บทที่ 425 เจ้าจะฆ่าท่านพี่ข้างั้นหรือ?
……
ทันทีที่เด็กหญิงน้อยออกมาจากด้านในของเรือเหาะ อุณหภูมิในบริเวณลานแห่งนั้นพลันลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว และหนำซ้ำเพียงก้าวย่างได้สองก้าว พื้นที่ตรงบริเวณกลับกลายเป็นน้ำแข็งในทันใด……
……
ทุกก้าวย่างได้เกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็ง!……
..
พลันเด็กหญิงทะยานลงมาจากเรือเหาะ เมื่อเห็นหน้าค่าตาชัดเจนเยี่ยฉวนถึงกับตกตะลึงนิ่งขึงอยู่กับที่
สายตาของอีกฝ่ายจับจ้องมาที่เยี่ยฉวนนับตั้งแต่แรกที่ปรากฏตัวออกมา เมื่อมองเห็นชายหนุ่มพลันหยาดน้ำตาที่หลั่งรินจากดวงตาทั้งสองข้างและกลายเป็นหยดน้ำแข็งทันที
ชายชราผู้เฒ่าเหอฮ่วนนิ่วมองด้วยความตกตะลึง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยจางหาย
แปลกประหลาด!
คนเหลือบมองไปยังสตรีหน้าสวยผู้ติดตามทางด้านหลังเด็กหญิง จึงได้เห็นว่าอีกฝ่ายขมวดคิ้วท่าทางงุนงงไม่แพ้กัน
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สตรีหน้าสวยจึงก้าวไปประชิดคนตรงหน้าก่อนจะกระซิบเบา “ธิดาศักดิ์สิทธิ์”
เด็กหญิงธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่ตอบคำ แต่กลับเดินเร็วรี่เข้าไปหาเยี่ยฉวนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ในขณะนั้นผู้เฒ่าเหอฮ่วนรีบก้าวออกไปขวางทางไว้พลางยิ้มฝืน “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ คนผู้นั้นคือคนที่สำนักเหอฮ่วนต้องการเอาชีวิต ชื่อเยี่ยฉวนขอรับ”
พูดพลางยกมือชี้หน้าเยี่ยฉวนซึ่งขณะนั้นยืนตะลึงอยู่ไม่ไกล!
ฆ่าเยี่ยฉวน?
เด็กหญิงชะงักงันไปครู่หนึ่ง ในขณะนั้น คนมองกวาดสายตาซึ่งเย็นเยือกประดุจน้ำแข็งพุ่งออกจากร่าง
ตู้ม!
ชายผู้เฒ่าเหอฮ่วนกระเด็นจากที่ออกไปไกลกว่าเก้าสิบจั้งทันทีด้วยไม่ทันตั้งตัว!
ขณะที่คนหยุดลงกับที่จึงพบว่ามือทั้งสองข้างกลายเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง ยิ่งกว่านั้นความหนาวเย็นที่ฝ่ามือพุ่งทะลุทะลวงผ่านตลอดทั่วร่างกาย ราวกับกำลังจะกลายสภาพเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในอีกไม่ช้าก็ปาน!
ชายชราไม่มัวลังเล ผู้เฒ่ารีบกระตุกสั่นแขนทั้งสองพร้อมกับสะบัดฝ่ามืออย่างแรง ไม่มีโลหิตเลยสักหยด ด้วยมันได้กลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วอย่างสิ้นเชิง!
วินาทีนั้นเขามั่นใจว่าตนคงเสียมือทั้งสองข้างแล้ว!
หากเมื่อพบว่าความเย็นเยียบผ่อนคลายออกจากฝ่ามือ ผู้เฒ่าเหอฮ่วนจึงรู้สึกเบาใจลงไปเปลาะหนึ่ง พลันเขาคิดอะไรขึ้นมาบางอย่างจึงเบนหน้าหันไปมองเด็กหญิงที่อยู่ทางด้านหนึ่ง “ทำไม?”
ทำไมงั้นหรือ?
พลันทุกคนในที่นั้นต่างหันมองไปที่นางเป็นตาเดียว
ไม่เว้นแม้แต่ยอดฝีมือผนึกยุทธ์สองคนที่ติดตามมาคอยคุ้มกันเด็กหญิง ที่ยังมองดูด้วยความพิศวงสงสัยเช่นกัน
คนที่ตกเป็นเป้าสายตาไม่ตอบคำถามนั้นของผู้เฒ่าเหอฮ่วน หากนางกลับวิ่งจี๋เข้าไปหาเยี่ยฉวน ซึ่งภาพที่ปรากฏทำให้ยอดฝีมือสองคนเกือบออกปะทะ เมื่อเด็กหญิงวิ่งถลันตรงไปที่เยี่ยฉวน “ท่านพี่!”
