บทที่ 973 : เวลาและมิติ! (ปลาย)
ทันใดนั้นยอดฝีมือทั้งเก้าโผล่เข้ามาขวางเบื้องหน้าเขาเอาไว้ ในเวลาเดียวกัน แสงเยือกเย็นเก้าลำแสงก่อตัวกลายเป็นค่ายกลสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อนจะกลืนร่างของสตรีสวมชุดยาวสีดำไว้ข้างใน!
ทุกสิ่งนิ่งงันไปชั่วครู่
ตูม!
แรงระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พลันค่ายกลสี่เหลี่ยมจัตุรัสแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของคนทั้งเก้าถูกความแรงพุ่งปะทะจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ภายหลังที่คนทั้งเก้ากระเด็นออกไป สตรีสวมชุดยาวสีดำทำท่าขยับตัวจะเข้าจู่โจมซ้ำอีกหน ทว่านางถึงกับนิ่งหน้าและมองไปยังฟ้าไกล ในชั้นบรรยากาศที่ว่างเปล่า พลังแรงกดดันบางอย่างที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตากำลังก่อตัว ขณะที่เมฆสีดำประหลาดเคลื่อนมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน
เมื่อเห็นเช่นนั้นสตรีสวมชุดยาวสีดำหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย จากนั้นหันกลับทะยานไปอีกทางด้วยความรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตานางหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย!
หลังจากที่ฝ่ายสตรีสวมชุดยาวสีดำหายตัวไปแล้ว อะไรบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นดูจะเชื่องช้าลง จากนั้นค่อยๆ จางหายไปและท้องฟ้ากลับคืนเป็นปกติ
อีกด้านหนึ่งจ้าวมู่หมุนตัวกลับก่อนจะหายวับไป
จึงมีเพียงคนของเผ่าถังและชุมนุมผู้คุมกฎที่ยังอยู่ในบริเวณนั้น
ทุกคนมองกันด้วยแววตาสับสนงงงัน!
พวกเขาปล่อยให้เยี่ยฉวนหนีไปได้อีกครั้ง!
เวลานี้ช่องอากาศเบื้องหน้าของหลินมู่สั่นสะเทือนอย่างแรง จากนั้นมีเสียงดังเล็ดลอดออกมา “กลับเผ่าเดี๋ยวนี้!”
กลับเผ่า!
หลินมู่หันกลับรวมทั้งพลม้าศึกออกไปทันที
ในลานโล่ง ชายชราสวมชุดดำนิ่งเงียบขณะครุ่นคิดอยู่นาน พลันเครื่องรางส่งสัญญาณขึ้นมาต่อหน้า ชายชรามองดูเครื่องรางส่งสัญญาณและเงียบงันไปอีกพักใหญ่ จนในที่สุดมีเสียงพึมพำออกมาว่า “ผู้พิทักษ์ฉิน ข้าไร้ความสามารถ ประสบความล้มเหลวในการจับตัวเยี่ยฉวนมาหลายครั้ง ท่านช่วยส่งคนมาทำแทนที”
ขณะต่อมาเสียงพูดดังขึ้นต่อหน้าชายชราสวมชุดดำ ‘คำขอได้รับการอนุมัติ!’
เมื่อได้ยินคำตอบ ชายชราสวมชุดดำคลายความกังวลลงไปมาก
ความจริงเขากลัวเยี่ยฉวนอยู่ไม่น้อย
เวลานี้เสียแขนสองข้างไป ทว่าต่อไปจะเสียอะไรเพิ่มอีก……ไม่มีใครบอกได้
ยิ่งไปกว่านั้นสัญชาตญาณบางอย่างบอกว่า……ถ้าชุมนุมผู้คุมกฎอยากจะจัดการเยี่ยฉวนจริง พวกเขาต้องส่งคนสุดยอดฝีมือมาสังหารเยี่ยฉวน หรือไม่ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวต้องลงมือด้วยตัวเอง เพื่อที่ต่อไปจะไม่มาสร้างปัญหาอีก!
ที่จริงความล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำให้เยี่ยฉวนมีเวลาพัฒนาพลัง!
