บทที่ 841 : คุณธรรมและมารร้ายอยู่ที่ใจตนกำหนด! (ต้น)
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเยี่ยฉวนหันหลังพิงผนัง……ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก!
ยอดยุทธ์ชั้นที่สองคนนี้อารมณ์ร้ายเหลือรับ!
นึกจะจู่โจมก็จู่โจม ไร้ความปรานีโดยแท้!
สายตาของยอดยุทธ์ชั้นสองมองมายังเยี่ยฉวน “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าอันที่จริงหอคอยแห่งเรือนจำไม่ได้อยากยอมรับเจ้าสักเท่าไร”
ชายหนุ่มเหลือบมองผู้พูดขณะนิ่งฟังอย่างสนใจ
เสียงอีกฝ่ายพูดต่อไปว่า “การที่หอคอยให้การยอมรับเจ้าอย่างมากนั้นเป็นเพราะสตรีลึกลับคนนั้น นางกำราบหอคอยจนอยู่หมัด อีกอย่างหอคอยอาจเกรงกลัวในที ส่วนที่มันรับรู้จดจำเจ้าได้เท่ากับเกื้อหนุนต่อสตรีลึกลับด้วยเช่นกัน”
เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากยิ้มแห้ง “เรื่องนี้ทำให้ข้าไม่สบายใจนัก!”
คนตรงข้ามมองชายหนุ่มด้วยสายตากังขา “ไม่สบายใจอย่างไร?”
คนถูกถามส่ายหน้าพลางว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา……คิดว่าการที่หอคอยเลือกจดจำข้านั้นเป็นเพราะความแข็งแกร่ง!”
ยอดยุทธ์ชั้นสองกล่าว “ความจริง……ก็เป็นไปได้”
ว่าจบหันไปมองเยี่ยฉวนตรงๆ “ไม่เห็นจะเป็นไร สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอคือหอคอยแข็งแกร่งกว่าเจ้ามากนัก!”
ชายหนุ่มผงกศีรษะ “เข้าใจแล้วขอรับ! ถึงอย่างไรข้าไม่มีทางเลือกอยู่ดี จริงไหม?”
คนฟังเฉยไม่ตอบว่ากระไร
ชายหนุ่มมีทางเลือกไหม?
ความจริงคือ……ไม่มี
วางมือจากหอคอยแห่งเรือนจำเสียงั้นหรือ?
ปัญหาคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า …หอคอยแห่งเรือนจำ เขาไม่ได้เป็นคนเลือกนี่!
ยอดยุทธ์ชั้นที่สองสั่นศีรษะแรงๆ ขณะที่รู้สึกตัวว่าเผลอไผลเหม่อลอยไปแวบหนึ่ง ดูเหมือนว่าหลายสิ่งหลายอย่างจะตัดสินใจไปแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม!
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นก่อนจะพูดยิ้มๆ ว่า “ที่จริงข้าควรจะดีใจสินะ!”
อีกฝ่ายหันมามองผู้พูดขณะที่เจ้าตัวยิ้มน้อยๆ แล้วกล่าวว่า “เพราะหอคอยทำสิ่งดีๆ ให้ตั้งมากมาย อย่างเช่นท่านนี่ไง ไหนจะกฎเต๋าแห่งสุญญากาศ กฎเต๋าแห่งปฐพีและแม่นางเจียน……สิ่งเหล่านี้เคยช่วยข้าเอาไว้ทั้งนั้น อีกทั้งยังทิ้งกระบี่ไว้ให้ใช้……มองไม่เห็นว่าจะไม่ดีตรงไหนเลยสักนิด……จริงไหม?”
ยอดยุทธ์ชั้นที่สองพยักหน้า “นับว่าเป็นเรื่องดีที่มองในแง่ดี”
เยี่ยฉวนเงยหน้าพลางมองไปยังชั้นที่ห้า “ส่วนที่ชั้นห้านั่น……”
ว่าแล้วหันขวับไปถามอีกฝ่ายทันที “ถ้าอาจารย์สตรีลึกลับไม่ช่วยเหลือ เห็นทีข้าคงไม่มีทางเอาชนะเขาได้เลยสินะ?”
