บทที่ 965 : ทุกคนล้วนมีความเห็นแก่ตัว! (ปลาย)
ฉินเสี่ยวกล่าวเรียบๆ “ผู้อาวุโสฉินเฟิง ข้าจำเป็นต้องค้นตัวท่าน!”
ฉินเฟิงพยักหน้าอย่างเต็มใจ “เชิญ!”
พลังจิตตรวจตราของฉินเสี่ยวกระจายครอบงำฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว จากนั้นครู่หนึ่งบริเวณหัวคิ้วของเขาขมวดกดลึก
ในตัวฉินเฟิงไม่ปรากฏสมบัติล้ำค่าแต่อย่างใด!
ฉินเสี่ยวเหลือบมองไปที่ฉินหมิง “ตกลงว่าสมบัติล้ำค่าหายไปหรืออยู่ในมือของฉินเฟิงกันแน่?”
คนถูกถามยังยืนกราน “อยู่ที่เขานั่นแหละ!”
ไม่ไกลกันนัก ฉินเฟิงมีใบหน้าถมึงทึง “ไอ้ฉินหมิง เสียสติไปแล้วหรือ? ใครไม่เชื่อก็ตามใจ ข้าจะสังหารมันเอง!”
ในขณะที่ฉินหมิงทำท่าจะตอบโต้ พลันหลินมู่เอ่ยขัดจังหวะขึ้นด้วยสุ้มเสียงเหลืออด “พวกเจ้าเล่นละครตบตาได้น่าประทับใจจริงๆ!”
พลันสายตาของยอดฝีมือแห่งตระกูลฉินหันกลับไปทางหลินมู่ ขณะที่ฝ่ายนั้นพูดต่อมา “ยอดเยี่ยมๆ! พวกเจ้าปั้นเรื่องให้สมบัติล้ำค่าหายไป! อัศจรรย์แท้! ข้ารู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก!”
ห่างไปไม่ไกลออก เสียงของชายชราสวมชุดดำจากชุมนุมผู้คุมกฎดังก้อง “ยอดเยี่ยมจริงๆ! สมบัติล้ำค่าหายไปเป็นเรื่องที่เฉียบคมมาก!”
พูดพลางเขาส่ายหน้าไปมาพร้อมยิ้มหยัน “พวกเจ้ากำลังจะบอกกับเราสินะว่า ที่แท้สมบัติล้ำค่าย้อนกลับไปหาเยี่ยฉวนแล้ว?”
ฉินเสี่ยวหันมองไปยังชายชราชุดดำ “สมบัติล้ำค่านั่นเป็นสิ่งมีจิตวิญญาณ ไม่แปลกที่มันจะหนีไปได้ด้วยตัวเอง!”
คนฟังชุดดำทำท่าถอนหายใจเสียงหนัก “ข้ารู้สึกเห็นใจเยี่ยฉวนขึ้นมาเสียแล้ว!”
ทันใดนั้นเขาหันไปเขม้นมองฉินเสี่ยว “เจ้ากำลังดูถูกสติปัญญาของข้าสินะ? พวกตระกูลฉินจะไม่พูดกับเจ้าให้เสียแรงเปล่าอีกแล้ว วันนี้ถ้าไม่ส่งสมบัติล้ำค่ามาให้ อย่าหวังว่าจะมีใครได้ออกไปจากที่นี่!”
จากนั้นด้านหลังฉินเสี่ยวและพวกกลุ่มคนสวมชุดดำปรากฏตัวไม่ห่างไปเท่าใดนัก
ทันทีที่สายตาแลไปเห็นกลุ่มคนชุดดำ สีหน้าของฉินเสี่ยวและคนอื่นกลับเผือดวูบ
ผู้คุมอาญาสาร!
พวกคนเหล่านี้เป็นกลุ่มยอดฝีมือระดับชั้นสุดยอดแห่งชุมนุมผู้คุมกฎ เช่นเดียวกับพลม้าศึกแห่งเผ่าถัง ถึงกระนั้นไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังนัก ด้วยคนที่เคยพบเห็นพวกเขาล้วนดับชีพไปแล้วทั้งสิ้น!
ผู้คุมอาญาสาร!
พลม้าศึกแห่งเผ่าถัง!
