บทที่ 957 : จ้าวมู่! (ต้น)
หญิงสาวยังคงเงียบเฉย มองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่ง โดยไม่แสดงความเขินอายหรือโกรธเคืองแต่อย่างใด……ทั้งที่ร่างเปลือยเปล่าต่อหน้าชายหนุ่มผู้นี้
ฝ่ายนั้นสัมผัสได้ถึงบรรยากาศกระอักกระอ่วนไม่สู้ดี เยี่ยฉวนจึงรีบห่อกำปั้นกับฝ่ามือและกล่าวกับฝ่ายหญิงว่า “แม่นาง ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ!ข้า… มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ลาก่อน!”
ว่าแล้วคนพูดหันขวับทำท่าขยับออกไป
ในขณะที่ชายหนุ่มหมุนตัวนั้น สตรีทางด้านหลังผลักหมัดตะบันใส่เขาทันที!
ความว่องไวของนางนับว่าเป็นเลิศ!
ดุจนางเสือร้ายพุ่งตะปบเหยื่อ!
หางตาจับสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ เยี่ยฉวนหมุนตัวกลับหลังหันพร้อมกับยกแขนขึ้นไขว้ประสานกันป้องกำปั้นหมัดนั้น
เปรี้ยง!
เยี่ยฉวนผงะหงายหลัง ลอยละลิ่วออกไปไกลหลายสิบจั้งทันที!
เมื่อเขาหยุดนิ่งลงกับที่ สีหน้าคนถึงกับเผือดซีด
ขณะเดียวกัน ปรากฏว่าทั้งแขนขวาบังเกิดรอยแตกร้าวไปทั่ว!
ยิ่งกว่านั้น อวัยวะภายในสั่นคลอน ประหนึ่งได้รับความกระทบกระเทือนจนแตกร้าวก็ปาน!
พลังหนักหน่วงนัก
เยี่ยฉวนโงหัวขึ้นและมองออกไป เวลานั้นหญิงสาวสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
นางอยู่ในเครื่องแต่งกายรัดรูป ที่เอวผูกผ้าแถบสีม่วงซึ่งเผยให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าได้ชัดเจนขึ้น
ความงามของสตรีผู้นี้แตกต่างจากคนอื่น นางมีเส้นคิ้วเรียวคมดุจกระบี่อีกทั้งท่วงท่าตระหง่านตรง ประดุจความงามซึ่งแฝงด้วยจิตวิญญาณแห่งสตรีวีรชน
หญิงสาวก้าวตรงมาทางเยี่ยฉวนอย่างช้าๆ ขณะที่อีกฝ่ายสะกดความเจ็บปวดรวดร้าว ก่อนจะฝืนเอ่ยกับคนตรงข้ามว่า “แม่นาง เจ้าเข้าใจผิดแล้ว!”
คนที่กำลังเดินตรงมาไม่โต้ตอบ ทว่ามือข้างขวากำเข้าหากันช้าๆ ในขณะที่นางมีปฏิกิริยาเช่นนั้น เยี่ยฉวนรับรู้ได้ถึงพลังกดดันที่มองไม่เห็น
นางเป็นคนที่มีพลังแข็งแกร่งนัก!
ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด สตรีผู้นี้ทำให้รู้สึกทันทีว่าเป็นคนที่ยากจะเอาชนะ!
นี่คือพลังแรงผลัก!
แรงผลักของนางกำลังส่งพลังบดขยี้!
เมื่อเยี่ยฉวนทำท่าจะใช้กระบี่ออกปะทะนั้นเอง ทันใดนั้นเสียงของถังชิงพูดออกมา “ถามสิ นางคือจ้าวมู่หรือไม่”
เยี่ยฉวนลังเล จากนั้นมองไปที่สตรีตรงหน้า “นี่แม่นางคือจ้าวมู่ใช่ไหม?”
คนถูกถามหยุดกึกพลางขมวดหัวคิ้วน้อยๆ หญิงสาวยังไม่เอ่ยปากพูด ทว่าสายตาปรากฏร่องรอยกังขาอย่างเห็นได้ชัด
ถังชิงกระซิบแผ่วต่ำ “คนผู้นี้คงจะใช่จ้าวมู่เป็นแน่ ข้าขอแนะนำว่าให้เจ้าวิ่งหนีไปเสีย”
เยี่ยฉวนถามในใจอย่างสงสัย “ทำไม?”