อีกอย่างเจ้าหนุ่มนั่นพัฒนาอย่างก้าวกระโดด!
คงอีกไม่นานที่ยอดฝีมือขั้นไขว่คว้าเต๋าชั้นรู้แจ้ง……จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเยี่ยฉวนอีกต่อไป!
ชายชราสวมชุดดำส่ายหน้า ขณะถอนหายใจหนักหน่วง ความจริงแล้วพวกผู้นำระดับสูงแห่งชุมนุมผู้คุมกฎอาจจะคิดเหมือนกันกับตน เขารู้ดีถึงสิ่งที่พวกคนเหล่านั้นกำลังเป็นกังวล……คือความขัดแย้งระหว่างชุมนุมผู้คุมกฎกับเผ่าถังจะยิ่งบานปลาย หากพยายามทุ่มเทกำลังเพื่อจับตัวเยี่ยฉวน!
เผ่าถังไม่มีวันเห็นด้วยที่จะให้สมบัติล้ำค่าตกอยู่ในมือชุมนุมผู้คุมกฎ!
นี่คงเป็นสาเหตุที่แน่ชัดว่า……ทำไมเยี่ยฉวนถึงยังมีชีวิตมาจนถึงวันนี้!
ถึงอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกต่อไปแล้ว!
สักพักใหญ่ชายชราสวมชุดดำกลับไปพร้อมกับผู้ติดตามทั้งหมด
ส่วนเรื่องของเยี่ยฉวน ไม่ใช่ธุระกงการที่จะไปคิดว่ามันจะเป็นอย่างไรเพราะคิดไปก็มีแต่จะปวดหัว!
……
ภายในหอผู้นำของเผ่าถัง
หอผู้นำแห่งเผ่าถังสร้างขึ้นเพื่อประชุมหารือเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะ ดังนั้นลูกหลานทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปเป็นอันขาด
ด้านหน้าหอผู้นำมีรูปปั้นสตรีตั้งอยู่รูปหนึ่ง รูปปั้นดูมีชีวิตราวกับมนุษย์!
สตรีรูปปั้นสวมชุดยาวแต่งแต้มลวดลายดอกไม้สีขาว เส้นผมยาวประบ่า บนศีรษะผมบางส่วนถูกรวบเป็นหางม้า และกำลังถือตำราอยู่เล่มหนึ่งมีชื่อว่า ‘เวลาและมิติ’
สตรีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะอย่างน่าอัศจรรย์ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าถังนามว่ามู่หนานจื่อ
อีกทั้งนางเป็นหัวหน้าเผ่าสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ของเผ่าถัง!
ตามปกตินางจะใช้แซ่ถังเหมือนคนอื่นๆ ทว่ายืนกรานมาโดยตลอดว่าจะใช้แซ่มู่ คนเผ่าถังจึงไม่กล้าโต้แย้งได้แต่ผ่อนปรนไป…
ด้านล่างรูปปั้นสตรี มีประโยคหนึ่งสลักไว้ ‘ใครว่าสตรีด้อยกว่าบุรุษ?’
เป็นที่แน่ชัดว่าด้วยประโยคที่ว่านั่น ทำให้สถานะของสตรีแห่งเผ่าถังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!
ในเผ่าถังให้เกียรติสตรีมีสิทธิและสถานะเท่าเทียมกับบุรุษ สมัยก่อนมีเพียงบุรุษเท่านั้นที่สามารถเล่าเรียน ฝึกฝนและใช้ทรัพย์สมบัติทรัพยากรต่างๆ ได้ ทว่าบัดนี้มีสิทธิต่างๆ แล้ว! แม้แต่ทายาทผู้สืบทอดและตำแหน่งหัวหน้าเผ่าก็อาจเป็นสตรี!
ยิ่งกว่านั้น คุณลักษณะที่ไม่ส่งอิทธิพลต่อเผ่าถัง ถ้าบุตรของหัวหน้าเผ่าเป็นคนไร้ความสามารถ……เขาอาจถูกกำจัดออกไป และถ้าบุตรของคนรับใช้เป็นคนมีความสามารถ……ก็อาจได้รับสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่าได้!