ยามนี้สีหน้าของฉินเสี่ยวหมองคล้ำลงยิ่งนัก! ตระกูลฉินไม่มีทางต้านกลุ่มคนสุดยอดพลังทั้งสองได้ อย่าว่าแต่กองกำลังทั้งสองแห่งนั้นเลย!
เขานิ่งขณะครุ่นคิดอยู่สักพัก ฉินเสี่ยวมองหน้าหลินมู่ตรงๆ พร้อมกับพูดว่า “พี่หลิน เรื่องนี้ต้องมีการเข้าใจผิดเป็นแน่ ข้า…”
หลินมู่สั่นศีรษะทันที “อย่าทำให้โมโหหน่อยเลย! ถ้าเจ้ามอบสมบัติล้ำค่ามาแต่โดยดี ข้าถึงจะเชื่อว่านี่เป็นแค่การเข้าใจผิดกัน เช่นเดียวกับเผ่าถัง เมื่อนั้นคนรุ่นหลังจะยังคงเป็นมิตรที่ดีต่อกัน”
ฝ่ายฉินเสี่ยวได้แต่นิ่ง ขณะใบหน้าบึ้งตึงแสดงความไม่พอใจ
สมบัติล้ำค่างั้นหรือ?
เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสมบัตินั่นอยู่ที่ใคร!
คิดดังนี้แล้วหันขวับไปมองฉินหมิงและถามด้วยน้ำเสียงขู่อาฆาต “ข้าถามอีกคำ สมบัติอยู่ในมือของเจ้าใช่ไหม?”
ฉินหมิงสีหน้าเรียบเฉยตอบทันควัน “ไม่ได้อยู่!”
ฉินเสี่ยวหันไปมองฉินเฟิง พลันฝ่ายหลังบอกเสียงเข้ม “เจ้าไม่เชื่อในคุณธรรมของข้างั้นหรือ?”
ไม่ไกลนักฉินหมิงเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “ใครจะใส่ใจเรื่องคุณธรรมกัน……ในเมื่อข้างหน้าเป็นสมบัติล้ำค่า?”
ฉินเฟิงแสยะปากอย่างเข่นเขี้ยวน่ากลัวเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาหันขวับไปมองฉินหมิงและว่า “ข้าจะสังหารเจ้า ไอ้ชาติชั่วเวรตะไลเอ๊ย!”
ว่าแล้วทะยานพุ่งพรวดตรงเข้าใส่ฉินหมิงอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายฉินหมิงมีท่าทางตกใจ ไม่ได้คอยตั้งรับให้ฉินเฟิงจู่โจมมาเพียงฝ่ายเดียว ทว่าพุ่งตัวตรงไปยังฉินเฟิงเช่นกัน
จากนั้นฉากการต่อสู้ดุเดือดของสองยอดฝีมือพลังขั้นไขว่คว้าเต๋าตระกูลฉินเปิดขึ้นแล้ว!
อีกด้านซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกล หลินมู่และผู้อาวุโสเยว่สบตากัน ตระกูลฉินทำอะไรกันแน่?
ดูแล้ว……ไม่เชิงว่าพวกเขากำลังเล่นละคร!
ทันใดนั้นฉินเสี่ยวออกคำสั่ง “ถอย!”
ว่าแล้วผู้พูดหมุนตัวกลับวิ่งออกไป
ฉินเสี่ยวประจักษ์ชัดว่าต่อให้สาธยายอย่างไร ทั้งเผ่าถังและชุมนุมผู้คุมกฎคงไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน!
ความจริงเขาเองก็ไม่เชื่อทั้งฉินหมิงและฉินเฟิงเหมือนกัน…
ทันทีที่เห็นว่าฉินเสี่ยวตั้งท่าจะหนีไป หลินมู่ตวาดดังลั่น “ฆ่าพวกมัน!”
เมื่อนั้นพลม้าศึกแห่งเผ่าถังไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าหาฉินเสี่ยวและพวกทันที
เคียงข้างมาอีกด้านเป็นกลุ่มยอดฝีมือจากชุมนุมผู้คุมกฎ!
ฉินเสี่ยวกัดฟันคำราม “ฆ่าพวกมัน!”