เสียงในใจถามกระซิบ “เจ้าเคยได้ยินเรื่องบัญชีนามแห่งเต๋ามาก่อนไหม?”
คนถามส่ายหน้า
ถังชิงบอกมาว่า “ในจักรวาลโกลาหลถือว่าบัญชีนามแห่งเต๋า เป็นบัญชีนามที่เชื่อถือได้มากที่สุด แน่ล่ะ……คนจากดินแดนลึกลับในอาณาจักรเทพเจ้าไม่มีชื่ออยู่ในนั้น ชื่อในบัญชีนามแห่งเต๋ามีแค่สิบชื่อ และจะทำการจัดอันดับทุกปี ถ้าผู้ฝึกฝนคนใดอยากให้มีชื่อของตัวอยู่ในบัญชีนาม คนคนนั้นต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนสองประการ ประการแรก ต้องบรรลุพลังขั้นไขว่คว้าเต๋า ส่วนประการที่สอง อายุไม่เกิน 25 ปี คนที่อยู่ตรงหน้าเจ้า นางชื่อจ้าวมู่ รายชื่ออันดับสามในบัญชีนามแห่งเต๋า เจ้ารู้ความหมายที่ข้าบอกหรือไม่? ตอนนี้นางอยู่ในพลังขั้นไขว่คว้าเต๋าชั้นรู้ชะตา และจะท้าประลองกับยอดฝีมือขั้นสูงกว่าก็ยังได้”
เยี่ยฉวนเสียงขรึม “ข้าไม่คู่ควรประมือกับนางงั้นสิ?”
เสียงอีกฝ่ายตอบให้ว่า “ได้สิ เจ้าเป็นคนมีฝีมือ ไฉนถึงไม่คู่ควรประมือกับนาง? คิดว่าที่ข้าบอกว่าต่อสู้กับนางนั้นหมายถึงอะไร? อีกอย่างอำนาจที่อยู่เบื้องหลังนางมิใช่อ่อนด้อยด้วย เจ้าอยากให้ตัวเองเป็นศัตรูกับคนทั้งจักรวาลงั้นหรือ?”
ชายหนุ่มยิ้มแหย “เจ้าพูดมีเหตุผล! ไม่มีเหตุจำเป็นสักนิดที่ข้ากับนางต้องต่อสู้กัน!”
ขาดคำคนพูดหันหลังและออกวิ่งไปทันที
จ้าวมู่นิ่วหน้าเล็กน้อยทันทีที่เห็นว่าเยี่ยฉวนกำลังจะหนีไป ขณะต่อมาหญิงสาวกดปลายเท้าลงบนพื้นเบาๆ และหายวับไปไกลดุจลูกธนูพุ่งจากแล่ง*[1]
ณ บริเวณห่างไปสุดขอบฟ้า เยี่ยฉวนรู้สึกว่ากำลังถูกจ้าวมู่ไล่ตามมา ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย “ดูเหมือนนางจะไม่ยอมปล่อยข้าไปเสียแล้ว!”
ถังชิงย้อนเสียงเข้ม “เจ้าดันไปเห็นนางตอนไม่สวมเสื้อผ้าเข้าแล้วน่ะสิ!”
ชายหนุ่มเถียงกลับ “ข้าไม่ได้ตั้งใจสักนิด!”
เสียงตอบมาในใจว่า “ถ้าข้าตัดหัวเจ้าแล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจบ้างได้ไหม?”
