Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 875

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 875 : กาลสังหาร!

C

มันน่าจะเงียบปากเอาไว้แท้ๆ เชียว!

สุนัขอสูรไม่อาจทนเยี่ยฉวนได้อีกต่อไป!

เจ้าหนุ่มทำตัวทะเล้น ทว่าแข็งแกร่งยิ่ง!

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยฉวนจึงหัวเราะออกมา จัดท่านั่งไขว่ห้างบนหลังสุนัขอสูรแล้วเริ่มฝึกพลังปราณ

ทักษะเทพโลหิต!

หลังจากปล่อยทักษะปราณนี้ออกมา ชายหนุ่มพบว่าตนรู้สึกไวต่อเลือดเป็นอย่างยิ่ง!

ยกตัวอย่างเช่น ในยามนี้ สามารถสัมผัสได้ถึงเลือดในกายของสุนัขอสูร!

ถ้าหากปรารถนาล่ะก็……เขาสามารถควบคุมหยาดโลหิตของมันได้ตามใจนึก!

รู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก!

ทว่าแสนยานุภาพสูงนัก!

ยิ่งเยี่ยฉวนปล่อยพลังปราณมากเท่าใด ยิ่งสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของทักษะเทพโลหิตมากเท่านั้น!

อีกทั้งยังครอบครองกระบี่กับบัลลังก์เทพราชัน

กระบี่เทพราชันสามารถอัญเชิญจิตวิญญาณแห่งมังกรมาสถิตในร่าง และควบคุมพลังแห่งมังกรได้ ในขณะที่บัลลังก์เทพราชันสามารถแทรกแซงพลังชี่แห่งจิตวิญญาณระหว่างนภากับปฐพีได้เพื่อประโยชน์ของเขาเอง…

นอกจากนั้นยังมีกระบี่เจิ้นหุน! และหุ่นไม้นั่นอีกด้วย!

หุ่นไม้ถือว่าแข็งแกร่งมากเช่นกัน!

ในยามนี้ ชายหนุ่มครอบครองทรัพย์สมบัติมากมาย……ทุกสิ่งล้วนมีพลังมหาศาลยิ่ง!

สิ่งเหล่านี้ทำให้เขามีความรอบคอบขึ้นไปอีก!

เนื่องจากมนุษย์มักจะพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว!

ยิ่งครอบครองสมบัติมากเพียงใด……ยิ่งต้องเพ่งการฝึกพลังปราณ!

ในยามนี้ ชายหนุ่มอยู่ในขั้นสันโดษ และขั้นที่เหนือกว่านั้นคือขั้นผนึกยุทธ์!

เป้าหมายของเขาคือขั้นผนึกยุทธ์์!

เพื่อจะให้ไปถึงขั้นนั้นแล้ว ชายหนุ่มจำเป็นต้องเหยียบย่างสัมผัสโลกภายนอก!

เยี่ยฉวนสงบจิตใจให้เย็นลงแล้วเข้าฌานสมาธิ สัมผัสทุกสิ่งรอบตัวอย่างเงียบงัน…

สุนัขอสูรไม่ก่อกวนอะไรอีก ซ้ำแล้วยังเดินทางช้าลงอีกด้วย

ณ ที่ใดสักแห่งในความมืด ชายเฒ่าผู้หนึ่งซึ่งหลบซ่อนอยู่บนท้องฟ้า ก้มมองเยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรด้วยสายตาเย็นยะเยือก

ทันใดนั้น ชายแก่หันไปมองทางด้านขวา “ใครอยู่ตรงนั้น!”

“ฮะๆ…”

เสียงเย็นชาพลันดังขึ้น พลันเงาแดงปรากฏอยู่ตรงหน้าชายแก่ ซึ่งไม่ห่างไปนัก

เขาหน้าตึงไปเล็กน้อย “เจ้าเป็นใคร!”

เงาแดงยิ้มพลางเอ่ย “ข้าไม่นึกเลยว่ารองสภาผู้คุมกฎจะสะกดรอยตามผู้คนในความมืดเช่นนี้”

ชายแก่มองเงาสีชาดอย่างเย็นชา “หยาบคายนัก เจ้าเด็กเหลือขอ!”

เมื่อเอ่ยจบชายแก่กระตุกชายเสื้อ

ตูม!

พื้นที่ซึ่งเงาสีชาดยืนอยู่พลันแตกสลาย ทว่าเงานั่นกลับปรากฏขึ้นอีกครั้งด้านหลังชายเฒ่า

ชายเฒ่าหน้าบึ้งไปเล็กน้อย มือขวากำหมัดอย่างอ้อยอิ่ง

เงาสีชาดหัวเราะออกมา “มีจิตสังหารหรือ? มีเพียงผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวเท่านั้นที่ทำได้ แน่นอนว่าข้าสังหารเจ้าไม่ได้เช่นกัน!”