ท่านพี่!
ชายชราผู้เฒ่าเหอฮ่วนตกตะลึงนิ่งขึง!
ยอดฝีมือผนึกยุทธ์สองคนผู้ติดตามเด็กหญิง ต่างพากันตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน!
ท่านพี่!
แท้ที่จริงแล้วเด็กหญิงคนนี้ นางก็คือเยี่ยหลิง!
เมื่อเยี่ยฉวนโผเข้าหาทำท่าจะกอดเยี่ยฉวน ความเย็นที่แผ่ซ่านออกมาภายนอกได้ทำให้เขาถึงกับสั่นเทา
หนาวเย็น!
ความเหน็บหนาวแทรกทุกอณูขุมขน!
เยี่ยฉวนรู้สึกเช่นนี้นับแต่แรก!
เมื่อสังเกตเห็นเยี่ยหลิงรีบปล่อยเยี่ยฉวนทันที ขณะถอยห่างออกไปเล็กน้อยพลางสายตามองดูน้ำแข็งที่ปรากฏอยู่บนตัวท่านพี่ แววตาของเด็กหญิงฉายริ้วรอยกังวลใจมากขึ้น “ท่านพี่ ท่าน……ข้า……ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้า……”
ทันใดนั้นกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากร่างของเยี่ยฉวน!
พลังปณิธานกระบี่คุณธรรม!
พลังปณิธานปรากฏ ความเย็นเยียบที่กระจายอยู่รอบตัวเยี่ยฉวนพลันมลายไปสิ้น
ไม่ไกลออกไป ผู้เฒ่าเหอฮ่วนพลันหันไปทางสตรีหน้าสวยสองคนทางด้านหลังเยี่ยหลิง สีหน้าเย็นชาท่าทางไม่ชอบใจ “แม่นางบอกข้าสิว่านี่มันอะไรกัน?”
สตรีสองนางต่างมองสบตากับแวบหนึ่ง ในที่สุดหนึ่งในสองคนนั้นเดินไปหาเยี่ยหลิงก่อนถามเสียงกระซิบ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ อย่าลืมว่าพวกเรามาช่วยสำนักเหอฮ่วน เจ้า……”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยหลิงหันขวับไปยังผู้เฒ่าเหอฮ่วนที่ยืนรวมกลุ่มกับพวกทางด้านหนึ่งด้วยแววตาเย็นเฉียบ “เจ้าจะฆ่าท่านพี่ข้างั้นหรือ?”
ถึงแม้คนพูดจะพูดอย่างใจเย็น ทว่าความหนาวเยือกกลับยิ่งแผ่ซ่าน!
ผู้เฒ่าเหอฮ่วนตอบเสียงเครียด “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ เจ้าเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหมันตอุดร ดังนั้นจะเป็นพี่เป็นน้องกับเยี่ยฉวนได้ยังไง? หรือว่าเจ้า……”
“ข้าเป็นน้องของเขา!”
เยี่ยหลิงเดินตรงไปทางผู้เฒ่าเหอฮ่วน สายตาจ้องเขม็งแน่วนิ่งที่คน “ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องท่านพี่ข้าแม้เพียงปลายเส้นผม ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมดทั้งสำนัก!”
จากนั้นคนพูดทะยานขึ้นสู่อากาศเบื้องบน ในฉับพลันนั้นปรากฏละอองหิมะโปรยปรายพร่างพรมลงมาจากผืนฟ้า
ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ เยี่ยหลิงประสานมือทั้งสองเข้ากับเกล็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายอย่างไม่ขาดสาย ทว่าทันใดนั้นหิมะเริ่มหมุนติ้วด้วยความเร็วขั้นสุด ต่อมาพื้นที่ในรัศมีเก้าสิบจั้งพลันเกิดแผ่นดินแตกแยกออกในเวลาเดียวกัน พร้อมกับที่เกล็ดหิมะกระหน่ำลงมาจากข้างบนโดยพุ่งเป้าหมายไปที่ชายชราผู้เฒ่าเหอฮ่วนด้านล่าง!
ทักษะยุทธขั้นสวรรค์!
