บทที่ 912 : ทำลายสำนักกระบี่! (ปลาย)
ขณะนั้นบริเวณเหนือน่านฟ้าสำนักกระบี่ พลันกองกำลังทรงพลังจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้น
เมื่อหลี่เสวียนเฟิงเห็นดังนั้น ถึงกับสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิงพร้อมกับพุ่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ในขณะที่เขาทะยานขึ้นไปนั้นเอง กลุ่มกองกำลังระเบิดจากอากาศลงไปในเวลาเดียวกัน ครู่ต่อมา……
ตูม! ตูม! ตูม!
อาคารสำนักกระบี่บังเกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลุ่มก้อนฝุ่นควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าประดุจทะเลหมอกก็มิปาน แรงระเบิดทำให้หอโถงบางส่วนทลายกลายเป็นเศษซากหักพังในชั่วพริบตา……
“ศัตรูบุกแล้ว!”
ภายในสำนักกระบี่มีเสียงตะโกนให้สัญญาณดังขึ้น ต่อมาลำแสงกระบี่จำนวนหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
บนอากาศ หลี่เสวียนเฟิงปรากฏตัวออกเผชิญหน้ากับเหยี่ยหลาน เมื่อเห็นอีกฝ่าย หลี่เสวียนเฟิงถามอย่างฉุนเฉียว “เหยี่ยหลานเสียสติไปแล้วหรือ? คิดจะทำอะไร?”
เหยี่ยหลานเอ่ยทักอย่างใจเย็น “หลี่เสวียนเฟิง พบกันอีกครั้งแล้วสินะ!”
หลี่เสวียนเฟิงจ้องมองคนตรงข้าม “ตอนนี้สุดยอดสมบัติล้ำค่าไม่ได้อยู่ที่ข้าแล้ว!”
เหยี่ยหลานบิดมุมปากอย่างโกรธขึ้ง “หลี่เสวียนเฟิง พูดอย่างนี้แสดงว่าเจ้าคงดูแคลนสติปัญญาของข้าสินะ?
เพียงแต่คนตรงข้ามยังมิทันตอบโต้ เหยี่ยหลานหายวาบไปจากสถานที่ทันที เมื่อหลี่เสวียนเฟิงเห็นเช่นนั้นพลันสีหน้าเปลี่ยนวูบก่อนจะรีบเร่งบอกไปยังคนอื่นๆ “พร้อมปะทะ!”
ว่าแล้วกลุ่มยอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋าปรากฏตัวทันที ทว่ายามนี้เหยี่ยหลานไม่นึกหวาดเกรงอะไรอีกแล้ว ด้วยข้างตนขนาบด้วยคนขั้นไขว่คว้าเต๋ามีถึงสิบ!
สิบคน!
แสดงว่าพวกเขาเตรียมพร้อมก่อนมาอย่างเต็มที่
จากนั้น สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว!
ในก้อนเมฆที่แผ่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่ สองชายชราต่างเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน
คนทางด้านขวามือเป็นชายชราสวมผ้าคลุมลินิน มือกระชับกระบี่ฝักกระบี่ยาวแน่นเข้า
คนผู้นี้ชื่อหมู่เฟิงเฉิน อดีตเจ้าสำนักกระบี่!
ฝั่งตรงข้ามกับหมู่เฟิงเฉินมีร่างชายชราถืออาวุธทวนคนหนึ่งยืนประจันหน้า คนผู้นี้มีรูปร่างผอม ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยยับย่นทว่าแววตาคมกริบดุจใบมีด!
หมู่เฟิงเฉินมองดูอีกฝ่าย สีหน้าไร้ความรู้สึก “กล้าดีอย่างไรถึงจู่โจมสำนักกระบี่?”
ชายชราถือทวนยกมือขึ้นลูบเครายาวที่คางพลางยิ้มเย้ย “อย่ามาขู่เสียให้ยาก ในเมื่อข้ากล้ามาถึงนี่ย่อมแสดงว่าไม่ได้กลัวสำนักกระบี่ของเจ้าแม้แต่นิด”
คนตรงข้ามไม่โต้ตอบหากสายตาจ้องมองชายชราถืออาวุธทวนแน่วนิ่ง เขาก้าวเท้าตรงเข้าหาชายชราอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวราวกับปลดปล่อยพลังผลักแห่งกระบี่ออกไปทุกขณะ!
