Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 887

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 887 : นั่นใคร?

C

ขอร้องให้ใครมาช่วยเหลือหรือ?

เยี่ยฉวนอยากเป็นคนที่แข็งแกร่งมากขึ้น ทว่าอย่างที่บอกไปว่า คนอย่างเขาจะไม่มีวันขอให้ใครมาช่วยให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น!

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเลิศเลอเพียงใด เยี่ยฉวนจะไม่ทำเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด!

สำหรับชายหนุ่มแล้ว……ศักดิ์ศรีสำคัญกว่าความแข็งแกร่ง! หึ

ถ้าได้รับการยอมรับจากผู้อื่นย่อมเป็นการดี ส่วนชายหนุ่มจะให้ความเคารพต่อคนผู้นั้นด้วยเช่นกัน แต่ถ้าใครไม่ยอมรับก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

ผู้คนส่วนใหญ่ต่างถือตนเป็นหลัก!

เมื่อชายชราได้ยินคนหนุ่มกล่าวเช่นนั้น แววตาชื่นชมส่องประกายวาบวับในดวงตา “ถ้าเช่นนั้นเราไปจากที่นี่กันเถอะ!”

จากนั้นคนพูดหันหลังกลับเดินออกไป

เยี่ยฉวนตามหลังไปทันที

ทั้งสองจากไปอย่างผ่าเผย

ไม่ไกลนักทางด้านหลัง ช่างตีเหล็กมองตามเยี่ยฉวนและชายชราที่เดินออกไปเงียบๆ

ต่อมามีหนุ่มน้อยคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นใกล้กัน คนที่เข้ามามองไปยังเยี่ยฉวนกับชายชราซึ่งออกไปไกลลิบแล้ว “อาจารย์ คนพวกนั้นเป็นใคร?”

ช่างตีเหล็กตอบเสียงขรึม “จดจำเจ้าหนุ่มคนนั้นไว้ให้ดี อีกหน่อยเขาจะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเจ้า!”

ฝ่ายที่ได้ฟังมองผู้พูดด้วยสีหน้าแววตาบ่งบอกว่าตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นเบนสายตาไปมองยังที่ที่ไกลออกไป……

ขณะนั้นเยี่ยฉวนเดินตามชายชรากลับไปยังสำนักกระบี่

ณ สถานที่บนยอดเขา ชายชรานั่งโดยมีเยี่ยฉวนอยู่ตรงกันข้าม “คนที่พวกเราเพิ่งเจอเมื่อครู่ เขาคือช่างตีเหล็กเฉินเป็นยอดฝีมืออันดับต้นแนวสุดขั้วแห่งนครอานุภาพ ไม่สิต้องบอกว่าในดินแดนจักรวาลดวงดาว เขามีพลังขั้นก่อเกิดเท่านั้น ทว่าความรวดเร็วกับความแกร่งกล้าเหนือกว่ายอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋าเสียอีก แม้แต่ข้าเองยังเป็นรองทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งด้วยซ้ำ”

ขณะพูดสายตาของชายชรามองเลยมาทางเยี่ยฉวน “ถ้าเรียนรู้จากเขา เจ้าจะได้อะไรอีกมากทีเดียว”

เยี่ยฉวนสีหน้ายิ้มแย้ม “ไม่เห็นจะเป็นไร ข้าศึกษาแนวหยั่งรู้จากผู้อาวุโสก็ได้!”

ชายชราผงกศีรษะ “คราวก่อนที่ประมือกัน เจ้าไม่ได้เผยพลังทั้งหมดอย่างเต็มที่……จริงไหม?”

ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ

เสียงชายชราเอ่ยถาม “เจ้าสงวนพลังไว้มากน้อยแค่ไหน?”

คนถูกถามครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะตอบว่า “ราวครึ่งหนึ่งขอรับ!”