ยอดยุทธ์ชั้นสองไม่ตอบ
เยี่ยฉวนถามกลับไปอีก “เหตุใดตอนนี้ยอดยุทธ์ชั้นที่ห้าจึงไม่จู่โจมข้าเสียเลยเล่า?”
อีกฝ่ายตอบให้ว่า “เพราะกระบี่……แต่อีกไม่นานหรอก มันจู่โจมแน่”
พูดพลางนางหันมามองหน้าเยี่ยฉวน “ข้ารู้สึกเช่นนั้น อย่างมากอีกไม่เกินห้าวัน”
อีกห้าวัน!
ชายหนุ่มพยักหน้า “เข้าใจแล้ว!”
จากนั้น ชายหนุ่มจึงออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ
เมื่อเยี่ยฉวนคล้อยหลังไปแล้ว ยอดยุทธ์ชั้นที่สองทะยานไปยังชั้นที่สี่ ก่อนจะเดินไปหยุดลงตรงบริเวณทางเข้าชั้นที่ห้า “จะไม่คุยกันดีๆ สักหน่อยหรือ?”
เงียบเสียงไปชั่วขณะ ทันใดนั้นบนชั้นที่ห้าบังเกิดเสียงย่ำเท้าอย่างแรง
พลันสีหน้าของยอดยุทธ์ชั้นสองแปรเปลี่ยนทันที!
หลังจากนั้นชั่วไม่กี่อึดใจ ที่มุมปากของยอดยุทธ์ชั้นที่สองปรากฏโลหิตค่อยไหลซึมลงมาช้าๆ!
ในเวลาเดียวกันมีเสียงหัวเราะหึหึดังลงมาจากชั้นที่ห้า “คุย? มนุษย์หน้าโง่อย่างพวกเจ้าไม่คู่ควรพูดคุยกับข้า!”
ทันทีที่สิ้นเสียง บริเวณทางเข้าปรากฏเสียงฝีเท้าย่ำพื้นดังหนักหน่วง
ทันใดนั้นบนยอดหอคอย พลันกระบี่เล่มหนึ่งทะยานลงมาจากข้างบน ขณะต่อมากระบี่พุ่งเข้าไปที่ชั้นห้า
หึ่มมม!
เสียงกระบี่กรีดร้องก้องกังวานดังออกมาจากชั้นที่ห้า
ครู่ต่อมา กระบี่ทะยานวูบออกจากชั้นที่ห้ากลับขึ้นไปบนยอดหอคอยเช่นเดิม
เสียงพูดดังออกมาจากชั้นห้าทันที “กระบี่ยอดเยี่ยมนัก เหมือนกับเจ้าของไม่ผิดเพี้ยน…”
ยอดยุทธ์ชั้นที่สองมองไปยังชั้นที่ห้า “เดี๋ยวเจ้าจะได้เห็นเอง!”
เสียงตอบโต้จากบนชั้นห้าบ่งบอกว่ากำลังยิ้ม “กระบี่เล่มก่อนที่ออกจากหอคอยไป……บางทีมันอาจพบเจ้าของแล้ว หวังว่าผู้เป็นเจ้าของจะไม่อ่อนด้อยนัก มิเช่นนั้นเมื่อข้าออกได้ไปคงเสียความรู้สึกหมดสนุกไปไม่น้อย!”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ยอดยุทธ์ชั้นที่สองพลันใบหน้าหม่นคล้ำหมองมัวไปทันที!
ที่แท้บางอย่างบนชั้นที่ห้ากำลังคอยที่จะได้พบกับเจ้าของกระบี่นี่เอง!
อวดดีงั้นหรือ? ทะนงตน? หรือมั่นใจในตัวเอง?
ความคิดหวนคำนึงถึงสตรีนามว่าเจียนจื่อไจ้!
สตรีนักสู้ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งสำนักเซียน!
นางเป็นสตรีเพศที่ฝึกฝนจนพลังขั้นแก่กล้า กระนั้นยังถูกกักกันไว้เพียงชั้นที่สี่เท่านั้น!