พลันลมหายใจทรงพลังแผ่กระจายออกทั่วร่าง…
……
ณ ที่หนึ่งท่ามกลางขุนเขาอันกว้างใหญ่ เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิบนพื้นในอุ้งมือเต็มไปด้วยอัญมณีเพชรน้ำค้างเซียน!
ยิ่งกว่านั้นอาหลิงน้อยยังนำผลไม้วิเศษมาให้กินเป็นจำนวนมาก
เขาได้รับบาดเจ็บจากผลข้างเคียง!
มันส่งผลให้ชายหนุ่มสูญเสียพลังไปหมดสิ้น ในการออกทักษะเพลงกระบี่แยกวิญญาณรวดเดียวถึงสองครั้งติดกัน!
เขาไม่ค่อยได้ออกทักษะนี้บ่อยครั้งนัก ด้วยทำให้สูญเสียพลังมากมหาศาล สมรรถนะทางกายในปัจจุบัน ทำให้ชายหนุ่มสามารถออกทักษะนี้ได้อย่างเก่งไม่เกินสองครั้งเท่านั้น!
หลังจากนั้นจะเหลือสมรรถนะในการต่อสู้อีกเล็กน้อย!
ทำให้ชายหนุ่มไม่ค่อยออกทักษะกระบี่……เว้นเสียว่าแต่จะมีเหตุฉุกละหุก!
เยี่ยฉวนยังพบข้อบกพร่องในตนเองด้วยนั่นคือ พลังงานของทุกทักษะกระบี่ รวมทั้งไม้ตายทุกชนิด……พลังจะหมดลงอย่างรวดเร็ว!
พลังปราณ!
ตอนนี้ขั้นพลังของเขาอยู่ในขั้นผนึกยุทธ์ และยังเป็นการยากที่จะควบคุมพลังของทักษะเพลงกระบี่ทั้งหลาย รวมไปถึงไม้ตายที่มีอยู่ให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่!
ถึงกระนั้น ชายหนุ่มไม่ได้อยากพัฒนาขั้นพลังให้สูงขึ้นกว่าเดิมในทันที!
เยี่ยฉวนไม่ได้อยากให้การฝึกฝนพลัง……เสมือนเป็นแบบแผนเพียงเท่านั้น!
ทันใดนั้น ช่องอากาศเบื้องหน้าชายหนุ่มพลันแยกออกจากกัน ไม่นานหอคอยเล็กจิ๋วทะยานออกมา!
หอคอยแห่งเรือนจำ!
เยี่ยฉวนอมยิ้ม “เจ้ากลับมาแล้ว!”
ในตอนนั้นเอง หอคอยแห่งเรือนจำฟาดใส่หน้าอกของชายหนุ่มอย่างแรง
เปรี้ยง!
ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบโต้……ทว่าร่างลอยละลิ่วไปไกลกว่าร้อยจั้งอย่างรวดเร็ว!
ทันทีที่ชายหนุ่มหยุดนิ่ง หอคอยแห่งเรือนจำออกมาปรากฏต่อหน้า และฟาดใส่อย่างแรงอีกครั้ง…
เปรี้ยง!
เยี่ยฉวนลอยออกไปอีกหน!
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาลอยละลิ่วออกห่างไปนั้น พลันฝูงกระบี่บินปรากฏขึ้นมาพุ่งแทงหอคอยแห่งเรือนจำทันที ขณะเดียวกันกับกระบี่ตรงเข้าหาหอคอยแห่งเรือนจำ ฟูงกระบี่ถูกดูดหายเข้าไปในหอคอยอย่างรวดเร็วและจากนั้น…
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง…
ในบริเวณนั้นเยี่ยฉวนถูกแรงปะทะเหวี่ยงจนกระเด็นไปรอบๆ จนไร้เรี่ยวแรงตอบโต้อย่างสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปราวสองถ้วยชา ชายหนุ่มตกกระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง มีหอคอยแห่งเรือนจำลอยตัวนิ่งอยู่ต่อหน้าอีกครั้ง เยี่ยฉวนรีบร้องบอกออกไปว่า “อย่า… สงบลงสักเดี๋ยวจะได้ไหม? เรามาคุยกันด้วยเหตุด้วยผลเถอะนะ!”



