บทที่ 807 : วิชาลี้ลับ!
ร่างกายและวิญญาณของเยี่ยฉวนฟันกระบี่ออกไปพร้อมๆ กัน กระบี่ทั้งสองเล่มฟาดฟันลงคล้ายกระบี่เล่มเดียว!
เชือดเฉือนลงไป!
แรงผลักดันของกระบี่อันทรงพลังพลันฝืนบังคับให้พลังอันยิ่งใหญ่ในอากาศหยุดลง หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง……
ตู้ม!
พลังนั้นแตกสลายในพริบตา!
กระบี่แห่งแสงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งตรงไปที่บุรุษในชุดดำ
บุรุษในชุดคลุมสีดำกลางอากาศกำมือขวาเป็นกำปั้นแล้วชกลงไป
ตู้ม!
ฟ้าดินสั่นสะเทือน บุรุษชุดดำถูกบังคับให้ถอยห่างออกไปหลายจั้ง อยู่ๆ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วยกแขนทั้งสองขึ้นเพื่อปัดป้องให้ทันท่วงที!
ลำแสงของกระบี่พุ่งเข้ามาหาอย่างเงียบๆ
เปรี้ยง!
แขนที่สั่นเทิ้มอย่างรุนแรง จนเขาล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ทันไร กระบี่แห่งแสงอีกเล่มพุ่งโจมตีเขาอีกครั้ง!
รวดเร็วมาก……รวดเร็วเกินไปแล้ว!
บุรุษชุดดำปล่อยหมัดออกทันที!
ตู้ม!
กำปั้นอันทรงพลังทำลายกระบี่แห่งแสงนี้ในคราวเดียว ทว่าลำแสงของกระบี่อีกเล่มพุ่งเข้าหาเขาอีกครั้ง และอีกครั้ง ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด!
แสงกระบี่เหล่านี้เกือบจะทะลวงเข้าหาเขาได้ทันท่วงที!
บุรุษชุดดำไม่มีเวลายกหมัดขึ้นชกครั้งที่สอง จึงถูกแสงกระบี่ฟาดฟันเข้าที่หน้าอย่างจัง
ตู้ม!
บุรุษชุดดำถูกบังคับให้ล่าถอยห่างออกไปกว่าสิบจั้ง!
หลังจากที่หยุดลง จึงยกมือทั้งสองขึ้นแล้วเอ่ยว่า “โล่!”
หลังจากนั้น โล่ม่านแสงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นรอบตัวทันที!
บัดนั้นลำแสงของกระบี่ค่อยๆ พุ่งเป้ามาที่เขาทีละเล่ม
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
บังเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้องหนาหู
กระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนเจาะทะลวงโล่ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ น่าลุ้นระทึกเสียจริง!
จั่วชิงที่อยู่บนยอดสีหน้าดูเคร่งขรึมขึ้นมา
โม่เยี่ยเงียบงันไป
ครู่ต่อมา จั่วชิงกล่าวเบาๆ “ความเร็วและพลังของกระบี่เล่มนี้……หากใช้ในสงครามเพื่อลอบโจมตีในความมืดมิด คงน่ากลัวนัก!”
โม่เยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย
ขณะนั้นเยี่ยฉวนกำลังต่อสู้กับบุรุษชุดดำตัวต่อตัว ดังนั้น กระบี่บินของเยี่ยฉวนจึงไม่น่ากลัวนัก เพราะชายหนุ่มใช้กระบี่ที่อยู่เหนือกระดาน! ทว่าเมื่ออยู่ในสงคราม เยี่ยฉวนสามารถซ่อนตัวในความมืดแล้วโจมตีด้วยกระบี่บินอย่างลับๆ มีเพียงไม่กี่คนที่หลบมันได้ทัน!
แม้แต่จั่วชิงยังเกรงกลัว!
เขาไม่กลัวกระบี่ของเยี่ยฉวน ถ้าหากเยี่ยฉวนต่อสู้กับตนอย่างเปิดเผย ทว่าหากเยี่ยฉวนโจมตีด้วยกระบี่บินอย่างหลบซ่อน คงน่ากลัวอยู่ไม่น้อย!