สายตารับรู้ภาพที่ปรากฏสีหน้าของผู้เฒ่าเหอฮ่วนตื่นตะลึง เวลานั้นไม่อาจหลบหลีกไปได้ด้วยทุกทิศทางตอนนี้ถูกเกล็ดหิมะล้อมรอบเอาไว้!
ทำได้เพียงอย่างเดียวคือฟาดออกไปอย่างไม่ยั้งคิด!
ผู้เฒ่ายกฝ่ามือกระแทกลงไปบนพื้นดินอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
จุดที่ยืนพลันทรุดฮวบลงไปทันที และขณะที่ดาบสีชมพูคมกริบพุ่งขึ้นจากพื้นดินและฟาดใส่ท้องฟ้าเบื้องบน
พลังปะทะของดาบสีชมพูที่พุ่งผ่าน ส่งให้เกล็ดหิมะในทิศทางเดียวกันแตกระจายไป นับเป็นอะไรที่น่าเกรงขาม เมื่อมันทะยานมุ่งตรงไปทางเยี่ยหลิง!
เยี่ยฉวนในขณะที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขากำลังจะออกปะทะไปพร้อมกับเยี่ยหลิง ทว่าคนน้องกลับได้ทะยานขึ้นไปบนอากาศพร้อมชี้นิ้วไปทางผู้เฒ่าเหอฮ่วน ซึ่งทันทีนั้นที่บนท้องฟ้าเกล็ดหิมะหนาแน่นเกิดการประสานรวมกันกับบัวหิมะ ฟาดใส่ดาบที่พุ่งตรงเข้ามา!
ตู้ม!
ทั่วท้องนภากาศระเบิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางตาจับตาดูของทุกคนดาบสีชมพูแตกเป็นเสี่ยงทันที ขณะที่บัวหิมะไม่ปรากฏร่องรอยว่าบุบสลาย บัดนี้ยังมุ่งหน้าไปในทิศทางของชายชราเหอฮ่วน
เปรี้ยง!
ร่างของชายชรากระถดถอยร่นอย่างต่อเนื่องและทันทีที่คนหยุดอยู่กับที่ ความเย็นเยียบพุ่งวาบเข้าล้อมรอบตัว จากนั้นร่างทั้งร่างแข็งทื่อกลายเป็นน้ำแข็ง ทำได้เพียงกรอกนัยน์ตาไปมาเท่านั้น!
พ่ายแพ้อย่างหมดรูป!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เสวียหลี่และคนอื่นตกตะลึงพรึงเพริด ผู้เฒ่าเหอฮ่วนคนนี้เป็นขั้นสุดยอดผนึกยุทธ์! เท่านี้ก็พ่ายแพ้ราบคาบแล้วหรือ?
นอกจากนี้ ธิดาศักดิ์สิทธิ์เป็นน้องสาวของเยี่ยฉวนจริงหรือ?
น่าแปลก!
เสวียหลี่จ้องมองไปที่เยี่ยหลิง ในความคิดอยากจะล่าถอยแล้ว!
เหล่ายอดฝีมือผนึกยุทธ์ของสำนักเหอฮ่วนซึ่งติดตามผู้เฒ่าเหอฮ่วน ต่างกระเจิดกระเจิงไม่เป็นกระบวนและต่างคนต่างหลบลี้หนีหาย ด้วยถ้าไม่หาทางหนีเสียตอนนี้ พวกเขาคงไม่มีโอกาสหนีรอดยิ่งเมื่อเยี่ยฉวนและธิดาศักดิ์สิทธิ์ประสานมือกันออกปะทะพร้อมกัน!
พลันนั้นเองเยี่ยหลิงซึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศตวาดเสียงลั่น “ฆ่ามัน!”
ฆ่ามัน!
คำสั่งของเยี่ยหลิงทำให้ยอดฝีมือผนึกยุทธ์ทั้งสองคนที่ติดตามมาต้องทำท่าลังเลหันไปมองกัน ระว่างทั้งสองสำนักเหมันตอุดรและเหอฮ่วนต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด ถ้าอีกฝ่ายถูกธิดาศักดิ์สิทธิ์สังหาร จะเป็นสาเหตุให้สองสำนักกลายเป็นศัตรูที่มุ่งจองล้างจองผลาญกันไปตลอดกาล!
ความที่อีกฝ่ายมัวแต่ลังเลนั้น ทำให้คนที่หลบหนีหายวับไปอย่างรวดเร็ว!
เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนั้น เยี่ยหลิงหันขวับและจ้องแน่วไปในทิศทางที่คนหนีหาย “ท่านพี่ข้าพูดถูก ตนเท่านั้นเป็นที่พึ่งแห่งตน!”