ชายหนุ่มไม่ได้เผยพลังในการประมือทั้งกับชายชราและช่างตีเหล็กเฉิน ในตอนสุดท้ายเขาไม่ใช้บัลลังก์เทพราชัน กระบี่เจิ้นหุนหรือแม้แต่กระบี่เทพราชัน

ในการต่อสู้จนกว่าจะรู้แพ้รู้ชนะ ถ้าใช้อาวุธร้ายแรงทั้งสามย่อมมีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะ

ชายชรามองชายหนุ่มเบื้องหน้านิ่งนาน “เจ้าไม่เหมือนคนทั่วไป ทว่าข้าไม่ได้อยากค้นหาแกนกำเนิดที่แท้เลยแม้แต่น้อย จงจำไว้ว่าเวลานี้เป็นศิษย์คนหนึ่งของสำนักกระบี่ก็พอ”

เยี่ยฉวนผงกศรีษะ “ข้าไม่ใช่คนอกตัญญู”

คนฟังได้ยินดังนั้นจึงพูดยิ้มๆ “แค่นี้ก็พอแล้ว”

พลันคนพูดผุดลุกขึ้นยืน “ส่วนเรื่องความเร็วกับพลัง ข้าไม่มีอะไรจะสอน สิ่งที่จะสอนในตอนนี้คือพลังปณิธานกระบี่และเคล็ดวิทยายุทธ! เริ่มต้นกันที่ปณิธานกระบี่ก็แล้วกัน เอาล่ะปลดปล่อยพลังปณิธานกระบี่ออกมา!”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ พลันนั้นเองผลักปณิธานกระบี่ออกมาทันที ในไม่ช้าบริเวณนั้น ปณิธานกระบี่คุณธรรมและกระบี่มารปรากฏออกให้เห็น

เมื่อได้เห็นกับตาของตนเองเช่นนั้น ชายชราขมวดคิ้ว “นี่… สองพลังปณิธานกระบี่งั้นหรือ?”

คนถูกถามผงกศีรษะ

อีกฝ่ายพึมพำเสียงแผ่ว “หายากนัก! ยามปกติเจ้าใช้พลังปณิธานกระบี่อย่างไร?”

เขาใช้ปณิธานกระบี่อย่างไรงั้นหรือ?

เยี่ยฉวนนิ่งงงงัน

……ใช้มันอย่างไร? ดูเหมือนเคยแต่ผลักพลังปณิธานไปพร้อมกับกระบี่ชี่

ต่อมา เสียงพูดของชายชราทำลายความคิดคำนึงที่สับสนปนเปอยู่ในหัวของเขาตอนนี้ “สำหรับเต๋าแห่งกระบี่ ที่จริงปณิธานกระบี่กับเคล็ดวิทยายุทธนับว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังปณิธานกระบี่ของเจ้า พลังปณิธานกระบี่เสมือนตัวแทนของเต๋าแห่งกระบี่ ถ้าสามารถพัฒนาในส่วนนี้ได้ พลังแห่งปณิธานจะยิ่งน่าสะพรึงกลัว”

เยี่ยฉวนได้ฟังดังนั้นแล้วถามเสียงเร็ว “ข้าควรจะพัฒนาอย่างไรขอรับ?”

ชายชราตรงหน้ากล่าวว่า “ศรัทธาในเต๋าแห่งกระบี่! พลังปณิธานกระบี่ของเจ้า ศรัทธาในเต๋าแห่งกระบี่”

ทว่าอีกฝ่ายสั่นศีรษะ “ข้ายังไม่เข้าใจอยู่ดีขอรับ”

ฉับพลันชายชราขยับประกบฝ่ามือ ทันใดนั้นกระบี่ชี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนปลายนิ้วมือ

เยี่ยฉวนจับตามองกระบี่ชี่ของคนตรงหน้า ขณะต่อมากระบี่ชี่เล่มนั้นพลันทะยานออกจากที่ด้วยความเร็วอย่างยิ่ง จนมองเห็นเป็นเพียงเงาพร่าเลือนเท่านั้น

ความเร็วของกระบี่เกือบเทียบเท่ากระบี่บินทีเดียว

เสียงชายชราบอกมาว่า “นี่คือขั้นความเร็วขั้นธรรมดาของกระบี่ข้า! ดูนี่!”

