เด็กสาวเดินมาหาและก็เหมือนเคย รีบวิ่งกรูเข้ามาเกาะแขนคนเป็นพี่พลางทักทายเสียงหัวเราะสดใสด้วยอารมณ์รื่นเริง “พี่ใหญ่!”
ถึงกระนั้นชายหนุ่มนิ่งเงียบ
เสียงคนเป็นน้องสาวถามอ่อนโยน “พี่ใหญ่เป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
เยี่ยฉวนพาเยี่ยหลิงออกไปด้านนอกหอศิลา ทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทว่าส่วนลึกในจิตใจบอกว่าไม่ใช่เรื่องจริง!
เสมือนจริง!
ความคิดนั้นยังตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถสลัดออกไปจากความคิดได้เลย!
เยี่ยฉวนรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่เรื่องจริง ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นน่าเชื่อถือจนน่าแปลกใจ!
หรือจะเป็นเรื่องจริง?
ลักษณะที่ผิดเพี้ยนงั้นหรือ?
เยี่ยฉวนหันหน้าไปทางเยี่ยหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ น้องสาวตัวเล็กจึงส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่กระจ่างสดใสเป็นพิเศษ
ชายหนุ่มส่ายหน้า ส่งยิ้มกลับไปให้คนตรงหน้า “นี่มันภาพลวงตาทว่าก็เป็นเรื่องจริงด้วย … จริงหรือหลอก……เต๋าแห่งนิรมิตอะไรกัน”
หลังจากพูดจบพลันช่องอากาศรอบตัวเกิดการสั่นไหวประดุจกระแสน้ำพัดมาเป็นระลอก ครู่ต่อมารอบข้างกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง
ทว่าเยี่ยหลิงยังอยู่กับเขาที่เดิม สภาพแวดล้อมรอบตัวก็ยังคงเดิม
การรับรู้สัมผัสได้นี้ ทำให้เยี่ยฉวนถอนใจด้วยความโล่งอก
เดิมทีชายหนุ่มคิดว่าทุกสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าเป็นมโนภาพ ทว่าเยี่ยหลิงเป็นของจริง
เยี่ยหลิง!
รูปลักษณ์ของเยี่ยหลิงที่ปรากฏทำให้คิดว่าไม่ใช่ทุกอย่างเป็นภาพลวงไปเสียทั้งหมด เพราะน้องสาวเป็นคนจริง ภาพลวงตาใดในโลกไม่อาจใช้อุบายสร้างภาพเยี่ยหลิงมาลวงหลอกเขาได้!
เยี่ยหลิงเป็นคนจริง ในขณะที่สภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นภาพลวง!
ชายหนุ่มเข้าใจทันทีว่าภาพลวงมีทั้งจริงและเท็จ!
ถ้าเยี่ยฉวนใช้กระบี่ทำร้ายเยี่ยหลิง นอกจากจะไม่สามารถทำลายภาพลวงได้แล้ว……ชายหนุ่มอาจต้องเสียใจไปชั่วชีวิต!
ทันใดนั้น บริเวณแสกหน้ากึ่งกลางหว่างคิ้วของเยี่ยฉวนพลันปรากฏตัวอักษรสะกดเป็นคำว่า ‘นิรมิต’
ชายหนุ่มรับรู้การมีอยู่ของกฎเต๋านิรมิตในเวลาเดียวกัน
เยี่ยฉวนรู้สึกราวกับว่ากฎเต๋านิรมิตกำลังสื่อสารกับตนเอง เป็นความรู้สึกในทำนองเดียวกันกับที่เคยรู้สึกกับกฎเต๋าสุญญากาศและกฎเต๋าปฐพี!
กฎเต๋านิรมิต!
เยี่ยฉวนอมยิ้มน้อยๆ……ในที่สุดตนเองก็ได้รับการยอมรับจากกฎเต๋าแห่งนิรมิตเสียที
ชายหนุ่มหันไปลูบศีรษะเล็กๆ ของเยี่ยหลิงขณะบอกกับอีกฝ่ายว่า “พี่จะต้องไปฝึกฝนต่อนะ!”
คนเป็นน้องกะพริบตาปริบ “เจ้าค่ะ!”
เยี่ยฉวนจึงถามออกไปว่า “เจ้าอยากไปด้วยกันไหม?”
อันที่จริงเยี่ยหลิงอยากผงกศีรษะรับคำ ทว่าเด็กน้อยเหมือนจะฉุกนึกบางอย่างขึ้นได้ ก่อนจะส่ายหน้าจนผมกระจาย “ข้าจะตามไปทีหลังเจ้าค่ะ!”
พี่ใหญ่ยิ้มกว้างพลางตอบ “ได้สิ!”
ชายหนุ่มทะยานออกไปพร้อมแสงกระบี่พุ่งวาบปรากฏในท้องฟ้า
บนกำแพงเมือง เด็กหญิงเยี่ยหลิงยืนมองเหม่อไปยังขอบฟ้าแสนไกล ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจขณะนั้น
ขณะที่เยี่ยฉวนเข้าไปในป่าซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ชายหนุ่มยกมือข้างขวาขึ้นโบกเบาๆ พลันกระบี่แมวดำลอยมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
สิ่งที่เขาจะทำในตอนนี้คือประสานเต๋าแห่งกระบี่เข้ากับกฎเต๋านิรมิต!
ตัวเขาเองตระหนักดีว่าการสร้างภาพลวงเป็นส่วนที่น่ากลัวที่สุดของกฎเต๋านิรมิต กฎเต๋าจะสร้างภาพหลอนขึ้นมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึก ภาพหลอนนั้นจะแผ่ความสงบเยือกเย็นออกมาเพื่อล่อให้คนไปติดกับโดยไม่เฉลียวใจเลยว่าภาพที่เห็นถูกสร้างขึ้นไว้ก่อนแล้ว
ยิ่งกว่านั้นภาพหลอนอาจเกิดทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ!
ทักษะเชิงคุณสมบัติดังกล่าวหากนำมารวมกับกระบี่บิน อาจกล่าวได้ว่าสามารถสังหารศัตรูโดยที่อีกฝ่ายไม่รับรู้เลยด้วยซ้ำ!
ชายหนุ่มหมดเวลาไปกับการเรียนรู้กฎเต๋านิรมิตอย่างลึกซึ้ง
เมื่อกฎเต๋าแห่งนิรมิตแสดงท่าทียอมเป็นมิตรด้วย จึงไม่ยากที่จะทำความคุ้นเคยให้มากยิ่งขึ้น
เพียงครู่เดียว……ทว่าเวลาล่วงเลยไปถึงสิบวัน ทุกวันชายหนุ่มเฝ้าฝึกฝนแทบไม่ว่างเว้น