คนที่ได้ยินพากันหน้าเสียและพร้อมกันทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น “โปรดอย่าเพิ่งโกรธพวกเราเลยขอรับ เราเพียง……”
สองคนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก แม้ทั้งคู่จะเป็นผนึกยุทธ์ก็ตาม หากในเวลานี้เยี่ยหลิงเป็นผู้ที่มีสถานะสูงส่งที่สุดในสำนัก!
นางเป็นความหวังอย่างยิ่งยวดที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าสำนักเหมันตอุดรคนต่อไป!
นางสามารถสังหารยอดฝีมือผนึกยุทธ์ด้วยวัยเพียง 14 ขวบเท่านั้น ช่างเป็นคนที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้?!
เด็กหญิงโบกมือไปยังคนที่ยืนด้านหลัง “ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือของพวกเจ้าแล้ว! ถึงยังไงข้าก็จะยืนเคียงข้างท่านพี่!”
จากนั้นเด็กหญิงจึงเหลือบมองไปยังเสวียหลี่คนที่ยังยืนเก้กังอยู่ด้านล่าง เมื่อเห็นเช่นนั้นชายวัยกลางคนรีบก้มศีรษะค้อมตัวลงต่ำ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์นี่คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกเราสำนักมารโลหิตไม่เคยคิดที่จะเป็นศัตรูกับสำนักเหมันตอุดรเลยแม้แต่น้อยขอรับ!”
เยี่ยหลิงพูดตอบเสียงเย็นเฉียบ “แต่เจ้าต้องการเป็นศัตรูกับท่านพี่ข้า ศัตรูของพี่ก็เหมือนศัตรูของข้า!”
เมื่อกล่าวจบทันใดนั้นนางก้าวเท้าออกก้าวหนึ่ง พลันพลังไอเย็นพุ่งวาบลงมาจากเบื้องบน ฉับพลันต่อมาอุณหภูมิในบริเวณนั้นดิ่งลดลงอีกครั้ง ครานี้ทุกคนดูเหมือนถูกขังอยู่ในโรงน้ำแข็งก็ปาน ทั้งหิมะจำนวนมหาศาลสาดใส่กลุ่มเสวียหลี่และพวกที่ยังอยู่ลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งแต่ละเกล็ดหิมะยังคมปลาบดุจใบมีดสร้างความหวาดกลัวให้คนข้างล่างถึงกับสั่นสะท้าน!
เสวียหลี่เห็นเข้าเช่นนั้น ความกลัววูบเข้าจับจิตร้องตะโกนเสียงหลง “ถอยเร็ว!”
ครั้งนี้เขามาพร้อมกับศิษย์มือฉมังเกือบทั้งหมดของสำนักมารโลหิต ถ้าคนเหล่านี้ต้องเอาชีวิตมาทิ้งเสียที่นี่ ย่อมสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสแก่สำนักมารโลหิตแน่!
บัดนี้สำนักมารโลหิตไม่มีทางเลือก เมื่อที่นี่มีเยี่ยฉวนรวมทั้งเยี่ยหลิงตลอดจนสำนักเหมันอุดรได้ร่วมมือกัน!
ต้องหนี!
สิ้นเสียงสั่งการของเสวียหลี่ ยอดฝีมือแห่งสำนักมารโลหิตทั้งหมดพากันหลับหนีจากสถานที่โดยเร็ว ทว่าเกล็ดหิมะของเยี่ยหลิงก็ยังคงกระหน่ำลงมาจากท้องฟ้าไม่มีหยุดหย่อน
“โอ……”
ชั่วขณะหนึ่งเสียงร้องโอดโอยด้วยความความเจ็บปวดทรมานดังกระหึ่มไปทั้งลานกว้าง ยอดฝีมือผสานเทพแห่งสำนักมารโลหิตไม่มีผู้ใดสามารถต้านทาน ในยามที่ต้องเผชิญกับอำนาจแห่งพายุเกล็ดหิมะนั้นได้เลย!
แม้แต่เยี่ยฉวนยังตกตะลึง ด้วยภาพเด็กหญิงเยี่ยหลิงที่พลังกล้าแกร่งเช่นนั้นเป็นสิ่งซึ่งเขาไม่คุ้นเคยมาก่อน!