ขณะที่พูด เขาวางนิ้วมือชิดกัน ทำท่ากวักมือเพียงเล็กน้อย พลันปรากฏกระบี่ชี่อยู่บนปลายนิ้วทันที ครู่หนึ่งวางนิ้วมือชิดกันก่อนจะชี้ไปเบื้องหน้า

กระบี่ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว!

ชริ้งงง!

กระบี่มิได้รวดเร็วกว่าครั้งที่แล้วมา ทว่าสิ่งที่ปรากฏไม่อาจหาคำใดมาอธิบาย!

ปณิธานกระบี่!

ในใจของเยี่ยฉวนนึกถึงคำคำหนึ่งขึ้นมาทันที ชายหนุ่มหันไปมองชายชราซึ่งพยักหน้าให้ “นี่เป็นปณิธานกระบี่! พลังปณิธานทำให้กระบี่มีชีวิต”

มีชีวิต!

เยี่ยฉวนพยักหน้าน้อยๆ “หมายความว่าอย่างไรขอรับ?”

อีกฝ่ายมองนิ่ง “ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกฝนกระบี่ มิใช่ว่าเอาแต่ฝึกบ่มเพาะพลังเท่านั้น ทว่าต้องทำควบคู่ไปกับกระบี่ด้วย! กระบี่ส่วนใหญ่สามารถเข้าใจเจ้าของ ทว่ากระบี่ของเจ้าไร้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง กระบี่ทุกเล่มปราศจากวิญญาณของมันเอง”

เสียงชายหนุ่มรำพึงแผ่วเบา “กระบี่ชั้นสูงจะมีวิญญาณของมันเอง ถ้าเช่นนั้น……”

ชายชราขัดจังหวะเยี่ยฉวนขึ้นทันที “ในมือของผู้ฝึกฝนกระบี่ที่แท้จริง กิ่งไม้ธรรมดาก็ไม่ต่างอะไรกับกระบี่อันทรงพลัง ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ามีกระบี่ชั้นสูงก็น่าจะเอาชนะนำพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้นี่นา?

เยี่ยฉวนยังได้แต่นิ่งเงียบ

ตอนนี้เขามีทั้งกระบี่เจิ้นหุนและกระบี่เทพราชัน!

ทว่าความจริง ชายหนุ่มไม่สามารถผลักพลังที่แท้จริงของกระบี่เจิ้นหุนออกมาได้!

เสียงคนที่อยู่ตรงหน้ากล่าวต่อไปว่า “สิ่งที่มีอำนาจมากที่สุดคือการที่ผู้ฝีกกระบี่ทำให้กระบี่มีชีวิต และกระบี่ที่ทรงอำนาจที่สุดคือความมหัศจรรย์ของกระบี่ที่เกิดขึ้นเพราะเจ้าของกระบี่นั่นเอง”

ว่าแล้วชายชราทำท่ากวักเรียกกระบี่ด้วยมือข้างขวา พลันกิ่งไม้กิ่งหนึ่งตกลงมาที่ตรงหน้าเยี่ยฉวน “เอาเลยหยิบกิ่งไม้นั่นขึ้นมา”

เยี่ยฉวนก้มลงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาถือไว้ เสียงชายชราพูดขึ้นว่า “ที่เจ้าถืออยู่ในมือมันก็แค่กิ่งไม้ธรรมดากิ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จงใช้ความเร็วและพลังแข็งแกร่งทำให้กิ่งไม้มีพลังแข็งแกร่งขึ้นมาให้ได้ ทว่ากิ่งไม้ยังคงเป็นกิ่งไม้อยู่วันยังค่ำ……เข้าใจใช่ไหม?

ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นผงกศีรษะ “ขอรับ!”

ตอนนี้ชายหนุ่มเข้าใจในสิ่งที่ชายชราได้อธิบายให้ฟังแล้ว

กระบี่!

ความมหัศจรรย์ของกระบี่ที่เกิดขึ้นเพราะเจ้าของกระบี่!

ไม่ว่ากระบี่จะอยู่ในสภาพใด กระบี่จะแข็งแกร่งหรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าของ

ดังเช่นกิ่งไม้ที่ถืออยู่ในมือซึ่งเป็นเพียงกิ่งไม้ ถ้ากิ่งไม้ตกอยู่ในมือของสตรีลึกลับ ต่อให้กระบี่ไร้เทียมทานเล่มไหนก็เทียบไม่ได้กับกระบี่เล่มนี้!

ทว่าในมือของตนนี้มันเป็นได้แค่กิ่งไม้!

เพราะอะไร?

ระหว่างพลังของเขากับสตรีลึกลับมีช่องว่างที่ใหญ่ยิ่งอย่างนั้นสินะ?

อันที่จริงคำตอบของมันคือช่องห่างของผลสัมฤทธิ์เต๋าแห่งกระบี่ กล่าวง่ายๆ ว่าช่องห่างของผลสัมฤทธิ์เต๋าแห่งกระบี่คือเคล็ดวิทยายุทธเต๋าแห่งกระบี่!

หลายปีที่ผ่านมา เขาให้ความสนใจในด้านความรวดเร็วกับพลังของกระบี่เพียงอย่างเดียว ทว่าละเลยประเด็นนี้ไป!

พลังปณิธานกระบี่!

เยี่ยฉวนมองดูกิ่งไม้ที่ถืออยู่ในมือ ต่อมาไม่นานปณิธานกระบี่คุณธรรมและปณิธานกระบี่มารปรากฏอยู่ในกิ่งไม้

เสียงของชายชราพูดมาอีก “จำไว้ว่าเมื่อถูกพลังปณิธานกระบี่ครอบงำกิ่งไม้จะมีวิญญาณของมันเอง ปณิธานกระบี่จะดำรงอยู่ภายในกิ่งไม้ทันที เจ้าใช้เวลานี้เรียนรู้และทำความเข้าใจให้ถี่ถ้วน!”

จากนั้นคนพูดหันหลังให้ก่อนจะหายวับไป

ในบริเวณนั้น เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น มือประคองกิ่งไม้ซึ่งปรากฏว่ามีปณิธานกระบี่ห่อหุ้มไว้โดยรอบ

ทำความเข้าใจ!

เวลานี้เขาต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่ชายชราบอกกล่าวอย่างระมัดระวัง!

ภายหลังแยกตัวออกมาแล้ว ชายชราจึงมุ่งไปยังหุบเขาหวางค่งแห่งสำนักกระบี่ ที่นี่เป็นภูเขาสูงที่สุดและถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของสำนักกระบี่!

ด้านหน้าหอโถงหวางค่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นรูปหนึ่ง ลักษณะเป็นชายหนุ่มเหน็บกระบี่ไว้ที่เอว ด้านบนมีรูปปั้นคนตัวเล็กกำลังนั่งอยู่ที่หัวไหล่

ชายชราเดินเข้าหยุดตรงหน้ารูปปั้นก่อนจะค้อมกายลงเล็กน้อย จากนั้นเดินเลยไปด้านหลังเข้าสู่ภายในหอโถงหวางค่ง

ทันทีที่เขาย่างเท้าเข้าสู่บริเวณหอโถง พลันมีชายวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า

เขาผู้นี้เป็นเจ้าสำนักกระบี่คนปัจจุบัน นามว่าหลี่เสวียนเฟิง

ซึ่งทันทีที่เห็นชายชราที่เข้ามา หลี่เสวียนเฟิงส่งยิ้มให้พลางเอ่ยทักทาย “ศิษย์พี่ใหญ่ถู้ ข้าได้ยินว่าท่านรับศิษย์ใหม่มา”

ชายชราถามกลับ “ข้าทำไม่ได้……งั้นหรือ?”