ไกลออกไปชายชราถืออาวุธทวนเงยหน้าเปล่งหัวเราะดังลั่น “เข้ามา เผยพลังแข็งแกร่งของจ้าวตำนานเทพกระบี่ให้เห็นเป็นขวัญตาทีเถอะ!”
จากนั้นผู้พูดยกเท้าขวากระแทกเปรี้ยงลงไปทันที
แฉ่!
ลำแสงแวววาวของทวนยาวส่งประกายพุ่งผ่านจากจุดนั้น
ทันทีที่ปรากฏแสงสว่างวาบ ท้องฟ้าเหนือบริเวณสำนักกระบี่พลันมืดดับลง
ในขณะนั้นพื้นที่ว่างเปล่า ช่องชั้นอากาศเหนือหลังคาสำนักกระบี่ถล่มทลายลงมา!
ขณะที่ชายชราพร้อมอาวุธทวนเคลื่อนไหวออก หมู่เฟิงเฉินจับกระชับพร้อมกระชากกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว
หึ่มมมม!
เสียงกระบี่คำรามดังสะเทือนไปทั้งแผ่นฟ้า!
เปรี้ยง!
ต่อมาเสียงระเบิดดังอึกทึกกึกก้องจนคนในสำนักกระบี่ต่างได้ยินกันถ้วนทั่ว!
ขณะนั้นด้านในสำนักกระบี่ เกิดการต่อสู้ด้วยเช่นกัน
หลี่เสวียนเฟิงกำลังต่อสู้ขับเคี่ยวกับเหยี่ยหลาน ถึงแม้ร่างจะถูกทำลายไปกว่าครึ่งหนึ่ง……ทว่าพลังอำนาจยังคงแข็งแกร่งยิ่งนัก!
อีกทั้งยอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋าของสำนักกระบี่ยังขัดขวางเหยี่ยหลานและคนของเขาไว้ได้
เปรี้ยง!
ทันใดนั้นบนอากาศมีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง ส่งให้ทั้งเหยี่ยหลานกับหลี่เสวียนเฟิงผงะถอยห่างไปอย่างหนักหน่วง
หลังจากหยุดชะงักนิ่งอยู่กับที่แล้ว หลี่เสวียนเฟิงเขม้นสายตามองคนตรงข้าม “เหยี่ยหลาน ข้าบอกแล้วว่าสมบัตินั่นไม่ได้อยู่ที่ข้า”
เหยี่ยหลานแสยะปากกับตอบด้วยเสียงเยาะหยัน “คงอยู่ที่เยี่ยฉวนสินะ?”
หลี่เสวียนเฟิงบอกเสียงเร็ว “ใช่ๆ อยู่ที่เจ้านั่น!”
สีหน้าคนฟังแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม “เจ้าคิดว่าข้าโง่งมถึงได้มาหลอกกันสินะ?”
ขณะคนตรงข้ามขยับอ้าปากเตรียมตอบโต้ พลันเหยี่ยหลานหายวับไปต่อหน้าต่อตา
เห็นเช่นนั้นใบหน้าของหลี่เสวียนเฟิงเผือดวูบ ก่อนจะเร่งตวัดกระบี่ฟาดฉับลงไปตรงหน้า
เชร้งงงง!
ด้วยลำแสงกระบี่ปรากฏ พลันช่องอากาศว่างเปล่าพังถล่มทลาย!
ตูม!
คนสองคนที่อยู่ไม่ไกลพลันต่างฝ่ายถอยห่างไปทันที เมื่อหลี่เสวียนเฟิงหยุดชะงักนิ่งและกำลังจะอ้าปากพูดนั้นเอง พลันแก้วตาหดแคบเหลือนิดเดียว เขาหมุนรอบตัวขวับพร้อมใช้กระบี่ที่ถืออยู่ฟาดออกไปเต็มเหนี่ยว……
เปรี้ยง!