ภาพศิษย์ของสำนักที่ตายอย่างน่าสลดใจไปทีละคน สีหน้าของเสวียหลี่แปรเปลี่ยนเหี้ยมเกรียม เมื่อละสายตาจากภาพตรงหน้าจึงหันมองเยี่ยหลิงบนท้องฟ้า ทันใดนั้นคนกลายร่างเป็นเงามารโลหิตทะยานเข้าใส่เยี่ยหลิงทันที!
เป็นที่ชัดแจ้งว่าตอนนี้เขาช่วยเหลือใครไม่ได้อีกต่อไป!
และเมื่อชายวัยกลางคนเสวียหลี่ออกปะทะ เยี่ยฉวนซึ่งอยู่ไม่ไกลนั้นพลันตัดสินใจกระโจนลงมาพร้อมเสือกปลายกระบี่แทงใส่เสวียหลี่!
ในขณะที่กระบี่หลิงซิ่วยังคงความดุดันอยู่เต็มเปี่ยม แรงปะทะจึงทรงพลังพาให้ชั้นบรรยากาศถึงกับสั่นสะเทือน!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
พลังปะทะยามนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งที่ผนึกด้วยปณิธานกระบี่ชั่วร้ายก่อนหน้าเสียอีก!
ทำให้เสวียหลี่ซึ่งปกติกำลังพุ่งเข้าหาพลันหยุดชะงักอยู่กับที่ ด้วยสายตาจับภาพพลังปะทะได้อย่างถนัดถนี่ จอประสาทตาของเขาบีบเล็กลงจนเท่าปลายเข็ม แววตาแสดงความประหลาดใจเปลี่ยมล้น
คนผสานเทพสามารถออกพลังปะทะที่มีความน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้งั้นหรือ?
เขาไม่ยอมเสียเวลาจึงผลักพลังชี่จากภายในประจุความรุนแรงหนักหน่วงยิ่งขึ้น ก่อนพลันหมุนตัวกลับหนึ่งรอบพร้อมฟาดฝ่ามือออกไปเต็มแรง ด้วยพลังนั้นพลันฝ่ามือโลหิตพุ่งออกจากกลางฝ่ามือดุจกระสุน!
ในเวลานั้นเป็นจังหวะที่กระบี่ของเยี่ยฉวนฟันลงมาพอดี
ตู้ม!
ฉับพลันพลังฝ่ามือสีเลือดแตกกระจายทันที ซ้ำร่างของเสวียหลี่ถูกแรงปะทะเหวี่ยงไกลออกไปกว่าเก้าสิบจั้ง ทันทีที่ร่างหล่นกระทบพื้นดิน ยังผลให้พื้นพสุธาใต้ฝ่าเท้ายุบฮวบลงทันที ในขณะที่คนสำลักโลหิตออกทางมุมปาก ได้สังเกตเห็นว่าแขนขวาถูกคมกระบี่ของเยี่ยฉวนสะบั้นขาดเสียแล้ว!
ถึงแม้จะไม่ตาย หากคนได้รับบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียพลังทั้งหมดโดยสิ้นเชิง!
ขณะนั้นเองกองทัพม้ากลุ่มหนึ่งห้อตะบึงตรงมาทางนี้!
กองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลาน!
เพียงไม่นานนักกองทหารม้านับร้อยได้เข้ามาจนเต็มในบริเวณลาน ส่วนศิษย์ของสำนักมารโลหิต……หากไม่หนีก็มีแต่ตาย
เสียงเยี่ยฉวนออกคำสั่ง “สังหารศิษย์สำนักมารโลหิต จากนั้นจงตัดคอพวกมันเสียบประจานไว้ที่หน้าประตูเมือชายแดน คนเมืองชายแดนหลายหมื่นที่ถูกพวกมันสังหารจะได้เบาใจ!”
คนที่อยู่ไม่ห่างไกลมากนักเสวียหลี่มองเยี่ยฉวนเขม็งด้วยสายตาแรงกล้า เปี่ยมด้วยความโหดเหี้ยมดุร้าย “พวกเราสำนักมารโลหิตจะไม่ปล่อยพวกเจ้า……”
ยังมิทันพูดจนจบประโยค เยี่ยฉวนพลันพุ่งตรงเข้ามาพร้อมตวัดฟันกระบี่ในมือ
ฉับ!
ศีรษะของเสวียหลี่เมื่อครู่ปลิวหลุดออกจากบ่า!
ชายหนุ่มหยุดเก็บกระบี่ก่อนจะย้อนกลับไปหาเยี่ยหลิง เยี่ยฉวนฉวยมือบอบบางของน้องพร้อมจูงเดินออกไป “ไปเถอะ ข้าจะพาไปกินบะหมี่!”