เยี่ยฉวนหุบปากเงียบ
ในตอนนั้นจ้าวมู่เร่งติดตามมาทันพอดี
ชายหนุ่มไม่หยุดแต่รีบหนีต่อไป
เขาไม่ได้กังวลที่จะสู้กับหญิงสาวแปลกหน้า แต่กลัวว่าการประมือครั้งนี้จะดึงความสนใจของชุมนุมผู้คุมกฎและเผ่าถังเข้าเท่านั้น
คราวนี้การต่อสู้จะมิใช่การต่อสู้แบบตัวต่อตัวอีกต่อไป ทว่าเป็นการต่อสู้รวมกลุ่ม
ชั่วไม่นานนักเยี่ยฉวนหนีไปจนถึงชายทะเลแห่งหนึ่ง โดยจ้าวมู่ยังไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ
ทันใดนั้นคนที่ไล่ตามหยุดชะงัก พลางมองไปยังที่สุดขอบฟ้า มีลำแสงกระบี่ฉายวาบ จากนั้นนางค่อยหลับตาลง พลันความเงียบงันครอบงำอยู่ชั่วขณะ พร้อมกับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง
ฉัวะ!
ในบริเวณบังเกิดเสียงวัตถุฉีกขาดดังสะท้าน!
ขณะเดียวกันที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนปรากฏเงาประหลาดโผล่วูบ
จ้าวมู่นั่นเอง!
เมื่อเห็นเข้า ชายหนุ่มมีสีหน้าตื่นตกใจ……ความเร็วช่างน่ากลัวนัก!
จ้าวมู่เขม้นมองเยี่ยฉวน นางไม่พูดไม่จา แต่พุ่งหมัดกระแทกออกไปข้างหน้า
ฉัวะ!
เมื่อนั้นช่องอากาศเบื้องหน้าเยี่ยฉวนฉีกขาดออกจากกันอย่างฉับพลัน!
ประจักษ์แก่สายตา ชายหนุ่มไม่อาจประมาทฝีมือคู่ต่อสู้เป็นอันขาด……เยี่ยฉวนจึงชักกระบี่พร้อมกับแทงสวนออกไปทันที!
ตูม!
แสงกระบี่แหลกสลายในทันที พร้อมกันนั้นเยี่ยฉวนต้องพลังจนถอยห่างรวดเดียวไปไกลอย่างรวดเร็วสามร้อยจั้ง เมื่อเขาหยุดนิ่งกับที่ พื้นที่ว่างช่องอากาศฉีกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง!
ทันทีที่เหลือบเห็น เยี่ยฉวนสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที
สตรีคนนี้แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ!
ตอนนั้นจ้าวมู่ยกมือข้างขวาขึ้นพร้อมกับชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที พลันต่อมาเมฆหมอกปกคลุมดำทะมึนจนไปทั่วท้องฟ้า และบังเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าเข้าร่วมด้วย ชั่วขณะหนึ่งนางขยับกำหมัดข้างขวา
ฉัวะ!
ฉับพลันแสงสว่างพุ่งจากท้องฟ้าหลั่งไหลลงมา ก่อนจะพรั่งพรูเข้าสู่กำปั้นของนาง!
สายฟ้าแลบแปลบปลาบยืดขยายออกมาระหว่างฟ้าและดิน!
สิ่งที่ปรากฏให้เห็น เยี่ยฉวนมองดูพลางนัยน์ตาเบิกโพลง ทักษะนี้คืออะไรกันแน่? ช่างทรงพลังอำนาจมากนัก!
พลันจ้าวมู่ขยับเท้าออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง จากนั้นสายฟ้าแลบแปลบพุ่งมาตรงหน้าชายหนุ่มทันที
เยี่ยฉวนไร้ที่หลบซ่อน!
ยามนี้เขาไม่กล้าประมาทฝีมืออีกฝ่าย ชายหนุ่มจึงใช้มือข้างขวากำด้ามกระบี่……ไม่นานกระบี่ปรากฏพลังลึกลับไหลมาบรรจบรวมกัน
อำนาจมังกร!
เยี่ยฉวนเสือกกระบี่ที่ถือในมือข้างขวาจ้วงแทงลงไป
แฉ่!
ลำแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งออกจากกระบี่ตัดตรงลงไป
เปรี้ยง!
ความรุนแรงส่งให้พื้นที่ว่างเปล่าโดยรอบสั่นสะท้านสะเทือน ทันใดนั้นร่างของเยี่ยฉวนปะทะเข้ากับพลังจนละลิ่วลอยห่างไกลไปทันควันอีกหน!



