บทที่ 881 : สำนักกระบี่! (ต้น)
เงาสีแดงรีบรุดออกไปอย่างรวดเร็ว ภายในพริบตาเดียวคนผู้นั้นหายลับไปในขอบฟ้าแห่งจักรวาลดารา
เยี่ยฉวนไม่ได้ออกไล่ตาม ด้วยถึงอย่างไรก็ตามคนผู้นั้นไล่ไม่ทันอย่างแน่นอน!
ถ้าถึงขั้นคนที่มีพลังแข็งแกร่งไม่อยากประมือด้วย……เขาคงทำอะไรไม่ได้
ชายหนุ่มเลิกสนใจเรื่องเงาสีแดง ก่อนจะหันไปยังผู้ฝึกกระบี่สตรีที่อยู่เบื้องหน้า นางเคราะห์ร้ายไปสักหน่อย
สูบกลืน!
เวลานั้น ชายหนุ่มใช้กระบี่เจิ้นหุนสูบกลืนกระบี่ทุกชนิดซึ่งมีระดับต่ำชั้นกว่ากระบี่เจิ้นหุน
และกระบี่เล่มนี้ของผู้ฝึกกระบี่สตรีไม่ได้เหนือกว่ากระบี่เจิ้นหุนแต่อย่างใด!
เยี่ยฉวนจัดการเก็บวงแหวนสัมภาระของสตรีผู้นั้นไว้ แล้วหันไปมองหอคอยแห่งเรือนจำซึ่งอยู่ในที่ไม่ไกล พลันสิ่งนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นแสงสีดำก่อนพุ่งทะยานหายเข้าสู่กายของชายหนุ่มทันที
ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง…
หอคอยแห่งเรือนจำไม่อยากจากเขาไปแม้แต่น้อย!
มันยึดติดเขาจนแกะไม่ออก!
เยี่ยฉวนสั่นศีรษะก่อนที่จะวาบหายไปจากสถานที่
หลังจากชายหนุ่มออกไปไม่นาน เงาสีแดงออกมาปรากฏตัวอีกครั้ง
สายตามองไปทางชายหนุ่มซึ่งออกไปไกล เงาสีแดงนิ่งคิด
ผ่านไปพักใหญ่จึงรำพึงกับตนเองแผ่วเบา “นครอานุภาพ……”
…
นครอานุภาพ!
ขณะนั้นเยี่ยฉวนมาถึงยังประตูทางเข้านครอานุภาพ เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือประตูได้พบกับรูปปั้นสองรูป
บุรุษหนึ่งและสตรีหนึ่ง!
สตรีถือทวนเล่มยาว ผมรวบตึงทิ้งชายเป็นหางม้า ขณะที่บุรุษสวมผ้าคลุมสีเขียว ที่เอวเหน็บกระบี่เล่มหนึ่ง
กระบี่เล่มนั้นช่างคุ้นตานัก!
เยี่ยฉวนรู้สึกว่าเคยเห็นกระบี่นั่นที่ไหนมาก่อน ฉับพลันนั้นปรากฏพลังงานหนักหน่วงพุ่งมาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง หมุนตัวหันกลับทันที เบื้องหน้าไม่ห่างออกไปนัก ปรากฏมังกรสีดำกำลังพุ่งลงมาจากอากาศด้วยพลังอันรุนแรง
บนหลังมังกรยักษ์ตัวนั้นมีชายคนหนึ่งนั่งมาด้วย คนผู้นี้สวมผ้าคลุมทำจากเส้นไหมสีเงินและสีทองอย่างวิจิตร
มังกรสีดำพุ่งตรงลงมาเบื้องล่างโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง ส่วนเยี่ยฉวนไม่ได้คิดที่จะหลบหลีกเช่นกัน
ทันใดนั้น ตรงหน้าชายหนุ่มมีชายวัยกลางคนปรากฏตัวออกมาขวางหน้า พร้อมกับผลักหมัดลุ่นกระแทกออกไปตรงๆ
เปรี้ยง!