ร่างของใครคนหนึ่งผงะถอยออกไปทันที!
อีกทั้งปรากฏกระบี่กดเข้าที่บริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วของหลี่เสวียนเฟิงพอดี
ถึงกระนั้นกระบี่ไม่อาจทะลุทะลวงเข้าสู่กลางแสกหน้าของหลี่เสวียนเฟิง ด้วยปราการสีทองขนาดฝ่ามือปรากฏออกมาขวางกั้นเสียก่อน!
ระยะทางห่างไปไม่มากนัก สีหน้าของชายหนุ่มออกเครียดเคร่งขึ้น ด้วยไม่เลยคิดว่าหลี่เสวียนเฟิงจะพกสมบัติล้ำค่าเชิงต้านรับไว้ในตัวเช่นนี้ ปราการทองคำขนาดจ้อยที่ว่า……ทว่ามีขั้นพลังเทียบได้กับขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิตเป็นอย่างน้อย!
เมื่อเห็นคนตรงหน้า สีหน้าของหลี่เสวียนเฟิงกลายเป็นดุดันน่ากลัว “ไอ้เยี่ยฉวน เป็นเจ้านี่เอง! ไอ้……”
พลันนั้นชายหนุ่มชี้หน้าหลี่เสวียนเฟิงพร้อมกับตวาดเสียงฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด “ไอ้เฒ่าสถุล เอาสมบัติล้ำค่าของข้าคืนมา!”
ทว่าหลี่เสวียนเฟิงยามนี้สีหน้าเดือดดาลหนักขณะที่เขาทำท่าจะพูดอะไรนั้นเอง เหยี่ยหลานพุ่งตัวรวดเร็วจากด้านหลังมายังอีกฝ่ายทันที
หลี่เสวียนเฟิงไม่กล้าประมาทนัก จึงรีบหมุนตัวหันขวับตวัดกระบี่ฟาดออกไป จากนั้นในบริเวณบังเกิดแสงกระบี่พุ่งออกไปประดุจสายฝนโหมกระหน่ำ
ในเวลานั้นเยี่ยฉวนหายวับลับจากสายตา!
ตูม ตูม ตูม!
บัดนี้เองยอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋าซึ่งกำลังต่อสู้อยู่ภายในสำนักกระบี่ ทั้งหมดกระเด็นกระดอนด้วยพลังทำลายล้างอันหนักหน่วงรุนแรง!
ขณะต่อมา พื้นที่ว่างเปล่าของชั้นอากาศเหนือสำนักกระบี่บังเกิดสั่นคลอนไหวโยกอย่างแรง ต่อมา ภูเขาที่ล้อมรอบบริเวณโดยรอบของสำนักกระบี่ค่อยทยอยถล่มลงทีละลูกๆ เวลานี้ภาพที่ปรากฏถล่มทลายพินาศย่อยยับไปทั้งสำนัก……
บนอากาศเวิ้งว้าง หลี่เสวียนเฟิงคำรามอย่างดุร้ายภายหลังจากใช้พลังตีปะทะจนเหยี่ยหลานกระถดถอยไป “เหยี่ยหลาน ไอ้เฒ่างี่เง่าข้าบอกแล้วไงว่าสมบัตินั่นไม่ได้อยู่ที่ข้า เจ้าถูกไอ้หนุ่มมันหลอกเข้าให้แล้ว!”
คนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เหยี่ยหลานได้ยินดังนั้นค่อยๆ กำหมัดขวาขณะเดียวกันแววตาเย็นชาเขม้นมองอีกฝ่าย “หลี่เสวียนเฟิง แต่งเรื่องโกหกพกลมที่ฉลาดกว่านี้ไม่ได้แล้วงั้นหรือ?”
จากนั้นผู้พูดชำเลืองมองไปอีกด้าน “เยี่ยฉวน ถึงตาเจ้าจัดการคนที่เหลือ ส่วนทางนี้……ข้าจะขวางไอ้เฒ่านี่ไว้ให้!”
“ขอบใจ!” เสียงเยี่ยฉวนดังออกมาจากมุมมืด! หลี่เสวียนเฟิงถึงกับนิ่งอึ้ง