ในเวลานี้ โม่เยี่ยเอ่ยเบาๆ ว่า “เจ้ามั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้หรือไม่?”
จั่วชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ย่อมได้ ทว่าต้องมีเพียงเขาเท่านั้น!”
โม่เยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “แค่นั้นคงเพียงพอแล้ว!”
จั่วชิงมองโม่เยี่ย “ผู้คนจากต่างดินแดนกำจัดเขาไม่ได้หรือ?”
โม่เยี่ยเอ่ยเบาๆ “ขึ้นอยู่กับว่าพวกนั้นเต็มใจจ่ายราคาสูงมากหรือไม่”
ด้านล่าง เยี่ยฉวนพุ่งเข้าหาบุรุษผู้นั้นทันที เหล่ากระบี่บินทั้งหลายยังคงพุ่งเป้าไปที่บุรุษผู้นั้น!
เมื่อเยี่ยฉวนปรากฏกายต่อหน้าบุรุษชุดดำ ชายหนุ่มส่งกระบี่ฟาดเข้าไป
ตู้ม!
โล่แสงรอบๆ พลันแตกกระจาย!
ขณะเดียวกันบุรุษผู้นั้นออกหมัดชกไปที่เยี่ยฉวน
ชายหนุ่มไม่หลบหลีกแต่อย่างใด ทว่าสวนแทงไปข้างหน้า
ตู้ม!
ต่างคนต่างล่าถอยออกไปอย่างต่อเนื่อง ทว่าในขณะที่เยี่ยฉวนกำลังถอยกลับ กระบี่บินจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งแทงเข้าใส่บุรุษชุดดำในทันใด
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
บุรุษชุดดำถูกบังคับให้ล่าถอยอย่างบ้าคลั่ง แต่คราวนี้ถอยห่างไปเกือบสิบจั้ง!
เมื่อเขาหยุดนิ่งลง เสื้อคลุมสีดำขาดเวิ่นฉีกเป็นชิ้นๆ แต่ภายใต้เสื้อคลุม มีเกราะสีดำทมิฬอยู่!
เป็นสมบัติขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิต!
ห่างออกไป ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก “เปรียบศาสตราวุธของเจ้ากับของข้าหรือ?”
ตลอดเวลามานี้ เขาไม่อยากใช้กระบี่เจิ้นหุนแบบหุนหันพลันแล่นสักเท่าไร
ไม่ใช่เพราะเย่อหยิ่ง แต่หวังว่าตนจะไม่ต้องพึ่งพาสิ่งภายนอกมากเกินไป กระบี่เจิ้นหุนทรงพลังเกินไป แต่ไม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเขาแน่นอน หากผู้อื่นได้ใช้ของนอกกายเหล่านี้ คงไม่โง่เขลาพอที่จะไม่ลองใช้มัน!
ไกลออกไป บุรุษชุดดำจ้องมองเยี่ยฉวน “ข้าประเมินกระบี่เจ้าต่ำไป!”
เยี่ยฉวนปาดเลือดที่มุมปากแล้วยิ้ม “มาเถิด……สู้กันต่อ!”
หลังจากนั้น ชายหนุ่มรีบวิ่งไปหาบุรุษผู้นั้นพร้อมกระบี่ที่อยู่ไม่ไกล
ต้องสู้!
นี่เป็นความคิดเพียงหนึ่งเดียวในใจเยี่ยฉวน สู้จนสุดหัวใจ! เพราะพบว่าตนชื่นชอบการต่อสู้เช่นนี้เป็นที่สุด!
เมื่อเห็นเยี่ยฉวนมากับกระบี่คู่กาย บุรุษในชุดดำฉายแววดุร้ายในทันที ในขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนไหว อยู่ๆ แสงกระบี่ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า
รูม่านตาของบุรุษผู้นั้นหดตัวเล็กลง แล้วยกมือขึ้นชกไปข้างหน้า
จากนั้น อำนาจอันทรงพลังทำลายลำแสงของกระบี่นั้นราวกับแม่น้ำโหมซัดเข้าตลิ่ง!