บางสิ่งบนชั้นที่ห้าย่อมแข็งแกร่งกว่าเจียนจื่อไจ้เป็นแน่!
พักใหญ่ต่อมายอดยุทธ์ชั้นที่สองจึงหมุนตัวกลับและจากไป
…
ภายหลังที่ละออกจากหอคอยแห่งเรือนจำแล้ว เยี่ยฉวนเข้าสู่บริเวณหุบเขาซึ่งมักใช้เป็นที่ฝึกฝนพลังอยู่เสมอ
เยี่ยฉวนสาวเท้าเดินอย่างเชื่องช้าท่ามกลางป่ารกทึบ!
สายลมโชยเอื่อย อากาศเย็นลงเล็กน้อย
นับจากเมืองชิงจนถึงเดี๋ยวนี้ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้พบเจอสิ่งต่างๆ มามากมาย
ณ ปัจจุบันเขามิใช่เด็กน้อยไม่ประสีประสาอีกต่อไป คิดอยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขเท่านั้น หากในโลกที่เป็นอยู่ การถามหาความสงบเท่ากับถามหาความตาย
เพราะสักวันหนึ่งโลกมีอันต้องถูกทำลายจนย่อยยับ!
ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาขณะนั้นคือตาข่ายดวงดาวขนาดใหญ่!
ต่างดินแดน!
ดินแดนจักรวาลดาวเที่ยนเหอ!
บางสิ่งบนชั้นที่ห้า!
คนเหล่านี้มาเพื่อเอาชีวิตเขา!
เยี่ยฉวนส่ายหน้าพลางยิ้มกับตัวเอง ไม่ทันสังเกตเห็นได้ว่าสถานการณ์ของตนตอนนี้ไร้ความหวังอีกครั้งแล้ว!
ไม่สิ ตั้งแต่ออกจากเมืองชิงจนบัดนี้ สถานการณ์ชายหนุ่มมีแต่ย่ำแย่อยู่ตลอดเวลา!
เพื่อความอยู่รอด!
เยี่ยฉวนยังคงไปต่อ เพราะตอนนี้หาใช่เวลาจะมัวคำนึงถึงแต่เต๋าแห่งกระบี่หรือเต๋าอื่นใด สิ่งที่ควรนึกถึงคือการอยู่รอดปลอดภัย!
เพราะถ้าเขาเป็นอะไรไป น้องจะทำอย่างไร? มารดาอีกล่ะ?
พลันที่คิดได้เช่นนั้น สีหน้าของเยี่ยฉวนเริ่มกลายเป็นขึ้งเคียดอย่างเห็นได้ชัด!
ต้องมีชีวิตรอดต่อไป!
ต้องรอด!
เยี่ยฉวนเผยฝ่ามือขวาออกไปข้างหน้า พลันปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งตรงกลางฝ่ามือ
กระบี่เซียนหลิง!
ชายหนุ่มฉวยกระบี่พร้อมกับชี้ไปทางข้างตัว ทันใดนั้นรอบด้านปรากฏกระบี่สองชนิดด้วยกันขึ้นมา
หนึ่งดำ หนึ่งขาว……หนึ่งคุณธรรม หนึ่งมาร!
คุณธรรม……งั้นหรือ?
มาร……งั้นหรือ?
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเยี่ยฉวนไม่เคยถ่องแท้ในความหมายของคุณธรรมและมารเลย ด้วยในโลกใบนี้การจะกำหนดว่าคุณธรรมหรือมารร้ายมักขึ้นกับฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่า!
ผู้ชนะจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ ส่วนผู้แพ้มีฐานะเป็นขบถ!
แม้แต่องค์ฮ่องเต้เมื่อตกเป็นผู้แพ้จะกลายสภาพเป็นกบฏทันที ไม่ว่าฝ่ายผู้ชนะจะเป็นฝ่ายมารร้าย พวกเขาจะได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้ถือคุณธรรม!
คุณธรรมหรือมารร้ายตัดสินกันง่ายๆ อยู่ที่ว่าหมัดใครหนักกว่ากัน!
นี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ?