หลี่เสวียนเฟิงสั่นศีรษะรวดเร็ว “ได้สิขอรับ ทว่าถ้าท่านรับเขาเป็นศิษย์ก็เท่ากับอยู่ในความดูแลของข้า……”

อีกฝ่ายขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ามีปัญหาอะไร?”

คนตรงข้ามยิ้มแห้งๆ

ชายชราทรุดนั่งลงบนม้านั่งที่วางอยู่ใกล้ๆ “เจ้าหนุ่มคนนั้นหน่วยก้านดี ไม่อย่างนั้นข้าไม่ยอมรับอย่างแน่นอน”

หลี่เสวียนเฟิงพยักหน้า “คนที่ท่านชื่นชมแสดงว่าเขาต้องโดดเด่นเป็นพิเศษ”

อีกฝ่ายหันไปมองผู้พูดตรงๆ “เจ้าให้คนไปตามดูสินะ?”

คนถูกถามนิ่งเงียบ

ชายชราถามเสียงขุ่น “ทำไม?”

หลี่เสวียนเฟิงจำตอบเสียงขรึม “ศิษย์พี่ใหญ่ถู้ คนผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดา ไหนจะมาจากดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง มิหนำซ้ำยังเก็บสมบัติล้ำค่าไว้ที่ตัวอีกด้วย!”

คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อย “สมบัติล้ำค่าอะไรกัน?”

คนถูกถามตอบทันที “สมบัติล้ำค่าอันดับหนึ่งของทำเนียบขุมทรัพย์จักรดารา!”

คำตอบที่ได้ยินทำให้หัวคิ้วของชายชราขมวดกดลึกลงกว่าเดิม

เสียงของหลี่เสวียนเฟิงบอกเบาๆ “ข่าวลือหนาหูว่าสิ่งล้ำเลิศชนิดนั้น……ไม่ได้มาจากโลกสี่มิติ ใครที่ครอบครองจะสามารถใช้นำทางเข้าสู่โลกห้ามิติ!”

ชายชราหันไปมองผู้พูดด้วยแววตาประหลาด “เจ้าก็ต้องการสิ่งนั้นด้วย งั้นหรือ?”

หลี่เสวียนเฟิงเงียบเสียงพลางหลบตา

คนตรงหน้าเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “โลกสี่มิติยังคงเป็นปริศนาสำหรับเจ้า เหตุใดจึงอยากเข้าสู่โลกห้ามิติ? อยากถูกฆ่าตายงั้นหรือ?”

อีกฝ่ายยิ้มแห้ง “ศิษย์พี่ใหญ่ถู้ นี่เป็นโอกาสของเราแล้วนะขอรับ!”

ชายชราตวัดเสียงอย่างขัดใจ “โอกาสอะไร?”

เจ้าสำนักหลี่เสวียนเฟิงพึมพำตอบว่า “สำนักกระบี่ของเราจะดำรงอยู่ในนครอานุภาพอีกตราบนานเท่านาน”

ผู้ฟังสั่นศีรษะและถอนหายใจลึก “ช่างเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงเหมือนกับอาจารย์นัก ข้าอยากถามหน่อยว่าทั้งเจ้าและอาจารย์ยังมีใครจำคำที่ผู้ก่อตั้งเคยกล่าวไว้ได้บ้างไหม? เขาเคยบอกว่าเราไม่ควรต่อสู้กับทางโลกซึ่งจะมีแต่ความยุ่งยาก สำนักกระบี่จึงจะดำรงอยู่……ไม่ว่าดินแดนวิมานจะแปรเปลี่ยนไปเพียงใดก็ตาม”