ในเวลานี้ ลำแสงของกระบี่อีกเล่มปรากฏขึ้นต่อหน้า ตนไม่มีเวลาพอจะออกหมัดครั้งที่สอง จึงทำได้เพียงไขว้ท่อนแขนทั้งสองขึ้นออกแนวป้องกันพยายามต้านทานให้ทันการก่อนจะสายไป
เปรี้ยง!
เยี่ยฉวนฟาดฟันแขนของบุรุษผู้นั้น จนล่าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ปรากฏลำแสงของกระบี่อีกเล่มพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด ไม่มีเวลาที่จะหยุดยั้งได้เลย! ส่งให้ลำแสงของกระบี่ฟาดฟันเข้าโดยตรง
เปรี้ยง!
ลำแสงของกระบี่แตกละเอียด บุรุษชุดดำถดถอยอย่างรุนแรงอีกครั้ง คราวนี้ไกลถึงสิบจั้ง ก่อนที่เขาจะหยุดได้ เยี่ยฉวนวับร่างปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าอีกครั้ง ในตอนนั้นที่บุรุษประสานฝ่ามือเข้าหากันก่อนจะคำรามอย่างเดือดดาล “โล่!”
หลังจากนั้น พื้นที่ด้านหน้าพากันควบหนาขึ้น ก่อตัวเป็นเกราะสุญญากาศอันหนาแน่น
เยี่ยฉวนใช้กระบี่ฟันทะลุเกราะสุญญากาศ ทั่วทั้งเกราะสุญญากาศสั่นสะเทือน ส่งให้ชาวาบไปทั้งแขน เมื่อกำลังจะโจมตีอีกครั้ง บุรุษผู้นั้นได้ก้าวถอยห่างออกไปเกือบลี้
ห่างออกไปสองลี้ ความเร็วของกระบี่บินยังไม่มีวี่แววจะถึงขีดสุด!
เยี่ยฉวนหยุดลง ส่วนบุรุษชุดดำเช็ดเลือดมุมปาก ทว่าสายตาจ้องมองเยี่ยฉวนเขม็ง มือขวากำแน่น
เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าจะหยุดสู้แล้วหรือ?”
บุรุษชุดดำเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ดูเหมือนเจ้าจะผยองมากนักนี่”
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะอมยิ้ม “ข้าไม่อยากเสียเวลาเถียงกับท่าน กล่าวสั้นๆ คือ จะประมือกับข้าต่อหรือไม่!”
บุรุษชุดดำกำมือขวาไว้แน่นแล้วปล่อยพลังหมัดลงพื้นรัวเร็ว
ตู้ม!
แผ่นดินแตกร้าวในพริบตา!
อำนาจอันทรงพลังพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวน
เยี่ยฉวนฟาดฟันกระบี่ออกโต้กลับ
ฟึบ!
ลำแสงของกระบี่วาดฟันตัดผ่านพลังนั้นจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่งให้บุรุษชุดดำถอยกลับไปสิบจั้งอีกครั้ง!
เห็นเช่นนี้ เยี่ยฉวนส่ายศีรษะเบาๆ “ช่างดื้อด้านเสียจริง!”
ชายหนุ่มจึงหันหลังกลับแล้วจากไป
หากบุรุษผู้นั้นหลบการโจมตี เยี่ยฉวนหารู้ไม่ว่าจะต่อสู้กับเขาอย่างไรจริงๆ
เมื่อเห็นเยี่ยฉวนหันหนีไป บุรุษชุดดำตะโกนอย่างโกรธจัด “เยี่ยฉวน!”
เยี่ยฉวนเมินเฉยพร้อมกับเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาและจ้านจุนต่างหายตัวไปในระยะไกล
บุรุษชุดดำทำได้เพียงขมวดคิ้วสีหน้าทะมึนทึม
บนยอดเขา โม่เยี่ยส่ายศีรษะเล็กน้อย “เจ้านั่นกลัวตาย!”
จั่วชิงมองบุรุษชุดดำด้านล่าง “เขาหรือ?”
