บทที่ 424 พลังสุดแสนชั่วร้าย! (ปลาย)
……
พลังปะทะที่สุดแสนชั่วร้าย!……
……
ชายชราตกตะลึงผงะเงิบพร้อมผลักฝ่ามือออกไป ทันใดนั้นพลังประหลาดสีดำแผ่ออกเป็นโล่อันใหญ่กางกั้นทางเบื้องหน้า อย่างไรก็ตาม ทันทีที่โล่สีดำปรากฏ มันกลับถูกกระบี่หลิงซิ่วในมือของชายหนุ่มดูดซึมไปในเวลาอันรวดเร็ว!……
..
จบสิ้น!
ความคิดผุดวาบขึ้นภายในจิตใจของชายชรา
กระบี่ตวัดลงไป!
ตู้ม!
ร่างคนละลิ่วลอยออกไปไกลราวเก้าสิบจั้งกระทั่งพุ่งชนเข้ากับผนังกำแพงบ้านหลังหนึ่ง จนมันพังยวบลงทันทีทั้งหลัง!
ท่ามกลางซากปรักหักพัง ชายชราค่อยตะกายลุกขึ้นยืน ทว่าทันทีที่เขายืนเต็มตัวพอดีกับเยี่ยฉวนที่มาปรากฏอยู่ต่อหน้าแล้ว ชายชราสำลักโลหิตไหลรินออกมาทางมุมปาก มองชายหนุ่มด้วยสายตาแรงกล้า ขณะที่เขากำลังอ้าปากราวกับจะพูดนั้นเอง เยี่ยฉวนพลันตวัดกระบี่ฟันออกไป!
ฉับ!
ร่างของชายชราขาดเป็นสองท่อนทันที!
โลหิตแดงฉานสาดกระจาย!
……โลหิตที่หลั่งรินภายใต้อำนาจครอบงำของปณิธานกระบี่ กลายเป็นความน่าสยดสยองอย่างแท้จริง!
ในตอนนั้นเองกองทัพม้ากลุ่มหนึ่งควบตรงมาทางเยี่ยฉวน กองกำลังขุนศึกแห่งฉางหลาน!
ทหารม้าทั้งหมดรีบกระโดดลงจากหลังม้าและทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ก่อนจะกล่าวทักทายโดยพร้อมเพรียงกัน “คารวะอาจารย์ใหญ่!”
ชายหนุ่มหันไปมองกองกำลังขุนศึกเต๋าตรงหน้าแล้วจึงออกคำสั่งรวดเร็ว “พวกเจ้ากระจายกันไปตามเมืองต่างๆ เดี๋ยวนี้ ถ้าพบคนของสำนักมารโลหิต ฆ่าทิ้งให้หมด!”
“รับทราบขอรับ!”
กองกำลังขุนศึกเต๋าค้อมตัวลงรับทราบคำสั่งแล้วจึงกลับไปขึ้นหลังม้า และหันกลับเพื่อมุ่งหน้าสู่ต่างเมืองทุกเมืองตามที่ได้รับคำสั่ง
สำนักมารโลหิต!
เยี่ยฉวนมองตามหลังกองทหารม้าขณะที่มือข้างซ้ายยังกำหมัดแน่น และมือข้างขวาถือกระบี่หลิงซิ่วซึ่งขณะนั้นบังเกิดอาการสั่นสะเทือนทันที
เจียงจิ่วเดินตรงมาทางชายหนุ่ม สายตาแสดงความกังวลมองหน้าเยี่ยฉวนก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ “เจ้าเป็นไรไหม?”
คนตรงหน้าสั่นศีรษะน้อยๆ เขาจัดการเก็บกระบี่คืนลงฝัก จากนั้นจึงเดินตรงไปยังร้านขายบะหมี่ซึ่งไม่ไกลกันนัก ชายหนุ่มจดจำสถานที่นี้ได้อย่างชัดเจน เป็นที่ที่เขาและน้องสาวเยี่ยหลิงแวะกินบะหมี่ขณะเดินทางมาถึงเมืองชายแดนเป็นครั้งแรก ซึ่งเวลานี้มีชายร่างอ้วนคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น
เขาคือเถ้าแก่ร้านบะหมี่นั่นเอง!