ชายแก่เผยสีหน้าไร้อารมณ์ “ที่แท้เป้าหมายเจ้าคือเยี่ยฉวนสินะ!”

เงาสีชาดเอ่ย “แน่นอนสิ! หากไม่ใช่เพราะสมบัตินั่น ข้าจะตามเจ้าหนุ่มนั่นไปทำไม?”

ชายแก่เอ่ยเสียงเบา “เจ้าหนุ่มนั่นอยู่ด้านล่าง และเพิ่งเลื่อนไปขั้นสันโดษเมื่อครู่นี้เอง เจ้าสังหารเขาชั่วพริบตายามนี้ย่อมได้!”

เงาแดงยิ้ม “แล้วเหตุใดไม่ทำเองเล่า”

ชายแก่มองเขาอย่างเย็นชาโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

เงาแดงเอ่ยยิ้มๆ “แม้ว่าผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวพยายามจะปิดข่าว หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในจักรวาลดาวเว่ยหยางนั้นแพร่สะพัดไปทั่วดินแดนวิมานเสียแล้ว ชายผู้ทำลายหนึ่งในอวตารผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวของพวกเจ้าช่างเยี่ยมยุทธ์เสียจริง!”

ชายเฒ่ามองไปยังเบื้องหน้าที่ไกลออกไป เยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรห่างไปไกลเสียแล้ว

ในยามนี้ เงาสีชาดกล่าวต่อ “เท่าที่รู้ ดูเหมือนจะมีชายปริศนาผู้แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลังเยี่ยฉวน และชายปริศนาคนนั้นคือผู้ฝึกกระบี่ใช่หรือไม่?”

ชายแก่เอ่ยเสียงเย็น “เจ้าช่างกล้าเสนอหน้ามาท้าแข่งกับผู้คุมกฎเราเพื่อสมบัตินั่นนัก……คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ไม่บอกที่มาตนสักหน่อยหรือ?”

เงาสีแดงยิ้มแล้วเอ่ย “เดาเอาสิ!”

ชายแก่สบถ “ช่างขลาดเขลาน่ารังเกียจนัก!”

หลังจากนั้น เขาหันกลับไปไล่ตามเยี่ยฉวนและสุนัขอสูรอีกครั้ง

ทันใดนั้น เงาสีชาดพลันหัวเราะแล้วตะโกน “เยี่ยฉวน ใครบางคนกำลังตามเจ้าแน่ะ!”

เสียงของเขาดังกึกก้องสะท้านฟ้าราวอสนีบาต

ไม่ไกลนัก ชายเฒ่าหยุดฝีเท้าทันควัน หันมามองเงาสีชาดด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์ “ไอ้เด็กเวร!”

เงาสีชาดหัวเราะร่า ก่อนจะหมุนตัวแล้วหายวับไป

ห่างออกไป เยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรพลันหยุดกึก!

เยี่ยฉวนที่อยู่บนหลังสุนัขอสูรแหงนหน้ากวาดตามองทั่วท้องฟ้า ทว่ากลับไม่เห็นสิ่งใด

“เมื่อกี้ใครพูดน่ะ?” สุนัขอสูรถาม

เยี่ยฉวนส่ายหัว “ข้าไม่รู้!”

เขาเอ่ยพลางหลุบตาลง ในขณะเดียวกัน จิตวิญญาณแห่งมังกรพลันเข้าสถิตร่างของชายหนุ่ม ในพริบตานั้นเอง พลังจิตตรวจตราของเยี่ยฉวนเข้าครอบคลุมสวรรค์และผืนดินไม่ต่างกับตาข่าย…

ผ่านไปไม่นาน เยี่ยฉวนพลันหันกลับไปมองท้องฟ้า

บนท้องฟ้า สีหน้าชายเฒ่าแปรเปลี่ยนไป มองไปยังเยี่ยฉวนเบื้องล่าง ทว่า ชายหนุ่มกับเจ้าสุนัขอสูรหายไปเสียแล้ว!

เห็นเช่นนั้น ชายแก่เดือดดาลขึ้นมา “บัดซบ!”

เจ้าหนุ่มนั่นหนีไปเสียได้!

ชายเฒ่าบันดาลโทสะจนเลือดขึ้นหน้า!

ราวกับขบคิดอะไรบางอย่าง พลันใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมา

เยี่ยฉวนหาเขาพบได้อย่างไร?

ชายแก่มองลงไปด้วยสีหน้าขัดใจ

ในตอนนั้นเอง เขามองไปยังทิศซึ่งตนจากมา หากอยู่ในสถานการณ์ปกติ เยี่ยฉวนไม่มีวันหาตนเจอแน่!

อีกอย่าง เหตุใดเยี่ยฉวนถึงหายวับราวกับควันได้กัน!