โม่เยี่ยพยักหน้า “พลังกำลังความแข็งแกร่งไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเยี่ยฉวนเลย ช่างน่าเสียดายที่กลัวกระบี่บินนั่น ใจอ่อนหัดไม่กล้าสู้จนตัวตาย ได้แต่ล่าถอยจนถูกเยี่ยฉวนตรึงไว้”
จั่วชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “หากต้องต่อสู้ประชิดตัวกับเยี่ยฉวน เราจะต้านทานกระบี่บินนั่นได้อย่างไร?”
โม่เยี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มีอยู่สองวิธี ประการแรก ศาสตราวุธของเราจำต้องเร็วกว่า! ประการที่สอง กายเนื้อของเรานั้นอยู่ยงคงกระพัน สามารถต้านทานกระบี่บินได้โดยตรง”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ จึงมองไปที่จั่วชิง “เจ้าต่างออกไป เจ้ามีร่างกายที่ไม่ธรรมดา หากต้องปะทะกับเขา ก็เพียงแค่ทำตามปกติ”
จั่วชิงพยักหน้าเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว!”
โม่เยี่ยกล่าวว่า “ไปกันเถิด!”
เทียนซาจึงเอ่ยขึ้นทันทีว่า “เราจะปล่อยเยี่ยฉวนไปแบบนี้หรือ?”
โม่เยี่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หากโจมตีตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะผลัดกันสู้เพื่อบั่นทอนพลังเขาหรือ? อย่าได้กังวลไป……เรามีโอกาสจัดการเขาในภายภาคหน้าเป็นแน่”
หลังจากพูดจบจึงหันหลังกลับแล้วเดินออกไป
……
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่เยี่ยฉวนและจ้านจุนจากไป พวกเขาได้กลับมาที่กำแพงใหญ่จางเถี่ยน
หลังจากที่กลับมาแล้ว ชายหนุ่มพบว่าในระหว่างทางเจอผู้คนมากมาย ซึ่งน่าจะมาจากดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง!
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือพบว่าเมื่อคนเหล่านี้มองมาที่ตนพร้อมกับสายที่ผิดปกติ พลันให้รู้สึกแปลกๆ
เยี่ยฉวนเมินคนเหล่านี้ ชายหนุ่มมายังทิวเขาที่ซึ่งเคยบำเพ็ญเพียรอยู่บ่อยครั้ง
เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิบนพื้นในลานกว้างแล้วเริ่มรักษาบาดแผล
ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธเลยว่ามันช่างน่าตื่นเต้นนักเมื่อเข้าสู้กับบุรุษในชุดดำ เพราะตนถูกบุรุษผู้นั้นตรึงไว้ แทบจะสู้กลับไม่ได้ น่าเสียดายที่คนผู้นั้นกลัวกระบี่บิน ไม่กล้าสู้ต่อจนหมดท่าหมดทาง นั่นคือเหตุผลที่เขาพลิกสถานการณ์กลับแล้วตรึงบุรุษผู้นั้นไว้แทน
ในการต่อสู้เช่นนี้ บ่อยครั้ง ใครก็ตามที่ไร้ความปรานีและกระเสือกกระสนมากกว่าอาจเป็นผู้ชนะ!
หนึ่งชั่วยามต่อมา เยี่ยฉวนจวนจะหายดีแล้ว ชายหนุ่มได้แสดงวิชาลี้ลับออกมา!
ในวิชาลี้ลับ มีการบันทึกวิชาลี้ลับสี่ประเภท ได้แก่ เซินซิง เฉียนจุน กุ้ยหยวน และเหล่ยฟา
แสดงถึงลักษณะสี่ประการ ความเร็ว ความแข็งแกร่ง การป้องกัน และทักษะการควบคุมอัสนี
ชายหนุ่มได้เห็นเซินซิงและเฉียนจุนของบุรุษผู้นั้นแล้ว ส่วนกุ้ยหยวนและเล่ยฟา เยี่ยฉวนสังหารบุรุษผู้นั้นก่อนที่เขาจะลงมือ
เยี่ยฉวนจึงตัดสินใจที่จะฝึกทักษะเซินซิงก่อน!
เขาต้องพัฒนาความเร็วประเดี๋ยวนี้!