มังกรยักษ์ถูกพลังบังคับให้หยุดกลางอากาศกะทันหัน
มันแสดงอาการโมโหกราดเกรี้ยวด้วยการส่งเสียงคำรามใส่ชายวัยกลางคน ทำท่าจะดิ่งลงมาอีกครั้ง ในตอนนั้นเองที่ชายสวมผ้าคลุมไหมซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังตบไปบนตัวเจ้านั่นเบาๆ มันจึงหยุดการเคลื่อนไหว ทว่ายังจ้องเขม็งลงมายังชายวัยกลางคนเบื้องล่าง
คนสวมผ้าคลุมไหมทะยานลงจากหลังมังกรร่างยักษ์ ก่อนเดินตรงไปยังชายวัยกลางคนก่อนจะเอ่ยถามยิ้มๆ “น่าแปลกใจ……ท่านห้ามข้าไว้ทำไม!”
ชายวัยกลางคนมองชายสวมผ้าคลุมไหมผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะตอบว่า “เจ้าอยู่ในนครอานุภาพ”
คนถูกถามแบมือสองข้างพร้อมกับยักไหล่ขณะถามอย่างคนไม่รู้ประสีประสา “ข้าไม่ได้สร้างปัญหาสักหน่อย!”
ชายวัยกลางคนชักสีหน้าเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายและบอกว่า “เพื่อเห็นแก่พ่อของเจ้า ข้าจะบอกอะไรให้เอาบุญ……จงทำตัวเงียบๆ เข้าไว้”
ว่าแล้วเขาหันหลังกลับไปทันที
อีกฝ่ายมองตามหลังชายวัยกลางคน ชายสวมผ้าคลุมไหมหัวเราะหึ “ทำตัวเงียบๆ งั้นหรือ? ข้าก็อยากทำเช่นนั้นอยู่หรอก! แต่อีกใจเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเองเหมือนกัน!”
พลันเบือนหน้ามองไปยังทิศที่ตั้งนครอานุภาพ “นครอานุภาพ ข้า……ซิงเฉียน พร้อมจะทำให้นครนี้สั่นสะท้านสะเทือนแล้ว!”
อีกข้างหนึ่ง เยี่ยฉวนส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันกลับเดินไปยังนครอานุภาพ
ทันใดนั้น ชายสวมผ้าคลุมไหมที่ชื่อซิงเฉียนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชายหนุ่ม เขามองดูคนตรงหน้าพลันมุมปากยกยิ้ม “เวลานี้เจ้าไม่นึกกลัวบ้างเลยหรือ?”
เยี่ยฉวนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบให้ว่า “กลัวสิ……กลัวมากจะตายแล้ว”
ซิงเฉียนหรี่นัยน์ตามองอย่างแคลงใจ “ถ้าเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่หนี?”
ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย “ข้ากลัวจนจิตตกจนลืมไปเสียได้!”
คนฟังชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะหัวเราะร่า พลันตบบ่าเยี่ยฉวนดังปั้ก “กำลังอยากได้คนไว้ใช้สอยพอดี ทำไมเจ้าไม่มาเป็นผู้ติดตามของข้าเล่า?”
เยี่ยฉวนได้ยินถึงกับอึ้งไปทันที “……”
ซิงเฉียนเห็นท่าอีกฝ่ายจึงพึมพำเบาๆ “เจ้าคงไม่อยากสินะ?”
“ข้าจะได้อะไรเป็นค่าตอบแทน?”
ผู้ถูกถามจ้องหน้าเยี่ยฉวนนิ่ง “นี่อุตส่าห์รับเจ้าไว้เป็นคนของข้า……ยังมาถามหาค่าตอบแทนอีกงั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนตอบทันที “แน่ล่ะ ไม่เช่นนั้นจะเป็นที่ครหา……ไม่ใช่หรือ? อีกอย่างเจ้าเองจะพลอยเสื่อมเสียไปด้วย!”
ซิงเฉียนครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะและพูดกับอีกฝ่ายว่า “ที่พูดมาก็สมเหตุสมผล……เจ้าอยากได้อะไรเป็นการตอบแทนล่ะ?”
ชายหนุ่มตอบหน้าเฉย “อยากให้อะไร……ก็แล้วแต่เจ้าแล้วกัน”
ซิงเฉียนยกมือขึ้นก่อนจะดีดนิ้วเปาะ พลันวงแหวนสัมภาระปรากฏออกต่อหน้าเยี่ยฉวน ชายหนุ่มเหลือบมองเข้าไปข้างในพบว่าในนั้นบรรจุอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงหนึ่งล้านชิ้น!
ชายคนนี้เป็นคนดีมีน้ำใจทีเดียว!
เขาใช้มือตบบ่าเยี่ยฉวนพลางหัวเราะลั่น “นับแต่นี้ไปเจ้าเป็นคนติดตามของข้า ถ้ามีใครในนครอานุภาพมากลั่นแกล้งล่ะก็……บอกพวกมันนะว่าเป็นน้องชายข้า!”
จากนั้นเขาหันหลังกลับ รีบวิ่งไปยังนครอานุภาพทันที
เยี่ยฉวนยืนอยู่ที่เดิมพลางผงกศีรษะ “ข้าจะบอกพวกมัน!”
ว่าแล้วชายหนุ่มรีบตามไปยังนครอานุภาพเช่นเดียวกัน
นครอานุภาพเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง ชายหนุ่มยังพบว่าที่นี่มีผู้ฝึกกระบี่เป็นจำนวนมาก คนที่เดินสวนกันบนถนนราวสี่ในสิบคนเป็นผู้ฝึกกระบี่! ล้วนเป็นผู้มีพลังแกร่งกล้าทั้งสิ้น!
พลันเยี่ยฉวนชักสงสัยเกี่ยวกับสำนักกระบี่แห่งนี้ขึ้นมาครามครัน!
ภายหลังจากถามไถ่เล็กน้อย ชายหนุ่มจึงออกเดินทางไปยังที่ตั้งของสำนักกระบี่
ชั่วครู่ต่อมา เขามาถึงยังเชิงเขาที่ตั้งสำนักกระบี่ ซึ่งมีผู้คนมากมายเดินเข้าเดินออก คนเหล่านี้มีแต่พวกผู้ฝึกกระบี่ทั้งสิ้น
เต๋าแห่งกระบี่!
หลายปีมานี้พูดง่ายๆ ว่าเต๋าแห่งกระบี่ของเยี่ยฉวนพัฒนาไปตามเรื่องตามราว โดยที่แทบไม่ได้รับคำชี้แนะจากผู้ใดเลย ตอนนี้จึงเริ่มโหยหาสำนักกระบี่เช่นนี้
ถ้ามีใครสักคนคอยชี้แนะ น่าจะอ้อมเส้นทางขรุขระคดเคี้ยวมุ่งสู่การพัฒนาเต๋าแห่งกระบี่ได้อย่างรวดเร็ว!
ชายหนุ่มเดินขึ้นไปตามไหล่เขา เมื่อถึงเชิงบันไดหินใต้กระบี่ขนาดยักษ์ พลันชายชราคนหนึ่งแบกกระบี่เล่มยาวปรากฏกายออกสกัดทันที
ชายชราเหลือบมองคนผู้มาเยือน “เจ้ามาสมัครเข้าร่วมกับสำนักกระบี่สินะ?”
เยี่ยฉวนรีบพยักหน้า “ขอรับ!”
ชายชราชี้นิ้วไปทางขวามือ “ถ้าต้องการเข้าสำนักกระบี่ของเรา เจ้าจะต้องผ่านด่านทดสอบเสียก่อน”