เขาตายแล้ว!
ถึงแม้ว่าเมืองชายแดนจะมีประชากรอาศัยอยู่ไม่มาก ทว่าก็มีราวหนึ่งแสนคนเห็นจะได้!
และอย่างน้อยเก้าในสิบเป็นคนที่ถูกฆ่าตาย!
ชาวบ้านธรรมดาไม่มีปัญญาจะไปสู้รบปรบมือเมื่อคนขั้นผสานเทพและผนึกยุทธ์บุกเข้ามา ทว่าทำได้เพียงปล่อยให้พวกมันฆ่าตายอย่างน่าเวทนา!
ชายหนุ่มทรุดกายลงบนม้านั่งตัวหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆ และว่างกระบี่หลิงซิ่วลงบนโต๊ะอย่างเบามือ จากนั้นจึงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
เจียงจิ่วมาหยุดยืนข้างคนที่นั่งอยู่กับโต๊ะ ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรทั้งสิ้น
ครู่ใหญ่ต่อมามีชายวัยกลางคนจู่มาปรากฏตัวไม่ไกลจากที่พวกเยี่ยฉวนนัก กลุ่มคนติดตามมาด้านหลังอีกโขยงมากกว่าสามสิบคนเห็นจะได้ แต่ละคนล้วนขั้นสุดยอดผสานเทพ นอกจากนั้นบนอกเสื้อของทุกคนมีตัวอักษรขาดเล็กเขียนว่า ‘มารโลหิต’ ด้วย
คนที่ยืนตรงกลาง ท่าทางเป็นผู้นำคือชายวัยกลางคนซึ่งที่แท้คืออาวุโสเสวียหลี่
เสวียหลี่เดินตรงมายังที่เยี่ยฉวนและเจียงจิ่ว ขณะเบนสายตามาทางเยี่ยฉวน “ข้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้ามาก่อน ได้ยินว่านอกจากอันหลานซิ่ว ยังมีเจ้าอีกคนหนึ่งที่นับว่าเป็นยอดฝีมือคนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ของแผ่นดินชิง”
เยี่ยฉวนไม่ตอบโต้
คนพูดเบนหน้ามองไปยังซากศพของชายชราซึ่งถูกตัดเป็นชิ้นๆ โดยพลังปะทะของเยี่ยฉวนยังกองอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏ เขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อยเสียงพูดพึมพำกับตนเองอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงค่อยหันกลับมาที่เยี่ยฉวน “คนของสำนักมารโลหิตไม่ปรารถนาจะทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกับเจ้า ที่พูดนี่ไม่ได้เพราะเกรงกลัวเจ้าหรอกนะ! ตราบใดที่เจ้าเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับเรื่องนี้ พวกเราจะไม่เป็นศัตรูกัน เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เจียงจิ่วกัดฟันกรอด พูดเสียงเยาะหยัน “ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่? ได้แต่ดูพวกเจ้าทำทารุณกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนแคว้นเจียงอย่างนั้นหรือ?”
ชายวัยกลางคนแย้งเสียงเรียบ “พวกนี้มันก็แค่ชาวบ้านฐานะต่ำต้อย เจ้าจะสนใจทำไม?”
“ชาวบ้านต่ำต้อยงั้นหรือ?”
หญิงสาวหน้าตาดุดันน่ากลัว “เจ้าเกิดมาพร้อมกับพลังปราณขั้นผนึกยุทธ์หรือไง?”
ชายวัยกลางคนพูดเรื่อยๆ สีหน้าไม่วิตกทุกข์ร้อน “ดูเหมือนเจ้ากับเยี่ยฉวนคงอยากเป็นศัตรูกับพวกเราเสียแล้ว! ถ้างั้นก็……”
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนฉวยกระบี่หลิงซิ่วที่วางอยู่บนโต๊ะ และหมุนตัวพร้อมตวัดกระบี่ฟันออกไปอย่างรุนแรง!