กระบี่บินของชายหนุ่มสอดคล้องกับความ ‘เร็ว’ ยิ่งเร็วยิ่งดี!
ก่อนฝึกฝน เยี่ยฉวนถาม “เจ้าหุน ข้าต้องระวังสิ่งใดเมื่อฝึกฝนวิชาลี้ลับนี้?”
เจ้าหุนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ระวังความปลอดภัยเถิด!”
เยี่ยฉวน “……”
ครู่ต่อมา เยี่ยฉวนจึงเริ่มบำเพ็ญเพียร
เมื่อชายหนุ่มเริ่มบ่มเพาะวิชาลี้ลับนี้ เยี่ยฉวนพบว่ามันมีพลังมากกว่าที่เขาคาดไว้!
เช่น เซินซิง หากประสบความสำเร็จในการฝึกฝน ความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหลายเท่าตัวในระยะเวลาอันสั้น!
‘หลายเท่า’ นั้นหมายความว่าอย่างไร?
โดยเฉพาะกระบี่บิน หากความเร็วเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว มันจะเร็วเกินกว่าที่จะสัมผัสได้ด้วยตัวเอง!
เมื่อนึกถึงภาพเช่นนั้น เยี่ยฉวนรู้สึกเหมือนกับว่าเลือดลมไหลเวียนพลุ่งพล่าน
บำเพ็ญเพียร!
เยี่ยฉวนเริ่มบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ฝึกฝนวิชาลี้ลับ ชายหนุ่มจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก ไม่กล้าแม้แต่จะหุนหันพลันแล่น! ยิ่งกว่านั้น เป็นอย่างที่เจ้าหุนบอก……ว่ามันมีผลข้างเคียงจากวิชาลี้ลับนี้ เมื่อบรรจุพลังเข้าไป ทำให้รู้สึกเหมือนพลังงานในร่างระบายออกไปจนหมด แล้วสิ้นแรงในที่สุด อาจกล่าวได้ว่าวิชาลี้ลับนี้ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ภายใต้สถานการณ์ปกติ ไม่ว่าจะออกแรงในการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายหรือจะใช้พลังนี้ช่วยตัวเองให้รอดก็ตาม!
ไม่ว่าในกรณีใด มันเป็นวิธีการช่วยชีวิตเขา
บนกำแพงเมืองกำแพงใหญ่จางเถี่ยน เว่ยหยางเทียนยืนอยู่อย่างเงียบๆ
ข้างหลังนางมี ‘ไป๋เสี่ยวเซียน’ เจ้าสำนักศาลาไป่เสี่ยว ท่านไป๋ หลีฉางเฟิง เจ้าสำนักมารภูตผี ‘มู่ซิ่วหราน’ เจ้าสำนักเขตนักบุญ ‘เสวียจิ้ง’ เจ้าสำนักห่มขาวและชายชราผู้หนึ่ง…
อาจกล่าวได้ว่าผู้ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางล้วนอยู่ที่นี่!
ด้านหนึ่ง เจ้าสำนักเขตนักบุญมู่ซิ่วหราน มองดูเว่ยหยางเทียน แล้วกล่าวว่า “อย่างที่ใครๆ รู้ ต่างดินแดนไม่เคยเป็นศัตรูกับดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางของเราเลย ทว่าบัดนี้ เป็นเพราะเยี่ยฉวน เหล่าคนต่างดินแดนกลับร่วมมือกับสำนักแมวดำ!”
ทุกคนมองไปทางเว่ยหยางเทียน
เว่ยหยางเทียนไม่แสดงสีหน้าใดๆ “แล้วเจ้าคิดสิ่งใดอยู่เล่า?”
มู่ซิ่วหรานเอ่ยด้วยเสียงเบาว่า “ข้าไม่ เพียงทว่าหากเจ้าได้สมบัติล้ำค่านั่นมาด้วยตัวเองแล้วใช้มันสู้กับสำนักแมวดำ แล้วส่งมอบเยี่ยฉวนเพื่อประนีประนอมกับต่างดินแดน”
หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เขาเอ่ย ทันใดนั้นรอบด้านเงียบงันไป……