หลี่เสวียนเฟิงโต้แย้ง “ศิษย์พี่ใหญ่ถู้ กาลเวลาเปลี่ยนไปแล้ว! ดูแต่ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวข้างนอกโน่น เขาเริ่มต้นจากการเป็นผู้นำกองกำลังกระจอกงอกง่อย ทว่าเดี๋ยวนี้เป็นผู้นำดินแดนวิมานแล้ว ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าสำนักกระบี่ของเราด้วยซ้ำไป”

ชายชราย้อนถาม “ก็แล้วจะทำไม? พวกเขากล้ามาข้องแวะกับสำนักกระบี่งั้นหรือ?”

คนฟังส่ายหน้า “ศิษย์พี่ถู้ เป็นเพราะข้าและอาจารย์ จึงทำให้สำนักกระบี่กลับมามีชื่อเสียงในดินแดนวิมาน อีกทั้งยังฟื้นฟูพลังของสำนักกระบี่คืนมาต่างหาก”

ฝ่ายตรงข้ามสั่นศีรษะอย่างไม่เห็นด้วย “เวลานี้เจ้ามีตำแหน่งเป็นผู้นำของสำนักกระบี่ ข้าจึงไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นศิษย์ของข้าแล้ว เพราะฉะนั้นเจ้ากับอาจารย์จะทำร้ายเขาไม่ได้เด็ดขาด”

ว่าแล้วคนพูดหันหลังกลับออกไปทันที

หลี่เสวียนเฟิงรีบส่งเสียงไล่หลัง “ศิษย์พี่ใหญ่ถู้ ตอนนี้รอบนครอานุภาพมีบุคคลลึกลับเข้ามามากมาย พวกมันล้วนมาเพื่อตามหาคนผู้นั้น”

ชายชราชะงักฝีเท้า หากพูดข้ามไหล่โดยไม่หันกลับไปมอง “สำนักกระบี่อย่าได้ใส่ใจพวกมันเลย”

เสียงพูดขาดไปพร้อมกับร่างหายวับ

ทิ้งให้หลี่เสวียนเฟิงนิ่งงันอยู่เพียงลำพังภายในหอโถง แล้วเดินออกตรงไปยังรูปปั้นที่ตั้งอยู่ด้านหน้าหอโถง สายตาจับจ้องไปยังรูปปั้นพลันต่อมาแววตาค่อยแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ……

ณ ยอดเขาสูง

เยี่ยฉวนนั่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลากว่าสองชั่วยามแล้ว

ตลอดระยะเวลาสองชั่วยามที่ผ่านมา พลังปณิธานกระบี่ยังคงครอบงำท่อนไม้ที่ถืออยู่เช่นนั้น

ปณิธานกระบี่!

ครั้งหนึ่งเขาเคยกำหนดเต๋าแห่งกระบี่ด้วยตัวเอง ทว่านับจากครั้งนั้นก็ไม่มีความคืบหน้าอันใดในเต๋าแห่งกระบี่อีกเลย!

ความหมายของประโยคที่ว่ากระบี่มหัศจรรย์เพราะเจ้าของกระบี่ มันคืออะไร?

เยี่ยฉวนมองดูกิ่งไม้ในอุ้งมือก่อนจะเข้าสู่ภวังค์สมาธิ

ขณะต่อมา ในหัวของเยี่ยฉวนบังเกิดเสียงคนผู้หนึ่งดังก้อง “กระบี่เปรียบเสมือนปลา ถ้าขาดน้ำ ปลาย่อมไม่อาจมีชีวิตอยู่!”

เมื่อได้ยินเสียง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปทันที “นั่นใคร!”

พลันนั้นเองใบหน้าเยี่ยฉวนกลับแปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับเหงื่อเย็นเฉียบเม็ดเป้งซึมไหลเต็มหน้าผาก……

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!