บทที่ 754 สำนักมารภูตผี! (ปลาย)
ได้ยินเช่นนั้นคนเจ้านายก็นิ่วหน้าเล็กน้อย ขณะต่อมาจึงหันไปบอกกับอีกฝ่ายว่า “สืบหาความคืบหน้ามาโดยด่วน!”
สตรีสวมเกราะพยักหน้าพลางรับคำ “รับทราบเจ้าค่ะ!”
ผู้เป็นนายกล่าวว่า “เจ้าไปได้แล้ว”
คนสวมเกราะทำท่าคารวะครั้งหนึ่งก่อนถอยกลับไปอย่างเงียบเชียบ
หลังจากที่คนสวมเกราะกลับออกไปแล้ว สตรีจึงเบือนหน้าไปมองยังทิศที่ไกลออกไปสุดสายตา แววตาครุ่นคิดบางอย่าง
…
ภายในห้องพักโรงเตี๊ยม
เยี่ยฉวนจับตามองวงแหวนสัมภาระหลายอันที่กองสุมอยู่ตรงหน้า พลันรอยยิ้มยินดีผุดขึ้นที่มุมปาก
ของพวกนี้เองที่เขาโกยมาจากหอวาณิชว่านเป่า
ในจำนวนสิ่งของต่างมากมายมีอัญมณีเพชรน้ำค้างมากถึงสามสิบหกล้านชิ้น ทำให้เวลานี้เขามีอัญมณีเพชรน้ำค้างในมือแล้วกว่าเจ็ดสิบล้านทีเดียว!
นอกจากนี้ก็มีของล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์และอื่นอีกจิปาถะ
ชายหนุ่มยังรู้สึกเสียดายอยู่อย่างที่ครั้งก่อนตนเร่งรีบเกินไป จึงไม่ได้กวาดเอาทรัพย์สินมีค่าทุกชิ้นของหอวาณิชว่านเป่า มิเช่นนั้นคงจะได้มามากกว่านี้ ถึงกระนั้นนี่ก็นับว่าได้มาไม่น้อยแล้ว
เยี่ยฉวนทำท่าราวกับฉุกคิดอะไรบางอย่าง เขาจัดการโบกมือข้างขวาออกไปพลันที่เบื้องหน้าปรากฏกระบี่ชี่วิญญาณทั้งเก้าเล่ม
ทันทีที่กระบี่ปรากฏ พลังไอเย็นก็แผ่กระจายไปทั่วบริเวณจนเยี่ยฉวนรู้สึกราวกับอยู่ภายในห้องลับอากาศหนาวยะเยือก
สูบกลืนงั้นหรือ?
ชายหนุ่มนิ่งคิด จากนั้นจึงส่ายหน้ากับตนเอง
ถ้าสูบกระบี่ชี่วิญญาณทั้งเก้าเล่มจนหมด แน่นอนว่าพลังของเขาจะดันพุ่งทะยานขึ้นสู่อีกระดับทันที ทว่าหากเป็นดังนี้เขาจะไม่เหลือกระบี่ไว้ใช้สักเล่มเดียว
ส่วนกระบี่ที่แขวนอยู่บนยอดหอคอยเขาไม่สามารถใช้มันได้และการใช้กระบี่เจิ้นหุนยังมีข้อจำกัดมากมาย เมื่อถึงตอนนั้นกระบี่ที่ใช้จะเป็นกระบี่ชี่วิญญาณและกระบี่เซียนหลิง!
ทันใดนั้นเสียงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนกล่าวขึ้นทันทีว่า “นายท่าน เหตุใดจึงไม่ลองผสานรวมกระบี่เก้าเล่มเป็นหนึ่งเดียวเล่าเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ชายหนุ่มถึงกับนิ่งงันเมื่อรู้สึกตัวจึงถามทันที “ข้าทำได้งั้นหรือ?”
วิญญาณกระบี่เจิ้นหุนตอบว่า “ได้เจ้าค่ะ ข้าสามารถช่วยท่านได้แต่มีเรื่องจะขอร้องอย่างหนึ่ง หวังว่านายท่านจะอนุญาต”
เยี่ยฉวนรีบถามทันควัน “เรื่องอะไร?”
เสียงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนบอกว่า “ข้าต้องดูดกลืนดวงวิญญาณเพื่อหล่อเลี้ยงกายข้าด้วยกระบี่มีรูปทรงที่มีความพิเศษ ต่อไปเมื่อท่านสังหารฝ่ายตรงข้าม โปรดอย่าเพิ่งทำลายดวงวิญญาณของพวกมันทว่าส่งมาให้ข้า ถ้าดวงวิญญาณคนผู้นั้นมีความแข็งแกร่งดี ข้าสามารถขัดเกลาดวงวิญญาณทั้งหลายเหล่านั้นเป็นวิญญาณอเวจีให้ท่านได้”
เยี่ยฉวนฟังแล้วมีอันต้องตกตะลึงและจากนั้นจึงรีบผงกศีรษะรวดเร็ว “ได้สิ ไม่มีปัญหา!”
ในความคิดของชายหนุ่มขณะนั้น เขารู้สึกว่าเจ้าวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนช่างดีอย่างไม่น่าเชื่อ!
กระบี่นี่ดีเหลือเกิน!
ถ้ากระบี่บนยอดหอคอยทุกเล่มรู้จักที่จะเอาอกเอาใจอย่างนี้คงจะดีไม่น้อย!
เวลานั้นมีเสียงพูดของดวงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนดังขึ้นว่า “นายท่าน ควรเริ่มลงมือผสานรวมกระบี่ทั้งเก้าเดี๋ยวนี้เลย ข้าจะใช้พลังดวงวิญญาณช่วยท่านเอง น่าจะได้ผล!”
เยี่ยฉวนพยักหน้าหงึกและเริ่มหันไปจัดการกับกระบี่ทั้งเก้าเล่ม ทันใดนั้นด้วยการจัดการของเขา ทำให้
กระบี่ชี่วิญญาณเก้าเล่มเริ่มผสานรวมกันอย่างช้าๆ!
ใช้พลังอย่างหนักหน่วง!
ทุกครั้งที่เขาเริ่มต้นปฏิบัติการ เยี่ยฉวนจะรู้สึกว่าต้องใช้พลังหนักหน่วงด้วยกระบี่ชี่วิญญาณทั้งเก้าเล่มนี้ มีการรวมตัวกันของชี่วิญญาณ และการควบคุมพลังอำนาจของชี่วิญญาณนั้นทำได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะควบคุมการควบกระบี่เก้าเล่มให้รวมเป็นหนึ่งเช่นนี้
นับว่าเขายังโชคดีที่ดวงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนเริ่มเข้ามาช่วย ทำให้ดวงวิญญาณแข็งแกร่งทรงพลังเหล่านี้ทยอยเข้ามารวมกันต่อหน้า……
เพราะมีดวงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนคอยช่วยเหลือ ชายหนุ่มจึงรู้สึกว่าอะไรดูง่ายดายขึ้นทันตาเห็น
เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ เวลาเคลื่อนคล้อยลอยผ่านทีละนิดๆ จนล่วงเข้าหนึ่งวัน
ชิ้งงงง!
เสียงกระบี่กรีดก้องขึ้นทันที ทว่าเพียงครู่เดียวพลันเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว
เยี่ยฉวนขณะกำลังนั่นขัดสมาธิบนพื้นค่อยผุดลุกขึ้นยืนตัวตรง และในตอนนั้นเองที่เบื้องหน้าปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งลอยตัวอยู่นิ่งๆ
กระบี่ชี่วิญญาณ!
กระบี่ชี่วิญญาณเล่มนี้มีความแตกต่างจากกระบี่ทั้งเก้าเล่มที่มีมาก่อนหน้า ด้วยมีขนาดใหญ่กว่า ยิ่งไปกว่านั้นรังสีที่แผ่ซ่านออกมาก็หนักหน่วงกว่าที่เคย
พลันดวงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนไขความกระจ่างให้ว่า “นายท่าน กระบี่เล่มนี้เทียบได้ขั้นกระบี่เซียน ทว่ายังคงด้อยกว่าเกราะเทพแห่งความมืดที่นายท่านมีอยู่ แน่ละความแตกต่างไม่ได้มากมายอะไร ต่างแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเหมาะสมสำหรับนายท่านในเวลานี้”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “ขอบใจมาก”
เสียงตอบรับจากวิญญาณกระบี่เจิ้นหุน “ไม่เป็นไรมิได้ นายท่าน”
ฝ่ายคนรีบถามทันที “ว่าแต่เจ้ามีชื่อเรียกไหม?”