ปฏิกิริยาของคนเบื้องหน้า เสวียหลี่ย่นหัวคิ้วแววตาส่องประกายเย็นชาวาววับ เขาหาได้หลบหนีทว่ากลับยืนหยัดเผชิญหน้าพร้อมกระแทกหมัดสาดแสงแดงฉานเจิดจ้า!
พลังกระบี่ปะทะพลังหมัด
ตู้ม!
ในขณะที่มีเสียงระเบิดดังสนั่น ภาพที่ปรากฏคือร่างของเยี่ยฉวนและเสวียหลี่ผงะถอยหลังออกไปคนละกว่าเก้าจั้ง!
เมื่อเสวียหลี่หยุดนิ่งลงกับที่ จึงสังเกตเห็นสันหมัดเกิดแผลแตก โดยเฉพาะหลังมือข้างนั้นปรากฏร่องรอยแตกร้าวทั่วไปหมด!
ชายวันกลางคนมีท่าทีตกใจไม่น้อย ด้วยตนเองเป็นถึงสุดยอดผนึกยุทธ์!
ส่วนชายหนุ่มเยี่ยฉวนฝั่งตรงกันข้ามเป็นเพียงผสานเทพ!
เสวียหลี่จ้องมองเยี่ยฉวนที่อยู่ห่างไปไม่มากนักด้วยสายตาเคร่งขรึม
“ฮ่าฮ่า……”
ฉับพลันนั้นเสียงหัวเราะดังมาจากบนท้องฟ้า ที่นั่นเรือเหาะลำหนึ่งกำลังร่อนลงมาช้าๆ ก่อนจะมีชายชราผู้หนึ่งทะยานออกมาจากภายในเรือเหาะลำดังกล่าว คนผู้นั้นลอยตัวอยู่กลางอากาศเหนือตำแหน่งที่เสวียหลี่และเยี่ยฉวน
ผู้เฒ่าเหอฮ่วน!
ชายชราหันไปพูดกับเสวียหลี่เสียงกลั้วหัวเราะ “อาวุโสเสวียหลี่ เรื่องที่ข้าเคยบอกให้พวกเรามาเป็นแนวร่วมกัน เจ้ายังไม่ได้ให้คำตอบ! ตอนนี้เจ้าจะว่าอย่างไร?”
เสวียหลี่หันมามองเยี่ยฉวนซึ่งขณะนี้ยืนอยู่อีกทางไม่ไกลนัก “ในเมื่อเจ้าไม่เข้าใจความหวังดีของข้า งั้นจงลงนรกไปเสียก็แล้วกัน!”
จากนั้นคนพูดก็เบนสายตามองไปยังผู้เฒ่าเหอฮ่วน “พวกเรามาร่วมมือกันสังหารมันก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ตกลงไหม?”
ชายชราเหอฮ่วนหัวเราะลั่น “ได้เลย!”
เมื่อเขาพูดเช่นนี้พลันทางเบื้องหลังได้มีคนออกมาสมทบเพิ่มอีกกว่ายี่สิบคน ซึ่งทุกคนล้วนขั้นผสานเทพทั้งสิ้น!
นอกจากนั้นยังมีสามคนที่เป็นผนึกยุทธ์
เมื่อรวมกับพวกสำนักมารโลหิต ทำให้คนกลุ่มนี้น่ากลัวไม่ใช่เล่น!
คนผู้เฒ่าเหอฮ่วนเห็นเช่นนั้นถึงกับแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ “เยี่ยฉวน เจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์นักไม่ใช่หรือ? ข้าจะบอกให้ว่าบนโลกนี้มีคนเก่งที่มีพรสวรรค์กว่าเจ้าอีกมากมาย มาดูเสียให้เต็มตาว่าข้าพาใครมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ!”
สิ้นเสียงของผู้เฒ่า บนเรือเหาะที่กำลังลอยลำอยู่กลางอากาศ เด็กหญิงร่างบอบบางสวมชุดทำจากน้ำแข็งปรากฏกายออกมาอย่างช้าๆ