ผ่านไปสักพัก ชายแก่กวาดตามองไปทั่วอย่างเย็นชา ก่อนจะหมุนตัวจากไป

ณ ที่ใดสักแห่งบนผืนดิน เยี่ยฉวนเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าอันมืดมิด “ใครสะกดรอยตามข้า?”

ข้างกายชายหนุ่ม สุนัขอสูรเอ่ยเสียงต่ำ “บางทีอาจตามเจ้าเพื่อมาหาสมบัติก็เป็นได้!”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ข้าก็ว่าเช่นนั้น”

สุนัขอสูรเตือน “เจ้าต้องระวังอีกมาก!”

เยี่ยฉวนกล่าวเสียงเบา “พวกนั้นไม่ยอมรามือเป็นแน่!”

สุนัขอสูรเอ่ย “ใช่ ในเมื่อครอบครองสมบัตินั่นไว้ เจ้าต้องเตรียมตัวรับมือศัตรูจำนวนไม่รู้จบ!”

เยี่ยฉวนเอ่ยยิ้มๆ “ถ้าอย่างนั้น พวกเราไปสำนักภูตบรรพกาลกันเลยดีกว่า!”

ไม่นานสุนัขอสูรหายตัวไปพร้อมเยี่ยฉวน

บนท้องฟ้า ชายเฒ่าไม่รามือในการตามหา ระหว่างทางพยายามกวาดมองด้วยพลังจิตตรวจตรา……เยี่ยฉวนดูราวหายวับไปจริงๆ จนไม่สามารถตามหาอีกฝ่ายได้แม้แต่ลมหายใจ!

ชายแก่ขมวดคิ้วมุ่น “เป็นไปได้อย่างไร…”

เขากระโจนลงบนผืนดิน ในยามนี้อยู่ท่ามกลางพงไพรหนาทึบ รอบด้านล้อมรอบไปด้วยแมกไม้ ทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นถูกจำกัด

ที่แห่งนี้คือสถานที่ซึ่งเยี่ยฉวนหายไปเป็นแห่งสุดท้าย

ชายแก่มองรอบด้าน ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีสิ่งใดผิดแปลกเลยแม้แต่น้อย!

ยามที่กำลังจะจากไป พลันใบหน้ากลับซีดเผือดก่อนจะใช้มือขวาตบไปยังเบื้องหน้าอย่างรุนแรง

ปัง!

ทันใดนั้น ต้นไม้รอบตัวชายเฒ่าในระยะเกือบร้อยจั้งกลายเป็นผุยผง ขณะเดียวกัน ผืนดินถล่มเป็นชั้นๆ!

ไม่ทันไร ร่างหนึ่งถูกบีบให้ลอยมาตรงหน้าเขา ลอยตัดผ่านอากาศมาถึง ร้อยจั้งก่อนจะถลาลงพื้นอย่างรุนแรง

เป็นเยี่ยฉวน!

ในยามนี้ กายหยาบเยี่ยฉวนนั้นแหลกสลาย ส่วนกายละเอียดเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

ชายแก่หัวเราะเยาะเย้ย “เจ้าประมาทเสียได้ เจ้า…”

ดวงตาเขาพลันเบิกกว้าง “ไม่ใช่…”

ทันทีที่เอ่ยจบ วิญญาณของเยี่ยฉวนพลันหายไปไม่ไกลนัก รอบด้านมี ต้นไม้หนาทึบที่ยังคงอยู่ แผ่นดินไม่ได้ถูกทำลายไป…

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ มีคนคนหนึ่งอยู่ด้านหลังเขาเท่านั้น!

ซึ่งก็คือเยี่ยฉวน!

ชายแก่มองชายหนุ่มด้วยสายตาว่างเปล่า “มะ… ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้…”

ตามมาด้วยรอยกระบี่ที่ฝังอยู่บนคอของเขาจนหยาดเลือดพรั่งพรูออกมาเป็นสาย

วิญญาณของเขาต้องหลบหนีด่วน……แต่กลับถูกตรึงไว้ในร่าง!

เยี่ยฉวนทำลายสังขารและวิญญาณเพียงกระบี่เดียว!

ด้านหลังชายแก่ เยี่ยฉวนเก็บกระบี่เข้าฝักก่อนจะสาวเท้าไปหา

ไม่นานนัก ชายหนุ่มหยุดลง “อยากรู้ไหมว่ากระบวนท่าเมื่อครู่คืออะไร?”

ชายแก่ตอบด้วยลมหายใจสุดท้าย “อยาก…”

เยี่ยฉวนหยุดคิดเล็กน้อยแล้วตอบ “ไม่บอกเจ้าร๊อก ฮ่าๆ”

“ค่อก!”

ชายเฒ่าพ่นเลือดออกมาคำโตก่อนจะสิ้นชีพอยู่ตรงนั้น!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!