เสียงของดวงวิญญาณกระบี่เจิ้นหุนบอกว่า “อดีตนายท่านเคยเรียกข้าว่าหุน นายท่านสามารถเรียกข้าอย่างเดียวกันได้ อ้อมีอีกเรื่องหนึ่ง ผู้ที่อยู่บนชั้นห้าเป็นตัวอันตรายอย่างยิ่ง……นายท่านคิดหากลยุทธ์ที่จะรับมือโดยเร็วไว้ก็ดี!”
คนที่ชั้นห้า!
สีหน้าของเยี่ยฉวนหมองคล้ำไปในทันที
เจียนจื่อไจ้ที่ว่าแกร่งกล้ายังได้เพียงชั้นที่สี่ เยี่ยฉวนแทบจินตนาการไม่ออกทีเดียวว่าคนที่อยู่ชั้นห้าจะแกร่งกล้าปานใด!
ยามนี้เขาคิดถึงสตรีลึกลับเหลือเกิน……สตรีที่มักจะสวมชุดสีเรียบเสมอๆ
ถ้านางยังอยู่กับหอคอย เขาคงค่อยเบาใจได้!
ทว่าเวลานี้เขาเองไม่รู้ว่าสตรีลึกลับไปอยู่เสียที่ไหน……
ครู่ใหญ่ต่อมาชายหนุ่มสั่นศีรษะทันควัน หลังตามหาน้องหลิงแล้วเขายังต้องค้นหากฎแห่งเต๋า!
อะไรบางอย่างหวาดกลัวกฎแห่งเต๋า!
กฎแห่งเต๋า!
นึกถึงเรื่องนี้ พลันเยี่ยฉวนแทบกระโดดลุกขึ้น เขาเกือบลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง
นับตั้งแต่ได้รับกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เขาไม่ค่อยได้นำกระบี่ปฐพีและกระบี่สุญญากาศออกมาใช้!
กฎแห่งเต๋าสามารถสกัดยับยั้งความน่าสะพรึงกลัวของสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นสมรรถนะความสามารถที่แท้จริงย่อมมีมากกว่าที่เห็น!
เขาต้องค่อยๆ เรียนรู้และอาจใช้กำลังบ้างเพื่อดึงเอาสมรรถนะที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างระมัดระวัง!
ทันใดนั้นบานประตูห้องพักเปิดออกอย่างฉับพลัน และตู๋กูเสวียนเดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน “คนของศาลาไป่เสี่ยวมาที่นี่!”
ชายหนุ่มรีบบอกอีกฝ่าย “บอกให้เข้ามา!”
พลันต่อมาชายชราผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง คนของศาลาไป่เสี่ยวที่ชื่อมู่โจวนั่นเอง
ชายชรามู่โจวเดินมาหยุดลงเบื้องหน้าเยี่ยฉวนก่อนเอ่ยน้ำเสียงเคร่งเครียด “คุณชายเยี่ย พวกเรารู้แล้วว่าใครที่มาลักพาตัวน้องของเจ้า”
เยี่ยฉวนถามสวนออกไปอย่างรวดเร็ว “ใครกัน!”
ชายชราสีหน้าลังเลอย่างประหลาดขณะกล่าวว่า “คุณชายเยี่ย สำหรับเรื่องนี้ท่านต้องคิดให้ถี่ถ้วน คนที่ลักพาตัวน้องสาวของท่านไปอาจเป็นสำนักมารภูตผี สำนักมารภูตผีขึ้นชื่อว่าจับคนที่มีสภาพทางกายภาพพิเศษไปเพื่อขัดเกลาพลังมารภูตของพวกมันซึ่งขึ้นชื่อว่าชั่วร้ายที่สุด ดังนั้น……”
ชายหนุ่มลุกพรวดทันทีโดยที่ไม่ทันฟังฝ่ายพูดยังไม่จบด้วยซ้ำ พลังกระบี่มารแผ่ซ่านกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ขณะนั้นสีหน้าของมู่โจวแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง พลางเท้าพาขยับถอยกรูดไปจนจวนเซ……