พูดง่าย ถ้าเจ้าแน่จริงจงลงมือทำเสีย!
ถังเหยี่ยนผู้เป็นหัวหน้าเผ่าถังคนปัจจุบัน ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูกที่เกิดมาโดยไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม กลายเป็นเด็กไม่มีพ่อแม่ที่อาศัยอยู่ในเผ่าถังกับสาวใช้!
ในเวลาปกติเกือบจะไม่มีคนอยู่ในหอผู้นำเลย ด้วยเพราะมีเหตุการณ์ฉุกละหุก ทำให้หัวหน้าเผ่าเรียกยอดฝีมือทั้งหมดมาประชุมหารือกันที่หอผู้นำในยามนี้
ณ เวลานี้ในหอโถงมียอดฝีมือกว่าสามสิบคน!
คนเหล่านี้มีพลังไม่ต่ำกว่าขั้นไขว่คว้าเต๋า!
ในบรรดาพวกเขามีทั้งคนชรา คนหนุ่มและสตรีอีกหลายคน
ถังชิงก็อยู่ในหมู่คนเหล่านี้ด้วย
ทั่วทั้งหอโถงเงียบสนิท!
พักใหญ่ทีเดียว ปรากฏเงาดำขึ้น
ทุกคนที่เห็นเงานั้นปรากฏตัว ต่างพร้อมใจกันค้อมกายลง “คารวะหัวหน้า!”
เงาดำนั้นคือถังเหยี่ยน หัวหน้าเผ่าถัง!
หนึ่งในหกของยอดยุทธ์ ณ ช่วงเวลานั้น!
“ตอนนี้ควรพักเรื่องตระกูลฉินไว้ก่อน เวลานี้จะหารือเรื่องเยี่ยฉวน บางทีพวกท่านบางคนอาจจะไม่รู้จักคนผู้นี้มากพอ ถังเฝิงเจ้าช่วยเล่าเรื่องเจ้าหนุ่มนั่นให้พวกเราฟังสิ”
ที่เบื้องหน้าถังเหยี่ยน ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมา!
เด็กหนุ่มผู้นี้ชื่อถังเฝิงเป็นคุณชายเก้าแห่งเผ่าถัง และเป็นหนึ่งในคนที่กำลังต่อสู้แย่งชิงความเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่า!
ถังเฝิงค้อมกายลงแสดงคารวะต่อคนทั้งกลุ่มก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เยี่ยฉวนเกิดในตระกูลเยี่ยแห่งโลกชิงฉาง มารดาเป็นบุตรสาวของตระกูลตู๋กูในโลกสวรรค์ แต่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบิดา ตอนอายุสิบแปดปี เขาเริ่มศึกษาเต๋าแห่งกระบี่และเป็นเซียนกระบี่ตอนอายุสิบเก้า โดยมีบุคคลลึกลับให้การหนุนหลัง ส่วนเรื่องพลังความแข็งแกร่งกับตัวตนของผู้นั้นไม่เป็นที่ประจักษ์ และนี่คือข้อได้เปรียบของเยี่ยฉวน เขาจัดว่าเป็นยอดฝีมือในด้านเต๋าแห่งกระบี่ มีอุปนิสัยระมัดระวังรอบคอบ เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นรวมทั้งให้คุณค่ากับคนใกล้ชิดและมีคุณธรรม อีกทั้งยังรักความเป็นธรรม นอกจากนั้น ยังเป็นคนหน้าด้านหน้าทน ชอบคุยโม้โอ้อวด มักทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้”
ว่าแล้วคนพูดหยุดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “ต่อไปนี้คือจุดอ่อนของเขา การให้คุณค่ากับคนที่สนิทชิดชอบเกินไป ความมีคุณธรรมและรักความยุติธรรม รวมทั้งเอาใจใส่ห่วงใยน้องสาวกับสหายสนิท ถ้าเผ่าถังไม่อาจเอาชนะด้วยวิธีตรงไปตรงมา พวกเราต้องเข้าทางครอบครัวกับสหายเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะน้องสาว ถ้าลงมือกับน้องเท่ากับจัดการเขาได้ด้วยกระบวนท่าเดียวเท่านั้น!”



